LOGINครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา
สามเดือนผ่านไป
@ สายธารารินทร์ รีสอร์ต
“พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ
เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง
“ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ
ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย
“พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ”
“เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุณฌอน ถ้าไม่ได้คำแนะนำจากเขาพี่ก็คงมืดแปดด้าน” หญิงสาวชื่นชมแฟนหนุ่มด้วยแววตาเปล่งประกายจนน้องสาวแอบหมั่นไส้
“แหม...จ้า อิจฉาจริง ๆ คนมีแฟนเก่ง”
“แน่นอนสิ”
“แล้วนี่ทำไมพี่ใส่ชุดนี้ เป็นถึงผู้บริหาร ยังจะใส่ชุดทำอาหารอีก มันต้องใส่สูทเท่ ๆ ทันสมัยสิคะพี่สาว”
“วันนี้พี่มีนัดเข้าครัว อ้อ บ้านพักพิเศษติดริมธารให้คนไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
“เรียบร้อยค่ะ ว่าแต่ใครจะมาพักเหรอพี่ เห็นพี่กำชับนักหนา หรือว่าคุณฌอนจะมา แต่ปกติพี่เขามาก็เห็นแอบมานอนกับพี่นี่นา เปิดห้องไว้บังตายายหอมกับพ่อชาแค่นั้นแหละ” รัญญาแอบแซวพี่สาวอย่างรู้ทัน
“นี่ อย่ารู้มาก ไม่ใช่คุณฌอนหรอก หัวหน้าเก่าพี่น่ะ จะเรียกว่าที่ปรึกษาด้านอาหารก็ได้ วันนี้เขาจะมาสอนพี่ทำเมนูใหม่ นอกจากด้านการบริการหรือด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ แล้วอาหารก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวสายชิมได้ เราต้องลองทุกด้าน”
“อ๋อ เข้าใจแล้วจ้า”
ห้องครัวใหญ่ของรีสอร์ต
“เอาล่ะ เสร็จไปหนึ่งเมนูแล้ว คุณมีอะไรจะถามผมมั้ย” หนุ่มตาน้ำข้าวหน้าลูกครึ่งเอ่ยถามอัญญาหลังจากตกแต่งจานอาหารเสร็จเรียบร้อย
“ไม่มีค่ะเชฟ อันกำลังชื่นชมกับอาหารบนจานจนพูดอะไรไม่ออกเลย” อัญญาฝึกทำอาหารกับเชฟแดเนียล เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่เธอขอคำปรึกษาเรื่องอาหาร ทั้งคาวและหวาน แต่เรื่องนี้เธอไม่ได้บอกกับชยางกูร กลัวว่าเขาจะโกรธและหึงหวงเกินเหตุ
วันนี้เชฟแดเนียลหยุด เขาจึงอาสามาสอนเธอถึงที่นี่ อีกอย่างคืออยากพาตัวเองมาสัมผัสอากาศใหม่ ๆ อีกด้วย
“งั้นเราก็มาต่อกันที่ของหวานกันเลยนะ”
“ได้ค่ะเชฟ ลุยเลยค่ะ” อัญญาดูจะกระตือรือร้นมากกว่าการนั่งดูแฟ้มบนโต๊ะทำงานเป็นอย่างมาก คงเป็นเพราะมันคือสิ่งที่เธอถนัดและชอบมากกว่า
ทั้งสองคนใช้เวลาทำอาหารอยู่ในครัวกันอยู่หลายชั่วโมงจวบจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน
“วันนี้ต้องขอบคุณเชฟมากเลยนะคะที่อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกลเพื่อมาสอนวิธีทำอาหารใหม่ ๆ ให้กับอัน ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ” อัญญาพนมมือไหว้เชฟใหญ่
“ไม่เป็นไรไม่ต้องไหว้ผมก็ได้” เชฟแดเนียลเอื้อมมือไปจับมือเธอให้เธอรีบเอามือลง จังหวะนั้นเองมีชายหนุ่มขี้หึงมองลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ผ่านเข้ามาเห็นทั้งคู่ยืนคุยกันพอดี เขาหยุดชะงักพร้อมกัดฟันกรามกรอด มือก็กำหมัดแน่น ไม่แสดงตัวให้เห็นว่าตัวเองมา ยืนดูการกระทำของอัญญากับเชฟต่อ
ทางฝั่งของอัญญากับเชฟ ได้ลองชิมอาหารที่ตัวเองทำ ต่างคนต่างส่งยิ้มให้กัน เพราะชื่นชมและถูกใจในรสชาติของเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมา ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น ทว่าคนที่ลอบมองดูพฤติกรรมอยู่กลับไม่ชอบใจนัก
“ลองชิมของหวานถ้วยนี้ดูสิ” หนักกว่าที่เป็นอยู่คือเชฟแดเนียลตักของหวานจะป้อนให้อัญญาชิม หญิงสาวเก้ ๆ กัง ๆ ไม่ค่อยกล้าที่จะให้เขาป้อน
“ลองดู อร่อยนะถ้วยนี้” แต่ไม่กล้าปฏิเสธเขาจึงอ้าปากงับช้อนจากเชฟ ยิ่งทำให้ชยางกูรแทบจะเหลืออดอยากตรงปรี่เข้าไปชกหน้าผู้ชายตัวสูงสักหมัด แต่ก็ทำไม่ได้...
“สวัสดีค่ะคุณฌอน” มีพนักงานเดินผ่านมาพอดี เธอทักทายเขาอย่างคุ้นเคยเพราะชายหนุ่มมาที่นี่บ่อย และรู้ว่าเขาคือแขกคนพิเศษของเจ้านาย
“ครับ” เขาพยักหน้าตอบรับพนักงานสาว
อัญญาเมื่อได้ยินชื่อของเขาก็รีบเดินออกมาดู “คุณฌอน!” ใจเธอกระตุกวูบไป คิดไม่ถึงว่าเขาจะโผล่มา ชยางกูรบอกเธอว่าจะไม่มาหาเธอสักสองอาทิตย์ ห่างกันยังไม่ถึงอาทิตย์หนึ่งเลย ทำไมวันนี้เขามายืนอยู่ตรงนี้ได้ ถ้าเห็นเชฟอยู่ที่นี่เขาคงเข้าใจผิดแน่
“ดูคุณมีความสุขจังเลยนะ” ชายหนุ่มแค่นเอ่ยเสียงเรียบเจือขุ่นเคือง สายตาของเขานิ่งจนดูว่างเปล่า ทำเอาเธอใจหายเหมือนกัน
“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ เชฟแดเนียลมาสอนอันทำอาหารเท่านั้น ไม่มีอะไรเลย” รีบปฏิเสธเพราะรู้ว่าเขากำลังเข้าใจผิด
“เฮอ...ช่างเถอะ วันนี้ผมพาคนสำคัญมาหาคุณ กำลังจะกลับแล้ว ขอตัวนะ” เขาหันหลังให้เธอทันที
“เดี๋ยวสิคะ คุณ...” กำลังจะวิ่งตามไปง้อแฟนหนุ่ม ปลายเท้าเธอก็ชะงักงัน เมื่อคนที่มาปรากฏตัวต่อหน้าคือ “แม่...” กัญญายิ้มให้ลูกสาว
“อัญญา...สบายดีนะลูก”
“....” อัญญาอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก คนที่ชยางกูรพามาคือแม่ของเธอเองเหรอ
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณน้า จากนี้ไปขอให้คุณน้ามีความสุขกับครอบครัวมาก ๆ นะครับ” ชยางกูรหยุดหันหน้ามาบอกกัญญา
“ไหนคุณบอกจะอยู่ที่นี่ไงคะ”
“ผม...มีธุระด่วนต้องไปจัดการ เรื่องของคุณน้าผมเล่าให้ท่านทั้งสองฟังแล้ว เหลือแค่อัญญาและน้องสาวเธอที่ยังไม่รู้ ผมขอตัวนะครับ” เขาพนมมือไหว้กัญญาแล้วรีบสาวเท้าหนี ไม่แม้จะหันมาลาแฟนสาว
“คุณฌอนเดี๋ยวสิคะ” อัญญาไม่รู้จะเอายังไงดี จะวิ่งตามผู้ชายแต่แม่ก็ยืนตรงหน้า
“ตามเขาไปก่อนเถอะลูก” แม่ก็พอจะเดาสถานการณ์ได้
“ค่ะแม่ เดี๋ยวอันมานะคะ” อัญญารีบเร่งฝีเท้าตามเขาไปที่รถ
“หยุดอยู่ตรงนั้นนะคะ ถ้าไม่หยุดก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก!” เธอตะโกนคำขู่จนเขาหยุดเดิน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หันหลังกลับ
“คุณฟังอันก่อนได้มั้ย” หญิงสาวหายใจหอบแฮก ๆ เพราะวิ่งจนสุดแรง
“ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัว คุณกลับไปดูแลอาจารย์ของคุณเถอะ” ทิ้งท้ายด้วยการประชดประชันแล้วสาวเท้าเดินดุ่ม ๆ ตรงไปที่รถแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว
หญิงสาวได้แต่ยืนมองท้ายรถของเขาจนลับสายตา ถอนหายใจหลายครั้ง ไม่คิดว่าเขาจะโกรธมากมายขนาดนี้
“ช่างปะไร ถ้าจะงี่เง่าขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก คิดว่าฉันอยู่ไม่ได้รึไง แค่โสดอีกครั้ง ไม่ตายหรอก!” ถึงจะแสดงบอกว่าไม่สนใจ ทว่ามันก็แค่คำตัดพ้อ ในใจลึก ๆ ก็ไม่อยากทะเลาะกับเขาเลยสักวัน
อัญญาเดินคอตกทำหน้าเศร้าเข้ามาในบ้านของพ่อปรีชา ทุกคนนั่งคุยกันอยู่ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของแม่กัญญาว่าเป็นไงมาไงถึงได้มากับชยางกูรได้
“อัญญามาให้แม่กอดหน่อยได้มั้ยลูก” กัญญาน้ำตารื้นอ้าแขนรอกอดจากลูกสาวคนโต อัญญาปรับเปลี่ยนอารมณ์ต้องลืมเรื่องแฟนไปชั่วคราวก่อน
“ค่ะแม่” เธอโผสวมกอดแม่ ในใจลึก ๆ ก็คิดถึงแม่อยู่ตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์เลวร้ายวันนั้นแม่ก็หายไปเลย คิดว่าคงไม่กลับมาเจอเธอแล้ว
“แม่ขอโทษนะลูกรัก ขอโทษจริง ๆ” กัญญายังคงรู้สึกผิดต่อลูกสาวตลอด ตัดสินใจกลับมาหาลูกในวันนี้ก็เพราะชีวิตได้ผ่านความเป็นความตายมา จึงคิดได้ว่าควรกล้าเผชิญความจริง
“อย่าโทษตัวเองนะคะแม่ หนูไม่โกรธแม่แล้ว ต่อไปแม่มาอยู่กับพวกเรานะคะ กลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้า หนูจะหาเงินเลี้ยงทุกคนเอง” อัญญาไม่สามารถเก็บน้ำตาเอาไว้ได้ ครั้งนี้เธอร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กน้อย สะอึกสะอื้นจนยายหอมและรัญญาร้องตาม
ผู้หญิงสี่คนร้องไห้กอดกันกลม โดยมีพ่อปรีชานั่งมองดูอย่างปลาบปลื้มใจ เขาดีใจที่ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางเดิม อดีตเป็นอย่างไรไม่สน ขอทำปัจจุบันให้ดีกว่าเดิม การกลับมาของภรรยาเก่าถือเป็นเรื่องดีสำหรับลูกสาวทั้งสองและครอบครัว
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







