Partager

4 - กลืนลงคอ

last update Date de publication: 2025-02-19 19:00:36

               หลังจากที่พายุมาส่งเธอถึงหน้าบ้านหลังใหญ่พร้อมกับให้เสื้อสูทมาคุมไหล่เธอปกปิดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยเพราะน้ำมือเขา พายุไม่ได้เอ่ยคำบอกลาใดๆเหมือนครั้งก่อนที่เธอเป็นสาวร้านกาแฟ รถของเขาแล่นออกจากเธอไปเงียบๆ โดยที่พายุไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย

               ยี่หวาเดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทีเศร้าสร้อยแต่เมื่อเห็นคุณหญิงและคุณผู้ชายที่รับบทเป็นพ่อแม่ของเธอนั่งรออยู่ก็รีบปั้นหน้าให้เป็นปกติที่สุด ในใจคิดไว้แล้วว่าจะขอท่านทั้งสองให้ยกเลิกงานหมั้นแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อยแค่ไหนก็อยากจะลองขอดูก่อน

               “เป็นยังไงบ้างยี่หวา เขาไม่ได้ทำอะไรใช่ไหม?” มุกดาเดินเข้ามาถามไถ่เธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง ยี่หวาดึงเสื้อสูทมาปิดรอยแดงให้มิดก่อนจะส่ายหน้าไปมาแล้วส่งยิ้มให้บางๆ

               “ไม่เป็นไรค่ะคุณผู้หญิง”

               “เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้วมันจะติดเป็นนิสัย ให้เรียกว่าคุณแม่ได้แล้ว” มุกดาเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทรงชัยจะเดินเข้าไปจับไหล่เธอเบาๆ แล้วพยักหน้ายิ้มๆให้

               “ขอบใจหนูมากที่ช่วยบริษัทของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีเงินหมุนและจ้างคนใช้คนอื่นๆได้แน่ ๆ”

               ได้ยินอย่างนั้นถึงกับพูดไม่ออก เงยหน้ามองคุณผู้ชายของบ้านด้วยสายตาว่างเปล่าแม้แต่คำพูดที่จะร้องขอให้ยกเลิกงานหมั้นยังพูดต้องกลืนลงคอไป เธอพยักหน้ากลับแล้วส่งยิ้มบางๆให้คุณผู้ชายอย่างกล้ำกลืน

               “เอาล่ะ ไปพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปที่ว่าการอำเภอ ฉันจะเซ็นรับเธอเป็นบุตรบุญธรรม” ทรงชัยเอ่ยต่อ ยี่หวาและมาลีตกใจไม่ได้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้น จะว่าดีมันก็ดีแต่ทุกอย่างมันก็เพื่อธุรกิจ เธอยืนก้มหน้าเงียบลงไปชั่วขณะ

               “เป็นอะไรไปยี่หวา? เธอไม่อยากเป็นลูกสาวพวกเราเหรอ?” มุกดาถามขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปจับไหล่เธอเบาๆ ยี่หวาส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันไปมองมาลีผู้เป็นแม่ มาลีพยักหน้ายิ้มๆมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู ลูกจะได้ดีใครจะไม่ยินดีล่ะ

               “เปล่าค่ะ หนูดีใจมากจนพูดไม่ออก...”

               “งั้นก็ดีแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ...ห้องของหนูอยู่บนชั้นสองนะ” มุกดาเอ่ยขึ้นหลังจากจัดแจงห้องใหม่ให้ลูกสาวบุญธรรมซึ่งอยู่ติดกับห้องของวาวาลูกสาวตัวจริงของเธอ ยี่หวาพยักหน้ารับแต่โดยดี

               “คุณผู้...เอ่อ คุณแม่คะ...หนูขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ?”

               “อะไรล่ะ? ถ้าไม่เกินกำลังฉันจะทำให้”

               “หนูขอใช้ชื่อยี่หวาได้ไหมคะ? คือ...ถ้าหากมีใครไปสืบมันจะยุ่งน่ะค่ะ”

               “แต่เราบอกทางนั้นไปว่าหนูชื่อวาวานะ” มุกดาเอ่ยแย้ง

               “เดี๋ยวหนูจัดการเรื่องนั้นเองค่ะ หนูจะบอกว่าคุณแม่เปลี่ยนจากชื่อเดิมที่ชื่อยี่หวาแต่หนูชอบชื่อยี่หวามากกว่า...”

               “เอาเถอะ ยังไงก็น่าจะฟังขึ้นอยู่บ้าง...แต่เรื่องนี้อย่าให้รั่วไหลไปมากกว่านี้” ทรงชัยเอ่ยขึ้นเพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่คุ้นชื่อวาวาจริงๆ แต่ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรจึงไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะถ้าหากเธอเซ็นเป็นลูกบุญธรรมนั่นก็คือลูกของพวกเขาเหมือนกันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

               “ขอบคุณที่เข้าใจหนูค่ะ” ทั้งสองสามีภรรยาพยักหน้าก่อนจะพากันกลับขึ้นไปบนห้องของตัวเอง ที่มานั่งรอนั้นเพราะด้วยความเป็นห่วง มาลีเห็นว่าเจ้านายของตนเดินขึ้นห้องไปแล้วก็เดินตรงไปหาลูกสาวของตัวเองลูบศีรษะเธออย่างแผ่วเบา

               “ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก”

               “แม่...” ยี่หวาอดไม่ได้ที่จะโผเข้ากอดผู้เป็นแม่อย่างเหนื่อยล้า วันนี้เธอเจอเรื่องราวมามากมายจริงๆ ยังดีที่มีอ้อมกอดของแม่ผู้ที่เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ ไม่รู้ว่าต่อไปจะได้กอดผู้เป็นแม่อีกกี่ครั้ง เพราะด้วยสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบแบกความหวังของผู้เป็นเจ้านาย

               “อดทนนะยี่หวา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็อดและทนมันจะผ่านไปได้ด้วยดีนะลูก...ช่วยผู้มีพระคุณไม่ทำให้เราตกต่ำหรอกเชื่อแม่นะลูก” มาลีเอ่ยบอกลูกสาวพร้อมกับกอดปลอบลูบศีรษะเธออยู่อย่างนั้น ราวกับรับรู้ว่าเธอไปเจอเรื่องลำบากมาอย่างไรอย่างนั้น

               หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นแม่ก่อนจะพยักหน้าทั้งที่น้ำตาเอ่อคลอมาลีเองก็ไม่ต่างกัน นึกสงสารลูกสาวของตนจับใจที่ไม่ได้เลือกคนที่ตัวเองอยากรัก ต้องมาถูกจับแต่งงานแทนคนอื่นแบบนี้ คิดแล้วก็ลูบศีรษะลูกสาวตัวเองทีสองทีก่อนจะรีบหันหน้าหนีปาดน้ำตาตัวเองพยายามที่จะไม่ให้ยี่หว่าเห็น

               “ไปกันเถอะ แม่จะพาไปที่ห้อง”

               “ขอบคุณนะคะแม่ ยี่หวารักแม่ที่สุดเลย” ยี่หวาพูดก่อนจะหอมแก้มผู้เป็นแม่ฟอดใหญ่ มาลีตีที่แขนของเธอเบาๆก่อนจะสังเกตเห็นเสื้อสูทที่เธอสวมมา

               “เขา...เป็นคนดีใช่ไหมลูก” คำถามของผู้เป็นแม่ทำเอายี่หวาชะงักจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่ดูเป็นห่วงอย่างสุดใจ ยี่หวาจึงยิ้มออกมาเต็มริมฝีปากเพื่อให้ผู้เป็นแม่สบายใจ

               “เขาเป็นคนดีค่ะแม่ หล่อ ดูดี อ่อนโยน” เธอพูดไปพลางนึกถึงพายุในด้านดีๆที่เธอเคยสัมผัสได้แม้ว่าตอนนี้จะตรงกันข้ามกับที่พูดก็เถอะ อย่างน้อยก็ไม่ได้โกหกแม่เพราะถึงยังไงเขาก็คือคนคนเดียวกัน

               “ฮื้อ เด็กคนนี้นี่...คงจะหล่อมากเลยสินะถึงได้ยิ้มแป้นขนาดนี้ เขาเป็นคนดีก็ดีแล้วลูก” มาลีพูดแค่นั้นก่อนที่สองแม่ลูกจะกอดกันขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านตรงไปยังห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อยี่หวา

               “ไปนอนได้แล้ว”

               “แม่นอนกับยี่หวาไม่ได้เหรอคะ? ยี่หวาอยากนอนกอดแม่”

               “โตแล้วนะเรานะ เดี๋ยวก็มีคนมานอนกอดแทนแม่แล้ว”

               “แม่พูดอะไรเนี่ย มันไม่เหมือนกันสักหน่อย”

               “เลิกงอแงแล้วไปนอนได้แล้วเจ้าลูกคนนี้นี่” ยี่หวาทำหน้างอแต่เพราะสายตาของมาลีดูดุเธอเล็กน้อย เธอจึงยอมพยักหน้าแต่โดยดี

               “ก็ได้ค่ะ”

               “พักผ่อนนะลูก พรุ่งนี้ต้องไปทำธุระกับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย”

               “ค่า” มาลีได้ยินเสียงตอบรับของลูกสาวจอมแก่นจองตนก็ยิ้มรับแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ยี่หวามองผู้เป็นแม่ตาละห้อย ในใจคิดว่าเอาล่ะเป็นไงเป็นกัน! จะมาทำให้แม่เป็นห่วงเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว

              

               รุ่งเช้ายี่หวาและเจ้านายทั้งสองก็รีบไปที่อำเภอเพื่อจดรับรองบุตรบุญธรรมก่อนจะรีบพายี่หวาไปแต่งเนื้อแต่งตัวรอรับการมาสู่ขอสายฟ้าแลบของพายุตอนสายๆ หนุ่มหล่อสูงไหล่กว้างกำยำรูปร่างหน้าตาดีได้เข้ามานั่งปั้นหน้ายิ้มอยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมกับย่าของเขา ไม่หนำซ้ำยังมีคุณหญิงใหญ่อย่างคุณยายปรียาลงมาต้อนรับด้วย ดูเหมือนว่าคุณหญิงใหญ่ของบ้านจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

               ทุกคนต่างมองไปยังกองเงินกองทองที่หอบมาสู่ขอลูกสาวบ้านนี้ คนรับใช้คนอื่นๆต่างรู้งานดีเพราะคุณผู้หญิงอย่างมุกดาได้ตระเตรียมการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มรูปหล่อที่เป็นเป้าสายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ในบ้านตอนนี้ชะเง้อคอแทบหักมองหาว่าที่เจ้าสาวของตน

               “เดี๋ยวก็ลงมาแล้วละค่ะคุณพายุ” มุกดาเอ่ยหลังจากเห็นท่าทีของพายุ

               “ครับ” พายุหันมาตอบรับก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ วันนี้เขาใส่ชุดสูทดูดีตามที่คุณย่าสั่งอยากจะรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวนั้นจะแต่งตัวอย่างไรลงมาเจอเขา

               ไม่นานเกินรอยี่หวาก็เดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านเรียกสายตาจากทุกคนให้หันไปมอง ข้างกายเธอยังมีมาลีแม่แท้ๆคอยประคองลงมาด้วย หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกจั๊มเอวสีขาวกระโปรงบางเรียบยาวประมาณเข่ากระโปรงด้านในสั้นเล็กน้อยพอดูน่ารักปนเซ็กซี่เบาๆ ผมเผ้าถูกรวบมวยสวยระบายผมด้านข้างแก้มเพียงเล็กน้อย

พายุมองนิ่งค้างก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ผิวขาวของเธอมันเด่นสะดุดสายตาเข้ากับชุดที่ดูน่ารักนี้เสียจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้เธอสวยไม่แพ้ดาราดังเลย เผลอๆจะสวยกว่านางเอกในละครเสียอีก

“สวยใช่ไหมล่ะพ่อพายุหลานย่า” กันยาเอ่ยทักท้วงเรียกสติของหลานชายตน พายุละสายตาก่อนจะกระแอมเบาๆแล้วยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งเลี่ยงไม่ยอมตอบผู้เป็นย่า

“สวัสดีค่ะคุณหญิงย่า...คุณพายุ” ยี่หวายกมือไหว้สวยอย่างนอบน้อม กันยาพยักหน้ารับก่อนที่พายุจะพยักหน้ารับเช่นกันตามมารยาท

“นั่งก่อนสิหนู เราจะได้คุยเรื่องฤกษ์ยามกัน” กันยาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ยี่หวาพยักหน้าก่อนจะยอมนั่งลงตรงโซฟาข้างๆมุกดาและทรงชัย มาลีเองก็นั่งอยู่ตรงพื้นพรมข้างๆยี่หวา

“นี่เงินและทองสู่ขอครับ...ทั้งหมดห้าสิบล้าน” พายุเริ่มพูดก่อน ทรงชัยและมุกดาได้ยินอย่างนั้นก็หันมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ ปรียาเองก็ไม่ต่างกันแต่แค่ต้องเก็บอาการด้วยความเป็นผู้อาวุโสของบ้าน พายุเห็นว่าฝ่ายหญิงไม่ตอบจึงเอ่ยถามขึ้น

“น้อยไปหรือครับ? พวกคุณอยากเรียกสินสอดเท่าไหร่ผมจะเพิ่มให้ไม่อั้นไม่รวมในงานแต่ง”

“เอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ...พอครับคุณพายุ...ในเมื่อคุณเห็นค่าลูกสาวผมขนาดนี้ผมก็ยอมรับครับ” ทรงชัยรีบพูดขึ้นเพราะไม่คิดว่ามันจะมากมายมหาศาลขนาดนี้ นี่ขนาดแค่สู่ขอถ้าในงานแต่งเขาจะได้มากมายเท่าไหร่กัน

“ดีเลยๆ เรื่องฤกษ์นั้น....”

“ผมไปหาฤกษ์มาแล้วครับ เร็วสุดสัปดาห์หน้า...ยังไงสัปดาห์นี้ผมคงต้องมารับน้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งทั้งอาทิตย์” พายุพูดขัดผู้เป็นย่าของตนขึ้นทำเอาผู้ใหญ่ต่างมองหน้ากันไปมาไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนั้น

“ทำไมมันเร็วจังละคะคุณพายุ” มาลีขมวดคิ้วอดเอ่ยถามไม่ได้ พายุหันไปยิ้มให้เธอครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบคำถามนั้นให้ทุกคนได้รับรู้

“ก่อนหน้านี้...ผมกับน้องเราเคยเจอกันบ่อยๆน่ะครับ” พายุชะงักคำพูดก่อนจะปรายตามองยี่หวาที่ตอนนี้หน้าเสียทำตัวไม่ถูก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มไรผม มือเล็กสองข้างจับกันแน่นนั่นแสดงถึงความกังวลของเธอเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นอย่างนั้นพายุก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจที่ทำให้เธอกระวนกระวายได้

“พอดีเราชอบไปร้านกาแฟเดียวกันบ่อยๆน่ะครับ เลยได้พูดคุยทำความรู้จักกันมาหลายเดือนแล้ว พอรู้ว่าเป็นน้องผมก็ไม่อยากให้หลุดมือไป...พึ่งมารู้ว่าบ้านนี้มีลูกสาวสองคน”

พายุพูดแค่นั้นก็ทำเอามุกดาและทรงชัยรวมไปถึงปรียาทำหน้าเคร่งเครียดไม่อยู่สุขได้แต่มองหน้ากันไปมา ยี่หวาเห็นถึงความกังวลของผู้มีพระคุณก็หันไปมองพายุอย่างรู้สึกผิดหวังในตัวเขาที่เล่นแบบนี้

“ใช่ค่ะ พอดีคุณแม่มีลูกสาวสองคนชื่อคล้ายกัน ยี่หวาหรือหวาคือฉันเอง ส่วนวาวาน้องสาวของฉัน...คนที่คุณพายุต้องการแต่งงานด้วยคือวาวาหรือคะ?” ยี่หวาเอ่ย

“อะไรกัน...ฉันยังไม่เคยเจอน้องสาวเธอเลยจะอยากแต่งงานกับน้องสาวเธอไปทำไม ในเมื่อคนที่ฉันเจอมาตลอดและตั้งใจจะมาสู่ขอคือเธอไงครับ คุณหนูวาวาไม่สิ...ยี่หวา” พายุยกยิ้มกับการแก้เกมส์ของเธอ แม้กันยาจะรู้สึกงุนงงเล็กน้อยแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าเธออาจจะฟังผิดเพราะชื่อคล้ายกันมาก

การโต้เถียงของทั้งคู่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนรู้สึกกระอักกระอ่วน แต่ละคนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าทั้งคู่ชอบพอกันจริงหรือเปล่า คงจะมีแต่พายุที่ดูชอบใจกับเหตุการณ์นี้แต่ยี่หวากับรู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่เธอโผงผางขึ้นมาเพราะไม่อยากให้โดนต้อนจนมุม

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ...พอดี หวาคิดว่าคุณพายุจะ...” ทุกคนหันไปมองยี่หวาที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่างรวมถึงพายุด้วยก็เช่นกัน เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงต่อ

“จะเปลี่ยนใจผิดคำสัญญาที่ให้กับหวาไว้ว่าจะมาสู่ขอน่ะค่ะ” ยี่หวาพูดออกไปทั้งที่ยังหลับตาแน่น คำโกหกคำโตเอ่ยขึ้นมาทำให้ทุกคนตกใจแต่ก็ยังใจชื้นมองทั้งคู่อย่างเอ็นดู

พายุหัวเราะในลำคอมุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้น โอนตัวไปข้างหน้าจับจ้องมองใบหน้าสวยนั้นอย่างเหลือเชื่อว่าเธอจะเล่นแบบนี้...ดึงเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองจะได้ไม่เสียหายฝ่ายเดียว...นั่นคือความคิดที่เขาคาดการณ์ไม่ได้มันคือสิ่งที่เขาชอบในตัวเธอ...

ในแต่ละวันที่เขาได้รู้จักกับเธอนั้นคาดเดาไม่ได้ว่าเธอคิดอะไรและจะทำอะไรต่อไป มันชวนให้เขาลุ้นทุกวันในแต่ละเดทที่เจอกัน การมีเธอมันดูน่าสนุกและน่าสนใจ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อราวกับติดซีรี่ย์เรื่องโปรด

“หึๆ...นั่นสิครับ ผม... ‘สัญญา’ กับน้องไว้แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้นครับ” พายุเน้นคำพูดที่เธอโกหกไว้อย่างชัดเจนพร้อมกับจ้องมองเธอไม่วางตา ใบหน้าหล่อเปื้อนรอยยิ้มหวานส่งให้เธอ

คนอื่นๆอาจจะมองว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก แต่แท้จริงแล้วมันคือรอยยิ้มที่มีเลศนัยบางอย่าง คงมียี่หวาคนเดียวที่สัมผัสถึงนัยยะนั้นได้

จบจากการพูดคุยกันทรงชัยก็ต้องออกไปบริษัทกับพายุเพื่อเซ็นสัญญาร่วมหุ้นกับบริษัทของทรงชัยอย่างบริษัทวีโวล์ มีแค่ช่วงบ่ายที่เธอรู้สึกโล่งสมองบ้างถึงได้นอนแผ่หราอยู่บนเตียงใหญ่ที่ไม่เคยได้นอนอย่างหมดอาลัยตายอยาก

จะเศร้า จะอกหักก็ทำไม่ได้ จะต้องสู้สงครามประสาทกับคนในใจทั้งที่ตัวเองกำลังรู้สึกเสียใจอยู่กับการเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเขา ไม่หนำซ้ำยังต้องแต่งงานใช้ชีวิตกับเขาที่ตออนี้ดูเหมือนจะเกลียดเธออีก เธอเองก็ดันไปพูดว่าเกลียดเขาซ้ำเรื่องเข้าไปอีกทบหนึ่งจนมันพันยุ่งเหยิงไปหมด เธอแค่เกลียดการกระทำของเขาในตอนนั้น...

“เฮ้อ...ชีวิตจะมีอะไรง่ายๆให้นังยี่หวาคนนี้บ้างไหมเนี่ย” คิดๆแล้วก็ทอดถอนหายใจออกมา นอนดิ้นขลุกขลักบนเตียงอย่างขัดใจ

“ทำไม? กลัวว่าแต่งงานกับฉันแล้วเธอจะลำบากหรือไง?” เสียงทุ้มดังขึ้นจากหน้าห้อง ยี่หวาลุกพรวดขึ้นมองไปยังต้นเสียงด้วยสีหน้าอึ้งๆ

“คุณ! เข้ามาได้ยังไง?”

“ทำไมจะไม่ได้ก็ในเมื่อขออนุญาตผู้ใหญ่แล้ว”

“ไหนว่าไปเซ็นสัญญาไง?”

“เซ็นสัญญาต้องใช้เวลานานขนาดนั้นเลยหรือไง?” พายุพูดพร้อมเลิกคิ้วมองเธอ

“ละ...แล้ว...เข้ามาถึงห้องคุณต้องการอะไร?” ยี่หวาเอ่ยถามตะกุกตะกักไม่คิดว่าเขาจะกล้าขึ้นมาถึงแม้ว่าจะได้รับอนุญาตแล้วก็เถอะ พายุยกยิ้มร้ายย่างก้าวเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ ยี่หวาก็เดินถอยหลังเรื่อยๆแต่ก็ติดตรงเตียงอยู่ดี พายุโน้มหน้าเข้าไปจ้องมองเธอนิ่งก่อนจะกระซิบข้างหู

“มาถึงห้องนอนขนาดนี้ไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันต้องการอะไร?”

“คะ...คุณพายุ คุณจะทำแบบนี้ไม่...”

“ฉันต้องการเธอไง.....” ยี่หวาเบิกตากว้างทันที ใบหน้าทั้งสองอยู่ใกล้แค่คืบจนปลายจมูกแทบจะชิดติดกัน เธอจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาสีดำขลับของเขาที่จับจ้องเธออยู่เช่นกัน หัวใจไม่รักดีเต้นโครมครามเสียงดังอย่างเกรงใจ ไม่รู้ว่าใจของใครกันแน่ที่เต้นเสียงดังจนได้ยินแบบนี้

“เธอ...ยั่วฉันอยู่เหรอยี่หวา”

“เอ๊ะ...”

“จ้องขนาดนี้หรือเธอต้องการอย่างอื่น”

“ละ...แล้วคุณต้องการอะไรละคะ”

“ต้องการให้เธอไปดินเนอร์สร้างภาพกับฉันให้สมกับคำโกหกของเธอไงล่ะ ยี่หวา”

“.........”

“แต่ถ้าเธอต้องการอย่างอื่นฉันแถมก็ให้ได้....”

“ออกไปค่ะ ฉันจะแต่งตัว” ยี่หวาเชิดหน้าขึ้นจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัวหลังจากปรับสีหน้าตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดกำกวมแบบนั้น เธอรู้แค่ว่าเธอต้องสู้ไม่อย่างนั้นเขาคงจะกดขี่ข่มเหงเธอแบบนี้ต่อไปแน่ ๆ

“หึ....” พายุยกยิ้มก่อนจะยอมหันหลังเดินออกจากห้องไปเพื่อไปรอด้านล่าง เธอไม่ใช่คนที่เขาจะต้อนให้จนมุมได้ง่ายๆเลยจริงๆ ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปไวจนเขาตามไม่ทันทุกที...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   50-END

    “ไม่ใช่นะคะ! หวารักลูก แต่หวาก็รักพี่พายุเท่าๆ กันเลยนะคะ” ยี่หวารีบเถียงคอเป็นเอ็น ช้อนสายตามองเขาด้วยความเว้าวอน“พี่พายุอย่าโกรธหวาเลยนะคะ อย่าลงไปนอนข้างล่างเลยนะ ถ้านอนไม่มีพี่พายุกอด... หวานอนไม่หลับแน่ๆ เลยค่ะ”สรรพนามการออดอ้อนที่มักจะงัดมาใช้ยามทำผิด ทำเอาภูเขาน้ำแข็งในใจของพายุละลายฮวบ แต่ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ยังคงเล่นตัวต่ออีกนิด เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง“จริงเหรอ? รักพี่จริงเหรอ... แต่เมื่อกี้ยังบ่นว่าพี่เหม็น ไล่พี่ไปอาบน้ำอยู่เลยนี่นา”“หวาผิดไปแล้วค่ะ หวาปากพล่อยเอง พี่พายุตัวหอมที่สุดในโลกเลย!”ยี่หวารีบเอาใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอสามี ซุกใบหน้าออดอ้อนลงกับซอกคอแกร่งของเขา“พี่พายุเหนื่อยไหมคะ วันนี้ประชุมหนักใช่ไหม... ให้หวานวดให้นะคะ นวดเสร็จเดี๋ยวหวาจะลงไปชงนมอุ่นๆ ให้ดื่ม แล้วคืนนี้... หวาจะตามใจพี่พายุทุกอย่างเลย ดีไหมคะ?”‘ตามใจทุกอย่าง’ประโยคสวรรค์ที่พายุรอคอยมานานนับปี! ตั้งแต่ยี่หวาท้องแก่จนกระทั่งคลอดและเลี้ยงลูกอ่อน เขาต้องอดทนอดกลั้นและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด บัดนี้ ร่างกายของภรรยาสาวฟื้นฟูเต็มร้อย แถมยังอวบอิ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเป็นร้

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   49-ศึกชิงเหลน & ทวงคืนเมีย

    เวลาผ่านไปไวราวกับโกหก เผลอเพียงไม่นาน ‘น้องตะวัน’ หรือเด็กชายปาณัสม์ เปรมปรีย์ ก็ก้าวเข้าสู่วัยสองขวบเต็ม จากทารกตัวจิ๋วตัวแดงๆ ในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นเด็กจ้ำม่ำ แก้มยุ้ยเป็นซาลาเปา ผิวขาวจัดอมชมพู และมีดวงตากลมโตดำขลับที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านอย่าง ‘คุณย่าทวดกันยา’ณ ห้องโถงกว้างของเรือนหอเปรมปรีย์ บัดนี้ถูกยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่งด้วยคอกกั้นเด็กขนาดยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการนำเข้าจากต่างประเทศ กองภูเขาตุ๊กตา และเบาะรองคลานลายการ์ตูนสีสันสดใส“แอ้... หม่ำๆ แม่จ๋า” เสียงอ้อแอ้ของน้องตะวันดังกังวานไปทั่วห้อง เด็กน้อยในชุดหมีน้อยสีฟ้ากำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางคอกกั้น ในมือป้อมๆ กำลังกัดยางกัดเล่นอย่างเมามัน“โอ๊ยยย น่ารักน่าชังจริงๆ เหลนย่า! ดูสิมาลี ดูตาแป๋วๆ ของตะวันสิ ใจฉันละลายไปหมดแล้วเนี่ย!”คุณหญิงกันยาในวัยเจ็ดสิบกว่าปี นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองคลานอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์คุณหญิงใหญ่แห่งวงการไฮโซเลยแม้แต่น้อย บนข้อมือและข้อเท้าป้อมๆ ของน้องตะวันเต็มไปด้วยกำไลทองคำแท้และสร้อยเพชรเส้นจิ๋วที่คุณย่าทวดประเคนรับขวัญให้แทบจะทุ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   48-มหกรรมคุณพ่อ

    หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ป้ายแดงจะต้องพาสมาชิกใหม่ตัวจิ๋วกลับไปดูแลต่อที่บ้านขบวนรถตู้หรูของตระกูลเปรมปรีย์แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนหอ ทว่ากว่าจะได้ลงจากรถก็กินเวลาไปหลายนาที เพราะ ‘ประธานพายุ’ ผู้แสนดุดันเด็ดขาด บัดนี้กลายร่างเป็น ‘คุณพ่อจอมแพนิก’ ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มอุ้มตะกร้าคาร์ซีทเด็กอ่อนเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังราวกับกำลังอุ้มระเบิดเวลา ก้าวเท้าลงจากรถช้าๆ ทีละก้าว ชนิดที่ว่ามดเดินแซงยังเร็วกว่า“พี่พายุคะ... เดินเร็วอีกนิดก็ได้ค่ะ แดดเริ่มร้อนแล้วนะ เดี๋ยวน้องตะวันจะไม่สบายเอานะคะ” ยี่หวาที่เดินประคองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยท้วง เมื่อเห็นสามีเดินเกร็งไปหมดทั้งตัว“ไม่ได้สิยี่หวา... พื้นตรงนี้มันไม่ค่อยเรียบ ถ้าเดินเร็วไปเดี๋ยวสะเทือนถึงลูก”พายุตอบหน้าตาย สายตาจ้องเขม็งไปที่ทารกน้อยวัยหนึ่งสัปดาห์ในตะกร้า “ไอ้เมษ! มึงไปบอกช่างให้มาเทปูนหน้าบ้านใหม่พรุ่งนี้เลยนะ เอาแบบเรียบกริบ ไม่มีรอยต่อ ห้ามมีก้อนกรวดแม้แต่เม็ดเดียว!”“ฮะ?... เอ่อ... ครับนาย...”เมษที่เดินกางร่มให้อยู่ด้านหลังรับคำเสียงอ่อย ลอบมองหน้าแฟนต้าแล้วส่ายหัวอย่างอ่

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   47-เด็กชายตะวัน

    บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที พายุเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินเสียงร้องของสายเลือดตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองร่างสีแดงเรื่อที่พยาบาลกำลังอุ้มไปทำความสะอาดด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้“ยินดีด้วยนะครับท่านประธาน คุณแม่... ได้ลูกชายครับ! แข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเลยครับ” คุณหมอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง“ลูกชาย... พี่พายุ... เราได้ลูกชายค่ะ” ยี่หวายิ้มกว้างทั้งน้ำตา ความเหนื่อยล้าแทบจะปลิวหายไป“ครับ... เราได้ลูกชาย”พายุหันกลับมากอดศีรษะภรรยาเอาไว้แน่น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา“ขอบคุณนะยี่หวา... ขอบคุณที่ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บเพื่อลูกของเรา ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ชายคนนี้... พี่รักเธอนะ รักมากที่สุดในชีวิตเลย”“หวาก็รักพี่พายุค่ะ... แต่ตอนนี้อาจจะรักลูกมากกว่า”“โธ่... ยี่หวา ขนาดตอนท้องยังหวงแม่ขนาดนั้น ถ้าหวาพูดแบบนี้พี่ก็ตกกระป๋องน่ะสิ พี่ไม่ยอมนะ”พายุพูดขึ้นพลางอแงใส่ภรรยาของตน แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รอเ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   46-สัญชาตญาณของพ่อ

    เมื่อเคลียร์ใจกันจนความรักกลับมาหวานชื่นกว่าเดิม เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของยี่หวาก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนที่แปด อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอดพายุตัดสินใจเคลียร์งานโปรเจกต์สุดท้ายที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการรีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้านที่เขาริเริ่มเอาไว้ ชายหนุ่มจำใจต้องบินไปดูหน้างานและเจรจาสัญญาขั้นสุดท้ายที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดการเพียงแค่สองวันหนึ่งคืน ก่อนจะกลับมาสแตนด์บายเฝ้าภรรยา“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับคนดี พรุ่งนี้เย็นๆ พี่ก็ถึงบ้านแล้ว... ไอ้เมษ ไอ้ต้า กูฝากดูแลเมียกูด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหากูทันที” พายุสั่งเสียลูกน้องและหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถไปสนามบินทว่า... คล้อยหลังพายุไปได้เพียงไม่ถึงสิบสองชั่วโมงกลางดึกคืนนั้น ขณะที่ยี่หวากำลังนอนหลับพักผ่อน จู่ๆ ความรู้สึกปวดร้าวที่บริเวณหลังและหน้าท้องก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างรุนแรง!“โอ๊ย...”ยี่หวาสะดุ้งตื่น หน้าผากมนผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวนิ่วหน้า เอามือกุมท้องตัวเองที่กำลังแข็งเกร็งและบีบรัดตัวเป็นจังหวะ“แม่คะ... แม่มาลี! ช่วยด้วย หวาปวดท้อง...” ยี่หวากัดฟันเอื้อมมือไปกดกริ่งเรียกแม่บ้านที่หัวเตียงเพียงไม่ถ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   45-อาการคนท้อง

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวอายุครรภ์ของยี่หวาก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่แปดแล้วหน้าท้องที่เคยแบนราบ บัดนี้นูนป่องขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด รูปร่างที่เคยบอบบางอรชรเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นตามสรีระของคุณแม่ใกล้คลอด อาการแพ้ท้องของพายุหายเป็นปลิดทิ้งไปตั้งแต่เดือนที่สี่ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือฮอร์โมนคนท้องของยี่หวาที่สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ยี่หวาในชุดคลุมอาบน้ำยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวค่อยๆ ปลดปมเชือกคลุมอาบน้ำออก เผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตที่มีรอยแตกลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบริเวณหน้าท้องและสะโพก ขาเรียวสวยที่เคยสวมรองเท้าส้นสูงได้สบายๆ ตอนนี้กลับบวมเป่งจนต้องใส่แต่รองเท้าแตะพื้นนิ่ม“ฮึก... อ้วนก็อ้วน ขาก็บวม แถมยังมีรอยแตกลายอีก... ขี้เหร่ที่สุดเลย”ยี่หวายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งช่วงนี้พายุต้องเร่งเคลียร์งานที่บริษัทอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวลางานยาวมาช่วยเลี้ยงลูก เขาก็ยิ่งกลับบ้านดึกและมีเวลาให้เธอน้อยลง แม้เขาจะโทรหาและสั่งลูกน้องให้ดูแลเธออย่างดี แต่คว

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   5 - ดินเนอร์

    บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารร้านหรูช่างเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงเพลงที่เอ่อคลอเบาๆภายในร้าน พายุเอาแต่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ในมือพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น แค่หันไปมองเธอสักครั้งยังไม่มีเลย ขนาดนั่งรถคันเดียวกันเขายังไม่ยอมพูดอะไรกับเธอสักคำ ความอึดอัดแทรก

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   3 - ลองใจ

    บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดแม้แต่ลูกน้องมือซ้ายและมือขวาจอมกวนประสาทของพายุ ทั้งสองได้แต่ลอบมองพายุและยี่หวาผ่านกระจกมองหลังเท่านั้น ทั้งเธอและเขาต่างหันหน้าไปกันคนละทางเหม่อมองออกไปยังหน้าต่าง

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   2 - เป็นคนแบบนี้เองสินะ

    ห้องอาหารโรงแรมดังในเครือของบริษัทพีวาย แต่คนไม่ค่อยรู้เท่าไหร่นักเพราะมันอยู่ในเครือบริษัทขนส่งต่างประเทศนอกเสียจากพนักงานที่เข้ามาอบรมถึงจะได้รู้ว่าเป็นสายเครือเดียวกันกับบริษัทพีวายที่พายุเป็นประธานบริษัทอยู่ การขนส่งนำเข้าข้าวของเครื่องใช้วัตถุดิบล้วนมาจากบริษัทพีวายทั้งหมด 

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   1 - CEO ที่เหมือนพนักงาน

    บทนำ หญิงสาวนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักมาตลอด เขาคือสามีของเธอที่ไม่เคยกลับเรือนหอเลยตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอ แต่ตอนนี้เขากลับมาทำร้ายจิตใจเธออย่างไม่เหลือชิ้นดี... “คุณพายุ! ฉันบอกให้ปล่อยฉัน!!” แม้ว่าร่างกายจะสั่นเพราะความกลัวคนตรงหน้าที่ตอนนี้ดู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status