Masuk"นี่แหนะ!! นี่แหนะ!!" กำปั้นเล็กรัวใส่หน้าท้องแข็งแรงของเด็กหนุ่ม เด็กน้อยวัยสี่ขวบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเดือดดาล ทั้งคู่อยู่บนดาดฟ้าของสตูดิโอเมจัง ตังเมก็ไม่ยอมออกจากสตูดิโอตั้งแต่กลับมาถึง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา พอเห็นเรียวมาหาตังเม ไฟก็แบกเด็กน้อยขึ้นมาบนนี้ เรียวนี่ละผู้ช่วยที่จะทำให้ตังเมหายโกรธ แต่ไฟคิดผิด.....
"เหนื่อย?" คิ้วหนาข้างหนึ่งเลิกสูง หรี่ตามองเด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ก้มตัวใช้มือจับหัวเข่าเพื่อพยุงร่างไว้ อ้าปากหอบหายใจ สายตายังจับจ้องคนตัวโตที่งอตัวใช้มือข้างหนึ่งกุมท้องตนเองไว้อย่างเอาเรื่อง แม้กำปั้นนั้นจะเล็ก เรี่ยวแรงเพียงนิด แต่ทว่าถูกประเคนเข้าใส่รัวๆ จนนับไม่ทันว่ากี่หมัดก็ทำให้รู้สึกเจ็บจุกไม่น้อย
"พี่ไฟไม่ต้องพูดเลย เรียวโป้ง...โป้งๆๆๆๆๆ ทำให้พี่เมจังร้องไห้ ไม่ต้องเป็นแฟนเลยนะ ไม่ให้เป็นแฟนพี่เมจังแล้ว" เรียวหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่ไฟ นิ้วโป้งเล็กถูกส่งให้อีกฝ่ายรัวเร็ว
"ข้าน้อยขอโทษ ข้าน้อยผิดไปแล้ว" ไฟทำท่าคารวะอย่างคนสำนึกผิด
"ไม่รับ" ใบหน้าของเด็กน้อยสะบัดพรืด จนคอแทบเคล็ด
"เรียวอย่าใจร้ายกับพี่สิ เราต้องร่วมมือกันง้อเมจัง"
"พี่เมจังไม่ได้โป้งเรียว อย่ามาหลอกใช้"
"หลอกใช้ไรกัน เรียวน่ะคิดมาก"
"เรียวไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ"
"ก็แค่สี่ขวบเองไหม"
"สี่ขวบแล้วไง สี่ขวบก็ทำให้พี่เมจังยิ้มได้ ไม่เคยทำให้ร้องไห้ ต่อไปเรียวจะดูแลพี่เมจังคนเดียว พี่ไฟมีแฟนอยู่แคนาดาไปเลย ไม่ต้องกลับมาแล้ว"
"ไม่ได้ ข้อตกลงของเราคือเรียวเป็นแฟนเมจังแค่ตอนที่พี่ไปเรียนแคนาดา ถ้าพี่กลับมาเมจังต้องเป็นแฟนพี่"
"แฟนกันเขาไม่ทำให้ร้องไห้กันหรอก รู้งี้ให้พี่ไทเกอร์เป็นแฟนพี่เมจังซะก็ดี" เรียวเท้าเอว โวยวายปากยื่น ก่อนจะพึมพำในประโยคถัดมา
"อะไร? พี่ไทเกอร์เกี่ยวอะไรด้วย" ประโยคแรกดังชัดเจน ประโยคถัดมาไฟได้ยินชื่อไทเกอร์ แต่ถ้อยคำอื่นๆ ได้ยินไม่ถนัด
"ไม่บอก"
"เรียวบอกพี่มา"
"ไม่บอก"
"เอาไอติมไหม พี่ซื้อให้ มากเท่าที่เรียวต้องการ"
"ไม่ต้องติดสินบน" ไฟเหล่มองเด็กชายตัวน้อย คงจดจำคำพูดของผู้ใหญ่มาสินะ เด็กสี่ขวบจะมารู้จักคำพวกนี้ได้อย่างไร
"ติดสินบนไร พี่ไม่ได้ติดสินบนเรียวเลยนะ ก็แค่อยากเลี้ยงไอติม ไม่ได้เจอกันตั้งปีหนึ่ง"
"ไอติมช็อคโกแลตหนึ่งควอท ไม่ๆ สองควอทดีกว่า คุกกี้ แอนด์ ครีมสองควอท มิ้นท์ช็อคโกแลตชิพสองควอท บับเบิ้ลกัมสองควอท มะนาว เชอร์เบทสองควอท พี่เมจังชอบ สตอเบอรี่ ช็อคโกแลต ชังค์สองควอท พี่เมจังก็ชอบ ไปซื้อมาบรรณาการเรียวเดี๋ยวนี้" เด็กน้อยกอดอกอย่างวางมาดสั่งไอศกรีมรสชาติโปรดของตนเองกับตังเม
"ตกลง บอกมาว่าพี่ไทเกอร์เกี่ยวอะไรกับเมจัง"
"ไอติม"
"ก็บอกก่อน เดี๋ยวไปซื้อมาให้เลย"
"ไอติมมาก่อน"
"เออๆ" ไฟยอมแพ้เด็กน้อย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโหลดแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ แล้วสั่งไอศกรีมเพื่อนำมาบรรณาการตามที่เรียวต้องการ ไม่นานไอศกรีมหกรสชาติ สิบสองควอท ก็มาอยู่ตรงหน้า
"จะบอกได้ยัง"
"หิว กินก่อน รสอะไรก่อนดีน่า" เรียวยังคงไม่ยอมบอกง่ายๆ กวาดตามองไอศกรีมรสชาติต่างๆ ตรงหน้า
"กวนจริงๆ" ไฟหรี่ตามองเด็กน้อยจอมยียวน อยากจะขย้ำให้จมเขี้ยว ช่างกวนประสาทเสียจริง เหมือนใครกันนะ
"เหมือนพี่ไฟแหละ เรียวจะกินรสนี้ อันอื่นพี่ไฟเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อนเดี๋ยวละลายหมด" เรียวเลือกไอศกรีมรสบับเบิ้ลกัมมาเปิดกิน ออกแรงเปิดฝาจนแทบหงายหลัง ก่อนจะใช้ช้อนตักกินด้วยความเอร็ดอร่อย
"กินอันเดียว?"
"อือหึ"
"แล้วจะสั่งมาทำไมเยอะแยะ"
"ก็เอาไว้กินวันอื่น กินทีเดียวหมดนี่ท้องเย็บเจี๊ยบๆ พอดี พี่เมจังบอกให้กินวันละแท่งหรือถ้วยเดียวพอ เดี๋ยวไม่สบาย ปวดหัวตุ๊บๆ"
"แล้วทำไมไม่ให้สั่งถ้วยเล็กๆ สั่งเป็นควอททำไม"
"ปกติก็สั่งแบบนี้ แต่พี่เมจังแบ่งใส่ถ้วยให้ บางทีพี่เมจังก็ปั่นจักรยานพาไปซื้อที่เซเว่น"
"มาหาเมจังทุกวันเลยเหรอ"
"ทุกวัน ก็ทำสัญญาลูกผู้ชายแล้ว ต้องรักษาสัญญาสิ แต่พี่ไฟผิดสัญญานะ นิสัยไม่ดี" เรียวว่า ยังคงตักไอศกรีมเข้าปากอย่างต่อเนื่อง
"อืม พี่นิสัยไม่ดีจริงแหละ เอาไอติมไปแช่ตู้เย็นก่อน" ไฟหอบไอศกรีมอีกสิบเอ็ดควอทไปแช่ตู้เย็น ก่อนจะกลับมานั่งขัดสมาธิรอคอยให้เด็กน้อยกินไอศกรีมจนอิ่ม เรียวกินไปเกือบครึ่งควอท กินจุใช่เล่น ไฟต้องเดินเอาไอศกรีมที่เหลือไปแช่ตู้เย็นอีกรอบ
"อร่อยเนอะ" พออิ่ม ได้กินของถูกใจ เด็กน้อยก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้น
"อร่อยอยู่คนเดียว กินไอติมอิ่มแล้ว ก็บอกพี่มาได้ละ"
"บอกไร" เด็กน้อยทำหน้าใสซื่อ หลงลืมเรื่องที่อีกฝ่ายถาม ไฟกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอาความยียวนของเรียว อยากจะทุบสักตุ้บสองตุ้บ
"เรียว" เสียงเรียกกดต่ำ บ่งบอกให้รู้ว่าพร้อมจะงับหัวเด็กแถวนี้ละ ถ้ายังไม่บอกมาเดี๋ยวนี้ได้โดนงับหัวแน่นอน
"อ๋อๆ นึกออกแล้ว เรื่องพี่ไทเกอร์ใช่ไหม ใช่ไหมๆ"
"ใช่ บอกมาเร็วๆ"
"พี่ไทเกอร์ชอบพี่เมจัง ให้ดอกไม้พี่เมจัง ให้ของขวัญพี่เมจัง แล้วพี่ไทเกอร์ก็จะเป็นหมอเหมือนพี่เมจังด้วย"
"แล้วเมจังชอบพี่ไทเกอร์หรือเปล่า"
"คงชอบแหละ ยิ้มให้ก็ต้องชอบเนอะ"
"แล้วเรียวให้พี่ไทเกอร์มาชอบเมจังได้ไง ให้คนอื่นมาชอบแฟนตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ไง"
"เรียวแล้วแต่พี่เมจัง แค่พี่เมจังยิ้มเรียวยอม"
"ยอมไม่ได้"
"ยอมได้ พี่เมจังยิ้มสวย น่ารัก"
"เมจังเป็นของพี่ ต้องเป็นแฟนพี่ด้วย"
"พี่ไฟทำพี่เมจังร้องไห้"
"สัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ทำให้เมจังร้องไห้อีก คุณคเชนทร์ช่วยเพลิงกัลป์ด้วยนะ นะๆ" ไฟอ้อนวอนเด็กชายตัวเล็กตรงหน้าที่อายุน้อยกว่าตนสิบปี
"ไม่ไหวเลยเพลิงกัลป์ เห็นแล้วสงสาร คุณคเชนทร์คนนี้จะยอมช่วยก็ได้ ถือว่าเอาบุญ ป่ะง้อพี่เมจังกัน" เรียวกอดอกวางมาดเป็นผู้ใหญ่ ส่ายหน้าราวกับเหนื่อยหน่ายเสียเต็มประดา ไฟกลอกตาไปมาอีกครั้ง หมั่นไส้เด็กสี่ขวบตรงหน้าที่ดูจะแก่แดด โตเกินวัยยิ่งนัก
“เฮีย ธนูกับมังกรล่ะ” ยี่หวาถือตะกร้าผ้าเข้ามา ไม่เห็นธนูกับมังกรหลานชายฝาแฝดวัยเจ็ดวันนอนอยู่ ส่วนไฟกับตังเมแต่งตัวเตรียมไปส่งเพลิงกับพราวที่โรงเรียน และคุณแม่ลูกสี่มีนัดตัดไหมแผลผ่าคลอด“ก็นอนหลับอยู่บนเบาะ อ้าว หายไปไหนแล้ว ไฟกับตังเมอุ้มไปหรือเปล่า หรือคุณทวด” ภีมวางมือจากขวดนมของหลานที่เพิ่งป้อนเสร็จ แล้วกำลังนำไปล้าง หันมาไม่เห็นธนูกับมังกรนอนอยู่ก็แปลกใจไม่ต่างจากยี่หวา“เพลิง พราว เห็นไหมลูกว่าใครอุ้มน้องไป” ยี่หวาหันไปถามพี่ชายกับพี่สาวของแฝดเล็กที่อยู่ในชุดนักเรียน“เออ…” เพลิงกับพราวเลิ่กลั่กมองหน้ากันสลับกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ใกล้เบาะนอนของแฝดน้อย“มีอะไรกันเหรอคะ” ตังเมกับไฟเดินเข้ามาเห็นท่าทีของทุกคนจึงเอ่ยถาม“ธนูกับมังกรล่ะครับ” ไฟถามหาลูกชายสองคนเล็กเมื่อไม่เห็นนอนอยู่บนเบาะ“ไฟกับตังเมไม่ได้อุ้มไปเหรอ”“เปล่านะครับคุณแม่ ไฟกับเมจังเพิ่งลงมา”“เพลิง พราว” ภีมจ้องหลานทั้งสอง เพลิงกับพราวต้องรู้แน่นอนว่าธนูกับมังกรหายไปไหน“เออ…อยู่นี่” เพลิงกับพราวหันมองหน้ากัน ก่อนชี้ไปที่กระเป๋านักเรียนของตน“ห๊ะ!!!” ทุกคนต่างตกใจ รีบเปิดกระเป๋านักเรียนออกดู ธนูนอนตาแป๋วอยู่ในกระเ
3 ปีต่อมางานเปิดตัวโชว์รูมรถนำเข้าและรถซุปเปอร์คาร์ อาณาจักรรถในฝันสุดหรูมากกว่าสิบแบรนด์ ซึ่งถือเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวโดดเด่น ที่มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร็วและแรงถึงใจ แถมยังสะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ตลาดซุปเปอร์คาร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไฟจึงเลือกความท้าทายนี้และสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา เสียงของความยินดีในความสำเร็จอีกก้าวของอดีตเด็กป่วนจอมแสบจากสมาชิกในตระกูลดังกึกก้อง เบื้องหลังความสำเร็จจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากครอบครัวของเขา“ยินดีกับความสำเร็จในวันนี้ด้วยนะคะ” แพทย์หญิงมินตรา ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกมือฉมังเอ่ยแสดงความยินดีกับนายเพลิงกัลป์ สามีของเธอด้วยความปลื้มปิติ หลังจากแต่งงานผู้ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาคือดวงอาทิตย์ที่สดใสของเธอกับลูกๆ“เพราะตัวเองคอยเป็นกำลังใจ เค้าถึงมีวันนี้” มือแกร่งลูบไล้แก้มนวลเนียนแผ่วเบา เหมือนกำลังแตะกลีบดอกไม้อันบางเบา อ่อนโยน และทะนุถนอม ก่อนหอมแก้มนั้นอย่างแสนรัก“มีของขวัญมาให้ด้วย” ตังเมหยิบกล่องสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดความยาวครึ่งไม้บรรทัดสีแดงผูกโบริมบิ้นสีขาวอ
“หูยยยยย คุณแม่ขา คุณแม่ส้วยสวย” พราวเยินยอคนเป็นแม่ หลังจากช่างแต่งหน้าแต่งตัวถอยออกห่างเมื่อทำหน้าที่ของตนเองเสร็จ ตังเมอยู่ในชุดไทยจักรีประยุกต์สีกลีบบัว ส่งให้เธอสวยสง่าเล่อค่า มีเสน่ห์จนไม่อาจละสายตาได้ โดดเด่นด้วยเสื้อผ้าไหมไหล่เดียวจับเดรปสีชมพูพูกลีบบัว ห่มสไบไหล่แคบสีชมพูหม่น ปักคริสตัลสีชมพูอ่อน นุ่งกระโปรงผ้าไหมลำพูนสีกลีบบัว ปักพิงค์โกลด์ มีหน้านาง ชายพก สวมเครื่องประดับไทยโบราณสีพิงค์โกลด์สวยเข้ากันลงตัว“วันนี้ลูกสาวแม่ก็สวยมากค่ะ” ตังเมเชยคางของลูกสาวที่อยู่ในชุดไทยโจงกระเบน ห่มสไบ ในโทนสีชมพู วันนี้จะรับหน้าที่ถือพานเชิญขันหมาก ส่วนเพลิงนั้นจะอยู่ในฝ่ายของเจ้าบ่าว“พราวอยากเป็นเจ้าสาวบ้างค่ะคุณแม่”“พราวยังเป็นเจ้าสาวไม่ได้” นาเทียว่า“นาเทียไม่อยากเป็นเจ้าสาวเหรอ”“ต้องรอให้โตเป็นผู้ใหญ่ก่อน”“ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่นาเทียเป็นเจ้าสาวของเพลิงสิ เราจะได้อยู่บ้านเดียวกัน”“จองตัวเจ้าสาวให้พี่ชายซะละ” นัจมีย์เอ็นดูพราว วันนี้เธอรับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาว และในวันนี้เพลง แคลร์ เคท เฟรย่า ก็รับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวด้วยเช่นกัน และยังมีเพื่อนสมัยตังเมเป็นนักศึกษาแพทย์ ที่บัดนี้ต่างเป็นแ
“อาเรียว คิดถึงที่สู้ดดดดดเลยค่ะ” เด็กหญิงพราวตะวันกระโดดตัวลอยเข้าสู่อ้อมกอดของเรียวที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และเดินทางมาเขาใหญ่เพื่อมาหาหลานน้อยทั้งสองทันที พราวหอมแก้มอาสุดที่รักซ้ายขวาสลับกันไปมา ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นให้สมกับความคิดถึง“พราวคิดถึงอาเรียวเยอะแล้ว ให้เพลิงคิดถึงบ้างสิ เพลิงก็คิดถึงอาเรียวที่สู้ดดดดดดดด” เด็กชายเพลิงตะวันแหงนมองพร้อมชูมือรอคอยคนเป็นอาอุ้มบ้าง เพราะตัวเองก็คิดถึงอาสุดที่รักไม่ต่างจากน้องสาวฝาแฝด“อาอุ้มพราวกับเพลิงพร้อมกันเลย” เรียวอุ้มเด็กน้อยทั้งสองด้วยแขนแข็งแรงคนละข้าง โดยไม่รู้สึกหนัก แขนเล็กข้างหนึ่งของเด็กน้อยทั้งสองโอบคอของคนเป็นอาอย่างเป็นหลักยึด“นี่อย่าบอกนะว่าขับรถมาเอง” ไฟเท้าเอวถามเสียงห้วนปรายตามองรถซุปเปอร์คาร์สีดำที่จอดอยู่ เด็กหนุ่มวัยสิบหกหาญกล้าขับรถมาเองถึงเขาใหญ่“คุณพ่อคุณแม่กับพี่ริวจะมาวันงาน เรียวไม่อยากรอ เพราะคิดถึงพราวกับเพลิงที่สู้ดดดดดดด” เรียวหอมแก้มหลานทั้งสองคนละฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอยู่อเมริกาโดยไม่มีหลานกับพี่ๆ มันเหงามาก ดีที่ริว พี่ชายของเขาไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นั่นด้วย“ใ
“เพลิงดูนี่ น่ารักเนอะ” พราวชี้ชวนให้เพลิงดูตุ๊กตาเซรามิกเด็กไทยโบราณตัวอ้วน ชายสองตัว หญิงสองตัว ผ่านกระจกบานใหญ่ของร้านจำหน่ายวัตถุโบราณ“น่ารักจริงด้วย คุณพ่อครับ เพลิงอยากได้” เพลิงเห็นด้วยกับน้องสาวฝาแฝด ดวงตากลมเป็นประกายยามจ้องมองตุ๊กตาเหล่านั้น“พราวก็อยากได้ค่ะ แบ่งกันคนละสองอัน”“เพลิงกับพราวถามเจ้าของร้านสิครับว่าขายไหม” ไฟบอกลูกน้อยทั้งสอง ชี้ไปทางเจ้าของร้านที่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรง่วน ไม่สนใจที่จะเงยหน้าขึ้นมามองลูกค้า“คุณตาครับ” เพลิงร้องเรียกเจ้าของร้าน“คุณตาขา” พราวร้องเรียกขึ้นมาอีกคน เมื่อเจ้าของร้านยังคงไม่ให้ความสนใจ“วันนี้ร้านปิดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาดูใหม่นะ” เสียงตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะสนใจสิ่งตรงหน้ามากกว่า“คุณแม่ขา คุณตาเสียงเหมือนตาอินทร์แปงเลยค่ะ” นิ้วเล็กจิ้มแก้มนุ่ม เอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ก่อนเงยหน้าถามผู้เป็นแม่“พราวลองเรียกตาอินทร์แปงสิคะ”“ค่ะคุณแม่ พราวจะเรียกตาอินทร์แปง ตาอินทร์แปงขา” คำแนะนำของตังเมต่อลูกสาวได้ผล เจ้าของร้านขายวัตถุโบราณเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงเล็กสดใสที่คุ้นหู“พ่อไฟ หมอมินตรา ไปไงมาไงกันลูก เพลิงกับพราวใช่ไหม
หลังจากเรียนจบทุกคนก็เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัว และสิ่งที่อยากทำ เช่นเดียวกับตังเมที่ได้เป็นศัลยแพทย์หัวใจ และได้เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กำลังรอรับเข้ารายงานตัว ส่วนเพลิงกับพราวก็เข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติของที่นี่เช่นกันตังเมกวาดตามองสำรวจบ้านขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านบนพื้นดินของเขาใหญ่ มีทั้งสนามหญ้า สวน และสระว่ายน้ำอยู่รอบบ้าน ขณะที่ตัวบ้านออกแบบในแนวร่วมสมัย โดยผสมผสานวัสดุต่างๆ ทั้งปูน หิน ไม้ และกระจกมาใช้ได้อย่างลงตัว เมื่อก้าวเข้าไปภายในตัวบ้านก็พบกับความเรียบหรู เน้นการตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์ร่วมสมัย ออกแบบการจัดวางอย่างปราณีตในทุกๆ มุมของบ้าน อย่างมีเอกลักษณ์“บ้านของเมจัง” ร่างสูงมองดวงหน้าหวานของภรรยาจากด้านข้าง เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมแขนแกร่งที่โอบเอวจากทางด้านหลัง“ทำไมเค้าไม่รู้ว่าตัวเองสร้างบ้านใหม่” ตังเมเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่โอบกอดตัวเองอยู่ด้วยความฉงนสงสัย ตั้งแต่งานสวดอภิธรรมของดิษย์กับรสสุคนธ์ ทุกคนก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลยตลอดระยะเวลาสี่ปี โดยขณะนั้นรีสอร์ตอยู่ในการดูแลของภูกั







