เข้าสู่ระบบพิมดาวอยากจะกรี้ดออกมาหลังจากที่นารินโทรมาขอความช่วยเหลือ
"แม่คุณเอ๋ย ความรักนี่มันรุนแรงเหลือเกินนะ ถึงขนาดเลื่อนเวลาส่งของยอมจ้างแมสให้มาขนของเพื่อจะได้แพคของวันพฤหัส แล้วส่งภายในวันศุกร์ ก่อนจะหน้าบานเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปนครนายกช่วงวันหยุดนี้เลยเชียว"
นารินเสียงอ่อยเมื่อได้ยินคำบ่นของเพื่อน
"ฉันรู้ว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย แต่ฉันอยากไปกับเค้าจริงๆ"
นารินยอมรับตามตรง
"เออๆตามใจเถอะ แต่ว่าแกโอเคแน่นะ ถ้าเผื่อเค้าปล้ำแก แกจะเอาไง สองต่อสองท่ามกลางน้ำตก"
นารินฟังแล้วคิดตามอย่างที่เพื่อนบอก "ถ้าเค้ากล้าทำก็ลองดู จะได้วัดใจกันเลย"
นารินบอกเสียงหนักแน่น ถ้าเพียงเวลาที่สนิทกันเพียงเท่านี้ คุณภัทร์หวังแค่ร่างกายเธอละก็ นารินก็จะสู้ใจขาดเลยทีเดียว
"ตกลงนาจะไปนครนายกกับคุณภัทร์นะคะ"
เธอบอกเค้าในเช้าวันพฤหัส ภัทร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี
"ค้างวันเสาร์กลับวันอาทิตย์นะครับ"
นารินยิ้มกับเค้า แล้วพูดเสียงชัดหนักแน่น
"นาหวังว่าคุณภัทร์คงจะไม่แกล้งนานะคะ เพราะไปด้วยกันคราวนี้ถือว่านาไว้ใจคุณมากแล้ว"
ภัทร์หัวเราะเบาๆแล้วตอบด้วยน้ำเสียงสดใส "ผมไว้ใจได้ ผมรับรอง" นารินยิ้มกับโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะวางสายไป
รถเก๋งจอดหน้าอพาร์ตเม้นแต่เช้าตรู่
"ออกแต่เช้านะครับ" นารินส่งกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กส่งให้เค้า วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กับกางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมงเป็นพิเศษ มือบางยังมีหมวกแก้ปติดมือมาด้วย
"ไม่ลืมอะไรนะครับ ไปเดินทางนะครับ"
ชายหนุ่มจอดแวะเติมน้ำมัน พร้อมกับชวนเธอทานอาหารที่จุดบริการ กาแฟ กับ มัฟฟิ่นยามเช้า ดูท่าจะเข้ากันดี นารินยิ้มหวานอย่างมีความสุข
"ผมจองที่พักไว้ให้แล้ว เป็นบ้านเดี่ยวติดกันนะครับ รับรองว่าสวย" เธอพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา
"ทำไมต้องเรียกคุณภัทร์ด้วยละครับ" เสียงเค้าถาม
"ก็นาติดนี่คะที่ทำงานใครๆก็เรียกคุณภัทร์ ถ้านาเรียกภัทร์เฉยๆมันดูแปลกๆหญิงสาวตอบ
"นอกเวลาก็เรียกภัทร์เฉยๆแล้วกัน หรือว่าจะเรียก baby แฟนจ๋า คนดี หรืออะไรก็ได้ตามใจนาเถอะ"
นารินเอาผ้าห่มผืนบางปิดหน้าตัวเอง ปากบ่นเบาๆ"baby แฟนจ๋า คนดี บ้าไปแล้ว หน้าไม่อาย"
ภัทร์ดึงผ้าห่มออกแล้วยิ้มออกมา
"เขินเป็นนางอายไปแล้ว แฟนผม" นารินตะแคงข้างหันหน้าไปทางหน้าต่างแล้วหลับตา
"หลับให้สนิทนะนา อย่ามัวแต่คิดถึงผมละ" เค้ายังคงล้อไม่หยุด
รถขับมาถึงสถานที่ที่จะมีการก่อสร้าง เจ้าของที่ดินลงมาต้อนรับอย่างมีน้ำใจ นารินเดินลงไปสวัสดีอย่างอ่อนน้อม
"พาแฟนมาเที่ยวด้วย ดีจริงเลย " นารินยิ้มเขินทำหน้าไม่ถูก ภัทร์เริ่มงานของเค้าทันที
นารินนั่งรออยู่บนรถพักใหญ่ก็ได้ยินเสียงเคาะกระจก ภัทร์สั่งให้เธอรออยู่บนรถ เค้าเปิดแอร์เอาไว้ให้และสั่งให้เธอล้อกรถ หน้าขาวมีเหงื่อเต็มหน้าไปหมด เค้ามองดูกระจกแล้วเช็ดหน้าตัวเอง
"เดี๋ยวทานข้าวกลางวันกันก่อน แล้วบ่ายค่อยทำงานต่อ
" มื้ออาหารกลางสวนผลไม้ทำให้ผ่อนคลายหายร้อน เจ้าของที่จัดอาหารกลางวันชุดใหญ่มาต้อนรับ เป็นฝ่ายชายที่ดูแลฝ่ายหญิงอย่างไม่มีที่ติ มือหนาเเกะปลาใส่จานให้หญิงสาวอย่างเอาใจ ตักกับข้าวให้อย่างเรียบร้อย นารินยิ้มออกมากับท่าทางของเค้าที่ทำให้กับเธอ ภัทร์น่ารักที่สุด นารินคิดในใจ
กว่าจะถึงที่พักก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว วันนี้แดดร้อนมากจริงๆนารินเปิดประตูเข้าไปห้องพัก วันหยุดแบบนี้คนเยอะมากจริงๆแต่ที่นี่ดูคล้ายจะเป็นโฮมสเตย์มากกว่า นารินคิดในใจ
"ข้างในมีน้ำตกเล็กๆกับสวนเงาะ ลองเดินไปชมนะคะ อาหารค่ำพี่จะมาส่งที่หน้าบ้านเวลาทุ่มตรง" เจ้าของที่พักบอก นารินล้างหน้าล้างตาแล้วถอดเสื้อเชิ้ตออก เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดธรรมดา ภัทร์ก็เช่นกัน
ตั้งแต่ออกมาจากบ้านพัก มือของเค้ายังไม่ห่างจากตัวเธอเลย ถ้าไม่จับเอว ก็จับมือ หรือวางพาดไหล่ อย่างคนเคยชิน นารินแอบเหล่มอง ภัทร์มองแล้วยิ้ม
"จับมือแฟน โอบเอวแฟน มันดีแบบนี้นี่เอง " เค้าพูดแบบนี้ นารินจะบ่นอะไรได้
เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา มือบางถือของเข้ามาพะรังพะรังไปหมดเมื่อมาถึงก็วางอาหารเช้าลงบนโต๊ะในครัวแล้วค่อยๆย่องเข้าไปดูคนป่วยในห้องทันทีแอร์ในห้องเย็นฉ่ำ นารินอยากจะวีนนักเชียว ตัวร้อนแต่นอนเปิดแอร์แรงมาก เท้าบางค่อยๆเดินย่องไปตามแสงไฟของโคมไฟอันเล็กที่เปิดให้พอเห็นแสงภาพคนหลับสนิทบนเตียงทำให้หัวใจเธอเต้นสั่นระรัว ภัทร์ยามหลับสนิท ดูหล่อมากเหลือเกิน มือบางลูบที่ผมเบาๆ หน้าผากเย็นเป็นปกติ นารินมองดูเวลายังเช้าไปที่จะปลุก เธอเตรียมจะหันหลังกลับ แต่คนนอนอยู่บนเตียงกลับรวบเอวบางเอาไว้แล้วดึงตัวลงไปนอนด้วยกัน นารินอยู่ใต้อ้อมกอดเค้าบนเตียงอันอบอุ่น"มาแต่เช้าเลย นา เป็นห่วงผมใช่ไหม"ไม่ใช่เพียงสายตาเท่านั้น แต่น้ำเสียงของเค้าช่างอ้อนจริงๆ นารินก้มหน้าลงแล้วพบว่า คนป่วยไม่ได้สวมเสื้อ หน้าอกแกร่งอยู่ตรงหน้าเธอ ภัทร์ลูบผมเบาๆแล้วมองสบตากับเธอ"ภัทร์ห
สายแล้ววันนี้ภัทร์ไม่เข้าหรอ มือบางกดโทรหาแฟนหนุ่มทันที เสียงแหบแห้งรับสายจนนารินแปลกใจ"ไม่สบายหรอ"เธอถามเค้าออกไป หลังจากเมื่อวานที่เค้ามาส่งเธอก็ดูท่าทางเค้าจะเพลียๆนารินได้แต่คิดว่า เค้าคงจะเหนื่อย และไม่คิดว่าเค้าจะป่วยสักนิด"ภัทร์เป็นไข้ตั้งแต่เมื่อคืน กินยาไปแล้ว วันนี้ภัทร์ลา "เสียงคนป่วยอ่อนระโหยจนคนฟังแอบใจหาย เธอถอนหายใจออกมาไล่ความกังวลใจทั้งหมดออกไป แล้วลงมือทำงาน ช่วงพักเธอส่งข้อความไปหาเค้าแทนเพราะกลัวจะไปปลุกคนป่วย นารินนึกเป็นห่วงเค้ามากเหลือเกิน ป่านนี้จะกินอะไรหรือยัง นาฬิกาช่วงบ่ายทำไมเดินช้าขนาดนี้ เธอกระวนกระวายใจมากแล้วรีบเก็บของทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน"ภัทร์ นาไปหาได้ไหม"นารินโทรหาเค้าทันทีที่สตาร์ทรถ เสียงคนป่วยแสดงความดีใจออกมา"ภัทร์จะกินอะไร นาจะซื้อไปให้" คนป่วยไม่ตอบอะไร นารินรีบขับรถออกไปท
นารินนั่งเล่นน้ำตกที่ไหลผ่านที่พัก บรรยากาศดีสุด มือบางหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปแล้วส่งให้พิมดาวดู ภัทร์แอบถ่ายรูปเธอยามเผลอไว้หลายรูปแล้วเดินไปหา"ส่งไปให้ใครดูครับ"เค้าถามอย่างอยากรู้"เพื่อนค่ะชื่อพิม"นารินตอบ ภัทร์เดินมานั่งข้างๆแล้วโอบตัวเธอมาใก้ลๆ ก่อนจะถ่ายรูปเธอกับเค้าเป็นรูปแรก"จำไว้นะนา ที่นี่เป็นที่แรกที่เราเซลฟี่ด้วยกัน"นารินยิ้มกว้างออกมา ด้านหลังเป็นสวนเงาะที่กำลังออกลูกอยู่เต็มต้น ภาพเธอกับเค้าภาพแรกเกิดขึ้นที่นี่อาหารมื้อค่ำเป็นอาหารชุดเรียบง่าย ผัดบวบ ต้มจืดตำลึง และ น้ำพริกปลาทู มีเงาะกับมังคุดเป็นของหวาน"ค่าที่พักของนาเท่าไหร่คะ"นารินถามออ
พิมดาวอยากจะกรี้ดออกมาหลังจากที่นารินโทรมาขอความช่วยเหลือ"แม่คุณเอ๋ย ความรักนี่มันรุนแรงเหลือเกินนะ ถึงขนาดเลื่อนเวลาส่งของยอมจ้างแมสให้มาขนของเพื่อจะได้แพคของวันพฤหัส แล้วส่งภายในวันศุกร์ ก่อนจะหน้าบานเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปนครนายกช่วงวันหยุดนี้เลยเชียว"นารินเสียงอ่อยเมื่อได้ยินคำบ่นของเพื่อน"ฉันรู้ว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย แต่ฉันอยากไปกับเค้าจริงๆ"นารินยอมรับตามตรง"เออๆตามใจเถอะ แต่ว่าแกโอเคแน่นะ ถ้าเผื่อเค้าปล้ำแก แกจะเอาไง สองต่อสองท่ามกลางน้ำตก"นารินฟังแล้วคิดตามอย่างที่เพื่อนบอก "ถ้าเค้ากล้าทำก็ลองดู จะได้วัดใจกันเลย"นารินบอกเสียงหนักแน่น ถ้าเพียงเวลาที่สนิทกันเพียงเท่านี้ คุณภัทร์หวังแค่ร่างกายเธอละก็ นารินก็จะสู้ใจขาดเลยทีเดียว&nbs
@อย่าบอกให้ใครรู้ ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร แค่มองตากันก็สั่นสะท้านหัวใจ อย่าให้ใครเห็นว่าฉันแอบส่งสายตาหวานๆให้ไป เพราะอยากเก็บไว้เป็นเรื่องของเราสองคน ฉันก็เกือบยั้งใจไม่อยู่ กลัวใครจะรู้ว่าเมื่ออยู่กับเธอเลยต้องทำเฉยไป แล้วก็เกือบจะเผลอจนได้ ก็ทนไม่ไหวก็ใจมันสั่นทุกที@(เพลงอย่าบอกให้ใครรู้ turn on)เสียงเพลงดังขึ้นในวิทยุอย่างบังเอิญในตอนค่ำหลังจากที่กลับมาจากดูหนัง นารินยิ้มอายๆเธอชอบเพลงนี้มากและฟังมานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาเข้าใจความหมายของเพลงก็วันนี้เอง รถติดข้างหน้ายาวเป็นแพแต่เธอกลับไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร มือหนาที่เกาะกุมมือเธออยู่ตรงนี้ต่างหาก ที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ ท้ายเพลงประโยคสุดท้าย เธอได้ยินเสียงเค้าร้องคลอเบาๆว่า"เพราะอยากเก็บไว้ให้รู้กันอยู่สองคน"ภัทร์อยากจับมือบางนี้มาสักพักแล้ว แต่ยังหาจังหวะเหมาะไม่ได้สักที ค่ำแล้วแต่รถยังติดเต็มถนนกว่าจะออกจากห้างมาได้ก็เสียเวลาไม่น้อย เสียงดีเจในวิทยุพูดคุยอย่างสนุกสนาน จนอินโทรเพลงนี้ดังขึ้น เค้าก็คิดได้ว่า โมเม้นท์นี้ดีที่สุดแล้ว เค้าเปิดเพลงให้ดังขึ้น แล้วดึงมือบางมาเกาะกุมเอาไว้แน่น คนข้างตัวคงอายมาก แสง
พิมดาว อ้าปากค้าง ก่อนจะอมยิ้มออกมา เมื่อวานนี้แม่เพื่อนรักของเธอก็ส่งเสียอ่อนระโหยมาตามสายโทรศัพท์จนเธอร้อนรนทนไม่ไหว ต้องยอมหอบสินค้าต่างๆที่นารินสั่งไว้ติดมือมาด้วยถึงอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้"ไหนว่าไงนะนาริน" พิมดาวทำเสียงเครียดใส่เธอ"พิม นากำลังตกหลุมรักแน่ๆ" เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่คนฟังอดร้อนรนไม่ได้"ใครอะ เล่าสิ"เรื่องราวของคุณภัทร์ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลื่นไหลไม่ติดขัด น้ำเสียงที่เอ่ยถึงผู้ชายคนนี้ดูเพื่อนของเธอมีความสุขเหลือเกิน ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ชายหนุ่มมักจะหาเวลามาเจอเธอเสมอ แม้ช่วงค่ำหลังเลิกงาน แค่เพียงได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน หรือช่วงวันหยุดบ่ายวันอาทิตย์จะเป็นวันของเค้าและเธอ คุณภัทร์จะชวนเธอไปเที่ยวใก้ลๆแถวนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำ หรือ พาไปให้อาหารปลาที่วัดเค้าก็พาไปมาแล้ว นารินอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าชายหนุ่มคงสนใจในตัวเธออยู่บ้าง ขนาดลูกค้าสาวคนสวยที่ทอดสะพานเสริมคอนกรีตมานานเกือบเดือนยังต้องล่าถอยให้กับความเฉยชา แต่กับเธอ เค้าทำกับว่าเธอพิเศษกับเค้าคนเดียว"แกชอบเค้ามาก ไม่ใช่ตกหลุมรัก" เพื่อนสาววิเคราะห์อาการของคนตรงหน้า







