LOGIN
สปอยเนื้อหา
เผยอวี้จวินกำลังเขียนหนังสือราชการอยู่ ในห้องหนังสือ หลี่จิ้งเดินเข้ามาหาเขาในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะเอ่ย
"นายท่านขอรับ..ข้าน้อยมีของมาให้นายท่านขอรับ"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะวางพู่กันที่แท่นวาง เอ่ยถามองครักษ์คู่ใจเสียงทุ้ม
"เจ้ามีอะไรจะให้ข้า ของที่อยู่ในมือนั่นหรือ"
องครักษ์หนุ่มเดินมาหาพร้อมกับเอ่ยก่อนจะยื่นหนังสือให้
"นายท่านอายุสามสิบแล้ว รังเกียจสตรีมิยอมแต่งงาน แต่บัดนี้ฝ่าบาทพระราชทานฮูหยินมาให้ท่านแล้ว ข้าน้อยเกรงว่าท่านจะทำเรื่องสำคัญไม่เป็นจึงไปซื้อตำรามาให้ท่านศึกษาขอรับ นี่เป็นตำราที่ข้าน้อยจ่ายไปถึงสามสิบตำลึงเพื่อใต้เท้าเชียวนะขอรับ"
หลี่จิ้งยื่นหนังสือให้เขา เผยอวี้จวินรับมาก่อนจะเปิดดู เมื่อพลิกหน้าแรกเขาก็หน้าแดง พลิกหน้าต่อๆไปใบหน้าหล่อเหลาก็แดงจนถึงใบหู เขารีบปิดหนังสือจนเสียงดังพึ่บ แสร้งกระแอมไอแก้เก้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มกับลูกน้องคนสนิท
"หลี่จิ้ง..ต่อไปเจ้าทำเรื่องไร้สาระน้อยลงหน่อย ข้าไม่ถึงกับไร้เดียงสาเพียงนั้น"
หลี่จิ้งเกาหัวแกรกๆ สองวันก่อนยังได้ยินบ่นว่าจะทำอย่างไรให้ฮูหยินยอมเข้าหอกับเขา แล้วตนเองจะทำให้นางมีความสุขได้ไหม เขาได้ยินก็หาตำรามาให้ มาตอนนี้กลับถูกดุ ไม่รู้คุณคนจริงๆท่านเสนาบดีเนี่ย หลี่จิ้งจึงยื่นมือไปจะเก็บตำรากลับมาแต่เผยอวี้จวินตีมือเขากลับไป
เพี๊ยะ!! หลี่จิ้งชักมือกลับทันที ก่อนที่ใต้เท้าจะเปลี่ยนเรื่องเอ่ยถามเขา
"งานที่สั่งให้ทำเสร็จหรือยัง"
"อ๋า อะ อ้อ กำลังสั่งคนให้เร่งมืออยู่ขอรับ นายท่านถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะเอาตำรานี่ไปทิ้งนะขอรับ"
"งั้นก็ไปทำงาน"
หลี่จิ้งเกาหัวแกรกๆนายท่านเป็นอะไรไหนบอกไม่อยากอ่านแต่กลับไม่คือน ก่อนจะได้ยินหลี่หานน้องชายของเขาเรียกหาจึงคำนับลาเผยอวี้จวิน เมื่อองครักษ์ไปแล้วชายหนุ่มก็หยิบตำรามาดู พลิกทีละหน้า ยิ่งพลิกหน้ากระดาษเขาก็ยิ่งหน้าแดง ก่อนจะมีบางคนวิ่งดุ๊กดิ๊กๆเข้ามาเอ่ยเรียกเขา
"ท่านผู้เฒ่า ข้ามาขออนุญาตท่านไปข้างนอกได้หรือไม่"
เขาถอนหายใจเอ่ยเสียงเย็นจนคนมาใหม่รู้สึกหนาวๆ
"เสิ่น-หยุน-ซี คำว่าสามี เจ้าเรียกยากมากนักหรือ ทีคำที่ไม่สมควรพูดเจ้าเอ่ยพร่ำเพรื่อนัก"
"อ๋า..ก็บอกเองว่าข้าไม่ใช่เมียแล้วจะให้เรียกสามีทำไม"
นางบ่นอุบอิบ แต่สายตาซุกซนกลับเห็นหนังสือในมือเขา เอ๋..ทำไมหน้าปกเหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ เผยอวี้จวินรีบโยนตำราวสันต์ที่หลี่จิ้งให้เข้าลิ้นชักก่อนจะเอ่ยนางเสียงดุ
"ความลับราชการเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าสอดรู้"
"อ้อ"ช่างเถอะ ..ว่าแต่ใต้เท้าสามี ท่านให้ไปไหมเจ้าค่ะ
ร่างสูงลุกจากเก้าอี้เดินมาหานาง
"จะไปไหนข้าจะไปด้วย บ่อนของเจ้าข้าปิดไปแล้วหากยังคิดเปิดใหม่อีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
บทที่1 น้ำเน่าของจริง
เสิ่นหยุนซีรู้สึกว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเรือ มันโคลงไปโคลงมาศีรษะของเธอเหมือนกับกำลังกระแทกกับของแข็ง เธอจึงพยายามลืมตาจำได้ว่าถูกรถชนเพราะช่วยคุณยายท่านหนึ่งที่กำลังข้ามถนน รถคันนั้นพุ่งตรงมาราวกับว่าตั้งใจชน ตอนนี้เธอควรอยู่โรงพยาบาลสิ ทำไมถึงได้ยินเสียงจ้อกแจ้กนะ
"ได้ยินว่าเสนาบดีเกลียดผู้หญิงเข้ากระดูกดำ อายุสามสิบแล้วกลับไม่แต่งงานจนฝ่าบาทต้องพระราชทานสมรส"
"ที่อยู่ในเกี้ยวนั่นคุณหนูห้าสกุลเสิ่นหรือ สินสอดเยอะเพียงนั้นเหตุใดกลับไม่ใช่คุณหนูใหญ่บุตรสาวฮูหยินใหญ่กลับเป็นบุตรสาวสายรองแต่งแทน"
"ชู่..ข้าได้ยินมาว่า บิดากับมารดาคุณหนูห้าเป็นบ้านรอง พวกเขาทั้งคู่ตายในสนามรบตั้งแต่นางอายุเจ็ดขวบ ถูกฮูหยินใหญ่เลี้ยงดูมามีชีวิตไม่สู้ดีเท่าไหร่"
"ถ้าข้าเดาไม่ผิดนะ คงคิดว่าแต่งมาก็ไม่ได้รับความโปรดปรานเรื่องอะไรจะให้ลูกสาวตัวเองแต่งเล่า บุตรสายรองหากโชคดีเสนาบดีเผยมีเมตตาก็นับว่าโชคดีไป แต่ถ้าหากเขารังเกียจชาตินี้ทั้งชาติชีวิตคงอนาถกว่าสนมในตำหนักเย็นเสียอีก"
สตรีที่มาดูเกี้ยวเจ้าสาวต่างวิจารณ์สนุกปาก กระทั่งแม่สื่อส่งเสียงกระแอม
"พูดมากกันเสียจริงๆ ฮูหยินจวนเสนาบดีให้พวกเจ้าวิจารณ์ได้หรือ"
เสิ่นหยุนซีที่ตื่นขึ้นมาในเกี้ยวเจ้าสาวก็เงี่ยหูฟังก่อนจะรู้สึกเวียนหัว เธอสะบัดศีรษะไปมาก่อนจะได้รับความทรงจำของอีกคน ร่างนี้เป็นของเด็กผู้หญิงที่ชื่อเสิ่นหยุนซี นางอายุสิบห้าปีเพิ่งปักปิ่นได้สามวัน แม่นมของนางเป็นคนปักให้ วันนี้เป็นวันแต่งงานของนางกับใต้เท้าเผย คนทั่วเมืองหลวงรู้ดีว่าเสนาบดีคนนี้เกลียดสตรีที่สุด เพราะมารดาของเขาตรอมใจตายหลังจากที่ท่านย่าของเขาพาหลานสาวจากสกุลตนเองให้มาเป็นอนุบุตรชายหรือก็คือบิดาของเขา
เผยอวี้จวินในวัยสิบสี่ปีจึงออกจากจวนเสิ่นแต่ท่านตาของเขาอดีตแม่ทัพแดนเหนือจางฮั่นเหลียงคอยอุ้มชูหลานชายอยู่แต่เพราะอยู่ชายแดนตลอดหลานชายจึงน้อยเนื้อต่ำใจจากสกุลเสิ่นจนต้องออกมาเอง จนวันนี้เขาเติบใหญ่กลายเป็นคนที่เรืองอำนาจ และได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้ เขาเกลียดผู้หญิงจึงไม่แต่งงาน
ฮ่องเต้เห็นว่าอายุเยอะแล้วจึงถามขุนนางว่าใครอยากยกบุตรสาวให้เขาหรือไม่ หากยินดีทางราชสำนักจะมอบสินสอดหลวงจำนวนสองแสนตำลึง เจ้ากรมพิธีการเสิ่นหนิงรีบรับปากทันทีว่าเขามีบุตรสาวสามคนยินดีให้บุตรสาวแต่งงานกับเสนาบดีเผย แต่พอถึงวันแต่งกับให้บุตรสาวกำพร้าของบ้านรองมาแต่งแทน
ไม่นานของที่นางต้องการก็มาถึง นอกจากแป้งสองชั่งกับไข่สามฟองข้าวสารครึ่งชั่งก็ไม่มีอะไรอีก เสิ่นหยุนซีหัวเราะในลำคอ"หึๆๆ น้ำเน่าจริงๆไอ้ประเภทเกลียดแล้วไล่มาอยู่เรือนร้าง ให้กินแต่ผักดองกับน้ำข้าวเนี่ย ละครแนวตั้งร้อยเวอร์ชั่นที่เคยดูมายังไม่เน่าเท่าเรื่องจริงที่เผชิญอยู่ตอนนี้เลย คนสามคนให้ของมาเท่านี้แล้วบอกเรื่องกินอยู่ให้ได้ ให้ได้กับผีบรรพบุรุษแกสิไอ้ผู้ชายเฮงซวย เฮ้อ...ช่างเถอะยังไงก็ค่อยหาทางเอา มีแค่นี้ก็กินแค่นี้ ก่อนจะเอ่ยให้บางคนที่เขาส่งมาจับตาได้ยินชัดเจนเพื่อคาบกลับไปบอก"อิงเถา อิงฮวา พวกเจ้าลองไปดูรอบๆหากิ่งไม้มาหน่อย พอจะได้ฟืนหุงข้าวหรือไม่ ตั้งแต่เช้าข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ดเกี้ยวก็มารับ เดินมากว่าจะถึง คิดว่ามาถึงจวนเสนาบดีก็นึกว่าจะได้อิ่มสักมื้อ ใครจะรู้ว่าจะยากจนข้นแค้นเสียยิ่งกว่าสกุลเสิ่นเสียอีก มิน่าสินสอดของข้าถึงไม่มีสักครึ่งอีแปะ จะแต่งภรรยาทั้งทีแม้แต่ปิ่นเงินหรือกำไลสักอันก็ยังไม่มีปัญญามอบให้""ไม่รู้ท่านลุงรับหมั้นไปได้อย่างไร ยกข้าให้เผยอวี้จวินเหมือนได้เปล่าๆแถมข้าต้องมาอดอยากที่นี่อีก หรือว่าอีกหน่อยข้าต้องไปทำงานใช้แร
เสิ่นหยุนซีพอเข้าใจเรื่องราว ก่อนจะแน่นหน้าอกเล็กน้อย เธอมาอยู่ในร่างเสิ่นหยุนซีคนนั้นและตอนนี้เธอถูกพี่สาววางยาพิษเพื่อให้มาตายในจวนเสนาบดี จะได้ย้ำชัดว่าเขาเป็นบุรุษที่ดวงกินภรรยา หากเรื่องถึงพระเนตรพระกรรณนางก็อาศัยเรื่องที่เขาดวงอัปมงคลหนีรอดการสลับตัวแต่งงานนี้ไปได้ สินสอดก้ไม่ต้องคืนช่างเป็นพวกโลภมากเสียจริงๆ เสิ่นหยุนซีเข้าใจเรื่องราวแล้ว นางคอแห้งกระหายน้ำเหลือเกินจึงพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"น่ะ...น้ำ...คอแห้งจัง...ขอน้ำกินหน่อย"อิงเถาที่ได้ยินคุณหนูของตนขอน้ำก็รีบยื่นถุงน้ำให้นางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย"คุณหนู..ท่านเงียบไปนานเชียวหลับหรือเจ้าคะ บ่าวเป็นห่วงแทบแย่""อืม..อีกนานไหมกว่าจะถึง ไม่ไหวแล้วอยากอาเจียนข้าแน่นหน้าอก"เธอพูดจบก็รู้สึกว่าเกี้ยวหยุดลง มีเสียงหญิงสูงวัยดังมา"คุณหนูห้าถึงจวนเสนาบดีแล้วเจ้าค่ะ เชิญลงจากเกี้ยวได้แล้ว"เสิ่นหยุนซีเปิดม่านขึ้น แสงจากข้างนอกทะลุผ่านผ้าคลุมหน้า เธอตาพร่าเล็กน้อยก่อนจะเกาะประตูเกี้ยวแล้วลุกขึ้น เท้าบางก้าวออกมาไม่มีคนมาต้อนรับ ไม่มีผ้าแพรแดงนี่ตั้งใจให้อับอายมากกว่ากระมัง แต่ช่างเถอะตอนนี้อยากอาเจียนเอาพิษออก
สปอยเนื้อหาเผยอวี้จวินกำลังเขียนหนังสือราชการอยู่ ในห้องหนังสือ หลี่จิ้งเดินเข้ามาหาเขาในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะเอ่ย"นายท่านขอรับ..ข้าน้อยมีของมาให้นายท่านขอรับ"ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะวางพู่กันที่แท่นวาง เอ่ยถามองครักษ์คู่ใจเสียงทุ้ม"เจ้ามีอะไรจะให้ข้า ของที่อยู่ในมือนั่นหรือ"องครักษ์หนุ่มเดินมาหาพร้อมกับเอ่ยก่อนจะยื่นหนังสือให้"นายท่านอายุสามสิบแล้ว รังเกียจสตรีมิยอมแต่งงาน แต่บัดนี้ฝ่าบาทพระราชทานฮูหยินมาให้ท่านแล้ว ข้าน้อยเกรงว่าท่านจะทำเรื่องสำคัญไม่เป็นจึงไปซื้อตำรามาให้ท่านศึกษาขอรับ นี่เป็นตำราที่ข้าน้อยจ่ายไปถึงสามสิบตำลึงเพื่อใต้เท้าเชียวนะขอรับ"หลี่จิ้งยื่นหนังสือให้เขา เผยอวี้จวินรับมาก่อนจะเปิดดู เมื่อพลิกหน้าแรกเขาก็หน้าแดง พลิกหน้าต่อๆไปใบหน้าหล่อเหลาก็แดงจนถึงใบหู เขารีบปิดหนังสือจนเสียงดังพึ่บ แสร้งกระแอมไอแก้เก้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มกับลูกน้องคนสนิท"หลี่จิ้ง..ต่อไปเจ้าทำเรื่องไร้สาระน้อยลงหน่อย ข้าไม่ถึงกับไร้เดียงสาเพียงนั้น"หลี่จิ้งเกาหัวแกรกๆ สองวันก่อนยังได้ยินบ่นว่าจะทำอย่างไรให้ฮูหยินยอมเข้าหอกับเขา แล้วตนเองจะทำให้นางมีความส
แก้มนั่งกินไปคุยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมาริสาก็เริ่มผ่อนคลายลงนิดหน่อยเพราะมีเพื่อนนั่งด้วย“มิว เดี๋ยวไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อย”“อือ ไปสิ”สองสาวลุกออกจากโต๊ะไปพร้อมกัน ทันทีที่แผ่นหลังเล็กๆ หายลับตรงมุมทางเดิน เสียงช้อนส้อมก็กระทบจานเบาลงอย่างพร้อมเพรียง เหลือแค่ผู้ชายสองคน แทนไทยยกแก้วน







