ログインสายแล้ววันนี้ภัทร์ไม่เข้าหรอ มือบางกดโทรหาแฟนหนุ่มทันที เสียงแหบแห้งรับสายจนนารินแปลกใจ
"ไม่สบายหรอ"
เธอถามเค้าออกไป หลังจากเมื่อวานที่เค้ามาส่งเธอก็ดูท่าทางเค้าจะเพลียๆนารินได้แต่คิดว่า เค้าคงจะเหนื่อย และไม่คิดว่าเค้าจะป่วยสักนิด
"ภัทร์เป็นไข้ตั้งแต่เมื่อคืน กินยาไปแล้ว วันนี้ภัทร์ลา "
เสียงคนป่วยอ่อนระโหยจนคนฟังแอบใจหาย เธอถอนหายใจออกมาไล่ความกังวลใจทั้งหมดออกไป แล้วลงมือทำงาน ช่วงพักเธอส่งข้อความไปหาเค้าแทนเพราะกลัวจะไปปลุกคนป่วย นารินนึกเป็นห่วงเค้ามากเหลือเกิน ป่านนี้จะกินอะไรหรือยัง นาฬิกาช่วงบ่ายทำไมเดินช้าขนาดนี้ เธอกระวนกระวายใจมากแล้วรีบเก็บของทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน
"ภัทร์ นาไปหาได้ไหม"
นารินโทรหาเค้าทันทีที่สตาร์ทรถ เสียงคนป่วยแสดงความดีใจออกมา
"ภัทร์จะกินอะไร นาจะซื้อไปให้" คนป่วยไม่ตอบอะไร นารินรีบขับรถออกไปทันที
นารินหอบของพะรุงพะรังมาถึงหน้าห้องเค้า คอนโดขนาดกลางที่ตั้งอยู่ทำเลขนาดนี้ ค่าเช่าคงแพงกว่าห้องเธอมาก เสียงเคาะประตูเบาๆหน้าห้อง ภัทร์เดินมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว นารินเดินเข้ามาในห้องแบบเกร็งๆนี่คือครั้งแรกที่เธอมาหาผู้ชายถึงที่ ภัทร์แอบยิ้มแล้วเดินตามหลังเข้ามา คอนโดขนาดกลาง สวยน่าอยู่กว่าห้องเธอมากนัก มีโซฟารับแขกชุดเล็ก ถัดไปเป็นโต๊ะทานข้าวชุดเล็ก และมีอุปกรณ์ทำครัวอีกด้วย ภัทร์ทำกับข้าว นารินอมยิ้ม เธอจะมีโอกาสได้ชิมฝีมือเค้าบ้างไหม นารินคิดในใจ
"นามีโจ้กข้าวกล้องเรื่องแน่น ราดหน้าหมูหมัก น้ำเต้าหู้ ขนมปังสังขยา ภัทร์จะกินอะไร นาจะจัดให้ "
นารินเทโจ้กใส่ถ้วยให้เค้า แล้วยกมาวางหน้าทีวี ที่คนป่วยนอนดูข่าวอยู่ แล้วหันกลับไปจัดนมกับผลไม้ใส่ตู้เย็นให้เค้า
"แฟนภัทร์เป็นแม่บ้านดีจัง หาอาหารมาพร้อมแถมน่ากินทุกอย่าง"
นารินแทบจะเอาตัวมุดเข้าไปในตู้เย็นข่มความอาย
"นาเทราดหน้ามากินกับภัทร์สิ ภัทร์กินคนเดียวไม่อร่อย"
นารินจัดการเทราดหน้ามาทานพร้อมเค้า
"ทานเสร็จแล้วกินยานะ จะได้นอนพักต่อ พรุ่งนี้ลาอีกวันไหมเนี่ย "
นารินถามออกมา "ถ้าไหวก็จะไป"
เค้าพูดเสียงอ่อน วันนี้คนหล่อของเธอหน้าซีดกว่าปกติ นารินจับหน้าผากอย่างเบามือ คนป่วยจับมือเธอเอาไว้แล้วนำทางไปที่คอของคนป่วย ตามด้วยหน้าอกแกร่ง
"ภัทร์ตัวร้อน เช็ดตัวให้หน่อยสิ"
นารินรู้ว่าคนป่วยตัวร้อน แต่เธอหน้าร้อน นารินยิ้มอายๆออกมา แล้วลุกขึ้นเอาจานไปเก็บก่อนจะลงมือล้างคว่ำอย่างเรียบร้อย ภัทร์ลุกขึ้นกินยาแล้วนั่งเอนๆกับโซฟา
"พรุ่งนี้ถ้าไข้ไม่ลดไปหาหมอนะ "
นารินสั่งก่อนจะลงมือเช็ดตัวให้เค้า มือบางนำผ้าที่แขวนไว้ในห้องน้ำมาชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าอย่างเบามือ คนป่วยรีบถอดเสื้อยืดที่สวมออกทันที นารินอดหมั่นไส้ไม่ได้ ทีแบบนี้ไวเชียว นารินบ่นในใจ มือที่จับผ้าอยู่ในมือเหมือนจะสั่นน้อยๆ นารินเช็ดหน้าขาวใส ไล่ลงมาที่ลำคอขาว และลูบเช็ดที่หน้าอกขาวผ่อง และแขนทั้งสองข้าง เลยไปถึงแผ่นหลังขาวเนียน ที่มีกล้ามเนื้อน้อยๆดูสมาร์ทเหลือเกิน คนป่วยอมยิ้มอย่างมีความสุข มีแฟนมันดีอย่างงี้นี่เอง ภัทร์คิดในใจ
"เสื้ออยู่ในห้องนาพาผมไปหยิบได้ไหม "
เสียงเค้าบอกเบาๆ นารินลุกขึ้นแล้วเกาะแขนเค้าเอาไว้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ใครพยุงใครกันแน่ ภัทร์เดินเข้ามาในห้องตัวเอง เตียงนอนขนาดใหญ่ และโต๊ะทำงานตัวใหญ่วางเต็มพื้นที่ ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะวางของใช้ของเจ้าตัววางอยู่ที่มุมนิดเดียว ภัทร์นั่งรอบนเตียง นารินเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดออกมา แล้วคว้าแป้งเด็กที่วางไว้ติดมือมาด้วย
"พรุ่งนี้เช้านะจะแวะมาก่อนไปทำงาน" นารินบอกเค้าก่อนจะปิดประตูลง
"ภัทร์ไม่ล้อกห้องนะ นาเอาคีย์การ์ดไปเลย " เค้ายัดคีย์การ์ดใส่มือเธอแล้วล้มตัวนอนลง นารินปิดประตูห้องแล้วขับรถกลับห้องตัวเอง
แฟนภัทร์หน้าแดง เขินจนตัวแดงไปหมดแล้ว คนป่วยนอนยิ้มคนเดียว อาการปวดหัวแทบจะหายสนิทแล้ว แต่เค้ายังตัวร้อนนิดๆเท่านั้น ถ้าป่วยแล้วแฟนเอาใจขนาดนี้ ภัทร์ยอม คนป่วยคิดในใจ
ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว หน้าตาดี เดินถือถุงหลายใบเดินเข้ามาในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า วันนี้วันหยุด เค้าพาลูกและเมียมาช้อปปิ้ง นารินบอกให้เค้ามารอที่ร้านก่อน แล้วให้สั่งขนมและเครื่องดื่มเอาไว้รอได้เลย เธอจะพาลูกไปล้างมือก่อนแล้วจะตามมา ภายในร้านกาแฟมีหญิงสาวหลายคนแอบมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว สุดท้ายแล้วก็มีคนใจกล้า เดินตรงมาหาก่อนจะยิ้มหวานอย่างมีจริต ภัทร์เงยหน้าขึ้นแล้วมองหญิงสาวที่เดินมาหาที่โต้ะท่าทางเปิดเผย เธอบอกกับเค้าว่าเพื่อนที่มาด้วยกันอยากทำความรู้จัก เค้ามองตามมือเธอคนนั้นไปก็เห็นสาวๆ น่าจะเป้นนักศึกษาด้วยซ้ำมองตรงมาทางเค้ากันทั้งกลุ่ม ภัทร์ส่ายหน้าแล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า แต่งงานแล้ว หญิงสาวที่เดินมาทำหน้าจืดเจื่อนแล้วเดินกลับไปบอกเพื่อนนารินอุ้มลูกยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ภายนอกร้านแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสะกดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไป ภัทร์หล่อเนี้ยบแบบนี้ ยิ่งมีลูกยิ่งหล่อแบบภูมิฐาน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กับรองเท้าผ้าใบ ยิ่งทำให้เค้าดูมีสไตล์เป็นของตัวเอง นารินยิ้มออกมาแล้วเดินไปที่โต๊ะ ภัทร์ลุกขึ้นรับลูกสาวมาไ
นารินยิ้มอย่างมีความสุขที่กลับมาจากทำงานแล้วได้เห็นรอยยิ้มของลูก น้องพิณเกือบจะครบหนึ่งขวบแล้ว กำลังหัดเดินและเริ่มคุยอ้อแอ้เรียก แมะ แมะ ได้บ้างแล้ว จนผู้เป็นพ่ออดน้อยใจไม่ได้ พยายามหัดลูกสาวเรียก พ่อ พ่อ จนคนรอบข้างหมั่นไส้ไม่ได้ คุณย่าท่าทางเหนื่อยเพลียมากขึ้นเพราะหลานสาว คืบคลานและหัดเดินไม่อยู่สุข ภัทร์ซื้อคอกขนาดใหญ่มาตั้งเอาไว้กลางบ้านเพื่อให้ลูกสาวได้เล่นเป็นที่ ลูกสาวตัวน้อยอ้อนพ่อดีเหลือเกิน มือบางเล็กจับมือพ่อเอาไว้ แล้วจูบพร้อมป้ายน้ำลายลงมืออย่างแสนรัก ผู้เป็นพ่อยิ้มกับอาการของลูก แล้วหอมแก้มบางใส ก่อนจะบ่นเบาๆ" พ่อจะไปไหนรอดละลูกจ๋า " ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นเดินไปรอบๆ บ้านอย่างเอาใจ"ภัทร์ นามีเรื่องจะคุยด้วย" นารินเสียงเครียดบอกกับเค้า ในขณะที่นอนลูบหน้าอกอยู่เบาๆ"ถ้านาจะลาออกจากงาน ภัทร์จะไหวไหม" นารินทอดส่ายตามองเค้า อย่างกังวลใจน้อยๆ ภัทร์ลูบหลังเบาๆ แล้วขยับตัวดึงเธอมานอนที่หมอนข้างตัวแล้วมองที่ตาหวานฉ่ำ"ภัทร์อยากคุยกับนาเรื่องนี้เหมือนกัน ลูกกำลัง
นารินเตรียมตัวคลอดตั้งแต่เมื่อวานเเล้ว เธอมานอนที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น คุณหมอลงความเห็นว่าน่าจะผ่าคลอดมากกว่าคลอดปกติเพราะเด็กตัวค่อนข้างใหญ่ ภัทร์เตรียมของมาจากที่บ้านจนครบ เค้ายิ้มหน้าบานช่วงที่เธอไปช้อปปิ้ง นารินอดหมั่นไส้ไม่ได้ หากเค้าเห็นว่าเสื้อตัวจิ๋วๆ ตัวไหน น่ารักผ้านุ่มเนื้อดี เค้าจะหยิบขึ้นมาทันทีโดยไม่พลิกป้ายดูราคาสักนิด เค้าบอกแค่ว่า น่ารัก ภัทร์อยากให้ลูก ดังนั้นตอนนี้ลูกสาวเธอจึงมีเสื้อผ้าของใช้ยาวไปจนหนึ่งขวบแล้ว คุณปู่คุณย่า ย้ายของมาที่บ้านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่านทั้งสองไม่ได้ออกอาการเห่อหลานสักนิด แต่เตรียมสร้อยข้อมือ กับกำไลเอาไว้รับขวัญหลานสาวแล้ว แถมยังซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ทั้งหมดตอนขึ้นบ้านใหม่อีกด้วยนารินกุมมือเค้าเอาไว้แน่น เธอไม่เคยกลัวเจ็บสักนิดแต่ตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้พบหน้าลูกสาวของเธอ ภัทร์นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วยิ้มออกมาเด็กหญิงน่าตาขี้เหร่ที่สุดที่เค้าเคยเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว เสียงหมอพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงร้อง เด็กหญิง ลูกคุณนาริน น้ำหนัก 3500กรัม เวลา7.10นาที ภ
นารินนอนตะแคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมยาวสยายดูยุ่งเหยิงนิดหน่อย เสื้อนอนตัวบางที่มีเพียงสายเส้นเล็กเกี่ยวที่บ่าขาวหลุดลงมาเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียน หน้าอกขาวผ่องที่ขยายออกเต็มที่ ดูเย้ายวนมากจริงๆ ภัทร์ลูบผมเบาๆ อย่างเอาใจ ช่วงท้องแก่ขนาดนี้ นารินมักจะบ่นว่าปวดหลังนอนหลับสนิทยากเหลือเกิน เค้าจะบีบเบาๆ ให้เธอผ่อนคลายและสบายตัวจนกว่าเธอจะหลับในแต่ละคืน นารินน้ำหนักขึ้นมากว่า17โล ดูน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ช่วงที่หมอทักว่าคุณแม่น้ำหนัดขึ้นมาค่อนข้างไว นารินก็กลับมานอยด์จนกินไม่ได้อยู่หลายมื้อ แต่เค้าบอกกับเธอว่า ไม่เป็นไรสักนิด อ้วนเพื่อลูก ยังไงก็ลดได้ เค้าจึงเพิ่มน้ำหนักเป็นเพื่อนเธอไปด้วยจากหนุ่มหล่อหน้าใส ตอนนี้เค้าเริ่มจะมีพุงออกมาบ้างแล้ว ภัทร์ยิ้มออกมาก่อนจะลูบลงที่หน้าท้องเลาะเรื่อยลงไปที่แก่นกลางกายแล้วขยับมือขึ้นลงเบาๆนารินหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เธอเหนื่อยมากจริงๆ แม้ว่าวันๆ จะแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อนร่วมงานมักจะเดินมาหาที่โต๊ะเองเพื่อตามเอกสาร และหากจะต้องลุกเดินไปไหน คนรอบตัวก็จะประกบข้างเสมอจนเธอเกรงใจ
เสียงคำตอบของเค้าทำเอาเธอหูดับไปชั่วขณะ เพราะเธอท้อง เค้าถึงได้ทำแบบนี้ นารินปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วมองหน้าเค้า"เพราะนาท้อง ภัทร์ถึงไม่อยากให้นากังวลใจ ไม่อยากให้นาไม่สบายใจ "เสียงเค้าตอบออกมาอย่างหนักแน่น มั่นคง น้ำเสียงดูมีความสุขเหลือเกิน เค้าขยับตัวลุกขึ้น เดินไปที่กระเป๋าสะพายข้างของตัวเองที่วางลงกับพื้น แล้ว เปิดออก หยิบสมุดบัญชีขึ้นมา แล้วเปิดตัวเลขล่าสุดให้เธอดู"ภัทร์กู้ทำเรื่องปลูกบ้านแล้วนะนา บ้านของเรา บ้านของครอบครัวเรา"เสียงเค้าสั่นเครือ น้ำตาคลอออกมาที่ดวงตา นารินร้องไห้โฮอีกรอบ เสียงดังกว่าเก่า เธอเป็นบ้าอะไรนาริน ผู้ช่ยคนนี้ตรงหน้าเธอ เค้าเคยทำอะไรให้เธอเสียใจสักครั้งไหม เค้าเคยดุบ่นเธอสักคำไหม ตั้งแต่แรกมาจนวันนี้เค้าเคยทำให้เธอต้องร้องไห้ไหม ไม่เคยสักครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำเพื่อเธอทุกอย่าง แล้วเธอทำไมมองเค้าในเเง่ร้ายขนาดนี้ นารินกอดเค้าเอาไว้แนบอกตัวเอง แล้วร้องไห้ออกมา
ร่างบอบบาง ปราดเปรียว สวมเสื้อยืดลายเท่ๆ กระโปรงยีนสั้น และรองเท้าผ้าใบรุ่นล่าสุดที่ฮิตกันในกลุ่มเซเลป ผมยาวทำเป็นลอนที่ปลายผม สวมแว่นดำราคาแพง เธอดูสวยและแพงไปหมดทั้งตัว กลิ่นน้ำหอม หอมฟุ้งไปทั่ว ยามเธอเดินข้างกายเค้า กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่เธอสะพายราคาคงพอๆ กับเงินเดือนเค้าทั้งเดือนแน่ๆ ภัทร์ยิ้มออกมาน้อยๆ อดเปรียบเทียบเธอกับนารินไม่ได้ว่า หากนารินเป็นน้ำเย็นชื่นใจ คนข้างตัวเค้าเวลานี้คงเป็นน้ำมะนาวโซดาที่ทั้งเปรี้ยวทั้งซ่าแน่นอน"คุณภัทร์ คุณภัทร์ " เสียงหวานใส เรียกเค้าดังๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆ น้ำเสียงดูร่าเริงสนุกสนาน"ใจลอยไปถึงไหนแล้วค่ะ แพรน่ารำคาญหรอคะ หรือพูดมากไป คุณภัทร์ถึงไม่อยากฟัง" ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วตอบเสียงนุ่ม"ตกลงครับ ผมชอบ คุณแพรจัดการได้เลย" หญิงสาวยิ้มหน้าบานแล้วก้าวเร็วๆ มาที่รถเก๋งคันหรูของเธอ ก่อนจะพูดคนเดียวเบาๆ ว่า "กุชชี่จ๋า รอแม่ก่อนนะ เย็นนี้แม่ไปรับหนูกลับบ้าน""แพรจะจัดการเรื่องสัญญาให้พร้อม แล้วเรื่องยื่นกู้ คุณภัทร์วางใจได้เลยค่ะ รับรองคุณภัทร์ได้เงินมาปลูกบ้านแน่นอน"เซลล์สาวยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวกลับก่อน ภัทร์ยิ้มรับเบาๆ สายตาเค
เสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน เป็นกันเองดังขึ้นเป็นระยะ ผู้จัดการตรวจดูสมาชิกที่จะเดินทาง รถตู้3คันที่เช่ามา จอดเรียงอยู่ที่ลานจอดรถรออยู่แล้ว พนักงานเกือบสามสิบคนกับรถตู้สามคัน ทำให้นั่ง
นารินสวมเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงบ้อกเซอร์ขาสั้นของแฟนหนุ่มในเวลาที่ทำงานบ้านให้เค้า นารินแอบอมยิ้มอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นภัทร์ปั่นผ้าเอง"
เสียงทักทายชายหนุ่มดังเป็นระยะ ภัทร์วางถุงผลไม้เอาไว้ในห้องทานอาหาร แล้วบอกเรื่องไปเซอร์เวย์มาแล้ว เสียงชายหนุ่มคุยกันเรื่องงาน สาวๆถามถึงอาหารเช้าว่าจะดื่มกาแฟหรือไม่ ภัทร์ยิ้มออกมาแล้วพูดเสียงดัง"เช้านี้อาหารเช้าดีมาก อิ่มมาแล้ว"
เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา มือบางถือของเข้ามาพะรังพะรังไปหมดเมื่อมาถึงก็วางอาหารเช้าลงบนโต๊ะในครัวแล้วค่อยๆย่องเข้าไปดูคนป่วยในห้องทันทีแอร์ในห้องเย็นฉ่ำ นารินอยากจะวีนนักเชียว ตัวร้อนแต่นอนเปิดแอร์แรงมาก เท้าบางค่อยๆเดินย่องไปตามแสงไฟของโคมไฟอันเล็







