Beranda / รักโบราณ / เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์ / บทที่ 6 เลือดพรหมจรรย์และคำสาปที่ต้องแลก

Share

บทที่ 6 เลือดพรหมจรรย์และคำสาปที่ต้องแลก

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-12 21:36:46

ในความมืดมิดที่ปกคลุมห้องบูชาลับใต้ดิน แสงอักษรสีเขียวหม่นยังคงเรืองรองจากอักขระบนผนังลามไล้ลงพื้นหินราวงูเปลือยพิษ ผิวของเจ้าหญิงฮาเชียร่าเต็มไปด้วยอักษรดำที่ไหลย้อนขึ้นจากเลือด มันซึมเข้าในรูขุมขน แทรกซึมเข้าในเส้นเลือดแดงทุกเส้นเหมือนหมึกของข้อตกลงที่ไม่มีวันลบ สะท้อนใบหน้าบ้าคลั่งของเจ้าหญิง และนักพรตเฒ่าสองคน เสียงหัวเราะของนางค่อยๆ เบาลง จนเหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา ทว่าคำสาปที่ถูกปลุกให้ตื่นเต็มที่แล้วนั้น มิใช่สิ่งที่ได้มาฟรีๆ มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ

พรหมจรรย์ของผู้ร้องขอ ซึ่งเป็นเลือดบริสุทธิ์ที่ต้องถูกพรากไปเพื่อบูชาเทพีแห่งความมืด

นักพรตเฒ่าคนแรก ผู้ที่มีผิวซีดเหมือนขี้เถ้าและตาลึกดำสนิท ก้มลงกระซิบใกล้หูของนางด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนเสียงจากขุมนรก

“คำสาปสมปรารถนาแล้ว... แต่เจ้าก็ต้องจ่ายราคา ร่างกายของเจ้าจะเป็นภาชนะของเทพีอามนี เคฟี เรธทู จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกผ่าครึ่งเพื่อเลี้ยงปีศาจในสุสานโบราณ”

นักพรตเฒ่าอีกคน ผู้ที่ผิวเหี่ยวย่นและมือสั่นเทา ยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย ขณะที่เขาเอื้อมมือจับชายชุดคลุมดำปักทองของนาง แล้วดึงมันออกอย่างหยาบกระด้าง เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเจ้าหญิง ผิวของนางเป็นสีน้ำผึ้งเข้ม หน้าอกอวบอิ่มที่สั่นไหวตามลมหายใจ หัวนมสีน้ำตาลแดงชูชันจากความหนาวเย็นของห้อง และเนินเนื้อระหว่างขา ที่ยังไม่เคยถูกแตะต้องจากผู้ใด

“เพื่อบูชาทวยเทพ... เจ้าต้องยอมพลีร่าง” นักพรตเฒ่าคนแรกพูดพลางผลักนางลงนอนบนแท่นหินดำข้างๆ พิธีกรรม ตุ๊กตามัมมี่ทั้งสองยังคงนอนนิ่งเปื้อนเลือด ขณะที่นักพรตทั้งสองปีนขึ้นตาม กลิ่นคาวเลือดและกำยานผสมกลิ่นเหงื่อชราเหม็นคลุ้ง นักพรตเฒ่าคนแรกคุกเข่าคร่อมร่างนางจากด้านหน้า มือหยาบกร้านของเขาจับขานางแยกกว้าง เผยให้เห็นกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำจากความตื่นเต้นบ้าคลั่งของนางเอง

เขายกก้นนางขึ้นเล็กน้อย แล้วถอดเสื้อคลุมตัวเองออก เผยให้เห็นท่อนเนื้อแก่ชราที่แข็งชัน สีม่วงคล้ำปกคลุมด้วยเส้นเลือดปูดโปน หัวบานแดงก่ำ

ไม่รอช้า เขาจับท่อนเนื้อนั้นถูไถกับกลีบเนื้อของนาง ปล่อยให้หัวบานเบียดแยกกลีบออกช้าๆ น้ำเมือกใสจากร่องเนื้อของนางไหลเยิ้มออกมาเคลือบมันวาววับ

“อ๊ะ... อ๊า...” เจ้าหญิงครางเบาๆ ดวงตายังคงวาวด้วยความริษยาและบ้าคลั่ง แต่ร่างกายตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุม นักพรตเฒ่ากดสะโพกดันท่อนเนื้อเข้าไปทีเดียวมิดด้าม เสียงเนื้อฉีกขาดดังแฉะ

เลือดพรหมจรรย์สีแดงสดไหลย้อยออกมาจากร่องเนื้อที่ถูกยืดขยายจนตึงเปรี๊ยะ “กรี๊ดดด!” นางแผดร้องด้วยความเจ็บปวดผสมความเสียวซ่าน จิตวิญญาณของนางรู้สึกเหมือนถูกผ่าครึ่ง ครึ่งหนึ่งถูกปีศาจในสุสานดูดกลืน ขณะที่ร่างกายกลายเป็นภาชนะของเทพี รู้สึกถึงพลังมืดไหลทะลักเข้าทุกอณู

นักพรตเฒ่าคนที่สองไม่ยอมรอ เขาคุกเข่าคร่อมใบหน้าของนางจากด้านหัว จับท่อนเนื้อของตนเอง สั้นกว่าอีกคนแต่หนาใหญ่ราวกำปั้นเด็ก สีน้ำตาลเข้ม ยัดเข้าร่องปากของนางอย่างหยาบคาย

“ดูดมันซะ... เพื่อเลี้ยงปีศาจด้วยปากของเจ้า”

เขาสั่งเสียงแหบ นางอ้าปากรับโดยไม่ขัดขืน ลิ้นของนางเลียวนรอบหัวบาน ขณะที่นักพรตทั้งสองเริ่มโยกสะโพกกระแทกอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพลั่กๆ แฉะๆ สลับกับเสียงครางหอบและคำสาปโบราณที่พวกเขาท่องวนซ้ำ

นักพรตคนแรกกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่อนเนื้อของเขาถูไถผนังร่องเนื้อแน่นฟิตของนาง จนเลือดพรหมจรรย์ผสมน้ำเมือกไหลย้อยลงพื้นหินปลุกอักษรโบราณให้เรืองแสงแรงขึ้น

“อ๊า... เทพีเอ๋ย... รับเลือดบริสุทธิ์นี้!”

เขาร้องพลางบีบหน้าอกนางแรงจนหัวนมช้ำแดง ขณะที่นักพรตคนที่สองจับหัวนางกดลง ยัดท่อนเนื้อลึกจนถึงคอหอย น้ำลายของนางไหลย้อยออกมุมปาก ขณะที่เขากระแทกปากนางราวกับร่องเนื้ออีกแห่ง

“กลืนมันซะ... จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกเลี้ยงให้ปีศาจ!”

ร่างกายของเจ้าหญิงฮาเชียร่าสั่นสะท้านจากความเจ็บปวดและความเสียวที่ถาโถม นางรู้สึกถึงพลังเทพีไหลทะลักเข้าทุกส่วน หน้าอกของนางบวมใหญ่ขึ้น หัวนมพ่นน้ำนมสีดำเหนียวข้นออกมาเคลือบมือของนักพรต ขณะที่ร่องเนื้อของนางหดเกร็งรัดท่อนเนื้อแน่นจนเขาครางดัง ร่างกายนางกลายเป็นภาชนะศักดิ์สิทธิ์ของเทพีอย่างแท้จริง จิตวิญญาณที่ถูกผ่าครึ่งครึ่งหนึ่งถูกปีศาจกลืนกิน ทำให้ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้แววมนุษย์

ทั้งสามโยกตัวกันอย่างบ้าคลั่งบนแท่นหิน ข้างๆ ตุ๊กตามัมมี่ที่ยังคงมีเลือดไหล เสียงครางและเสียงกระแทกดังก้องห้องใต้ดิน นักพรตทั้งสองพ่นน้ำกามร้อนผ่าวออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

คนแรกฉีดพุ่งลึกเข้าไปในร่องเนื้อของนาง จนท้องน้อยของนางป่องนูนจากของเหลวเหนียวข้น คนที่สองพ่นใส่ปากและใบหน้าของนาง จนน้ำกามสีขาวขุ่นไหลย้อยลงคอและหน้าอก นางกลืนมันลงไปโดยไม่ลังเล หัวเราะเบาๆ ท่ามกลางความมืด

“ราคานี้... ข้ายอมจ่าย... เพื่อให้คำสาปสมบูรณ์!”

ในความมืดอันหนาวเยือกของห้องบูชาลับใต้ดิน เจ้าหญิงฮาเชียร่านอนนิ่งอยู่บนแท่นหินดำ ร่างกายเปลือยเปล่าที่เปื้อนคราบเลือดพรหมจรรย์และน้ำกามเหนียวข้นของนักพรตเฒ่าสองคนยังคงสั่นระริกจากพลังของเทพีที่ไหลทะลักเข้ามาในทุกอณูของนาง

ดวงตาสีดำสนิทไร้แววมนุษย์จ้องมองไปในความว่างเปล่า แต่ภายในจิตใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสะใจอันร้อนแรงราวเปลวไฟแห่งนรก ความรู้สึกที่พุ่งพล่านเมื่อนึกถึงเนทาเรีย ผู้หญิงที่กล้าชิงรักจากราเมเซสของนาง ต้องแตกสลายด้วยคำสาปอันทรงพลังนี้

ทุกหยดเลือดที่ไหลจากร่องเนื้อของนาง ทุกความเจ็บปวดจากการถูกฉีกพรหมจรรย์โดยนักพรตทั้งสอง ทุกหยาดน้ำกามที่เปรอะปากและใบหน้า ล้วนเป็นราคาที่นางยินยอมจ่ายอย่างเต็มใจ ความเจ็บปวดทางกายนั้นมิอาจเทียบได้กับความสุขอันวิปริตที่บังเกิดในใจเมื่อนางจินตนาการถึงเนทาเรียกรีดร้องทรมาน ขาดใจตายด้วยคำสาปที่ผนึกด้วยเลือดและจิตวิญญาณของนางเอง

“สมน้ำหน้าเจ้า... สารเลว!” นางกระซิบในใจ เสียงหัวเราะแหบแห้งดังออกจากลำคอขณะที่ร่างกายยังคงสั่นจากผลกระทบของพิธี

“เจ้ากล้าชิงราเมเนเซสจากข้า?

เจ้าจะต้องจมสู่ความมืดนิรันดร์!”

ห้องบูชาสั่นสะเทือนอีกครั้ง เงาของเทพีบนผนังคลานออกมาจริงๆ ดวงตาทองแดงจ้องมองการบูชายัญนี้ด้วยความพอใจ คำสาปถูกผนึกด้วยเลือดพรหมจรรย์และน้ำกาม

เจ้าหญิงฮาเชียร่าก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะนั้นดังก้องในห้องใต้ดิน ดังผสานกับเสียงลมหายใจของนักพรตเฒ่าและกลิ่นคาวเลือดที่อบอวล นางรู้สึกถึงพลังของคำสาปที่ผูกมัดราเมเนเซสไว้กับนางตลอดไป และความรู้สึกนั้น

ความสะใจ ความริษยา ความแค้น และความสุขอันวิปริต กลายเป็นเชื้อไฟที่เผาไหม้จิตใจของนางให้มอดไหม้ในความมืดอันไม่มีที่สิ้นสุด

เสียงหัวเราะนั้นดังต่อเนื่องดังจนคบเพลิงดับหมดเหลือเพียงความมืดและแสงอักษรสีเขียวหม่นส่องใบหน้าบ้าคลั่งของนางและสองนักพรตเฒ่าในห้องใต้ดินที่คำสาปถูกปลุกให้ตื่นเต็มที่เป็นครั้งแรกในรอบพันปี…

เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของเจ้าหญิงฮาเชียร่า…เสียงกรีดร้องสิ้นใจของราชินีผู้ไม่สมหวังในรัก…และเสียงคำสาปโบราณที่ดังก้องไม่สิ้นสุด

มันประสานกันเป็นเสียงแห่งหายนะ ที่ไม่มีผู้ใดลบล้างได้ก้องสะท้อนอยู่ในห้องบูชาที่แสงเทียนมอดดับในความมืดมิด เงาของเทพีบิดเบี้ยวไต่เลื้อยบนผนังดวงตาทองแดงของวิญญาณนับพันจ้องมองลงมา

ราวกับยืนยันว่าโศกนาฏกรรมนี้ได้จารึกไว้แล้ว

เลือดที่หยดลงบนพื้นหินไม่ซึมหาย แต่คงอยู่เหมือนรอยสลัก

กลายเป็นเส้นทางแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจย้อนคืนและเหนือซากหัวใจของหญิงสาวผู้ยอมสละตนเองเพื่อรักคือเสียงสาปที่ยังไม่ดับสิ้น

“เมื่อรักแท้บรรจบ… ความตายจักบังเกิด…”

ถ้อยคำโบราณนั้นแทรกซึมไปในผืนดิน ผ่านหินผา และทรายสีทองฝังลึกลงไปในกาลเวลา ไม่ว่าผู้ใดจะหลับใหลหรือฟื้นคืน มันยังคงรอ… รอจนกว่าดวงวิญญาณจะหวนกลับมาอีกครั้ง

แล้วทุกสิ่งก็ค่อย ๆ ถูกกลืนหาย

เสียงคำสาปโบราณที่สะท้อนในความมืด

ทุกสิ่งจางหายไปราวถูกกลืนเข้าสู่ห้วงกาลเวลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 58 ค่ำคืนแห่งคำสาปและความรัก

    เรือหลวงค่อยๆ เทียบท่าที่ขอบวังใหญ่เมื่อดวงจันทร์ลอยสูงเหนือท้องฟ้าแห่งนครวาสเรต แสงจันทร์สีเงินสะท้อนบนผิวน้ำไนล์ ราวกับกระซิบถึงโชคชะตาที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ราเมเซสเงียบงัน ไม่เอ่ยคำใด พระหัตถ์ใหญ่คลุมผ้าทอสีเข้มปักลายทองลงบนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ซึ่งยังคงสั่นเทิ้มจากเหตุการณ์บนเรือ ร่างของเธอเปื้อนเหงื่อและน้ำรัก รอยแดงจากสัมผัสหยาบกร้านของพระองค์ยังคงปรากฏบนผิวบอบบางรามแซสอุ้มหญิงสาวขึ้นจากเรือด้วยความระมัดระวัง แขนแข็งแกร่งโอบรัดร่างแน่นราวกลัวว่าเธอจะหายไปในอากาศยามค่ำคืน หญิงสาวนิ่งเงียบ หัวใจของเธอปวดร้าวราวถูกกรีดด้วยคมมีด เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของความรักและความเจ็บปวดที่ ราเมเซสฝากไว้ในร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ หญิงสาวอยากตะโกนถามเขาว่าทำไมต้องทำร้ายเธอเช่นนี้ แต่คำพูดทั้งหมดติดอยู่ในลำคอราวถูกคำสาป ผนึกไว้พระวรกายสูงใหญ่พาร่างบางผ่านโถงหินอ่อนอันยิ่งใหญ่ของวัง มุ่งตรงไปยังห้องสรงน้ำส่วนพระองค์ อ่างหินอ่อนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัว แสงจากคบเพลิงที่ฝังตามผนังสะท้อนบนผิวน้ำ ราวกับดวงดาวที่หล่นลงมาในวังราเมเซสค่อยๆ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 57 รัก… เลือด… ความตาย… หากดวงใจสองตรงกัน

    แต่คำพูดของเธอถูกกลบมิดด้วยริมฝีปาก ที่บดขยี้ลงมาอีกครั้ง จูบนั้นดิบเถื่อนยิ่งกว่าครั้งก่อน ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปากเธอราวกับต้องการกลืนกินทุกส่วน รสคาวเลือดจากริมฝีปาก ที่แตกยังคงค้างอยู่ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความร้อนจากพระวรกายใหญ่ที่กดทับลงมาราเมเซสไม่รออีก พระหัตถ์เลื่อนลงต่ำ ฉีกผ้าที่เหลืออยู่จนร่างของอาริสาเปลือยเปล่าต่อหน้าแสงคบเพลิง เอ็นร้อนของพระองค์ ที่แข็งตัวเต็มที่จากความหึงหวงและแรงโทสะ กดลงบนกลีบดอกไม้ที่ยังไม่พร้อม หญฺงสาวสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความร้อนนั้น ใหญ่โต ร้อนผ่าวราวเหล็กหลอมที่พร้อมแทงทะลุทุกอย่างเข้ามา“เจ้าคิดถึงมันใช่ไหม?!”พระองค์คำราม ขณะที่มือใหญ่บีบที่อกเธอแน่นจนเธอครางออกมา รามเมเซสไม่ให้เวลาเธอปรับตัว สอดลึกเข้าไปในตัวเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง สุดลำจนเธอรู้สึกเหมือนถูกฉีกขาดจากภายในเสียงแจะดังขึ้นเมื่อร่างกายทั้งสองปะทะกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและน้ำรักที่เริ่มไหลซึมหญิงสาวกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากลงแก้ม“ท่าน... เจ็บ....”แต่ราเมเซสไม่ฟัง พระองค์โยกสะโพกเ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 56 การครอบครองแห่งโทสะ และหัวใจที่แตกสลาย

    “มันไม่ใช่แบบที่ท่านคิด ฉัน.. เขาไม่ได้แตะต้องฉัน!” เธอก้าวเข้ามาอีกก้าว “ฉันแค่ไม่อยากให้มีเลือดคนบริสุทธิ์ไหลเพราะฉันอีก” พระหัตถ์ใหญ่กำด้ามคทาทองแน่น เส้นเลือดที่ข้อมือปูดขึ้น“เพราะเจ้า? ทุกอย่างในวังนี้พังเพราะเจ้า แล้วเจ้าก็ยังกล้ามาพูดเรื่องความบริสุทธิ์?” น้ำเสียงนั้นแผดเผาจนแม้ขุนนางที่ยืนใกล้ต้องหลบสายตา“ราเมเซส...” เสียงเธอสั่น “ข้าขอเพียงชีวิตของเขา”คำว่า “ขอเพียงชีวิตของเขา” กลายเป็นประกายไฟ แววตาของพระองค์มืดวาบทันที ความโกรธที่ไม่รู้เหตุผลปะทุขึ้นราวเปลวเพลิงในทะเลทราย“ชีวิตของมันงั้นหรือ?”พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ช้า ๆ เสียงรองเท้าทองกระทบหินเป็นจังหวะก้องหัวใจทุกคนในลาน“เจ้าร้องขอชีวิตชายอื่น…ต่อหน้าข้า?”ร่างบางถอยหลังเพียงครึ่งก้าว แต่ไม่หลบสายตา“เขาไม่ใช่ศัตรูของท่าน เขาช่วยฉัน”“ช่วยเจ้า หรือแย่งเจ้าจากข้า!” พระสุรเสียงดังก้องเธอสะอื้นในคอ น้ำตาไหลพราก &

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 55 คำพิพากษาแห่งทะเลทราย

    “ไม่มีมนตราใดลบล้างชะตาที่เราผูกไว้เองได้... แต่เราสามารถ เลื่อนมัน หรือ ผ่อนแรงมัน ได้ หากเจ้ากล้าอยู่ในเงามืด โดยไม่ส่งเสียงให้ดวงดาวได้ยิน”“ข้าไม่เข้าใจ...” เสียงอาริสาแผ่วเหมือนลมหายใจสุดท้ายของเปลวเทียนหญิงชรายกสายตาขึ้น ดวงตานางนิ่งสงบลึกล้ำ“เจ้าจะเข้าใจ... เมื่อถึงยามที่ เงาจันทร์ล้นแก้ว”นางเอื้อมหยิบผ้าลินินผืนขาวจากพานศิลา ซับหยาดน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ดั่งแม่ปลอบลูกในคืนฝันร้าย“พักเถิด... เจ้าหญิง” เสียงนั้นอ่อนโยนจนหัวใจคลาย“ปล่อยให้วิหารเฝ้าฝันแทนเจ้า คืนนี้มันจะขับไล่เสียงที่มิใช่ของเจ้าออกไปเอง” พูดจบ ไอเส็ตดีดนิ้วเบา ๆ หนึ่งครั้ง คบเพลิงตามผนัง ติดขึ้นทีละดวงเหมือนดอกบัวที่บานช้า ๆ กลิ่นกำยานหวนกลับเป็นทอง อ่อน ๆ ไม่ใช่คาวเลือดอีกต่อไป สายลมอุ่นจากช่องเพดานไหลผ่าน ทำให้ผ้าคลุมเตียงกระเพื่อมเล็กน้อยหญิงสาวค่อย ๆ ถอนมือจากสระเงา แสงเงินเส้นบางหลุดจากกำไลงูและหดหายลงผิวน้ำเหมือนด้ายที่ถูกตัด เธอเหนื่อยลึกจนแทบยืนไม่ไหว ไอเส็ตพาเธอกลับไปยังแท่นบรรทม รวบผ้าคลุมให้เรียบ แล้

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 54 ลมหายใจของคำสาป

    เธอกรีดร้องลั่นในฝัน เสียงแหลมสูงสะท้อนทั่วห้อง ร่างหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว คมกรีฑในฝันยังค้างอยู่กลางอก หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุอก เหมือนยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือของฝันร้ายนั้นฝันเดิม...ฝันที่เต็มไปด้วยเลือดและเสียงร้องขอชีวิต ฝันที่ราวกับเธอยังอยู่ในคืนที่ต้องสาปนั้น กลิ่นคาวยังติดอยู่ปลายลิ้น ความเย็นของเหล็กยังแทรกเข้ากระดูก น้ำตารินเป็นสายไม่ยอมหยุดเธอก้มหน้าลง มือสั่นระริกแตะที่หัวใจตัวเอง มันเต้นแรงเกินควบคุมจนปวดร้าว“พอแล้ว...” เสียงเธอแผ่วแทบขาดห้วง“ข้าไม่อยากฝันอีกแล้ว...”ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ หญิงสาวตื่นขึ้นมาเหงื่อเย็นชุ่มตัว น้ำตาไหลอาบแก้ม และเสียงอักขระโบราณเริ่มก้องขึ้นรอบตัวจากมุมมืด เสียงกระซิบของเทพีไอซิสเอื้อนเอ่ยช้า ๆ ดุจสายลมพัดผ่านสุสานหญิงสาวสะดุ้ง ผงะขึ้นนั่ง มือเย็นชืดจับผ้าลินินตรงอกแน่น หัวใจเต้นถี่รัวเหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่างอยู่ในความฝัน พอเงยหน้าแสงตะเกียงทั้งหมดก็ดับสนิท ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นยกเป่าทีเดียวทั้งวิหารความมืดที่โถมเข้ามาไม่ใช่เพียง “ความมืด&rd

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 53 คำลวงของเจ้าหญิงผู้ริษยา

    ราเมเซสกระโดดลงจากรถด้วยท่วงท่าของนักล่าที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อ แม้สวมคราบ ผู้ชนะดวงตาของพระองค์กลับมืดเข้มดุจพายุค่ำ ในทะเลทรายทรงยืนเด่นกลางแสงจากช่องเพดานสูง พระพักตร์เปื้อนฝุ่นสงคราม แต่ดวงตาลุกโชนราวเปลวไฟในพายุทะเลทราย “นางอยู่ที่ไหน” พระสุรเสียงดังก้องดุจคำสาปแห่งเทพอนูบิส กรีดผ่าความเงียบของท้องพระโรงจนขุนนางทั้งหลายตัวสั่นขุนนางคนหนึ่งรีบคลานเข้าไป หมอบกราบแทบเท้า หน้าผากกดติดพื้นหินราวกลัวถูกลงทัณฑ์ “ฝ่าบาท…นาง..นางได้หนีออกจากวังไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”“หนี?” พระสุรเสียงคำรามต่ำลอดไรพระโอษฐ์“นางหนีไปได้อย่างไร หรือมีผู้ใดกล้าฉีกพระบัญชาของข้า!”คำถามนั้นยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าสตรีดังแผ่วราวสายลมพิษ พัดผ่าน เสียงเครื่องประดับกระทบกันเบา ๆ ราวระฆังแห่งความตาย นำหน้าร่างในชุดคลุมยาวสีทองแดงลายงูเลื้อย ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ราวงูพิษที่รอจังหวะฉกคำถามยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าของสตรีดังขึ้นจากอีกฟากของโถงเสียงเครื่องประดับกระทบกันเบา ๆ นำหน้าร่างในชุดคลุมยาวสีทองแดงลายงูเลื้อยเจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status