Home / วัยรุ่น / เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว / เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 3

Share

เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 3

last update publish date: 2026-11-01 21:04:19

“กลับมาแล้วเหรอครับคุณเต”

“พ่ออยู่ไหน”

“คุณท่านรออยู่ในห้องรับประทานอาหารครับ”

เตชิตโยนกุญแจรถให้คนขับรถที่เดินตามเข้ามา ก่อนถอดรองเท้าแล้วเดินผ่านห้องโถงเข้าไปด้านใน เขาเพิ่งกลับจากไปส่งเรวดีที่บ้านได้ไม่ถึงชั่วโมง ตอนแรกตั้งใจว่าจะกลับคอนโด แต่พ่อโทรมาตามให้มากินข้าวด้วยกันเสียก่อน

โทรมาครั้งแรกเขาไม่รับ พอโทรครั้งที่สามถึงยอมกดรับเพราะรำคาญ

“มาแล้วเหรอพ่อคุณ”

เสียงทักทายดังขึ้นทันทีที่เตชิตเดินเข้าห้องอาหาร

เขาหันไปมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างพ่อ ก่อนเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วนั่งลงโดยไม่ตอบอะไร

“กว่าจะมาได้นะไอ้เต”

“แล้วพ่อมีอะไร”

“กินข้าวก่อนสิวะ เพิ่งมาถึงก็ถามแล้ว”

“ก็พ่อเรียกผมมา”

“พ่อจะเรียกลูกมากินข้าวด้วยไม่ได้หรือไง”

“ได้ แต่ทีหลังโทรครั้งเดียวก็พอ”

“โทรครั้งเดียวแล้วมึงรับไหมล่ะ”

เตชิตไม่ได้ตอบ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ขณะที่พ่อหันไปบอกแม่บ้านให้เริ่มยกอาหารเข้ามา

“วันนี้คุณพ่อให้แม่ครัวทำของโปรดเตด้วยนะ” หญิงสาวที่นั่งข้างพ่อพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“กูไม่เคยบอกว่าชอบกินอะไร”

“ไอ้เต”

“ก็คุณพ่อบอกว่าลูกชายชอบกินแกงจืดเต้าหู้หมูสับ”

“อ๋อ”

“ลองชิมดูสิ พี่ให้แม่ครัวทำแบบไม่ใส่ผักชีด้วย”

เตชิตเหลือบมองถ้วยแกงจืดที่ถูกวางลงตรงหน้า

“ไม่ต้องมาอยากนับญาติกับกู”

“ไอ้เต พูดกับเขาดีๆ สิวะ”

“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ”

“ชื่อเขาก็มี เรียกพี่ก็ได้”

“ไม่เรียก”

“ไอ้เต!” พ่อวางช้อนลงทันที

“พูดกับผู้ใหญ่ให้มันดี ๆ หน่อย”

“ผมพูดไม่ดีตรงไหน”

“เขาเป็นเมียพ่อมึงนะ”

“รู้แล้ว ไม่ต้องย้ำบ่อยก็ได้”

“รู้แล้วก็ให้เกียรติเขาบ้าง”

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

เตชิตตักข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจสีหน้าพ่อ ส่วนผู้หญิงที่นั่งข้างกันรีบจับแขนสามีเอาไว้

“คุณคะ อย่าดุลูกเลยค่ะ เตคงเหนื่อย”

“เห็นไหม เขายังเข้าข้างมึงอีก”

“พอเถอะค่ะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมด”

พ่อยอมเงียบเมื่อภรรยาคนใหม่ตักอาหารใส่จานให้ ก่อนหันไปคุยกับเธอเรื่องนัดรับประทานอาหารกับเพื่อนในวันหยุด

เตชิตนั่งกินข้าวต่อไปโดยไม่ร่วมวงสนทนา

ผกาวาด คนนี้อายุยี่สิบปลายๆ แก่กว่าเขาไม่กี่ปี แต่กลับแต่งงานกับพ่อที่อายุห่างกันเกือบสามสิบปี

ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด รูปถ่ายแม่ของเขาที่เคยตั้งอยู่ในห้องรับแขกถูกย้ายออก ของตกแต่งหลายอย่างเปลี่ยนใหม่ แม้แต่ห้องนอนใหญ่ที่แม่เคยอยู่ก็กลายเป็นห้องของผู้หญิงคนนี้ ส่วนพ่อไม่เคยถามเขาสักคำว่าพอใจหรือเปล่า

“เต”

“อะไร”

“เทอมนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ปกติ”

“อีกไม่นานก็จบแล้วใช่ไหม”

“ใช่”

“พ่อคุยกับฝ่ายบริหารไว้แล้วนะ เรียนจบก็เข้าบริษัทเลย”

“ผมยังไม่ได้บอกว่าจะเข้า”

“แล้วจะไปทำอะไร”

“ยังไม่รู้”

“จะไม่รู้ได้ยังไงวะ มึงเรียนปีสี่แล้วนะ”

“ก็ยังไม่รู้ไง”

“ไอ้เต!”

“คุณคะ” ภรรยาคนใหม่รีบจับแขนพ่ออีกครั้ง

“ลูกเพิ่งกลับมาเอง อย่าเพิ่งคุยเรื่องงานเลยค่ะ”

“มันต้องคิดเรื่องอนาคตได้แล้ว”

“เตเก่งอยู่แล้ว เดี๋ยวเขาก็คิดได้เอง”

เตชิตวางช้อนลง

“ผมอิ่มแล้ว”

“กินไปนิดเดียวเองนะ”

“อิ่มแล้วก็คืออิ่ม”

“นั่งก่อน พ่อยังคุยไม่จบ”

“งั้นพ่อก็คุยต่อสิครับ ผมฟังอยู่”

“มึงจะกวนประสาทกูไปถึงไหน”

เตชิตเอนหลังพิงเก้าอี้

“พ่ออยากให้ผมตอบว่าอะไรล่ะ จะเข้าบริษัท จะทำงานกับพ่อ จะทำตามทุกอย่างที่พ่อสั่ง แบบนั้นเหรอ”

“มันก็เป็นหน้าที่ของแก”

“หน้าที่ผม?”

“เออ”

“แล้วหน้าที่พ่อเมื่อก่อนล่ะ”

คนเป็นพ่อชะงักไปทันที

“มึงหมายความว่ายังไง”

“ต้องแปลด้วยเหรอ”

“ไอ้เต!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 10

    “อ้าว แพร”“นึกว่าวันนี้เตจะไม่มาแล้วซะอีก”“ทำไมจะไม่มาล่ะ”“ก็เห็นบ่นว่าไม่อยากออกจากบ้าน”แพรดาวหัวเราะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวถูกปล่อยสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตามแบบที่เจ้าตัวชอบเตชิตรู้จักแพรดาวมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกัน และเรียนหนังสือด้วยกันมาหลายปี แม้ตอนนี้จะเรียนคนละคณะ แต่ก็ยังมีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง“แล้วแพรมาถึงนานหรือยัง”“สักพักแล้ว เตกินอะไรมาหรือยัง”“ยัง”“งั้นสั่งอาหารก่อนสิ เดี๋ยวเมาแล้วจะไม่มีอะไรอ้วกนะ”“โหแพร” ทั้งคู่พากันหัวเราะเตชิตหยิบเมนูขึ้นมาดู ก่อนเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร ระหว่างนั้นเจ้าของวันเกิดก็ยื่นแก้วเหล้ามาให้“มาแล้วก็ชนหน่อยสิวะ”“กูยังไม่ได้กินอะไรเลย”“แค่แก้วเดียว”“เออๆ”เขารับแก้วมาชนกับเพื่อ

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 9

    “เอาไปเลยค่ะ กินให้อิ่มนะ”เตชิตไม่ได้ตอบ เขาปั้นข้าวเหนียวกินกับไก่ย่างอีกสองคำ ก่อนหันกลับไปจัดการสเต็กของตัวเองระหว่างนั้นเรวดีตักส้มตำเข้าปากต่ออย่างสบายใจ จนกระทั่งมีเนื้อสเต็กชิ้นหนึ่งถูกวางลงบนจานของเธอ“ลองกินดู”“ไม่เอา หนูไม่อยากกิน”“อร่อย”“หนูกินไก่ย่างอยู่”“ชิมหน่อย”“ไม่เอาค่ะ พี่กินเลย”เตชิตใช้ส้อมจิ้มเนื้อสเต็กชิ้นนั้นขึ้นมา ก่อนยื่นไปตรงหน้าเธอ“อ้าปาก”“พี่เต หนูบอกว่าไม่กินไง”“คำเดียว”“หนูกินข้าวเหนียวอยู่”“กลืนก่อนสิ”เรวดีเคี้ยวข้าวเหนียวในปากจนหมด ก่อนส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าเขายังถือส้อมรออยู่“ไม่เอา หนูไม่ชอบกินสเต็ก”“ยังไม่ลองแล้วรู้ได้ไง”“ก็หนูอยากกินส้มตำ”“กินคำนี้ก่อน”“พี่เต!”“เร็วๆ เมื่อยมือแล้ว

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 8

    “ไม่ต้องต่อรอง แล้วตลอดเวลาที่อยู่กับกูห้ามมีคนอื่น อยากมีแฟนก็มาบอกกู กูจะได้หาคนอื่นมาทำงานแทน”เรวดีทำหน้าบึ้ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง เธอไม่ได้คิดจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้คิดจะมีแฟนตอนนี้อยู่แล้ว“แล้วอย่าพาใครมาที่ห้องโดยไม่บอกฉัน”“แม้แต่เพื่อนผู้หญิงเหรอ”“เออ”“หวงห้องจังเลย”“คิดว่ามันถูกๆ หรือไงล่ะ”“รู้แล้วค่ะ คุณเจ้าของห้อง”เตชิตยื่นมือมาบีบแก้มเธอด้วยความหมั่นไส้ เรวดีรีบปัดมือเขาออก ก่อนขยับไปนั่งอีกฝั่งของโซฟา“เดี๋ยวหนูจะสั่งข้าว พี่กินด้วยไหม”“กิน”“อยากกินอะไร”“อะไรก็ได้”“งั้นหนูสั่งของที่หนูชอบนะ”“อืม”เรวดีเปิดแอปสั่งอาหารแล้วเลือกร้านที่อยากกิน เตชิตไม่ได้สนใจจนกระทั่งเธอกดสั่งเรียบร้อย“สั่งอะไรมา”“ส้มตำ ไก่ทอด แล้วก็ข้าวเหนียว”“แล้วของฉันล่ะ”“ก็อันนี้ไง”“ฉันไม่กินส้มตำ”“พี่บอกว่าอะไรก็ได้นี่”“ก็สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยสิ”“งั้นพี่สั่งเองเลย”เตชิตหยิบโทรศัพท์มาเปิดแอปอีกเครื่อง สุดท้ายจึงต้องสั่งอาหารเพิ่มอีกรอบ เพราะเรวดีไม่ยอมยกเลิกรายการเดิมเสียงโทรศัพท์ของเรวดีดังขึ้นหลังจากสั่งอาหารไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ก่อนลุกจากโซฟาแล้ว

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 7

    “เอามาแค่นี้เหรอ”เตชิตถามเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่ข้างเรวดี เขาเพิ่งกลับจากข้างนอกและกำลังจะเดินเข้าห้อง แต่กลับเจอหญิงสาวยืนรออยู่หน้าประตูเสียก่อน“ก็ของหนูมีแค่นี้ จะให้เอามาเยอะแค่ไหนล่ะ”“เสื้อผ้าครบแล้วใช่ไหม”“ครบแล้ว ถ้าไม่พอค่อยขอเงินพี่ซื้อเพิ่ม” เตชิตส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก“แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไป”“ก็หนูไม่มีคีย์การ์ด”“โทรหาฉันก็ได้นี่”“โทรแล้วพี่ไม่รับ”เตชิตหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนพบสายที่ไม่ได้รับจากเธอสามสาย เขาเก็บมันลงกระเป๋าแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง“เข้ามา”เรวดีลากกระเป๋าตามเข้าไป ก่อนถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ เตชิตหันกลับมามองกระเป๋าที่เธอกำลังออกแรงลากผ่านธรณีประตู“หนักมากเหรอ”“พี่เตลองมายกดูสิ”“แล้วขนอะไรมาเยอะแยะ”“เมื่อกี้ยังบอกว่าเอามาแค่นี้อยู่เลย”ชายหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนเดินกลับมาคว้ากระเป๋าใบใหญ่ไป แล้วลากเข้าห้องนอน เรวดีจึงถือกระเป๋าอีกใบเดินตามที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่เร็วขนาดนี้ แต่เมื่อคืนเตชิตโทรมาสั่งให้เก็บของ โดยบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนไปรับ ตอนแรกเธอขอเวลาอีกสองสามวันเพราะยังมีของบางอย่างที่ต้อง

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 6

    “จะตะโกนทำห่าอะไร”“หนูบอกกี่รอบแล้วว่า ว่าไม่รับเสี่ยแก่ๆ เหม็น”“มึงคิดว่าไอ้พวกเด็กหน้าหล่อๆ มันจะมีเยอะแค่ไหนวะ”“คราวก่อนแม่ก็พูดแบบนี้”“แล้วมึงเสียหายอะไร เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึง”“เพราะหนูไม่ยอมไปไง!”แม่ทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหยิบบุหรี่อีกมวนออกจากซอง“มึงก็เรื่องมากเอง ตอนนั้นกูแค่ให้มึงไปกินข้าวกับเขา”“กินข้าวบ้านแม่สิ เขาจะให้หนูไปค้างด้วย”“แล้วไง ผู้หญิงคนอื่นเขายังไปกัน”“ก็ให้คนอื่นไป หนูไม่ไป”“แก่หน่อยแต่จ่ายหนัก มึงจะเลือกอะไรนักหนา”“หนูจะเลือก”“สวยแล้วคิดว่าเลือกได้ทุกคนหรือไง”“อย่างน้อยก็ไม่เลือกไอ้แก่ที่แม่เอามายัดให้”“ระวังเถอะ วันไหนไอ้เตของมึงมันเบื่อ อย่าซมซานกลับมาขอให้กูหาลูกค้าให้แล้วกัน”“ไม่ขอหรอก”“ปากเก่ง”“แม่ก็จำไว้ด้วย ถ้าจะขายหนูให้เสี่ยนั่นอีกก็ลองดู”“มึงจะทำอะไร”“ไม่ต้องรู้หรอก แต่หนูไม่ไปแน่”“แล้วอย่ามาทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยเขาทีหลังล่ะ”“หนูไม่รู้จักอยู่แล้ว แม่เป็นคนไปคุยเองทั้งหมด”“ก็มึงไม่ยอมคุย กูถึงต้องคุยให้”“ใครใช้ให้แม่คุยล่ะ”“กูหาทางหาเงินให้มึง มึงยังจะมาด่ากูอีก”“หาทางหาเงินให้แม่มากกว่า ตอนนั้นแม่ก็จะเอาเงินเขา”“แล้วมึงจะให้กู

  • เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว   เป็นเด็กเลี้ยงของคนเลว 5

    “เงินที่กูบอกให้เอามา อยู่ไหน”เรวดีเพิ่งถอดรองเท้าได้ข้างเดียวก็ถูกแม่ถาม เธอเงยหน้ามองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก่อนโยนกระเป๋าลงบนเก้าอี้พลาสติกข้างประตู“แม่เพิ่งเอาไปเมื่อวันก่อน”“แล้วไง เงินมันใช้แล้วก็หมดสิวะ”“หนูก็เพิ่งให้ไปไง”“มึงจะพูดซ้ำทำไม กูจำได้”“จำได้แล้วจะทวงอีกทำไม”“ค่าเช่าบ้านมันจะถึงแล้ว ไหนจะค่าน้ำค่าไฟอีก มึงไม่เห็นใบแจ้งหนี้ที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไง”เรวดีเดินไปหยิบกระดาษสองสามแผ่นที่แม่ชี้ให้ดู ใบหนึ่งเป็นค่าไฟ อีกใบเป็นค่าน้ำ ส่วนค่าเช่าบ้านมีเพียงตัวเลขที่แม่เขียนไว้บนกระดาษฉีกจากสมุด“ค่าเช่าหนูจ่ายให้แล้ว”“จ่ายตอนไหน”“เมื่อเช้า”“ทำไมไม่บอกกู”“ก็แม่ไม่ได้ถาม”“แล้วเงินที่กูจะเอาไปจ่ายล่ะ”“เงินอะไร”“เงินที่มึงต้องให้กูไง”“อันนั้นมันคนละส่วนกันหรือเปล่า”แม่ของเธอทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนยื่นมือมาขอกระดาษคืน เรวดีไม่ส่งให้ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปธนาคารแทน“เดี๋ยวหนูจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ แม่ไม่ต้องไปจ่ายเองหรอก”“กูไม่ได้โง่”“ไม่ได้ว่าโง่”“แต่พูดเหมือนกูโง่”“งั้นแม่ก็เอาเงินสดไปอย่างเดียวพอ”เธอกดยืนยันรายการจ่ายเงิน ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม่ชะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status