เข้าสู่ระบบไม่นานของที่นางต้องการก็มาถึง นอกจากแป้งสองชั่งกับไข่สามฟองข้าวสารครึ่งชั่งก็ไม่มีอะไรอีก เสิ่นหยุนซีหัวเราะในลำคอ
"หึๆๆ น้ำเน่าจริงๆไอ้ประเภทเกลียดแล้วไล่มาอยู่เรือนร้าง ให้กินแต่ผักดองกับน้ำข้าวเนี่ย ละครแนวตั้งร้อยเวอร์ชั่นที่เคยดูมายังไม่เน่าเท่าเรื่องจริงที่เผชิญอยู่ตอนนี้เลย คนสามคนให้ของมาเท่านี้แล้วบอกเรื่องกินอยู่ให้ได้ ให้ได้กับผีบรรพบุรุษแกสิไอ้ผู้ชายเฮงซวย เฮ้อ...ช่างเถอะยังไงก็ค่อยหาทางเอา มีแค่นี้ก็กินแค่นี้ ก่อนจะเอ่ยให้บางคนที่เขาส่งมาจับตาได้ยินชัดเจนเพื่อคาบกลับไปบอก
"อิงเถา อิงฮวา พวกเจ้าลองไปดูรอบๆหากิ่งไม้มาหน่อย พอจะได้ฟืนหุงข้าวหรือไม่ ตั้งแต่เช้าข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ดเกี้ยวก็มารับ เดินมากว่าจะถึง คิดว่ามาถึงจวนเสนาบดีก็นึกว่าจะได้อิ่มสักมื้อ ใครจะรู้ว่าจะยากจนข้นแค้นเสียยิ่งกว่าสกุลเสิ่นเสียอีก มิน่าสินสอดของข้าถึงไม่มีสักครึ่งอีแปะ จะแต่งภรรยาทั้งทีแม้แต่ปิ่นเงินหรือกำไลสักอันก็ยังไม่มีปัญญามอบให้"
"ไม่รู้ท่านลุงรับหมั้นไปได้อย่างไร ยกข้าให้เผยอวี้จวินเหมือนได้เปล่าๆแถมข้าต้องมาอดอยากที่นี่อีก หรือว่าอีกหน่อยข้าต้องไปทำงานใช้แรงหาเงินมาเลี้ยงดูคนจวนเสนาบดีกันนะ พวกเจ้ารีบไปหาฟืนเถอะ ข้าหิวจนจะแทะเสาเรือนได้อยู่แล้ว จวนใหญ่โตโอ่อ่าข้างในกลับกลวงโบ๋ คงเป็นขุนนางตงฉินที่ซื่อตรงอย่างที่ผู้คนร่ำลือจริงๆ หรือไม่ก็ทำงานไม่ได้เรื่องเงินเดือนเลยไม่ขึ้น ถึงได้ยากจนเพียงนี้"
เสิ่นอิงฮวาและเสิ่นอิงเถาได้ยินคุณหนูบอกให้ไปหาฟืนพวกนางก็ไปทำตาม พวกนางคือสินเดิมที่ติดตามคุณหนูมา จวนเสิ่นไม่ให้อะไรติดตัวมาเลย มิอับอายผู้คนสักนอดหรือเจ้าสาวแต่งงานมีแต่เกี้ยวหลังเดียวมารับ สินเจ้าสาวสักหีบก้ไม่มี ฝ่ายชายไม่ดูหมิ่นก็แปลกแล้ว
แม่นมของคุณหนูยามนี้นางขอไปถือศีลที่วัดเพื่อจุดธูปให้นายท่านกับฮูหยินรองกับคุณหนู เดิมทีเหล่าฮูหยินไม่ยอมให้แม่นมไปนางยังจะเอาไว้เป็นตัวประกันหากเสิ่นหยุนซีกระด้างกระเดื่อง แต่คุณหนูบอกว่าหากไม่ให้พวกนางตามมาด้วยและไม่ให้แม่นมไปเฝ้าป้ายวิญญาณท่านแม่ท่านพ่อนางก็จะไม่แต่งงานแทน เหล่าฮูหยินถึงยอม สองพี่น้องเดินไปหากิ่งไม้ได้มาหลายท่อนก่อนจะหัก เสิ่นหยุนซีถอนหายใจ มีดสักเล่มก็ไม่มีก่อนจะเดินไปหาทหารยามที่ขนของมาให้และเอ่ยกับเขา
"ข้ามีปิ่นเงินอันหนึ่งไม่รู้ราคาพอจะแลกกับกระบี่เจ้าได้หรือไม่"
"ฮูหยิน คือว่ากระบี่ย่อมไม่ห่างกายนักรบ ข้าน้อยคงให้ท่านไม่ได้"
"เช่นนั้นขอยืมหน่อย"
ทหารผู้นั้นเก้ๆกังๆ พ่อบ้านพยักหน้าเขาจึงส่งให้นาง เสิ่นหยุนซีชักกระบี่ออกจากฝักได้ก็ใช้มันฟันลงไปที่กิ่งไม้แห้งเพื่อตัดฟืนทันที ทหารเจ้าของกระบี่เห็นดังนั้นก็แทบจะน้ำตาร่วง กระบี่เนื้อดีกลับถูกนางใช้เป็นมีดผ่าฟืน แต่เสิ่นหยุนซีไม่สนใจหลังจากได้ฟืนกองโตแล้วนางก็เริ่มติดไปใช้วิธีเข้าป่ามาก่อเพราะไม่มีชุดไฟ พ่อบ้านเผยยืนสงบนิ่งเสิ่นหยุนซีไม่เอ่ยไม่ทักอยากอยู่ดูนางเพื่อกลับไปรายงานก็ช่างเจ้าสิ นางเอ่ยกับเจ้าของกระบี่ที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นั่นคือชีวิตของทหารเลยนะ นางกลับใช้มันราวกับเศษเหล็ก
"นี่เจ้านะ...จวนเสนาบดีข้าวไม่มีให้กินแต่อาวุธคงไม่ขาดแคลน กระบี่เล่มนี้ข้าขอแล้วกัน ไว้ข้าหาเงินได้จะจ่ายคืนให้ ตอนนี้ติดไว้ก่อน สินสอดไม่ได้สินเดิมก็ไม่มี แถมสามียังไม่ได้เรื่องเอาเป็นว่าข้าติดเจ้าอยู่...อืมดูจากเนื้อเหล็กอย่างน้อยเล่มนี้ก็สามสิบถึงสี่สิบตำลึง เอาเป็นว่าข้าให้ดอกเบี้ยด้วยแล้วกัน ข้าติดเจ้าห้าสิบตำลึงตกลงตามนี้นะ จริงสิตาแก่หูเอ๊ยพ่อบ้านหูเรื่องวันนี้ขอบคุณท่านมากและกรุณาเรียกข้าแม่นางเสิ่น ฮูหยินอะไรกัน ตาเฒ่าเผยนั่นไม่ได้ยอมรับข้าเสียหน่อย ตำแหน่งฮูหยินจอมปลอมใครจะอยากเป็น"
สองพี่น้องที่ไปหากิ่งไม้ทำฟืนเดินกลับมาอีกรอบ เนื่องจากอยู่ใกล้เขากิ่งไม้แห้งจึงหักลงมาเยอะ หากเก็บจริงๆได้ฟืนใช้เกือบทั้งปี แต่ที่น่าห่วงคือมันรกเกินและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเก็บกวาดลานบ้านหมด อลิซที่ตอนนี้อยู่ในร่างเสินหยุนซีถอนหายใจอย่างอ่อนล้า กลับไปสักทีสิไอ้พวกสอดรู้ ฉันอยากอาเจียนเอาพิษออกมาจะตายแล้ว
ส่วนพ่อบ้านหูไม่เอ่ยอันใด เขาเพียงแต่ปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้า ฮูหยินเอ่ยชื่อนายท่านตรงๆไม่เกรงกลัวสักนิดเลยหรือ นางก็รู้นายท่านไม่โปรดสตรีเหตุใดนางไม่ทำตัวดีๆให้นายท่านเอ็นดูสักหน่อย แต่นี่อะไรกัน นางกลับประกาศเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ส่วนเรื่องที่ไม่มีสินสอดเรื่องนี้คงต้องสืบหาความจริง นั่นสินสอดหลวงที่ฝ่าบาทพระราชทานเชียวนะ พ่อบ้านจัดการเรียบร้อยก็รีบกลับไปเรือนหลักเพราะนายท่านรอเขากลับไปรายงานอยู่
ไม่นานของที่นางต้องการก็มาถึง นอกจากแป้งสองชั่งกับไข่สามฟองข้าวสารครึ่งชั่งก็ไม่มีอะไรอีก เสิ่นหยุนซีหัวเราะในลำคอ"หึๆๆ น้ำเน่าจริงๆไอ้ประเภทเกลียดแล้วไล่มาอยู่เรือนร้าง ให้กินแต่ผักดองกับน้ำข้าวเนี่ย ละครแนวตั้งร้อยเวอร์ชั่นที่เคยดูมายังไม่เน่าเท่าเรื่องจริงที่เผชิญอยู่ตอนนี้เลย คนสามคนให้ของมาเท่านี้แล้วบอกเรื่องกินอยู่ให้ได้ ให้ได้กับผีบรรพบุรุษแกสิไอ้ผู้ชายเฮงซวย เฮ้อ...ช่างเถอะยังไงก็ค่อยหาทางเอา มีแค่นี้ก็กินแค่นี้ ก่อนจะเอ่ยให้บางคนที่เขาส่งมาจับตาได้ยินชัดเจนเพื่อคาบกลับไปบอก"อิงเถา อิงฮวา พวกเจ้าลองไปดูรอบๆหากิ่งไม้มาหน่อย พอจะได้ฟืนหุงข้าวหรือไม่ ตั้งแต่เช้าข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ดเกี้ยวก็มารับ เดินมากว่าจะถึง คิดว่ามาถึงจวนเสนาบดีก็นึกว่าจะได้อิ่มสักมื้อ ใครจะรู้ว่าจะยากจนข้นแค้นเสียยิ่งกว่าสกุลเสิ่นเสียอีก มิน่าสินสอดของข้าถึงไม่มีสักครึ่งอีแปะ จะแต่งภรรยาทั้งทีแม้แต่ปิ่นเงินหรือกำไลสักอันก็ยังไม่มีปัญญามอบให้""ไม่รู้ท่านลุงรับหมั้นไปได้อย่างไร ยกข้าให้เผยอวี้จวินเหมือนได้เปล่าๆแถมข้าต้องมาอดอยากที่นี่อีก หรือว่าอีกหน่อยข้าต้องไปทำงานใช้แร
เสิ่นหยุนซีพอเข้าใจเรื่องราว ก่อนจะแน่นหน้าอกเล็กน้อย เธอมาอยู่ในร่างเสิ่นหยุนซีคนนั้นและตอนนี้เธอถูกพี่สาววางยาพิษเพื่อให้มาตายในจวนเสนาบดี จะได้ย้ำชัดว่าเขาเป็นบุรุษที่ดวงกินภรรยา หากเรื่องถึงพระเนตรพระกรรณนางก็อาศัยเรื่องที่เขาดวงอัปมงคลหนีรอดการสลับตัวแต่งงานนี้ไปได้ สินสอดก้ไม่ต้องคืนช่างเป็นพวกโลภมากเสียจริงๆ เสิ่นหยุนซีเข้าใจเรื่องราวแล้ว นางคอแห้งกระหายน้ำเหลือเกินจึงพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"น่ะ...น้ำ...คอแห้งจัง...ขอน้ำกินหน่อย"อิงเถาที่ได้ยินคุณหนูของตนขอน้ำก็รีบยื่นถุงน้ำให้นางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย"คุณหนู..ท่านเงียบไปนานเชียวหลับหรือเจ้าคะ บ่าวเป็นห่วงแทบแย่""อืม..อีกนานไหมกว่าจะถึง ไม่ไหวแล้วอยากอาเจียนข้าแน่นหน้าอก"เธอพูดจบก็รู้สึกว่าเกี้ยวหยุดลง มีเสียงหญิงสูงวัยดังมา"คุณหนูห้าถึงจวนเสนาบดีแล้วเจ้าค่ะ เชิญลงจากเกี้ยวได้แล้ว"เสิ่นหยุนซีเปิดม่านขึ้น แสงจากข้างนอกทะลุผ่านผ้าคลุมหน้า เธอตาพร่าเล็กน้อยก่อนจะเกาะประตูเกี้ยวแล้วลุกขึ้น เท้าบางก้าวออกมาไม่มีคนมาต้อนรับ ไม่มีผ้าแพรแดงนี่ตั้งใจให้อับอายมากกว่ากระมัง แต่ช่างเถอะตอนนี้อยากอาเจียนเอาพิษออก
สปอยเนื้อหาเผยอวี้จวินกำลังเขียนหนังสือราชการอยู่ ในห้องหนังสือ หลี่จิ้งเดินเข้ามาหาเขาในมือถือหนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะเอ่ย"นายท่านขอรับ..ข้าน้อยมีของมาให้นายท่านขอรับ"ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะวางพู่กันที่แท่นวาง เอ่ยถามองครักษ์คู่ใจเสียงทุ้ม"เจ้ามีอะไรจะให้ข้า ของที่อยู่ในมือนั่นหรือ"องครักษ์หนุ่มเดินมาหาพร้อมกับเอ่ยก่อนจะยื่นหนังสือให้"นายท่านอายุสามสิบแล้ว รังเกียจสตรีมิยอมแต่งงาน แต่บัดนี้ฝ่าบาทพระราชทานฮูหยินมาให้ท่านแล้ว ข้าน้อยเกรงว่าท่านจะทำเรื่องสำคัญไม่เป็นจึงไปซื้อตำรามาให้ท่านศึกษาขอรับ นี่เป็นตำราที่ข้าน้อยจ่ายไปถึงสามสิบตำลึงเพื่อใต้เท้าเชียวนะขอรับ"หลี่จิ้งยื่นหนังสือให้เขา เผยอวี้จวินรับมาก่อนจะเปิดดู เมื่อพลิกหน้าแรกเขาก็หน้าแดง พลิกหน้าต่อๆไปใบหน้าหล่อเหลาก็แดงจนถึงใบหู เขารีบปิดหนังสือจนเสียงดังพึ่บ แสร้งกระแอมไอแก้เก้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มกับลูกน้องคนสนิท"หลี่จิ้ง..ต่อไปเจ้าทำเรื่องไร้สาระน้อยลงหน่อย ข้าไม่ถึงกับไร้เดียงสาเพียงนั้น"หลี่จิ้งเกาหัวแกรกๆ สองวันก่อนยังได้ยินบ่นว่าจะทำอย่างไรให้ฮูหยินยอมเข้าหอกับเขา แล้วตนเองจะทำให้นางมีความส
แก้มนั่งกินไปคุยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมาริสาก็เริ่มผ่อนคลายลงนิดหน่อยเพราะมีเพื่อนนั่งด้วย“มิว เดี๋ยวไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อย”“อือ ไปสิ”สองสาวลุกออกจากโต๊ะไปพร้อมกัน ทันทีที่แผ่นหลังเล็กๆ หายลับตรงมุมทางเดิน เสียงช้อนส้อมก็กระทบจานเบาลงอย่างพร้อมเพรียง เหลือแค่ผู้ชายสองคน แทนไทยยกแก้วน







