Masukมาริสาก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ แม้แก้มจะพยายามชวนคุยแค่ไหนแต่เธอก็ได้เพียงยิ้มบางๆ ตอบกลับไป ความรู้สึกแน่นในอกยังไม่หายไปไหน เหมือนทุกคำพูดของการันต์ยังคงวนอยู่ในหัวไม่หยุด
“มิวนี่ก็แปลก คนอะไรโดนด่าซ้ำๆ ยังจะชอบลงอีก”
แก้มถอนหายใจพลางคีบไก่ทอดใส่จานเพื่อน มาริสาเม้มปากก่อนจะตอบเสียงเบา
“ก็ถ้าห้ามความรู้สึกได้ ฉันคงเลิกชอบไปนานแล้ว”
“แต่พี่กานต์เขาใจร้ายเกินไปนะ”
มาริสาหัวเราะจางๆ ใจร้ายเหรอ...บางทีเธอก็คิดแบบนั้น แต่ลึกๆ เธอกลับจำภาพผู้ชายคนเดิมที่เคยดูแลเธอในวันที่เสียพ่อกับแม่ไปไม่ได้เลย
วันนั้นเธอร้องไห้จนหลับอยู่หน้าบ้าน พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง มีผ้าห่มคลุมอย่างดีและมียาแก้ไข้วางอยู่ข้างหัวเตียง การันต์ในวัยมหาลัยปีสุดท้ายตอนนั้นนั่งเฝ้าเธอทั้งคืน
"ร้องจนไข้ขึ้น โตแล้วยังดูแลตัวเองไม่ได้อีก"
เขาบ่นเสียงดุแต่กลับเช็ดตัวให้เธออย่างใจเย็น แต่ตอนนี้...เขาเปลี่ยนไปจนเธอแทบไม่รู้จัก แก้มเอ่ยถามเรื่องที่ต้องเดินเอกสารประชุมตอนบ่ายกับเธอ
“เออ แล้วช่วงบ่ายแกต้องขึ้นไปช่วยฝ่ายจัดซื้อใช่ไหม”
“อืม”
“งั้นทำใจหน่อยนะ เพราะพี่กานต์ก็อยู่ประชุมชั้นนั้น”
คำพูดของแก้มทำให้มือที่จับช้อนชะงักเล็กน้อย มาริสาฝืนยิ้ม
“ฉันจะพยายามไม่ไปเกะกะเขาแล้วกัน”
แก้มมองหน้าเพื่อนก่อนส่ายหัวเบาๆ เธอไม่เข้าใจพี่ชายตัวเองเลยจริงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นหวงมิวจะตาย แต่เดี๋ยวนี้เขากลับเอาแต่ผลักไสเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
หลังพักเที่ยงจบลง มาริสาถือแฟ้มเอกสารเดินขึ้นไปชั้นสามสิบสองตามคำสั่งของหัวหน้าแผนก ภายในห้องประชุมกระจกกว้างเต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูง เธอสูดหายใจเข้าลึกก่อนเคาะประตูเบาๆ
“ขออนุญาตค่ะ เอกสารจากฝ่ายจัดซื้อ”
สายตาหลายคู่หันมามอง รวมถึงการันต์ที่นั่งหัวโต๊ะด้านใน
ชายหนุ่มปรายตามองเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะละสายตากลับไปคุยงานต่อเหมือนไม่รู้จักกัน มาริสาก้มหน้าวางแฟ้มอย่างเงียบที่สุด แต่จังหวะที่เธอกำลังถอยออกมา กลับมีผู้บริหารคนหนึ่งเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน นี่เด็กฝึกงานใหม่ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ชื่ออะไรเรา”
“มาริสาค่ะ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู
“หน้าตาดี แล้วยังดูเรียบร้อยอีก อยู่แผนกไหนล่ะ”
“บัญชีค่ะ”
“อืม...ถ้าฝึกงานจบสนใจมาทำงานฝ่ายขายของผมไหม”
มาริสายังไม่ทันตอบ เสียงเรียบเย็นของการันต์ก็ดังแทรกขึ้นมา
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเด็กฝึกงงาน แค่เดินเอกสารยังมาช้าเขาประชุมไปสิบนาทีแล้ว อย่างนี้จะไปรับผิดชอบฝ่ายขายได้ยังไง บริษัทผมไม่ใช่ที่เล่นขายของ"
ผู้จัดการฝ่ายขายถึงกับหน้าถอดสีเมื่อประธานบริษัทเอ่ยขึ้นมา ส่วนมาริสากอดแฟ้มแนบอก ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยก่อนที่เรื่องที่แทนไทยชวนเธอไปทำงานกับเขา
"มิว พี่อยากได้นางแบบถ่ายชุดว่ายน้ำกับสินค้าพวกครีมกันแดด สนใจไหม"
มาริสาถอนหายใจมองไปยังคนที่กำจ้องตาเธอ ข้อเสนอพี่แทนดูน่าสนใจกว่าการที่ต้องทนอยู่ที่นี่เพื่อเจอกับสายตาดูถูกเย็นชาของคนตรงหน้า ร่างบางโค้งคำนับทุกคนในห้องประชุมก่อนจะออกไป ในใจตอนนี้เธอรู้แล้วว่าควรปล่อยมือจากเขาสักที
ห้าโมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานแก้มยืนรอพี่ชายหน้าบริษัท มาริสารอคนขับรถที่บ้านด้านการันต์วนรถมาจอตรงหน้าน้องสาว มาริสาที่รอรลุงทินมารับอยู่ๆก็มีสายเรียกเขา เมื่อเอามาดูก็เป็นป้านวลภรรยาลุงทิน เธอกดรับสายทันที
"ฮัลโหล......คะป้านวล อ้าแล้วหมอว่าเป็นอะไรคะ อ้อค่ะไม่เป็นไรเดี๋ยวหนูกลับเอง ป้านวลดูแลลุงทินเถอะค่ะ"
มาริสาวางสายจากป้าแม่บ้านที่โทรมาบอกว่าสามเข้าโรงพยาบาลมารับไม่ได้ เธอกำลังจะกดเรียกรถผ่านแอปแก้มเอ่ยถามขึ้นมาก่อน
"มิวมีอะไรหรือเปล่า ป้านวลโทรมาทำไม"
“ลุงทินเข้าโรงพยาบาลกระทันหันน่ะแก้ม เราคงต้องกลับเองวันนี้"
"อ้าว...ถ้างั้นเราว่ากลับด้วยกันเถอะ บ้านอยู่ติดกันอยู่แล้ว "
แก้มเอ่ยชวนแต่อีกคนกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"ของเต็มรถจะให้นั่งหลังคาหรือไง"
มาริสาถอนหายใจ เธอยกมือถือขึ้นมากดเพื่อแอปพลิเคชั่นรถบริการ แต่อยู่ๆก็มีรถยุโรปคันหรูมาจอดเทียบ กระจกลดลงก่อนที่คนในรถจะเอ่ยทักทาย
"มิว บังเอิญพี่มาทำธุระแถวนี้พอด่เห็นมิวยืนอยู่ อ้าวนั่นแก้มนี่สวัสดีครับ"
สองสาวยกมือไหว้รุ่นพี่ของพวกเธอพร้อมกัน
“สวัสดีค่ะพี่แทน/สวัสดีค่ะพี่แทน”
“ครับ ว่าแต่มิวกับแก้มกลับยังไงกันล่ะ”
แทนไทยรู้ดีว่าคนที่ยืนข้างๆแก้มเป็นพี่ชายของเธอ แต่เขาเอ่ยถามแค่สองสาวและไม่ทักทายเขาแต่อย่างใด รวยก็เรื่องของนายฉันก้ไม่ได้จน การัตน์กับแทนไทยทั้งสองเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่สำคัญยังเคยจีบผู้หญิงคนเดียวกัน แต่อีกฝ่ายเลือกการันต์ แล้วก็ไม่รู้เพราะอะไรผู้หญิงคนนั้นถึงได้ไปเอาฝรั่งแทน เขาเลิกสนใจก่อนจะหันไปหามาริสาถามซ้ำ
“มิวกลับยังไงคะ”
“ปกติลุงทินมารับค่ะ แต่ว่าวันนี้ลุงทินป่วยค่ะพี่แทน มิวกำลังจะเรียกรถผ่านแอป"
"งั้นขึ้นรถเถอะครับเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง"
มาริสาลังเลนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลงไปกับเขา
"ก็ค่ะดีเหมือนกัน พอดีเรื่องที่พี่แทนชวนมิวไปทำงานด้วยก่อนหน้า มิวมีคำตอบแล้วค่ะ"
ร่างระหงเปิดประตูก่อนจะขึ้นรถของแทนไทยแล้วแล่นออกไป การันต์กำพวงมาลัยแน่เขากระชากรถอย่างแรง บรื้นๆๆๆ โป๊ก!! ศีรษะกระแทกเข้ากับด้านหน้าอย่างแรงจนเธอตะโกนเสียงดังใส่พี่ชาย
"พี่กานต์จอดรถเดี๋ยนี้นะแก้มจะลง"
"เป็นบ้าอะไรขึ้นมา อย่ามางี่เง่าน่ะคนยิ่งหงุดหงิดๆ อยู่"
"พี่นั่นแหละเฮงซวยเป็นบ้าอะไรขึ้นมา กระชากรถแบบนี้ถ้าแก้มหัวแตกจะทำไง"
"ก็แค่ไปเย็บยากตรงไหน"
"ไอ้......ไอ้พี่เฮงซวย พี่กานต์ตัวเองไม่ต้องการเขาเองทีตอนนี้มาฟาดหัวหาดหางทำไม เป็นหมาหวงก้างหรือ"
"หุบปากนะ"
"ไม่หุบโว้ย จอดจะลง"
การันต์ไม่สนใจน้องสาวอีกเขาขับรถกลับบ้านทันที เขาไม่อยากให้รถคันหน้าคลาดสายตา
แก้มนั่งกินไปคุยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมาริสาก็เริ่มผ่อนคลายลงนิดหน่อยเพราะมีเพื่อนนั่งด้วย“มิว เดี๋ยวไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อย”“อือ ไปสิ”สองสาวลุกออกจากโต๊ะไปพร้อมกัน ทันทีที่แผ่นหลังเล็กๆ หายลับตรงมุมทางเดิน เสียงช้อนส้อมก็กระทบจานเบาลงอย่างพร้อมเพรียง เหลือแค่ผู้ชายสองคน แทนไทยยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ สีหน้ายังสุภาพเหมือนเดิม ต่างจากการันต์ที่เอนหลังพิงเก้าอี้ มองอีกฝ่ายตรงๆ แบบไม่คิดหลบสายตาเงียบอยู่พักหนึ่งก่อนการันต์จะพูดขึ้น“บริษัทกูอยู่ตั้งไกล มีบอกทางผ่านฟังไม่ขึ้นไปหน่อยไหมไอ้แทน”“กูตั้งใจมารับคน ส่วนบริษัทมึงแค่ทางผ่านจริงๆ อ้อ ได้ยินว่ายุพาเลิกกับผัวฝรั่งและกำลังจะกลับจากอังกฤษ ทำไมไอ้กานต์ที่มึงครองตัวเป็นโสดนี่เพราะรอกินของเหลือแดนไอ้ตาน้ำข้าว หัวสีทองเหรอไอ้”การันต์กำมือแน่นก่อนจะเอ่ยกลับอย่างไม่ยอมแพ้“กูยังไม่รู้เลยว่ายุพาจะกลับ ส่วนมึงกับรู้ทุกการเคลื่อนไหว คนที่อยากล้างชามคนอื่นน่าจะเป็นมึงนะไอ้แทน”“หึ” แทนไทยยักไหล่ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ สองสาวกำลังมาเขาหันไปยังทั้งคู่ก่อนจะเอ่ย“กูไม่เอาขอเหลือใครหรอก ยกให้มึงไปตั้งนานแล้วร่านขนาดนั้นใครจะอยากได้ ที่สำคัญก
รถยุโรปคันหรูแล่นออกไปอย่างนุ่มนวลตัดกับรถอีกคันที่พุ่งตามหลังมาเหมือนคนที่กำลังไล่ล่าอะไรบางอย่างโดยไม่ยอมให้หลุดมือ การันต์ขับนิ่ง แต่ข้างในกลับไม่ได้นิ่งตามสายตาคมจับอยู่ที่รถด้านหน้าแทบไม่กระพริบ เหมือนกลัวแค่เสี้ยววินาที…จะหายไปจากสายตา แก้มที่นั่งข้างๆ ยังหายใจแรงจากความตกใจเมื่อครู่ เธอหันไปมองพี่ชายด้วยความหงุดหงิดปนงงในรถของแทนไทย บรรยากาศกลับเงียบอีกแบบหนึ่ง มาริสานั่งตัวตรง มือวางบนกระเป๋าอย่างสุภาพ ดวงตาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนกำลังพยายามไม่สนใจอะไรบางอย่างด้านหลังแต่ในกระจกมองหลัง เธอเห็นมันรถคันเดิมยังตามมาไม่ช้า ไม่เร็วแต่ ไม่ยอมทิ้งระยะแทนไทยเหลือบมองกระจกเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“เขาตามเรามานานแล้วนะ”มาริสานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบาๆ“คงไม่ได้ตามหรอกค่ะ…ทางเดียวกันพี่ก็รู้ว่าบ้านมิวกับแก้มอยู่ติดกัน”เธอพูดเหมือนปลอบตัวเองมากกว่าคนอื่น แทนไทยยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยเรื่องงาน“มิวตกลงจะไปเป็นนางแบบให้พี่ไหม”“มิวตั้งใจจะขายของออนไลน์ค่ะ มิวยื่นใบลาออกไปตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว มิวยังไม่ผ่านโปรไม่จำเป็นต้องลาออกล่วงหน้า ส่วนงานที่พี่แทนบอก เอาเป็นว่าถ้าวันไหนพี่แทนคนข
มาริสาก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ แม้แก้มจะพยายามชวนคุยแค่ไหนแต่เธอก็ได้เพียงยิ้มบางๆ ตอบกลับไป ความรู้สึกแน่นในอกยังไม่หายไปไหน เหมือนทุกคำพูดของการันต์ยังคงวนอยู่ในหัวไม่หยุด“มิวนี่ก็แปลก คนอะไรโดนด่าซ้ำๆ ยังจะชอบลงอีก”แก้มถอนหายใจพลางคีบไก่ทอดใส่จานเพื่อน มาริสาเม้มปากก่อนจะตอบเสียงเบา“ก็ถ้าห้ามความรู้สึกได้ ฉันคงเลิกชอบไปนานแล้ว”“แต่พี่กานต์เขาใจร้ายเกินไปนะ”มาริสาหัวเราะจางๆ ใจร้ายเหรอ...บางทีเธอก็คิดแบบนั้น แต่ลึกๆ เธอกลับจำภาพผู้ชายคนเดิมที่เคยดูแลเธอในวันที่เสียพ่อกับแม่ไปไม่ได้เลยวันนั้นเธอร้องไห้จนหลับอยู่หน้าบ้าน พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง มีผ้าห่มคลุมอย่างดีและมียาแก้ไข้วางอยู่ข้างหัวเตียง การันต์ในวัยมหาลัยปีสุดท้ายตอนนั้นนั่งเฝ้าเธอทั้งคืน"ร้องจนไข้ขึ้น โตแล้วยังดูแลตัวเองไม่ได้อีก"เขาบ่นเสียงดุแต่กลับเช็ดตัวให้เธออย่างใจเย็น แต่ตอนนี้...เขาเปลี่ยนไปจนเธอแทบไม่รู้จัก แก้มเอ่ยถามเรื่องที่ต้องเดินเอกสารประชุมตอนบ่ายกับเธอ“เออ แล้วช่วงบ่ายแกต้องขึ้นไปช่วยฝ่ายจัดซื้อใช่ไหม”“อืม”“งั้นทำใจหน่อยนะ เพราะพี่กานต์ก็อยู่ประชุมชั้นนั้น”คำพูดของแก้มทำให้มือที่จับ
"พี่กานต์ค่ะเข้ามาห้องมิวทำไม""พี่อยากมาคุยเรื่องของเรา""เรื่องของเรา มิวจำได้ว่ามันไม่เคยมีเรื่องของเรามาก่อน ที่สำคัญตอนนั้นมิวแค่โง่คิดว่าที่พี่ดีกับมิวเพราะพี่ชอบมิวเหมือนกัน แต่ตอนนี้มิวตัดใจได้แล้ว คนที่เขาชอบมิวก็มีทำไมมิวต้องทนรักผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่ามิวด้วย""มิวชอบพี่มาก่อนคนอื่นๆ เพาะฉะนั้นพี่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ในตัวมิว และมิวก็ไม่มีสิทธิ์ไปชอบใครนอกจากพี่"เมื่อเธอตัดใจยอมปล่อยมือจากเขาแต่กลับเป็นเขาที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปตึกสูง35ชั้นของบริษัทพิพัฒนวรกิจสกุลไพศาลยานยนต์จำกัดมหาชน บริษัทนำเข้ารถยนต์และผลิตอะไหล่รวมถึงนำเข้ารายใหญ่ของเมืองไทยรายหนึ่ง ชั้นล่างของตึกสูง ร่างบางระหงในชุดนักศึกษาฝึกงานกึ่งเดินกึ่งวิ่งมารอหน้าลิฟต์ผู้บริหาร เมื่อลิฟต์เปิดออกเธอก็เห็นร่างสูงที่คุ้นเคย เขาคือกานต์หรือการันต์ พี่ชายข้างบ้านของเธอคนที่เธอแอบชอบและพยายามแสดงออกมานานแล้ว มิวหรือมาริสารีบตรงไปหาเขาทันทีและเอ่ยทักทาย"พี่กานต์เที่ยงแล้วไปทานข้าวกันไหมคะ""ไม่ว่าง แล้วนี่คือที่ทำงานหัดมีกาลเทศะหน่อยนะอย่าทำสนิทสนมจนคนอื่นเข้าใจผิด"น้ำเสียงตอบกลับมาออกติดรำคาญคนตรงหน้า มา







