LOGINหลังจากที่บ่าวสาวมานั่งเคียงคู่กันอยู่บนเตียงกว้างราวแปดฟุต ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายต่างก็พากันเอ่ยคำมงคลที่ล้วนแต่มีความหมายว่าอยากให้อยู่ครองคู่กันไปนานๆ หรือความหมายว่าให้อดทนปรับเข้าหาซึ่งกันและกัน แม้ว่าทั้งสองจะพยายามหาทางที่จะเข้าหามากแค่ไหน ในตอนนี้กลับไม่สามารถหาทางญาติดีกันได้เลย ด้วยทิฐิและหลายๆอย่างทำให้หนทางของทั้งคู่ดูมืดบอดไปชั่วขณะ
“เข้าหอคืนแรกเขาบอกว่าห้ามออกจากห้องหอเด็ดขาดจนกว่าจะเช้า” กันยาผู้เป็นย่าของพายุเอ่ยขึ้น ทำเอาทั้งสองหันมองหน้ากันไปมาครู่หนึ่ง ก่อนที่พายุจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เพราะไม่อยากให้บรรดาญาติผู้ใหญ่เห็นว่าเขามีสีหน้าอย่างไร
“เข้าใจไหมพายุ” กันยาเอ่ยถามหลานชายของตนย้ำอีกครั้ง พายุจึงจำใจต้องหันไปพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นหลานชายตอบรับทั้งครอบครัวก็ต่างพากันออกจากห้องนอนไป
กันยาหันกลับมาทางประตูก่อนจะมองประตูห้องนอนที่พึ่งปิดลงอย่างพินิจพิจารณา กันยารู้จักหลานชายตัวเองดีเธอจะสะเพร่าไม่ได้ และยังคงอยากให้เป็นไปตามที่โบราณเขาถือ
“นังภา แกไปเอาโซ่และกุญเจมาให้ฉันสิ” กันยาเอ่ยขึ้น เล่นเอาบคนอื่นๆยืนมองหน้ากันไปมาอย่างงงๆ
“ค่ะคุณหญิงใหญ่” ภาคนรับใช้เคียงกายของกันยาที่กันยาให้ย้ายมาดูแลพายุหรือพูดง่ายๆว่าจับตามองพายุหลานชายตนแล้วรายงานให้เธอรับรู้ การที่พายุยอมแต่งงานง่ายๆนั้นมันต้องมีอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นมันคงไม่ง่ายดายเกินไปขนาดนี้
โซ่และกุญเจถูกนำมาส่งถึงมือของกันยา คุณหญิงใหญ่ของครอบครัวฝ่ายชายเป็นคนล็อคมันเองกับมือก่อนจะยื่นกุญแจให้ภาคนรับใช้คนที่ไว้วางใจ
“เช้าๆค่อยปลดกุญแจนะ” กันยาสั่งเสียคนรับใช้คนสนิทก่อนจะพาทุกคนกลับไปยังงานเลี้ยงหลังพิธีแต่งงาน ยังมีแขกเหรื่อที่ต้องดูแลอยู่อีกและกันยายังอยากให้หลานชายอยู่กับภรรยาสาวสองต่อสองหวังว่าจะได้อุ้มเหลนในเร็ววัน
บรรยากาศภายในห้องเงียบสะงัดจนรู้สึกอึดอัด ทั้งสองคนยังนั่งที่เดิมตรงข้างเตียงใหญ่กว้าง ก่อนที่จะได้ยินเสียงล็อคหน้าห้องนอนของตัวเองพายุถึงกับขบกรามแน่นอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาลุกพรวดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจแรง ยี่หวายังคงนั่งนิ่งลอบมองกิริบยาท่าทางของเขาอย่างหวั่นๆ
“อึดอัดชะมัด” ว่าแล้วเขาก็รูดเนกไทด์ที่รัดคออย่างเรียบร้อยออกลงพอหลวมๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านในสองเม็ด ยี่หวาเห็นอย่างนั้นก็เบือนหน้าหนีพร้อมกับขยับร่างกายตัวเองไปติดกับขาเตียงฝั่งตรงข้ามกับเขาที่เธออยู่ทันที พายุปรายสายตามองเธอเล็กน้อยก่อนจะแค่ยรอยยิ้มขึ้น
“หึ...กลัวอะไรกันล่ะครับคุณภรรยา ไหน ๆ เราก็แต่งงานกันแล้วไม่เห็นมีอะไรที่ต้องกลัวนี่” ไม่พูดเปล่าพายุค่อยๆย่างก้าวเข้าไปหายี่หวาที่นั่งอยู่มุมปลายเตียงพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ ยี่หวานรีบเอนทั้งตัวหนีแทบไม่ทัน
“ไม่ใช่...สักหน่อยค่ะ แค่ในนามเท่านั้น ยังไงก็ให้เกียรติกันหน่อยค่ะ” ยี่หวาเอ่ยเสียงเครือแต่ก็ยังพยายามพูดให้นิ่งและเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พายุยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างร้ายกาจอยากจะแกล้งหญิงสาวที่ปากกล้าตรงหน้าเสียจริง
“ผมให้เกียรติคุณตลอดนะ เพราะงั้น...เรามาทำอย่างที่คนเป็นสามีภรรยาทำกันเถอะ” พายุเอ่ยพร้อมกับยื่นใบหน้าและปลายจมูกเข้าไปคลอเคลียข้างแก้มและใบหูเล็ก กลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำหอมแบรนด์หรูคละคลุ้มอยู่ใต้จมูกโด่งเป็นสัน ยิ่งได้กลิ่นก็ยิ่งอยากจะได้กลิ่นมากขึ้นกว่าเดิม
“หอมดี...ฉันชอบ”
“คะ?” ยี่หวาทำตาโตหันไปมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อหูว่าเขาจะพูดในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าเขาจะพูด คำพูดที่ชวนเข้าใจผิดนั้นทำให้ใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวไม่เป็นล่ำเป็นสัน
“ฉันหมายถึงกลิ่นน้ำหอม”
“อ๋อ...”
พายุพูดก่อนจะหยัดตัวตรงดังเดิม ยี่หวาถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะมองเขาที่กำลังถอดเสื้อเชิ้ตออกหลังจากปลดเปลื้องเสื้อสูทและเนกไทด์ออกสมใจแล้ว
“คะ..คุณจะทำอะไรน่ะ!!!” ยี่หวาถึงกับทักท้วงเสียงหลงรีบลุกพรวดจากเตียงยืนขึ้นเต็มความสูงเอามือปิดหน้าแล้วพูดขึ้นเสียงดัง พายหันไปขมวดคิ้วมองท่าทางของเธอก่อนจะแค่นหัวเราะ
“หึ...ก็อาบน้ำน่ะสิ ง่วงจะตายอยู่แล้ว จะให้ผมนั่งถ่างตารออะไรล่ะ พรุ่งนี้ทำงานเช้าอีก” พายุพูดไปพลางเดินผ่านหน้ายี่หวาไปคค้นผ้าเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้าใกล้ๆห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่สนใจยี่หว่าที่ยังคงยืนปิดหน้าปิดตาอย่างเขินๆอยู่
เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำและเสียงฝักบัวเธอก็ค่อยๆเอามือที่ปิดบังใบหน้าออก เม้มริมฝีปากแน่นชะเง้อคอมองหน้าประตูห้องน้ำก่อนจะหันกลับมาครุ่นคิดว่าเธอจะรอดคืนนี้ไปได้อย่างไร เขาจะทำอะไรห่ามๆเหมือนคืนนั้นไหมในคืนดูตัว
เดินทีนั่งทีนั่งแทบไม่ติดเกือบชั่วโมง กว่าที่ชายหนุ่มจะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนพนูพันรอบสะโพกสอบ หยดน้ำไหลลงเป็นทางรอยร่องกล้าม ผมสีดำขลับเปียกเล็กน้อยผมที่เคยเซ็ตเสยขึ้นปกลงมาทำให้เขาดูเท่ไปอีกแบบจนเธอต้องมองค้าง เวลาที่ผมของเขาไม่ได้ถูกเซ็ตทำให้เขาดูเป็นคนอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“จ้องขนาดนี้เดินมาดูใกล้ๆเลยไหม?” พายุที่มองเธออยู่นานถึงกับพูดขึ้น ยี่หวาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสะบัดหน้าไปมาก่อนจะรีบเดินเข้าไปคว้าผ้าขนหนูที่อยู่ในตู้ แต่พอหันมาพายุกลับยืนขวางทางไว้อยู่ เขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นสบู่อ่อนๆพลอยทำให้ใจเต้นไม่เป็นล่ำเป็นสัน พายุโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้มือข้างหนึ่งพิงประตูตู้เสื้อผ้าเหนือศีรษะ
“อยากลอง...สัมผัสมันดูหน่อยไหมล่ะ?”
“คุณพายุ...ถอยด้วยค่ะ ฉันจะเข้าไปอาบน้ำ” เธอพูดตะกุกตะกักอีกทั้งยังไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาโดยตรง ยี่หวาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงที่จะจดจ้องมองเรือนร่างของชายหนุ่มตรงหน้า
“หึ...รู้อย่างนี้ฉันน่าจะรอไปอาบน้ำกับเธอให้มันจบๆ จะได้เห็นทุกสัดส่วนโดยไม่ต้องแอบมอง” พายุเอ่ย
“ใครแอบมองคุณกัน”
“อ๋อ ไม่ได้แอบแต่จ้องเลยต่อหน้าต่อตา” พายุยังคงไม่ยอมเลิกกวนประสาทคนตรงหน้า เขาพูดพร้อมยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ยี่หวาเห็นอย่างนั้นก็ใช้สองมือที่ถือผ้าขนหนูอยู่ผลักเขาออกแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที
พายุมองตามหลังหญิงสาวอย่างยิ้มๆ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะดึงสติตัวเองชะงักความคิดที่คิดว่าเธอน่านั้นไป พายุพยายามหาความคิดมาหักล้างห้ามใจตัวเอง คนหลอกลวงอย่างเธอจะดูน่ารักน่าเอ็นดูได้ยังไงกัน
ยี่หวาที่อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยเธอก็พันผ้าขนหนูชะโงกหน้าออกมามองหาพายุ เนื่องจากเธอลืมเอาชุดนอนเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำเพราะรีบหนีจากเขา แต่ก็เห็นว่าพายุนอนเปลือยท่อนบนหลับไปแล้วบนเตียง เธอถอนหายใจก่อนจะค่อยๆย่องออกไปหยิบเสื้อผ้าในตู้อย่างเบามือที่สุด
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” ยี่หวาถึงกับตกใจเมื่อเห็นชุดนอนในตู้ล้วนแต่เป็นชุดนอนวาบหวิว คงไม่พ้นฝีมือของพวกผู้ใหญ่แน่ ๆ พายุขยับพลิกตัวเล็กน้อยทำเอายี่หวาถึงกับเอามือปิดปากตัวเองอย่างไวพร้อมกับหันไปมองว่าเขาตื่นหรือเปล่า เธอถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาก่อนจะยอมเอาชุดนอนที่ดูปกปิดอยู่บ้างเข้าห้องน้ำไป แต่หารู้ไม่ว่า...พายุกำลังนอนหลับตาอมยิ้มอยู่...เพราะเขาเห็นชุดพวกนั้นก่อนแล้วตอนหาชุดนอนใส่...
“ไม่ใช่นะคะ! หวารักลูก แต่หวาก็รักพี่พายุเท่าๆ กันเลยนะคะ” ยี่หวารีบเถียงคอเป็นเอ็น ช้อนสายตามองเขาด้วยความเว้าวอน“พี่พายุอย่าโกรธหวาเลยนะคะ อย่าลงไปนอนข้างล่างเลยนะ ถ้านอนไม่มีพี่พายุกอด... หวานอนไม่หลับแน่ๆ เลยค่ะ”สรรพนามการออดอ้อนที่มักจะงัดมาใช้ยามทำผิด ทำเอาภูเขาน้ำแข็งในใจของพายุละลายฮวบ แต่ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ยังคงเล่นตัวต่ออีกนิด เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง“จริงเหรอ? รักพี่จริงเหรอ... แต่เมื่อกี้ยังบ่นว่าพี่เหม็น ไล่พี่ไปอาบน้ำอยู่เลยนี่นา”“หวาผิดไปแล้วค่ะ หวาปากพล่อยเอง พี่พายุตัวหอมที่สุดในโลกเลย!”ยี่หวารีบเอาใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอสามี ซุกใบหน้าออดอ้อนลงกับซอกคอแกร่งของเขา“พี่พายุเหนื่อยไหมคะ วันนี้ประชุมหนักใช่ไหม... ให้หวานวดให้นะคะ นวดเสร็จเดี๋ยวหวาจะลงไปชงนมอุ่นๆ ให้ดื่ม แล้วคืนนี้... หวาจะตามใจพี่พายุทุกอย่างเลย ดีไหมคะ?”‘ตามใจทุกอย่าง’ประโยคสวรรค์ที่พายุรอคอยมานานนับปี! ตั้งแต่ยี่หวาท้องแก่จนกระทั่งคลอดและเลี้ยงลูกอ่อน เขาต้องอดทนอดกลั้นและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด บัดนี้ ร่างกายของภรรยาสาวฟื้นฟูเต็มร้อย แถมยังอวบอิ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเป็นร้
เวลาผ่านไปไวราวกับโกหก เผลอเพียงไม่นาน ‘น้องตะวัน’ หรือเด็กชายปาณัสม์ เปรมปรีย์ ก็ก้าวเข้าสู่วัยสองขวบเต็ม จากทารกตัวจิ๋วตัวแดงๆ ในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นเด็กจ้ำม่ำ แก้มยุ้ยเป็นซาลาเปา ผิวขาวจัดอมชมพู และมีดวงตากลมโตดำขลับที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านอย่าง ‘คุณย่าทวดกันยา’ณ ห้องโถงกว้างของเรือนหอเปรมปรีย์ บัดนี้ถูกยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่งด้วยคอกกั้นเด็กขนาดยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการนำเข้าจากต่างประเทศ กองภูเขาตุ๊กตา และเบาะรองคลานลายการ์ตูนสีสันสดใส“แอ้... หม่ำๆ แม่จ๋า” เสียงอ้อแอ้ของน้องตะวันดังกังวานไปทั่วห้อง เด็กน้อยในชุดหมีน้อยสีฟ้ากำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางคอกกั้น ในมือป้อมๆ กำลังกัดยางกัดเล่นอย่างเมามัน“โอ๊ยยย น่ารักน่าชังจริงๆ เหลนย่า! ดูสิมาลี ดูตาแป๋วๆ ของตะวันสิ ใจฉันละลายไปหมดแล้วเนี่ย!”คุณหญิงกันยาในวัยเจ็ดสิบกว่าปี นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองคลานอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์คุณหญิงใหญ่แห่งวงการไฮโซเลยแม้แต่น้อย บนข้อมือและข้อเท้าป้อมๆ ของน้องตะวันเต็มไปด้วยกำไลทองคำแท้และสร้อยเพชรเส้นจิ๋วที่คุณย่าทวดประเคนรับขวัญให้แทบจะทุ
หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ป้ายแดงจะต้องพาสมาชิกใหม่ตัวจิ๋วกลับไปดูแลต่อที่บ้านขบวนรถตู้หรูของตระกูลเปรมปรีย์แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนหอ ทว่ากว่าจะได้ลงจากรถก็กินเวลาไปหลายนาที เพราะ ‘ประธานพายุ’ ผู้แสนดุดันเด็ดขาด บัดนี้กลายร่างเป็น ‘คุณพ่อจอมแพนิก’ ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มอุ้มตะกร้าคาร์ซีทเด็กอ่อนเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังราวกับกำลังอุ้มระเบิดเวลา ก้าวเท้าลงจากรถช้าๆ ทีละก้าว ชนิดที่ว่ามดเดินแซงยังเร็วกว่า“พี่พายุคะ... เดินเร็วอีกนิดก็ได้ค่ะ แดดเริ่มร้อนแล้วนะ เดี๋ยวน้องตะวันจะไม่สบายเอานะคะ” ยี่หวาที่เดินประคองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยท้วง เมื่อเห็นสามีเดินเกร็งไปหมดทั้งตัว“ไม่ได้สิยี่หวา... พื้นตรงนี้มันไม่ค่อยเรียบ ถ้าเดินเร็วไปเดี๋ยวสะเทือนถึงลูก”พายุตอบหน้าตาย สายตาจ้องเขม็งไปที่ทารกน้อยวัยหนึ่งสัปดาห์ในตะกร้า “ไอ้เมษ! มึงไปบอกช่างให้มาเทปูนหน้าบ้านใหม่พรุ่งนี้เลยนะ เอาแบบเรียบกริบ ไม่มีรอยต่อ ห้ามมีก้อนกรวดแม้แต่เม็ดเดียว!”“ฮะ?... เอ่อ... ครับนาย...”เมษที่เดินกางร่มให้อยู่ด้านหลังรับคำเสียงอ่อย ลอบมองหน้าแฟนต้าแล้วส่ายหัวอย่างอ่
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที พายุเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินเสียงร้องของสายเลือดตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองร่างสีแดงเรื่อที่พยาบาลกำลังอุ้มไปทำความสะอาดด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้“ยินดีด้วยนะครับท่านประธาน คุณแม่... ได้ลูกชายครับ! แข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเลยครับ” คุณหมอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง“ลูกชาย... พี่พายุ... เราได้ลูกชายค่ะ” ยี่หวายิ้มกว้างทั้งน้ำตา ความเหนื่อยล้าแทบจะปลิวหายไป“ครับ... เราได้ลูกชาย”พายุหันกลับมากอดศีรษะภรรยาเอาไว้แน่น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา“ขอบคุณนะยี่หวา... ขอบคุณที่ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บเพื่อลูกของเรา ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ชายคนนี้... พี่รักเธอนะ รักมากที่สุดในชีวิตเลย”“หวาก็รักพี่พายุค่ะ... แต่ตอนนี้อาจจะรักลูกมากกว่า”“โธ่... ยี่หวา ขนาดตอนท้องยังหวงแม่ขนาดนั้น ถ้าหวาพูดแบบนี้พี่ก็ตกกระป๋องน่ะสิ พี่ไม่ยอมนะ”พายุพูดขึ้นพลางอแงใส่ภรรยาของตน แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รอเ
เมื่อเคลียร์ใจกันจนความรักกลับมาหวานชื่นกว่าเดิม เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของยี่หวาก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนที่แปด อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอดพายุตัดสินใจเคลียร์งานโปรเจกต์สุดท้ายที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการรีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้านที่เขาริเริ่มเอาไว้ ชายหนุ่มจำใจต้องบินไปดูหน้างานและเจรจาสัญญาขั้นสุดท้ายที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดการเพียงแค่สองวันหนึ่งคืน ก่อนจะกลับมาสแตนด์บายเฝ้าภรรยา“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับคนดี พรุ่งนี้เย็นๆ พี่ก็ถึงบ้านแล้ว... ไอ้เมษ ไอ้ต้า กูฝากดูแลเมียกูด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหากูทันที” พายุสั่งเสียลูกน้องและหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถไปสนามบินทว่า... คล้อยหลังพายุไปได้เพียงไม่ถึงสิบสองชั่วโมงกลางดึกคืนนั้น ขณะที่ยี่หวากำลังนอนหลับพักผ่อน จู่ๆ ความรู้สึกปวดร้าวที่บริเวณหลังและหน้าท้องก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างรุนแรง!“โอ๊ย...”ยี่หวาสะดุ้งตื่น หน้าผากมนผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวนิ่วหน้า เอามือกุมท้องตัวเองที่กำลังแข็งเกร็งและบีบรัดตัวเป็นจังหวะ“แม่คะ... แม่มาลี! ช่วยด้วย หวาปวดท้อง...” ยี่หวากัดฟันเอื้อมมือไปกดกริ่งเรียกแม่บ้านที่หัวเตียงเพียงไม่ถ
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวอายุครรภ์ของยี่หวาก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่แปดแล้วหน้าท้องที่เคยแบนราบ บัดนี้นูนป่องขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด รูปร่างที่เคยบอบบางอรชรเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นตามสรีระของคุณแม่ใกล้คลอด อาการแพ้ท้องของพายุหายเป็นปลิดทิ้งไปตั้งแต่เดือนที่สี่ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือฮอร์โมนคนท้องของยี่หวาที่สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ยี่หวาในชุดคลุมอาบน้ำยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวค่อยๆ ปลดปมเชือกคลุมอาบน้ำออก เผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตที่มีรอยแตกลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบริเวณหน้าท้องและสะโพก ขาเรียวสวยที่เคยสวมรองเท้าส้นสูงได้สบายๆ ตอนนี้กลับบวมเป่งจนต้องใส่แต่รองเท้าแตะพื้นนิ่ม“ฮึก... อ้วนก็อ้วน ขาก็บวม แถมยังมีรอยแตกลายอีก... ขี้เหร่ที่สุดเลย”ยี่หวายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งช่วงนี้พายุต้องเร่งเคลียร์งานที่บริษัทอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวลางานยาวมาช่วยเลี้ยงลูก เขาก็ยิ่งกลับบ้านดึกและมีเวลาให้เธอน้อยลง แม้เขาจะโทรหาและสั่งลูกน้องให้ดูแลเธออย่างดี แต่คว
ในโรงแรมหรูระดับหกดาว ในห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ขนาดใหญ่เพื่อรองรับแขกเหรื่อที่เข้ามาร่วมงานมงคลสมรสของทายาทบริษัทใหญ่ รูปที่ถ่ายพรีเวดดิ้งถูกประดับประดาอยู่หน้าทางเข้างานอย่างสวยงาม งานแต่งที่ดูหรูหรามีระดับบ่งบอกถึงฐานะทางสังคมได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นการที่มียี่หวาเป็นลูกสาวคนโตของบ้านเปรมป
หลังจากที่ลองชุดเสร็จสิ้นก็กลับมานั่งรอในบริษัทอยู่นาน ในมือหนากดโทรศัพท์โทรหาลูกน้องคนสนิทอยู่หลายสายแต่กลับไม่มีคนรับสายจนเขาร้อนใจไปหมด กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าเพราะจากนิสัยลูกน้องของเขามีอะไรจะรายงานตลอดจนน่ารำคาญแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยๆหรือเรื่องไร้สาระ
หลังจากคืนนั้นที่เขาต้องยอมเรียกลูกน้องมาขับรถให้ พายุก็ยังคงรับส่งเธอเพื่อลองชุดเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้งตามที่ได้นัดไว้ ในร้าน พายุนั่งเลื่อนโทรศัพท์นั่งรออยู่ตรงโซฟาแม้ว่าเจ้าสาวตรงหน้าจะกำลังหมุนตัวไปมาเพื่อให้
บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารร้านหรูช่างเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงเพลงที่เอ่อคลอเบาๆภายในร้าน พายุเอาแต่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ในมือพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น แค่หันไปมองเธอสักครั้งยังไม่มีเลย ขนาดนั่งรถคันเดียวกันเขายังไม่ยอมพูดอะไรกับเธอสักคำ ความอึดอัดแทรก







