تسجيل الدخولตวงรักเม้มริมฝีปาก มือเรียวบีบเข้าหากันไปมาอย่างตื่นเต้น เมื่อใกล้เข้าสู่อาณาเขตของจังหวัดเชียงใหม่ เธอตอบรับงานที่คุณย่าหญิงเสนอแบบไม่ลังเลสักนิดตั้งแต่คุณย่าหญิงยื่นข้อเสนอให้เธอ ข้อเสนอที่ทำให้ตวงรักต้องดีใจที่สุดในชีวิตเมื่อสิ่งที่เธอรอคอยมานาน ถูกหยิบยื่นให้ด้วยเงื่อนไขอันง่ายดาย
‘ถ้าหนูตวงยอมทำตามคำขอของย่า ย่าจะมีค่าตอบแทนให้ ตั๋วเครื่องบินไปสวิสเซอร์แลนด์ พ็อกเก็ตมันนี่อีกต่างหาก อ้อ..ระหว่างที่หนูทำงานที่สวนส้มตะวันฉาย ย่ามีเงินเดือนให้ เดือนละสองหมื่นจ้ะ”
ใครไม่ตอบรับงานนี้ ก็คงจะบ้าแล้ว ตวงรักคิดในใจ เงินดีขนาดนี้ แถมเธอได้ทำตามความฝันเสียด้วย แลกกับการมาเป็นสายลับให้กับคุณย่า สำรวจพฤติกรรมของหลานชาย ที่ชื่อเพลิง...
ตวงรักย่นจมูกเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ คุณย่าหญิงบอกให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะเพลิงต้องไม่พอใจแน่นอนที่คุณย่าหญิงทำแบบนี้กับเขา เพลิงเป็นคนอารมณ์ร้อน และบางทีก็อารมณ์ร้าย เอาแต่ใจตัวเอง คุณย่าหญิงบอกถึงคุณสมบัตินิสัยข้อที่เสียของหลานชาย ไว้ให้เธอฟังอย่างครบถ้วน ถ้าเพลิงรู้ว่าคุณย่าหญิงส่งเธอมาเป็นสปายในสวนส้มตะวันฉายล่ะก็ มีหวังสวนส้มแตกเพราะฤทธิ์โมโหของเพลิงแน่นอน
“หน้าตาของพี่เพลิงจะเป็นยังไงน้า เมื่อวานก็มัวแต่ดีใจ เราเลยลืมขอคุณย่าหญิงดูรูปเค้าไปเลย”
ตวงรักบ่นพึมพำกับตนเอง เมื่อได้รับรู้นิสัยของชายหนุ่ม เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขา เธอเคยเห็นแค่รูปเขาสมัยเด็กที่อยู่ในกรอบทองสีสวยติดอยู่ตรงฝาผนังในห้องรับแขก หน้าตาเขาก็ดูน่ารักดี เค้าว่าโตมาจะเป็นชายหนุ่มรูปหล่อไม่ใช่เล่น แต่ผู้หญิงทิ้ง แถมนิสัยเอาแต่ใจตัวขนาดหนักแบบนี้ แล้วตามด้วยเรื่องที่อาจจะเบี่ยงเบนเพราะอกหัก จนคุณย่าหญิงต้องให้เธอมาสืบเรื่องของเขาไปรายงานนี่ ตัวจริงจะเป็นแบบไหนกันนะ
รถพาเธอแล่นผ่านตัวเมือง จนเข้าเขตอ.ฝาง เชียงใหม่เป็นเมืองที่สวยงามและสะอาด เหมือนเป็นเมืองที่ทันสมัยเจริญก้าวหน้า หากแต่อยู่ร่วมได้กับธรรมชาติเป็นอย่างดี เพราะมีบรรยากาศความเจริญ สลับกับธรรมชาติอยู่เป็นระยะ เป็นเมืองที่น่าอยู่มาเลยทีเดียว ตวงรักมองบรรยากาศรอบๆ อย่างตื่นตา คุณย่าหญิงให้คนขับรถมาส่งเธอถึงเชียงใหม่ และให้เธอถือจดหมายมาว่าท่านส่งเธอมาเป็นผู้ช่วยของเขา ตวงรักกำลังคิดว่าเธอจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าของสวนส้มตะวันฉายแบบใดกันหนอ
ในที่สุด เธอก็เข้าเขตของหุบเขาที่มีอากาศเย็นจนเจ้าตัวต้องกอดอก เพราะเธอสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนขายาวง่ายๆ เธอเดินทางในตอนกลางคืน หลับสนิทเลยทีเดียวตลอดทางที่ผ่านมา คนขับรถของคุณย่าหญิงไม่ใช่คนช่างพูด และเหมือนจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด คือตั้งหน้าตั้งตาขับรถเพื่อส่งเธอยังจุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ป้ายของสวนส้มตะวันฉายที่ปรากฏอยู่ทำเอาตวงรักอดตื่นเต้นไม่ได้ อีกไม่กี่นาทีแล้วเธอก็จะได้เจอกับเพลิงเสียที และจะได้เริ่มงานนักสืบ เป็นสิ่งที่น่าสนุกและท้าทายมากเลยทีเดียว ตวงรักคิดในใจ
อาณาบริเวณสวนส้มที่ปรากฏขึ้น ทำให้ตวงรักอุทานอย่างชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ ที่นี่สวยมากเลยทีเดียว เจ้าของสวนส้มน่าจะจัดกิจกรรมอื่นขึ้นนะ เพราะสวนส้มของเขาสวยงามมากและซ่อนอยู่ในหุบเขาเขียวชะอุ่ม นี่ถ้าทำโฮมสเตย์ จัดกิจกรรมดีๆ แล้วล่ะก็ ต้องมีคนมาเยี่ยมชมไม่ขาดแน่ๆ ตวงรักคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
“มาหาใครครับ”
เสียงห้าวทุ้มทักทาย เมื่อเธอลงมาจากรถ รถพาเธอมาหยุดอยู่ตรงบ้านพักของเจ้าของสวนส้มตะวันฉาย มันเป็นบ้านเรือนไม้สักที่ใหญ่และสวยมากเลยทีเดียว เป็นส่วนผสมระหว่างศิลปะบ้านเรือนทางเหนือประยุกต์ ตวงรักมองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ เกือบจะเหมือนเด็กๆ ที่หลุดเข้าไปสำรวจในโลกมหัศจรรย์
“เอ่อ...มาหาคุณเพลิงน่ะค่ะ คุณย่าหญิงส่งดิฉันมา ให้มาเป็นผู้ช่วยของคุณเพลิง เห็นว่าคุณเพลิงอยากได้คนช่วยทำบัญชี ดิฉันชื่อตวงรัก ชัยนภัทรค่ะ”
“เอ๊ะ?”
เอกพงษ์ถึงกับย่นหัวคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเจ้านายอยากรับพนักงานเพิ่ม งานบัญชีของไร่ เขาและเพลิงก็ช่วยกันทำอยู่แล้ว เขามองเธออย่างไม่ใคร่ไว้วางใจ และแอบลอบสำรวจใบหน้าสวยคมหวานของเจ้าตัวไปด้วย ยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าเธอเป็นคนสวยน่ารักมาก เขาอดมองอ้อยอิ่งที่ใบหน้ารูปไข่ ที่มีเครื่องหน้ารับกันของตวงรักไม่ได้ ถ้าเกิดว่าหญิงสาวคนนี้มาทำงานในสวนส้มตะวันฉายจริงๆ แล้วล่ะก็ หัวใจของคนงานหนุ่มทั้งสวนส้ม ต้องกระชุ่มกระชวยแน่ๆ
“เอ่อ...นี่จดหมายของคุณย่าหญิงค่ะ คุณเพลิงหรือเปล่าคะ”
ตวงรักถามเขาอย่างลังเล แล้วยื่นส่งจดหมายให้กับเขา ชายหนุ่มตรงหน้าเธอแม้จะหน้าตาธรรมดาๆ แต่เขาดูมีเสน่ห์ ชวนมอง รูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขน กับกางเกงยีนสีดำ รองเท้ายางสูงถึงเข่า ท่าทางทะมัดทะแมง และดูแล้วไม่เหมือนกับคนงานทั่วไป เอกพงษ์รีบโบกมือปฏิเสธทันที
“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นหัวหน้าคนงาน ชื่อเอกพงษ์ คุณเพลิงเข้าไปในสวน อืม...คุณเก็บจดหมายไว้ก่อนเถอะครับ ไว้รอเจอคุณเพลิงดีกว่า นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปตามคุณเพลิงมา”
เอกพงษ์ว่า เขายังอดระแวงตวงรักไม่ได้ ก็มีอย่างที่ไหน มาทำงานกับเจ้านายเขาแล้วก็ไม่รู้จักหน้าค่าตาเจ้าของสวนส้มตะวันฉาย ทั้งที่บอกว่ามาจากย่าของเพลิงแท้ๆ
“ค่ะ”
ตวงรักยิ้มแหยๆ พลางทรุดนั่งลงที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นลิ้นจี่ที่เอกพงษ์ชี้ให้นั่ง สายตาที่เขามองเธอดูเหมือนจะไม่ใคร่ไว้ใจนัก ถึงไม่เชื้อเชิญเธอเข้าไปในบ้าน คนขับรถของคุณย่าหญิงยกกระเป๋าเธอลงมาจากรถเสร็จแล้ว ก็เดินหายไปทางไหนไม่รู้ ทิ้งตวงรักไว้ลำพังคนเดียว หญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้นสักพักก็เริ่มรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ตอนแรกตื่นเต้น ตอนนี้ชักจะเริ่มรู้สึกอย่างอื่นแทน ตวงรักนั่งบิดซ้ายขวาแล้วบ่นพึมพำไปด้วย
“โอ้ย! ไปตามถึงไหนกันนะ ปวดฉี่มากเลย จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
ตวงรักมองชะเง้อประตูบานใหญ่ของบ้านไม้สักไปด้วย ตามองทางไปด้วย และแล้วเธอก็ตัดสินใจเมื่อทนแทบจะไม่ไหวแล้วตวงรักเดินแกมวิ่งไปที่เป้าหมายทันที แทบจะร้องไชโยเมื่อมันไม่ได้ล็อค
‘เข้าไปทำอะไรให้มันเสร็จๆ แล้วก็รีบวิ่งออกมาก็แล้วกัน ตวงเอ๊ย’
เธอบอกตัวเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะหันรีหันขวางเพื่อมองหาว่าห้องน้ำไปทางไหน บ้านของเจ้าของสวนส้มตะวันฉายหลังใหญ่มาก แต่ไม่ยักกะมีคนอยู่สักคน และแล้วเธอก็เจอห้องน้ำเข้าจนได้ แม้มันจะอยู่ในห้องทำงานก็ตามที มันเป็นประตูแรกที่เธอเปิดเข้าไป และเห็นประตูห้องน้ำเปิดทิ้งไว้ ตวงรักรีบวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำและทำธุระของเธอทันที
“ลืมเอกสารเสียได้สิเรา ต้องมาเสียเวลาวนกลับมาเอาบิล แย่จริงๆ”
เพลิงบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ที่ต้องเสียเวลาในการไปส่งผลผลิตวันนี้เขาต้องไปรับเงินค่าส้มงวดก่อนจากพ่อค้าที่รับซื้อด้วย เพราะคราวก่อนทางนั้นขอติดเขาไว้ก่อน และให้เขานำบิลไปเบิกเอา ตอนนี้ก็เกือบจะสายแล้ว งานในสวนส้มมีรออีกมากมาย
วันนี้เขาต้องดูแลเรื่องการลงกล้าพันธุ์ใหม่ด้วย อยากทำให้เสร็จเร็วๆ เพลิงมีแผนการจะลงส้มเช้งและส้มโชกุนในสวนของเขาเพิ่มเติม เพราะจะได้เปิดตลาดใหม่ไปด้วย สวนส้มตะวันฉายดินดี น้ำก็ไม่ขาดแคลน เพลิงสนุกกับการพัฒนาที่ดินของเขาไปเรื่อยๆ นอกจากส้มแล้ว เขายังคิดจะทำพืชผักเมืองหนาวเพิ่มเติมด้วย
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในบ้านแล้วต้องย่นหัวคิ้ว เมื่อพบว่าห้องทำงานของเขาที่มักจะปิดประตูไว้เรียบร้อยเสมอ ตอนนี้มันเปิดอ้าค้างไว้ ความผิดปรกตินี้ทำให้เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านของเขาเสียแล้ว เสียงน้ำในห้องน้ำในห้องทำงานทำให้เพลิงหรี่ตา พลางแอบซ่อนในเงามืดของตู้ที่ติดกับห้องน้ำทันที
หน็อย...เพลิงเม้มริมฝีปาก ไม่มีใครกล้าเข้ามาในห้องทำงานของเขา หรือจะพวกหัวขโมยกันนะ กล้ามาก มาบุกบ้านเขากลางวันแสกๆ แบบนี้ แถมมาใช้ห้องน้ำสบายใจอีกต่างหาก
“เฮ้อ...โล่ง ว้าย!”
เสียงอุทานอย่างตกใจ เมื่อเขาตรงเข้าล็อคแขกปริศนายามเช้า ร่างอวบนุ่มในวงแขนบอกเพศได้ชัดเจน ทำเอาเพลิงถึงกับย่นคิ้ว หากแต่ก็ยังรัดร่างนั้นแน่นเข้า คนในวงแขนต่อสู้เขาเต็มที่ทั้งหยิกทึ้งและพยายามดิ้นหนี ทุบถองเขาทุกที ที่ทำได้ แต่ด้วยความสูงเกือบ 185 เซนติเมตรของเขา และเรือนร่างล่ำสั่นเพราะทำงานออกแรงเสมอ ทำให้เขาแข็งแรงกว่าคนในวงแขนมากนัก
“ใคร ! มาทำอะไรที่ห้องทำงานฉัน”
เสียงประกาศทรงอำนาจดังขึ้น ทำเอาตวงรักแทบจะหัวใจวาย เธอหันขวับมองเขา แต่ก็เห็นไม่ถนัดนัก เพราะในห้องทำงานเขาค่อนข้างจะมืด เนื่องจากยังไม่ได้เปิดม่านที่หน้าต่าง เพลิงจึงลากเธอให้เดินตามเขาออกมาภายนอกเพื่อจะได้เห็นกันถนัดๆ และเมื่อก้มดูคนที่เขาจัดการล็อคไว้ในอ้อมแขนแกร่งถนัด เพลิงก็ถึงกับหรี่ตามองกวาดทั่วใบหน้ารูปไข่อย่างลืมตัว
นัยน์ตาคมหวานสีน้ำตาลเข้ม มองเขาอย่างตกใจ คิ้วเรียวได้รูป จมูกโด่งเป็นสันสวย ตรงปลายรั้นเล็กน้อย บอกนิสัยได้ว่าเจ้าตัวคงจะดื้อไม่ใช่เล่น ผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ริมฝีปากอิ่มสวย หน้าคมละมุนหวานนั้นบอกได้ว่าเธอมีสองเชื้อชาติในตัวเอง เป็นส่วนผสมพอเหมาะที่ธรรมชาติสร้างให้อย่างลงตัว
“ปละ ปล่อยก่อนค่ะ ฉันไม่ใช่ขโมย”
ตวงรักพยายามอธิบายละลักละล่ำ กับคนตัวโตที่กำลังกอดเธออยู่นี่ ไม่ยอมปล่อยเสียด้วย
“ไม่ปล่อย”
เพลิงพูดเสียงทุ้มชิดริมหูเธอ แม่คนนี้ใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรกันนะ ทำไมมันหวานละมุนแบบนี้กันหนอ กลิ่นเหมือนกับดอกไม้ยามแรกแย้ม อ้อมแขนเขากระชับแน่นเข้าโดยที่ไม่รู้ตัว ตวงรักมองเขาพลางทำตาโต ใบหน้าคมสันของเขาอยู่ใกล้เธอแค่นิดเดียว ปลายจมูกโด่งนั่นก็เฉียดแก้มนวลไปมายามเธอขยับตัว หนีเขา
นี่หรือ ‘คุณเพลิง’ ตายแล้ว ! ตวงรักอุทานในใจ ทำไมหล่อชนาดนี้กันล่ะเนี่ย สาวที่ไหนกล้าทิ้งกันนะ โอ้โห! นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลเข้ม เปล่งประกายระยับ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป ผิวของเขาเป็นสีแทน ตัดกับผิวขาวลออของเธออย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขารัดเธอไว้จนทุกส่วนเกือบจะแนบกันแบบนี้ หญิงสาวถึงกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ เผลอมองเขาตาโต ขณะเดียวกัน เพลิงเองก็มองเธออย่างลืมตัวเช่นกัน ใบหน้าเธอคมหวาน สวยเหมือนเทพธิดาตกสวรรค์ ยิ่งมองยิ่งถอนสายตาไม่ขึ้น...
“เฮ้ย!”
เสียงอุทานที่ดังขึ้น เหมือนทำให้สองหนุ่มสาวที่เผลอไผลมองกันนิ่งนานได้สติ เพลิงคลายอ้อมแขน แต่ยังล็อคเธอไว้แน่น เขาหันมาสั่งลูกน้องคนสนิท ที่กำลังทำตาโตมองเขากับหญิงสาวผู้บุกรุก
“ไอ้เอก โทรแจ้งตำรวจให้หน่อย มีคนบุกเข้ามาในบ้านฉัน”
คำพูดของเขาทำเอาตวงรักอ้าปากค้าง เอกพงษ์รีบเดินตรงเข้ามาหาเจ้านาย ที่กำลังทำเหมือนจะรัดตวงรักให้จมไปในอ้อมอกกว้างๆ นั่นเสียแล้ว
“ไม่ใช่โจรหรอกครับนาย เอ่อ...คุณตวงรักเป็นคนที่คุณย่าของนายส่งมาจากกรุงเทพฯ”
“หืม?”
เพลิงย่นคิ้ว แล้วก้มลงมองใบหน้าสวยหวานของคนในอ้อมกอด ตวงรักเงยหน้าขึ้นบอกย้ำเขาอีกรอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าว่า
“คุณย่าหญิงส่งตวงมาช่วยงานคุณเพลิงน่ะค่ะ ปล่อยได้หรือยังคะ ตวงมีจดหมายมาด้วยนะคะ”
“คุณย่าหญิงกำลังเล่นอะไรกันนี่”
เพลิงบ่น แล้วคลายอ้อมกอดปล่อยให้ตวงรักเป็นอิสระ เจ้าตัวถึงกับคลำแขนป้อยเลยทีเดียว แขนเรียว ผิวขาวอมชมพูของหญิงสาวเริ่มมีจ้ำขึ้น เพราะแรงกดหนักมือของเพลิง ตวงรักแอบมองค้อนเขา คนอะไรก็ไม่รู้มือหนักเป็นบ้า ตัวโตเหมือนยักษ์ แล้วก็ต้องหลบสายตาคมกริบที่มองกวาดมายังเธอเหมือนจับผิด เขาพูดเสียงห้วน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครบอกว่าผมต้องการผู้ช่วย แล้วย่าผมส่งคุณมาเนี่ยนะ?”
“อะ เอ่อ คะ นี่คะ จดหมายของคุณย่าหญิง ถ้าคุณเพลิงไม่เชื่อ”
ตวงรักรีบล้วงเอาจดหมายที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนให้กับเขา ด้วยมืออันสั่นเทาทันที
คนอะไร ดุชะมัด โอ้ย..คุณย่าหญิงคิดยังไงว่าหมอนี่เป็นเกย์นะ ดูหน้าตาท่าทางแล้ว ก็ไม่น่าจะใช่เลยสิน่า
อ้อมกอดของเขาสร้างความรู้สึกประหลาดให้เธอจน ณ บัดนี้ หากแต่หัวใจที่เต้นเร็วเพราะความรู้สึกหวั่นไหว เริ่มกลายเป็นเต้นเร็วเพราะตกใจกลัวคนตรงหน้าขึ้นมาเสียแล้ว
เพลิงกระชากจดหมายออกมาจากมือของตวงรักค่อนข้างแรง ก่อนจะย่นคิ้ว เมื่ออ่านข้อความในจดหมายของคุณย่าหญิง
เพลิงหลานรัก
อย่าแปลกใจนะจ๊ะ ที่ย่าส่งหนูตวงรักไปช่วยงานที่สวนส้มตะวันฉาย เนื่องจากย่าเห็นว่าเพลิงคงจะเหนื่อยกับงาน ย่าเลยอยากจะส่งผู้ช่วยมาให้เพลิง ช่วยทำงานบัญชีหรือเอกสาร อย่าปฏิเสธเลยนะจ้ะ เพราะค่าแรงของหนูตวงย่ารับผิดชอบเองทั้งหมด หวังว่าเพลิงคงไม่ใจดำกับน้องนะ หนูตวงรักเป็นเพื่อนกับยัยน้อง กำลังหางานทำอยู่ ย่าสงสารและเห็นใจเลยรับมาไว้ช่วยงานเพลิงนะ หนูตวงรักกำลังลำบากเรื่องเงินมาก ยังไงก็ให้งานน้องทำนะ
อ้อ...ย่าคุยโทรศัพท์ไม่ได้ช่วงนี้ หมอห้ามใช้เสียง ย่าเป็นโรคเส้นเสียงอับเสบเลยเขียนจดหมายมาแทน ถ้าสงสัยอะไรเรื่องหนูตวงรัก ถามตาวิชญ์ได้นะ หรือยัยน้องก็ได้
รักหลานชายเสมอจ้ะ
คุณย่าหญิง
ยิ่งอ่านเพลิงก็ยิ่งสงสัย ว่าตกลงแล้วผู้เป็นย่ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ในการส่งแม่สาวหน้าคมหวานคนนี้มาที่สวนส้มตะวันฉาย นัยน์ตาคมหรี่ลงอย่างครุ่นคิด มองตวงรักที่กำลังยิ้มแหยๆ ให้กับเขา เอกพงษ์เองก็ยืนมองคนทั้งสองสลับกันไปมา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ พลางกดเบอร์โทรศัพท์หาลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทันที เมื่อปลายสายรับเสียง เขาก็กรอกเสียงห้วนๆ ลงไป
“นายวิชญ์ รู้เรื่องที่คุณย่าหญิงส่งใครมาที่สวนส้มของฉันหรือเปล่า?”
“หืม?”
ปลายสายเหมือนจะงุนงงและน้อย แต่เพียงชั่วครู่ เขาก็โต้ตอบกลับมาโดยทันที ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“อ้อ...น้องตวง เพื่อนของยัยน้องไง คุณยายส่งไปให้ช่วยนายทำงาน”
“แค่นั้นนะ”
เพลิงทำเสียงสูง นราวิชญ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจเดิม
“นายจะมารีดความจริงอะไรจากฉันวะ เพลิง ถามคุณยายสิ ว่าส่งน้องตวงไปทำไม ฉันก็รู้แค่นั้น ว่าน้องตวงไปช่วยงานนาย คุณยายเค้าสงสารหลานชายที่ต้องทำงานหนักจนตัวดำปี๋น่ะสิ หึ หึ”
“ฉันว่ามันทะแม่งๆ”
น้ำเสียงของเพลิง ทำให้ปลายสายอดอมยิ้มไม่ได้ นราวิชญ์ยังทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ดุจเดิม
“ทะแม่งอะไร นายคิดมากไปน่ะสิ คุณยายแค่ห่วงนายเท่านั้นเอง”
“ถ้าแค่นั้นก็ดีไปน่ะสิ นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาเล่นแง่อะไรกับฉัน นายวิชญ์”
เพลิงว่า เขายังคงมองแม่สาวหน้าหวานคม อย่างไม่อยากไว้วางใจนัก ค่อนข้างจะแน่ใจด้วยว่าคุณย่าหญิงต้องสงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวเขาแน่นอน ถึงกับส่งคนมาทำงานด้วยแบบนี้ นึกว่าเขารู้ไม่ทันหรือไงกันนะ คนอย่างนายเพลิง ไม่ใช่คนโง่หรอกน่า
“คุณยายไม่ได้เล่นแง่อะไรกับนาย”
นราวิชญ์ทวนคำ พลางอมยิ้ม เมื่อนึกถึงหน้าเพลิง
“สวนส้มของนายเป็นยังไงบ้าง ยัยน้องมาคุยฟุ้งเลยว่าสนุกมาก เอารูปมาอวดด้วยนะ ว่าแต่ใครจับยัยน้องตัดผมกันน่ะนายเพลิง”
“ทำไมล่ะ สวยดีออก เพื่อนฉันไง ไอ้ภาส เฮ้อ...นายยังจำได้หรือเปล่า เพื่อนสมัยเรียนของฉันเอง ตอนนี้มันกลายเป็นไอ้แพนเค้กไปแล้วเรียบร้อย”
“จำได้สิ”
นราวิชญ์กลั้นยิ้ม ทำไมเขาจะไม่รู้กันเล่า ทั้งคุณย่าหญิง ทั้งชนิตสิรี คุยเรื่องเพลิงให้เขาฟังจนเหมือนกับไปอยู่ตรงนั้นด้วย เหมือนกับเขาไปเที่ยวสวนส้มตะวันฉายอีกคนหนึ่ง แต่คนเล่าทั้งคู่อยู่ในอารมณ์ต่างกัน คนแรก สับสนและกังวล ส่วนอีกคนเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวสถานที่ถูกใจมา
“ไว้ว่างๆ นายก็มาเที่ยวบ้างสิ ชักจะคิดถึงว่ะ”
เพลิงว่า ทำเอานราวิชญ์ถึงกับหัวเราะเบาๆ
“ได้สิ เผลอๆ ฉันอาจจะติดใจ หลงรักสวนส้มเหมือนนาย รับหุ้นส่วนเพิ่มไหมนายเพลิง”
“คุณย่าหญิงคงจะยอมอยู่หรอก หึ หึ ฉันมันหลานนอกคอกว่ะ นายวิชญ์ ส่วนนายมันเด็กดี อย่ามาแหกคอกเหมือนกับฉันเลย ช่วยงานทางโรงแรมของเราดีกว่า แค่นี้ก่อนนะ ไว้คุยกัน”
“อืม...ไว้คุยกัน”
เมื่อวางสายจากนราวิชญ์เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็กระแอม พลางผายมือเชิญให้ตวงรักที่ยืนมองเขาตาแป๋วอยู่นั่งบนโซฟาที่ทำจากไม้สักทั้งชุด
“เชิญนั่งก่อนสิ คุณ ตวงรักใช่ไหม ถึงคุณย่าหญิงจะรับคุณมาทำงานแล้วก็ตามเถอะ แต่ผมก็คงต้องซักประวัติคุณอีกรอบ บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ค่อยชอบความจุ้นจ้าน วุ่นวาย ตามแบบผู้หญิงนัก”
คำพูดนั้นทำเอาตวงรักย่นคิ้ว พลางมองคนพูดอย่างสงสัย ว่าทำไมเขาถึงต้องแอนตีผู้หญิงออกนอกหน้าขนาดนั้นด้วย
“ผมชอบอยู่แบบสงบๆ ไม่ชอบวุ่นวาย ถ้าคุณอยู่แบบสงบๆ ไม่วุ่นวาย เราก็คงอยู่กันได้ โอเคไหม? คุณตวงรัก”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดถึงกฎ กติกา มารยาท ของสวนส้มตะวันฉายกัน คุณตวงรัก”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







