Accueil / LGBTQ+ / เพรงพ่าย / ยังสวยเหมือนเดิม

Partager

ยังสวยเหมือนเดิม

Auteur: ลลนล
last update Date de publication: 2025-11-09 17:30:08

“อย่าทำอีก พี่ก็ไม่ชอบ” กิดากานต์ว่าหน้าตึง เพราะเธอรู้ว่าปริญญ์เป็นคนที่เธอควบคุมไม่เคยได้ อดีตคนรักมักจะทำในสิ่งตรงข้ามกับที่ขอร้องอยู่เสมอ

“มันก็ไม่อะไรนะ แค่หยอกกันเล่นเฉยๆ ยังไงพวกเค้าก็รู้อยู่แล้วว่าเราเคยทำงานด้วยกันมาก่อน”

“บอกหมดแล้วเหรอ”

“บอก แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้บอก ก็คือสิ่งที่ทุกคนไม่มีวันรู้นั่นแหละ”

ปริญญ์หมายถึงเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งคู่ ที่เคยอยู่กันมาอย่างไม่มีสถานะอื่น นอกจากรุ่นพี่รุ่นน้องในสายตาคนอื่นเท่านั้น

“ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะน่า”

แม้กิดากานต์จะทำท่าหงุดหงิดใส่ขนาดไหน แต่อีกคนก็ยังจะเอามือเท้าคางมองกัน

“ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ”

“ไอ้ปากมอม ไอ้เจ้าชู้ หุบปากเดี๋ยวนี้เลย น้องๆ จะมาละ”

และนั่นเองที่ทำให้หมอปริญญ์ยิ้มหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

“พี่หมอรู้ได้ยังไงคะว่าไข่นกกะทาทอดเจ้านี้อร่อย”

บ๊อบบี้ที่ถือจานไข่นกและจานส้มตำถามส่งสัญญาณก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนตัวออกมาจากมุม

“คนที่ตลาดบอกมาน่ะค่ะ”

“อ๊ะคุณแม่ ของโปรดคุณแม่” บ๊อบบี้บอกแล้วก็วางจานขนมไข่นกกะทาทอดไปไว้ตรงหน้ากิดากานต์อย่างเอาใจ

“ตั้งใจซื้อมาฝากพี่อูนเลยแหละ”

อีกครั้งที่กิดากานต์ต้องระงับอารมณ์ด้วยการสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดไปอย่างช้าๆ

“น่าจะเลื่อนขั้นไวนะเรา เอาใจเก่ง แต่น่าจะเอาใจผิดคน หนูต้องไปเอาใจ ผอ. แทนนะคะ” กิดากานต์ว่าเชิงหยอกเย้าให้ได้พอหัวเราะ ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้ช่วยทั้งสอง ว่ากลิ่นแปลกๆ ของสองคนนี้ มันหมายถึงอะไร

“เพิ่งเห็นตอนหมอปริญญ์ไม่ใส่แว่นดำ เลยเพิ่งรู้ว่าพี่หมอสวยกว่าที่คิดอีกนะคะ” หนุงหนิงพูดเขินๆ และคนถูกทักก็พูดจริงจังขึ้นมาทันทีว่า

“แพ้แสงน่ะค่ะ พี่แพ้แสงออร่าแถวนี้น่ะ”

“หมายถึงบ๊อบบี้ใช่มั้ยฮะ!?” บ๊อบบี้รีบสานต่อมุกที่ไม่รู้จะชิ่งโดนใคร โดยการเอาตัวโยนลงไปเล่นให้สถานการณ์ไหลลื่นไปทั้งเสียงหัวเราะชอบใจ

“ออร่าจากครีมปรอทพี่บ๊อบบี้อ่ะน่ะ”

หนุงหนิงชอตฟิลขึ้นมาให้เสียงหัวเราะยิ่งดังขึ้นอีก ท่ามกลางความอิดหนาระอาใจของกิดากานต์ ผู้ที่โดนไล่ต้อนเป็นลูกแกะจนหัวหมุนเลยทีเดียว

กระทั่งมาถึงตอนที่ต้องแยกย้ายกันกลับไปทำงานกันตอนบ่ายโมง ทันใด...บ๊อบบี้ก็กระตุกชายเสื้อหนุงหนิงยิกๆ นิ้วก็ชี้ไปยังกระเป๋ากางเกงของกิดากานต์ที่มีบางอย่างโผล่ออกมาให้พอเดาได้ว่าคืออะไร

‘แว่นๆ หมอปริญญ์’ บ๊อบบี้พูดให้อ่านปากออกมาได้อย่างนั้น

“พี่หมอไม่ใส่แว่นแล้วเหรอคะ”

ทันใดหนุงหนิงก็เสียบมีดใส่ทันทีจนบ๊อบบี้แทบเต้นผ่าง นี่คือตัวอย่างเพื่อนสนิทที่ทำให้บ๊อบบี้เก็บสีหน้าไม่ทัน จนต้องทำเป็นสะบัดเดินหันหลังไปนับจานที่ชั้นวาง ท่ามกลางรอยยิ้มอ่อนๆ ที่ปริญญ์รู้ทันทุกอย่าง เลยชี้นิ้วไปยังกระเป๋ากางเกงคนที่เพิ่งหันตามมาเป็นคนสุดท้ายว่า “แว่นโดนยึดไปแล้วอ่ะ”

กิดากานต์ทำหน้ามึนงง ตกตะลึงนิดหน่อย  หากแต่พอรับรู้ต่อสายตาของทุกคนที่มองมายังกระเป๋าตุงของตัวเอง เธอก็บอกหน้าเหนื่อยหน่ายออกไปว่า “จะไม่ให้ยึดได้ไง คนบ้าที่ไหนใส่แว่นดำตอนทำงานในร่ม”

“ออร่ามันแรงไงแม๊!”

คล้ายๆ กิดากานต์จะโดนรุม เธอจึงยังคงความเอือมระอาไว้กับใบหน้า แล้วพูดออกมาว่า “ไว้วันหลังจะซื้อครีมกระปุกใหม่ให้นะบี้ ขาวเกิ๊น”

พูดแล้วก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่แยแส กิดากานต์จะเก็บเอาเรื่องเล็กเรื่องน้อยมาคิดมั่วไปหมดคงไม่ไหว อยากสนุกก็สนุกไป ถ้าอยากรู้ จะรู้ได้แค่ไหนกัน หากเธอจะยืนยันที่จะปฏิเสธ ใครจะทำอะไรเธอได้

แว่นตากันแดดถูกยัดตามเข้าไปกับถุงผ้าสีเทาอีกครั้ง ตามด้วยตู้เอกสารถูกปิดลงไปอย่างเบามือ แล้วเจ้าของห้องก็เดินไปนั่งสงบจิตสงบใจอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน

เสียงลากถอนลมหายใจยาวๆ หลายครั้งต่อเนื่อง มันบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าตัวได้ดี กิดากานต์นั่งหลับตา ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แล้วหัวคิ้วก็ค่อยๆ ขมวดเข้าหากันแน่น

คนรักเก่าวนกลับเข้ามาในชีวิตอย่างนั้นหรือ ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเธอ เลยเชื่อมั่นว่า ตัวเองสามารถรับมือกับมันได้

ก่อนจะคบกัน ปริญญ์ก็เคยเข้าหากันด้วยลักษณะนี้ คนคนนั้นไม่เกรงกลัวที่จะเปิดเผยความรู้สึก การเดินหน้าลุยเคยทำให้เธอใจสั่นจนไม่เป็นตัวของตัวเองมาแล้วอย่างหนัก แต่ครั้งนี้มันคงไม่ได้ผลอย่างเช่นวันวาน เพราะรอยช้ำในใจมันยังทนโท่ จนไม่อยากโง่เอาตัวเข้าไปเจ็บรอบสอง

เพียงแต่เธอกำลังสงสัยว่า เลิกราครานั้น ร่องรอยบาดหมางมันบาดลึกเอาการ มันไม่มีทางที่จะทำให้ปริญญ์ชะล้างความรู้สึกที่ขาดวิ่นนั้นได้เนียนปานนี้

เพราะตอนนั้นไม่ใช่แค่เธอที่โกรธ แต่อีกฝ่ายก็ปั้นปึ่งไม่แพ้กัน แล้วอยู่ๆ ในวันที่ต้องวนมาเจอกันอีกในสถานการณ์ที่ต่างหลีกไม่พ้น ปริญญ์ไม่มีทางพลิกขั้วอารมณ์ยิ้มแย้มได้จนบางคราวเธอเองก็ยังเผลอคิดว่ามันคือออกมาจากความรู้สึกจริงๆ

มันไม่มีทางหรอกน่า ไอ้เจ้าวายร้ายคนนั้นไม่มีทางแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาในตอนนี้ เพราะเธอมั่นใจว่า ในแต่ละวินาทีในสายตาคนอื่น  พวกเธอกำลังแสดงละครในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่เท่านั้น

ฉะนั้น...ในเมื่อกิดากานต์ต้องการจะเก็บความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเป็นความลับ เธอจึงไม่อาจจะตั้งป้อมเป็นศัตรูท่ามกลางผู้คนได้ และนี่คือจุดอ่อนที่เธอปกปิดมันไม่ได้

แต่ช่างมันเถอะ เธอมีวุฒิภาวะมากพอที่จะควบคุมมันได้ งานส่วนงาน เรื่องอื่นก็ช่างหัวมัน ถึงแม้บางคราวมันอาจจะเหมือนให้ความหวัง เพราะการแสดงออกในฐานะหัวหน้ากับลูกน้องมันค้ำคอ ยิ้มด้วย หัวเราะได้ ใส่ใจตามประสาน้องใหม่ เ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของปริญญ์ไปก็แล้วกัน

ทว่า...กลับมีสิ่งที่ทำให้เธอสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือปริญญ์ไม่ได้เพิ่งใส่แว่นในวันที่เจอเธอ แต่เริ่มใส่มาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน

พฤติกรรมดังกล่าว มันเลยไปหักล้างสันนิษฐานแรก ที่กิดากานต์เคยคิดว่าคงแค่อยากปกปิดแววตาเวลาอยู่ต่อหน้ากันเท่านั้น เพราะนิสัยของอดีตคนรักจะเป็นอย่างนั้น ปริญญ์เป็นคนเก็บสีหน้าแววตาไม่เก่ง และเป็นนิสัยที่เธอเคยเตือนกันอยู่บ่อยๆ ในเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น

แต่เพราะต่างคนต่างรู้จักกันดีนี่ล่ะ ที่ทำให้หมอปริญญ์รีบใส่แว่นดำในทันทีที่รู้ว่าแฟนเก่าทำงานอยู่ที่นี่ เธอพยายามทำให้ไม่ตกเป็นที่น่าสงสัยต่อคนอื่น เพราะจะมาอยู่ๆ ก็เลือกใส่แค่วันที่เจอกับหมอกิดากานต์ไม่ได้!

คนรู้ตัวก่อนมักได้เปรียบ...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพรงพ่าย   ออกมาหาได้มั้ย

    “ไม่ไปได้ยังไงคะป๊า ตั๋วเค้าก็จองให้หมดแล้ว แล้วอูนก็แค่ไปช่วยงาน ยังไม่ได้ย้ายสักหน่อย”“หนูไม่ต้องมาใช้คำว่าสักหน่อยกับป๊า แค่หนูป่วยแค่นิดเดียว หัวใจป๊าก็เจ็บปวด...”พูดยังไม่ทันจะจบ ลูกสาวขี้วีนก็สวนกลับทันที“อย่ามาลิเกค่ะป๊า”“ป๊าไม่ได้ลิเก แต่คราวนี้ป๊ายอมไม่ได้”“ก็บอกแล้วว่าแค่ไปช่วยงาน”“อูนเอาคำว่าแค่ช่วยงานมาอ้างให้ป๊าตายใจ ไปลาออกเลย ลูกสาวคนเดียวป๊าเลี้ยงได้ ไม่ต้องทำงานเป็นหมอแล้ว ป๊านอนไม่หลับสักวันเพราะเรื่องหนูนี่แหละ”“ป๊าลองเป็นช้างสิ ถ้าป่วยมาแล้วไม่มีหมออย่างอูน ป๊าจะรู้สึก”“หนูอย่ามาแช่งป๊านะ”“ไม่ได้แช่ง แต่ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่เลี้ยงหนูมาให้รักสัตว์ ป๊าเองไม่ใช่เหรอที่ชอบช้างมากที่สุด หนูก็เดินตามทางที่ป๊าเคยขีดไว้ให้แล้วไง หนูจะสี่สิบแล้ว หนูถึงขอให้เลิกยุ่งกับชีวิตหนูสักที”“ก็หนูทำตัวน่าเป็นห่วง ให้ตายยังไงป๊าก็ไม่ยอมให้หนูไปลำปาง”“งั้นป๊าก็ต้องช่วยหนูแล้ว

  • เพรงพ่าย   ใช้ของด้วยกัน

    “กวนประสาท...ฮือ ทำไงดี เด็กต้องตกใจแน่ๆ ตาพี่แดงไปหมดเลย”ว่าแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด มันก็ดันมาเกิดกลางทาง และหากจะพากันไปทั้งสภาพนี้ มันคงแย่พอๆ กับการไม่ไปร่วมขบวน ดังนั้นคนทั้งคู่เลยพากันกลับไปล้างหน้าที่บ้านอีกรอบ“แว่นคีย์ที่พี่เคยซื้อให้อยู่ไหนอ่ะ ใส่อันนั้นพรางตาได้ดีนะ” ปริญญ์บอกคนที่ยืนล้างหน้าอยู่ในครัว“อยู่บนห้องอ่ะ หยิบให้หน่อย”และเมื่อปริญญ์เดินกลับลงมาอีกครั้ง เธอก็เดินเข้าไปสวมกอดผ่านแผ่นหลังกันไปอย่างอ่อนโยน“เลิกเกลียดคีย์เรื่องเพลงน้า”“คนพูดน่ะพูดง่าย”“คีย์ขอโทษ ตอนนี้คีย์อยากเห็นคุณมีความสุข เพลงพวกนั้นมันแค่ข้ออ้างของคนปากเสีย ไม่ได้ขอให้คุณให้อภัยนะคะ แต่อยากให้เข้าใจว่า มันไม่ใช่สิ่งที่คีย์คิดจริงๆ เพราะเพลงที่คีย์ไม่ชอบจริงๆ อ่ะคือเพลงเพื่อชีวิต พี่ก็น่าจะรู้ตั้งแต่เราคบกันแรกๆ”“ไม่ใช่แค่นี้ใช่มั้ยที่โกหกพี่”“มันนานมากแล้วอ่ะ จำไม่ค่อยได้...”“แล้วที่ทำน่ะ เพราะเข้าใจว่าพี่ยังรั

  • เพรงพ่าย   รู้ใจ

    จริงดั่งที่เข้าใจมาตลอด ยิ่งปริญญ์พยายามทำให้อีกคนเจ็บมากเท่าใด แต่หัวใจของเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า เธอมองเห็นความอ่อนล้าเหล่านั้นก็อยากจะโผเข้าไปกอด แต่หากจะทะเล่อทะล่าแสดงออกไปเช่นนั้น คนที่มีปมแน่นในใจ คงไม่ยอมเปิดใจให้กันง่ายๆเธอเลยทำได้แค่แสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจ หญิงสาวไม่พูดอะไร นอกจากการเดินเข้าไปหา แล้วค่อยๆ เอนตัวลงนอนหนุนตักคนที่รักสุดหัวใจนั้นไปเงียบๆ“อืมม์...คีย์คะ คือจริงๆ ไม่ต้องพาไปก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปเองก็ได้”นั่นไงล่ะ ปริญญ์คิดเอาไว้ไม่มีผิด ว่าจะต้องได้ยินอะไรแบบนี้ ดังนั้นจากที่เคยนอนหงาย ก็ค่อยๆ พลิกตัวเข้าไปกอดกันเอาไว้เพียงหลวมๆ ศีรษะได้รูปทำท่าส่ายหน้า ไม่ยอมรับข้อเสนอนั้น ก่อนจะงึมงำบอกออกมาว่า“ของีบสักห้านาทีนะ แค่ห้านาที หมดเวลาแล้วปลุกเลย”“เหนื่อยเหรอคะ”“ค่ะ ปีนขึ้นปีนลง มาหลายตัวด้วย”“ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปช่วย”“ถึงพี่อยู่คีย์ก็ไม่ยอมให้พี่ทำหรอก”“งั้นนอนพักดีกว่ามั้ย ไม่ต้องไปหรอกเนาะ”“ไม่เอา ขอแค

  • เพรงพ่าย   ถ้ายังรักกัน

    และยิ่งกิดากานต์ปฏิเสธกันเท่าใด อีกคนก็ยิ่งอยากฟาดกันให้ราบคาบเสียแต่ตอนนี้ หญิงสาวเอาแต่ยืนหายใจฟืดฟาด จ้องหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น“ก็บอกว่าจะเข้าไปส่งไง”“ก็แล้วจะเข้าเมืองไปทำไม”“จะไปส่งเมียตัวเองมันผิดตรงไหน”“เมียไหนกันแน่ ที่แน่ๆ พี่ยังไม่ใช่เมียเธอ ยัยเด็กคนไหนล่ะที่อยากไปหา มันไม่ใช่แค่อยากไปส่งพี่หรอก”และนี่ก็กลายเป็นการยืนยันว่า พวกเธอยังคงไม่เชื่อใจกันอย่างชัดเจน“ไม่อยากเป็นแล้วเหรอ ไหนเมื่อคืน...”พูดยังไม่ทันจบ อีกคนก็ทุบกำปั้นลงไหล่กันไม่เบานัก“เลิกพล่ามถึงตอนนั้นได้ป่ะ”“ความจริงคนเรามันออกมาตอนนั้นไม่ใช่เหรอ”“แล้วมันจะเป็นไปได้ไง ในเมื่อเธอไม่ได้ต้องการฉันจริงๆ”“.........................”เมื่อไม่อยากจะเถียง ปริญญ์ก็ทำเพียงยิ้มเยาะใส่หน้า เป็นท่ากวนประสาทที่อีกฝ่ายอยากจะตะโกนใส่หน้าให้สุดเสียง“ไม่ต้องด้อยค่ากันถึงขนาดนั้นก็ได้”“เปล่

  • เพรงพ่าย   รู้เป็นคนสุดท้าย?

    “มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นะอูน”“นี่คีย์เค้าคิดว่าอูนกลับไปมีอะไรกันกับพี่แทคงั้นเหรอคะ ป้าขา...เราไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะคะ” กิดากานต์พูดเสียงแหบแห้งออกมาจากใจที่อ่อนล้า“ป้าจะไม่ลงรายละเอียดนะ ให้คุยกันเอง”“ไม่ได้มีจริงๆ นะคะ”“ไปคุยกันเอาเอง เพราะเจ้าปริญญ์มันก็ไม่ฟังใคร มันเชื่อที่ตามันเห็น”“ก็หนูอธิบายเค้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้ทำๆ ถึงว่าสิ พอพูดถึงพี่แทคเมื่อไหร่แล้วคีย์จะกลายเป็นคนบ้าไปเลย”หลังจากวางสาย กิดากานต์ก็เพิ่งจะมานั่งคิดทบทวนว่า ปริญญ์เริ่มเปลี่ยนแปลงแหนงหน่ายกันตั้งแต่เมื่อไร และก็ถึงกับน้ำตาซึมว่ามันเกิดหลังจากสาเหตุนั้นจริงๆ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเธอมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงแม้กฤษกรจะทรงแบดดูกินไม่เลือกในเวอร์ชั่นผู้ชาย แต่เขาจะให้เกียรติเธอเสมอ จนกระทั่งตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังดีอยู่ ก็เพราะเขาไม่เคยหาจังหวะรังแกกันเลยสักครั้งแต่แล้วในขณะที่นั่งไล่เรียงไทม์ไลน์อย่างรวดเร็ว พลันอีกหนึ่งความสงสัยก็ผุดขึ

  • เพรงพ่าย   ไม่แฟร์

    “โอเค คีย์อาจจะขอผิดเวลา แต่ขอให้มั่นใจกับอะไรกว่านี้อีกสักหน่อย คีย์จะกลับมาขอคบอีกครั้ง”“มั่นใจเรื่องอะไรคะ”“ไว้ถึงเวลาแล้วจะบอกค่ะ”“เรื่องที่พี่เคยถามน่ะเหรอ”ทันทีปริญญ์ก็แสยะยิ้มเครียดออกมา ทำเอาอีกคนยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก“นอนเถอะ...จะได้หายเร็วๆ ไว้หายแล้วค่อยคุยกัน”“ค่ะ”แล้วตอนนี้เราเป็นอะไรกัน เป็นเรื่องน่าปวดหัวที่ไม่มีใครกล้าตั้งมันขึ้นมาเป็นคำถาม...ตั้งแต่ที่ปริญญ์เดินเข้ามาจุ๊บหน้าผากก่อนออกไปทำงาน กิดากานต์ก็กลับไปเป็นคนคลั่งรักได้อย่างเงียบๆ สมองมันแล่นแปลบปลาบ ฉายแต่ภาพซ้ำๆ ที่ทำเอานอนหน้าร้อนเป็นสีระเรื่อปริญญ์เป็นเพียงคนเดียวในชีวิต ที่รู้จักร่างกายเธอดียิ่งกว่าผู้ใด การเคลื่อนไหวอย่างรู้ใจและแสนจะช่ำชอง มันพร้อมจะหลอมละลายกายที่เกร็งสั่น ให้ปวดมวนไปทั่วร่างด้วยความกำซาบฝ่ามือเจ้าเล่ห์ปาดฉวัดเฉวียนเฉียดผ่าน แต่ไม่แตะต้องเพชรเม็ดงามที่ฉ่ำลื่นจนเจ้าตัวต้องถอนหายใจซ้ำซากด้วยความอึดอัด เพราะ

  • เพรงพ่าย   ก็แค่ช่างมัน

    “บางทีคีย์ก็กลัวพี่นะคะ ถ้าไม่คิดอะไร หยุดทำแบบนี้เถอะ” ปริญญ์กัดฟันพูดแต่ละคำออกมาได้อย่างยากลำบาก แต่อีกคนกลับเอาแต่ส่ายหน้าเป็นเด็กๆ“อูน จะต้องให้คีย์ทำยังไง บอกมาสิ”“แค่ตอบมาหน่อยว่าทำไมป้าต้อยต้องว่าพี่ พี่เคยทำร้ายอะไรคีย์เหรอ”

  • เพรงพ่าย   ไปไหนมา

    และในคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ต่างๆ มันก็ได้เล่าเรื่องราวความรู้สึกสื่อผ่านถึงกันว่า ชัดเจนแล้วว่าเธอตัดปริญญ์ไม่ขาด เพราะความอ่อนโยนความเข้าใจ ที่ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำกันได้แบบนั้น มันคือความรู้ใจที่ดึงดูดให้เธอหันกลับไปมองกันอีกครั้งรู้แก่ใจว่าพ่ายแพ้ยับเยิน กลืนเลือดตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เจ็

  • เพรงพ่าย   ในฐานะน้องสาว

    “คืนนี้จะมานอนเฝ้านะ”คิ้วคู่งามเครียดขมึงดึงเข้าหากันแน่น ดวงตากะพริบถี่ขึ้นมาทันที“นอนพื้น พี่ไม่ต้องห่วง”“ก็ดีขึ้นเยอะแล้วนะ”ไม่ได้มีการอนุญาตในทันที แต่อีกคนก็ใช่จะสนใจ เพราะเมื่อผมแห้งเป็นทรงสวยแล้ว ปริญญ์ก็ขยับลงไปนั่งขัดสมา

  • เพรงพ่าย   เหนื่อย

    ดังนั้นกิดากานต์จึงต้องตามมาประกบ เพราะไม่อยากให้ปริญญ์ทำงานไปด้วยความประหม่า ซึ่งมันอาจจะส่งผลผิดพลาดได้สูงนั่นเองและในเวลาต่อมา ทางที่ค่อยๆ ชันสูงขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นทางราบเล็กน้อย พอให้มีลำธารไหลผ่าน แต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของพลายบุญเกิดอยู่ดี“สะโพกเป็นไงบ้างคะ” ปริญญ์ถ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status