تسجيل الدخولเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ตวงรักกดรับแล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของใคร หญิงสาวทรุดนั่งลงบนเตียงนุ่ม ในห้องขนาดไม่กว้างมากนัก มีเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ไว้สองสามชิ้น เดิมทีเป็นห้องพักแขก แต่ตอนนี้เจ้าของสวนส้มตะวันฉายยกมันให้เธอ เขาจากไปหลังจากบอก กฎ กติกา มารยาท การอยู่ร่วมกันกับเขา ให้เธอเรียบร้อยแล้ว
“ว่าไง ยัยน้อง”
“เป็นยังไงบ้าง เห็นพี่เพลิงโทรมาหาพี่วิชญ์ ไล่บี้พี่วิชญ์น่าดูเลย คุณย่าหญิงแกล้งป่วยเพราะกลัวเผยพิรุธ ยกหน้าที่ให้กับพี่วิชญ์แทน พี่เพลิงเป็นไงบ้างยัยตวง”
“ก็หล่อ เอ๊ย ! ไม่ใช่ ดูดุๆ น่ากลัวๆ ยังไงบอกไม่ถูก”
ตวงรักว่าเสียงเบาเป็นกระซิบ แล้วชะเง้อมองไปทางประตูด้วย
“นี่ก็ร่ายกฎการอยู่ร่วมกันมาเลยนะยัยน้อง พี่ชายของน้องนี่ น่ากลัวสุดๆ”
“โห” ชนิตสิรีอ้าปากค้างไปเลย ก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างตื่นเต้นว่า
“มีกฎด้วยเหรอตวง พี่เพลิงน่ะนะ”
“อืม...อยากฟังไหมล่ะ”
ตวงรักเริ่มร่ายยาว เกี่ยวกับกฎสามข้อที่เขาย้ำบอกเธอ ว่าหากเธอฝ่าฝืนกฎเมื่อไหร่ล่ะก็ เขาจะโยนเธอออกจากสวนส้มตะวันฉายทันที
“ข้อหนึ่ง ห้ามยุ่งกับผมนอกจากเรื่องงาน คุณอยู่ส่วนคุณ ผมอยู่ส่วนผม ข้อที่สอง ห้ามทำตัววุ่นวาย สอดรู้ สอดเห็นในสวนส้มของผม ข้อที่สาม ไม่ว่าคุณย่าหญิงจะจ้างคุณมาในฐานะอะไร ตอนนี้คุณก็เป็นลูกจ้างผม ต้องทำตามคำสั่งผม เป็นไงล่ะ พี่เพลิงของน้อง สุดๆ”
“โห...มามาดโหดเลยแหะ ระวังตัวนะตวง พี่เพลิงน่ะฉลาดจะตาย นี่คงระแวงคุณย่าหญิงไปแล้ว แล้วพี่เพลิงก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขา เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาก นี่ถ้ารู้ว่าคุณย่าหญิงสงสัยเรื่องอะไรแล้วส่งตวงไปสืบ น้องกลัวใจจริงๆ ว่าพี่เพลิงจะกลายเป็นพระเพลิงพิโรธขนาดไหน”
ชนิตสิรีบ่นพึมพำหลังจากฟังเพื่อนรักบอกถึงกฏของพี่ชายเธอเรียบร้อยแล้ว ตวงรักหัวเราะเบาๆ นัยน์ตาคมสวยเปล่งประกายมุ่งมั่น
“จะโหดยังไง จะน่ากลัวยังไง เราก็ต้องทำงานให้คุณย่าหญิงให้สำเร็จให้ได้ เพื่อสวิส ยัยน้อง เราไม่ยอมแพ้หรอกน่า”
“ระวังตัวนะ มีอะไรโทรมาได้ตลอดเลย น้องจะรีบไปช่วย”
“โอเค เพื่อนรัก”
ตวงรักว่าเสียงใส ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อมีเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องของเธอเบาๆ พร้อมกับเสียงห้าวทุ้มที่ร้องเรียก
“คุณตวงครับ นายให้มาตามครับ”
“แค่นี้ก่อนนะ ตวงคงต้องไปเริ่มงานกับนายจ้างแล้วล่ะยัยน้อง”
“จ้ะ สู้ๆ นะตวง”
ชนิตสิรีบอกให้กำลังใจเพื่อน เมื่อทางโน้นวางสายไปแล้ว หญิงสาวก็ลอบถอนใจออกมาทันที แล้วก็ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะบ่นภาวนาออกมาดังๆ ว่า
“สาธุ! คุณพระคุณเจ้าขา ช่วยเพื่อนของน้องด้วยนะคะ ให้รอดจากปากเหยี่ยวปากกาอย่างพี่เพลิง ได้ข่าวมาให้คุณย่าหญิง และรอดปลอดภัยไม่โดนจับได้เรื่องไปเป็นสาย สาธุ”
“บ่นอะไรน่ะยัยน้อง”
เสียงห้าวทุ้มดังขัดจังหวะการบนบานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ทำให้ชนิตสิรีถึงกับสะดุ้งโหยง แล้วเงยหน้ามองทางต้นเสียงทันที นราวิชญ์ยืนกอดอกอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ มองเธอด้วยสายตาเป็นประกายอบอุ่น
“พี่วิชญ์ น้องตกใจหมดเลย”
“ขอหวยหรือไง”
นราวิชญ์ว่ายิ้มๆ ทำเอาชนิตสิรีค้อนขวับ แล้วก็ย่นจมูกใส่เขา ท่าทางนั้นน่ารักนักหนาจนคนมองอยากจะเอื้อมมือบีบจมูกเล็กๆ นั่นสักที
“ขอพรให้เพื่อนรักของน้องต่างหากล่ะค่ะพี่วิชญ์ ยัยตวงจะรอดไหมคะพี่วิชญ์”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เตือนคุณยายแล้ว ว่าพี่จะไปจัดการให้เอง ก็ไม่ยอม หึ หึ งานนี้พี่ไม่ขอยุ่งด้วยนะจ้ะ”
“ไม่ยุ่งด้วยเลยเหรอคะพี่วิชญ์ขา”
ชนิตสิรีว่าเสียงหวาน ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินอ้อมโต๊ะมาเกาะแขนเขาอย่างประจบ นราวิชญ์มองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าหวานๆ น่ารักของน้องสาวนอกไส้
“ไม่ยุ่ง”
“ยุ่งหน่อยนะคะ เพื่อนรักของน้องเลยนะ เผื่อพี่เพลิงเกิดโมโหแตก ทำอะไรยัยตวงขึ้นมา พี่วิชญ์ไปช่วยยัยตวงกับน้องนะ”
“เฮ้อ...”
นราวิชญ์ส่ายหน้าช้าๆ เขาทนเธออ้อนได้ที่ไหนกัน แม้ไม่อยากจะยุ่ง แต่ถ้าชนิตสิรีอ้อนเขาขึ้นมาจริงๆ เขาก็คงต้องไปช่วยอยู่ดี เสียงใสๆ ดังออดอ้อนเขาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับหน้าหวานละมุนที่แนบแก้มกับต้นแขนเขาอย่างประจบ
“นะคะ พี่วิชญ์ ไว้ว่างๆ เราไปเยี่ยมยายตวงกันที่สวนส้มตะวันฉายนะคะ แอบไปเป็นกองหนุน ช่วยคุณย่าหญิงด้วยยังไงล่ะคะ”
“อืม...พี่ไม่รับปากนะ เป็นอันว่าถ้าว่างก็แล้วกัน” นราวิชญ์ว่า แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ พลางบ่นพึมพำ
“พี่อยากจะรู้นัก ว่าถ้าเกิดนายเพลิงเป็นแบบที่คุณยายกลัวขึ้นมาจริงๆ คุณยายจะทำอย่างไรต่อไป แล้วจะวุ่นวายมากอีกขนาดไหน ไม่อยากจะนึกเลยให้ตายสิ”
“พี่วิชญ์น่ารักที่สุดเลย”
ชนิตสิรีโอบรอบร่างหนาอย่างประจบ นราวิชญ์ถึงกับตัวแข็ง เมื่อเธอกอดเขาแบบเด็กๆ แบบนั้น รู้ไหมนะว่าตัวเองน่ะไม่เด็กแล้ว เป็นสาวเต็มตัว แถมหวานละมุนน่ารัก จนหัวใจเขามันเต้นแปลกๆ ไปทุกวันแบบนี้ ชายหนุ่มค่อยผลักร่างบางออกโดยละม่อม พลางทำเสียงดุๆ ใส่น้องสาวทันที
“ยัยน้อง อย่าทำแบบนี้ ไม่ดี เราเป็นสาวแล้วนะ ไปๆ ทำงานของเราต่อ อย่าอู้งาน ทำรายงานการประชุมให้พี่ด้วย”
“แบร่...”
ชนิตสิรีแอบแลบลิ้นตามร่างสูงใหญ่ ที่หายเข้าไปในห้องทำงานของเขา ก่อนจะย่นจมูกและทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานของตัวเอง พลางบ่นพึมพำว่า
“คุณลุงวิชญ์ หัวโบราณจริงๆ พี่ชายเรา เฮ้อ...”
......................................................................................................................................................
เพลิงแสร้งทำหน้าขรึม เมื่อร่างบางของตวงรักมานั่งลงตรงหน้าเขา หญิงสาวจะแย้มรอยยิ้มให้เขา หากแล้วมันก็กลายเป็นรอยยิ้มแหย เมื่อเจ้านายของเธอทำหน้าดุใส่ แถมยังเลื่อนแฟ้มงานมาให้เธออีกกองโต ตวงรักถึงกับทำตาโต เมื่อเห็นกองเอกสารนั้นเข้า
“นี่เป็นงานบัญชี ดีเหมือนกันที่คุณย่าหญิงจ้างคุณมาช่วยผม ในจดหมายบอกว่าคุณเดือดร้อนเรื่องเงิน งานหนักแบบไหนคุณก็คงไม่เกี่ยงสินะ คุณตวงรัก”
น้ำเสียงนั้นทำเอาตวงรักถึงกับสะอึก หมอนี่...นิสัย สุดๆ จริงๆ แต่ยังไงเราก็ต้องยิ้มไว้ก่อน ท่องไว้นะตวงรัก ฝันที่เป็นจริง เวลาทำงานแค่ไม่นาน เราจะได้ไปเที่ยวสวิส...
“ค่ะ ยังไงก็ได้ค่ะ”
“งั้นก็ดี นี่งานของคุณ เรียนมาทางด้านนี้โดยตรงล่ะสิ ถ้าแบบนั้นก็ดีเลย ผมจะได้ไม่ต้องสอนมาก ท่าทางคุณคงจะรู้ดีกว่าผมอีก เพราะผมไม่ได้จบมาทางบัญชีแต่จบมาทางด้านโรงแรมกับบริหาร”
“เอ่อ...ถ้าจะให้ดี”
ตวงรักกลืนน้ำลาย เธอเคยแตะต้องที่ไหนกับเล่า เอกสารทางการบัญชี แถมวิชาเลข เธอก็เป็นแค่บวกลบคูณหาร จะมากไปกว่านั้นก็ชักจะลำบากใจ เพราะเธอไม่ถนัดเอาเสียเลย
“คุณเพลิงกรุณาสอนตวงสักนิดได้ไหมคะ? ตวงเองก็จบทางด้านโรงแรมมาน่ะค่ะ”
“หืม?”
เพลิงเลิกคิ้ว นัยน์ตาคู่คมมองใบหน้าสวยหวานนั้นอีกรอบ บางทีไอ้ที่เขากำลังสงสัยนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่ว่ามันเรื่องอะไรกันล่ะ คุณย่าหญิงถึงทำแบบนี้ ลองเดินตามเกมไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถ้ารู้แน่นอนแล้ว เขาค่อยแก้เผ็ดทีเดียวก็คงไม่สาย เพลิงคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งพูดลอยๆ ขึ้นว่า
“แปลกนะ คุณย่าผมรับคุณมาช่วยงานผมด้านการบัญชี แต่คุณทำบัญชีไม่เป็นนี่นะ ให้ตายเถอะ ย่าผมคิดอะไรอยู่นี่ คุณย่าหญิงจ้างคุณเดือนละเท่าไหร่กัน คุณตวงรัก คุณถึงยอมมาทำงานกับผมในสวนส้มห่างไกลความเจริญแบบนี้”
“ก็มากพอและคุ้มค่าน่ะค่ะ”
ตวงรักตอบ เธอเม้มริมฝีปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อไปเสียงอ่อน ไหนๆ ต้องสวมบทเป็นสายลับแล้ว เรื่องโกหกเอาตัวรอดเป็นสิ่งที่เธอต้องทำ
เอาล่ะ...เริ่มทำตัวให้น่าสงสารก่อนนะยัยตวง ตาหมอนี่จะได้เห็นใจ เลิกทำหน้าเหมือนเราจ้องจะมาขโมยอะไรในสวนส้มของเขาเสียที
“คุณย่าหญิงคงจะสงสาร เห็นใจตวงน่ะค่ะ ที่บ้านตวงลำบากมาก ตวงเป็นเพื่อนกับยัยน้อง ท่านรู้จักตวงดีเลยกรุณาอยากจะช่วย คุณเพลิงคะ จะยังไง งานอะไรตวงทำได้หมดค่ะ แค่คุณสอนตวง ตวงก็ทำได้แล้ว รับรองเลยค่ะว่าไม่ผิดหวัง และตวงจะไม่ทำให้คุณรู้สึกเสียใจเลยค่ะที่รับตวงมาช่วยงาน”
ตวงรักรับรองตัวเอง มือเรียวจับมือเขามากุมไว้ทันที พลางมองเขาเหมือนของความเห็นใจ เพลิงรู้สึกประหลาดเมื่อมือนุ่มนั่นกุมมือเขาไว้ แถมเจ้าตัวยังทำหน้าตาหน้าสงสารใส่เขาอีกต่างหาก
นึกว่าเขาจะหลงกลหรือไงกันนะ ชายหนุ่มคิดในใจ เป็นเพื่อนยัยน้อง เรียนจบมาด้านธุรกิจการโรงแรม นั่นมันสายงานโดยตรงของธุรกิจทางบ้านเขาเลย ถ้าคุณย่าหญิงจะช่วยจริงๆ แค่ให้งานในโรงแรมทำก็เหลือเฟือแล้ว ไม่ต้องลำบากส่งแม่เจ้าประคุณมาไกลถึงเชียงใหม่แบบนี้หรอกน่า มีแผนอะไรกันอยู่แน่ๆ แต่ว่าแผนอะไรล่ะ? ถ้าเขาอยากรู้ก็ต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป
เพลิงยิ้มตอบเธอ รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าคมสันน่ามองขึ้นอีกเท่าตัว นัยน์ตาคมเป็นประกายระยับ รอยยิ้มที่ทำให้ลักยิ้มของเขากดลงจนเห็นได้ชัดที่มุมแก้มด้านซ้าย
โอย... ตายแล้ว
ตวงรักมองแล้วถึงกับตาลาย ทำไมเขาถึงหล่อได้บาดใจขนาดนี้กันนะ หญิงสาวอุทานกับตัวเองในใจ พลางกระพริบตาปริบๆ เพลิงดึงมืออกจากมือเธอ เอามากอดอกไว้ แล้วพยักหน้า
“โอเค เป็นอันว่า ผมเห็นใจคุณเหมือนกับคุณย่าหญิงนะ สาวน้อย ผมจะสอนงานให้ก็แล้วกัน เอาแบบนี้ดีไหม?”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่าไม่น่าเชื่อ รอยยิ้มที่ตามมาอบอุ่นกว่าเดิม คนมองถึงกับแทบจะเป็นลมกับรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์แบบนั้นของเขา
“คิดเสียว่าผมเป็นพี่ชายคุณ แบบยัยน้องไง ดีไหม เราจะได้ทำงานกันอย่างราบรื่น”
“เอ่อ...ได้ค่ะ”
ตวงรักตอบเหมือนละเมอ ก็เขาเล่นจ้อง เล่นยิ้มมาแบบนี้ หัวจิตหัวใจของเธอมันก็กระเจิงไปทางไหนก็ไม่รู้ เพลิงอมยิ้ม พลางก้มลงมองเอกสาร น้ำเสียงต่อมาของเขา ทำให้ตวงรักแทบตื่นจากภวังค์
“แต่จะอย่างไร จำกฎสามข้อไว้นะครับ คุณตวงรัก ถ้าคุณแหกกฎ กลับกรุงเทพฯ ไปได้เลย”
………………………………………………………………………………………………………………………
เพลิงปิดแฟ้มเอกสารลง แล้วมองหน้าคนที่กำลังนวดขมับเบาๆ พร้อมกับดมยาไปด้วย ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาค่อนข้างจะแกล้งอัดงานให้เธอเลยทีเดียวล่ะ ชายหนุ่มรู้ดี บางทีก็พูดเร็วๆ แบบที่ตวงรักฟังแทบไม่ทัน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วพูดเสียงทุ้มว่า
“คุณทำงานในนี้กับผมก็แล้วกัน งานเอกสารในสวนส้มไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่บัญชีประจำวันที่ผมสอนคุณไป สิ้นเดือนคุณก็สรุป ทำกำไรขาดทุนให้ผม จ่ายเงินเดือนคนงาน อ้อ...คุณต้องตามไปที่ตลาดกลางด้วย เพราะบางทีก็ต้องรับเงินสด รับบิลมา ผมส่งส้มช่วงเช้า ไม่เกินเจ็ดโมง บางวันอาจจะให้คุณไปธนาคาร จัดการเรื่องพวกเงินให้ผม บางที อืม...คนงานไม่พอ ผมอาจจะขอแรงคุณไปเก็บส้มบ้าง พ่นยาบ้าง ใส่ปุ๋ยบ้าง”
“หา!”
ตวงรักถึงกับกลืนน้ำลาย นี่ตกลงว่าเขาจะใช้เธอทำทุกอย่างในสวนส้มตะวันฉายนี่เลยหรือไงกันนะ ตายแล้ว!
ยิ่งเพลิงเห็นสีหน้าของเธอ เขาก็เหมือนยิ่งอยากจะแกล้ง ชายหนุ่มร่ายยาวต่อไปว่า
“บางทีก็อาจจะต้องทำกับข้าว เลี้ยงพวกคนงานด้วย ดีเหมือนกัน คุณทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า ผมมีพ่อครัวชื่อคำปัน แกทำได้ไม่กี่อย่าง ผัดผักกาดดองใส่ไข่ นั่นเป็นเมนูที่แกทำเกือบทุกวัน คนงานผมหน้าจะเป็นเจ้านี่อยู่แล้ว บางทีจะขอแรงคุณด้วย”
“เอ่อ...”
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนจะมองเขาตาแป๋ว เพลิงเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เขาอยากจะรู้ว่าคนที่คุณย่าหญิงจ้างมาจะอยู่กับเขาได้สักกี่น้ำ หึ หึ
“คงไม่รังเกียจนะ งานที่นี่เป็นงานหนัก ผมเลยไม่ค่อยรับผู้หญิงเข้าทำงาน ผมเกลียดความอ่อนแอ ชอบทำเป็นอ้อน และจุกจิกของผู้หญิง เลยจ้างแต่ผู้ชาย ซึ่งพวกเราก็ทำงานกันได้อย่างมีความสุขมาก”
“ตวงทำได้ค่ะ”
ตวงรักว่าเสียงใส เอาล่ะ! หญิงสาวบอกกับตัวเองในใจ คนอื่นเขาทำได้ เธอก็ต้องทำได้ ไม่รู้ว่าเจ้านายคนใหม่ของเธอแกล้งหรือเปล่า แต่ตวงรักก็มั่นใจว่า งานที่เขาบอกเธอมานั้น มันเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับสาวไฮเปอร์บ้างานแบบเธอ เธออยากรู้อยู่แล้วว่า งานในสวนส้มมีอะไรบ้าง น่าสนุกจะตาย ทำงานกับธรรมชาติแบบนี้ เผื่อเธอจะมีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสวนส้มส่วนเรื่องทำอาหารนั้น เป็นอีกเรื่องที่ตวงรักชอบทำอยู่แล้ว เธอจึงไม่เกี่ยงเลยถ้าเขาจะใช้ให้เธอทำ เธอจะยินดียิ่งกว่าต้องนั่งมาทำเอกสารบัญชีเสียอีก
“ถ้าแบบนั้นก็ดีมาก”
เพลิงผิดหวังนิดหน่อย ที่ไม่เห็นท่าทางท้อแท้ของเธอ ก่อนที่เขาจะทันพูดคุยอะไรต่อ ก็มีเสียงเคาะประตู พร้อมกับเปิดผัวะเข้ามาทันที คนที่ก้าวเข้ามาทักทายเพลิงเสียงหวาน และทำให้ตวงรักถึงกับมองแล้วทำตาโตอย่างตกใจ
“เพลิงขา แพนเค้กกลับมาแล้ว ไปทานข้าวกลางวันกันนะ ซื้อเป็ดพะโล้มาเผื่อด้วยดาร์ลิ่ง”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







