Home / รักโบราณ / เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์ / บทที่ 7 เสียงกระซิบในเงามืด ยอดรักแห่งฟาโรห์

Share

บทที่ 7 เสียงกระซิบในเงามืด ยอดรักแห่งฟาโรห์

กาลเวลาหมุนผ่านนับพันปีทรายแห่งทะเลทรายไหลรินกลบซากวิหารและสุสานทีละชั้นเสียงพิณแห่งงานวิวาห์วันนั้นเงียบดับ กลายเป็นเพียงเสียงลมพัดก้องในซอกหินรอยเลือดที่รดลงบนพื้นหินแห้งกรัง ถูกกลบด้วยฝุ่นทรายและเถ้าถ่านเหลือไว้เพียงเงาคำสาปที่ฝังลึกลงในแผ่นดิน

วิญญาณที่เคยโหยหาและกรีดร้องถูกกาลเวลาโอบปิด แต่ถ้อยคำโบราณยังคงก้องสะท้อนในชั้นหิน “เมื่อรักแท้บรรจบ ความตายจักบังเกิด”

พันปีแล้วพันปีเล่า…อาณาจักรล่มสลาย จักรวรรดิใหม่ ผงาดขึ้นและดับไปแม่น้ำไนล์ยังคงไหลเรื่อยไม่รู้จักสิ้น ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเดินผ่านผืนทราย โดยไม่รู้เลยว่าใต้เท้าของพวกเขายังมีความลับ รอการปลุกให้ตื่น

ลมทะเลทรายพัดแรงกว่าปกติ ดั่งเสียงกระซิบของวิญญาณโบราณที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน ประกายดวงจิตหนึ่งค่อย ๆ ฉีกม่านกาลเวลา ล่องลอยผ่านสายลม…จากร่างหญิงสาวผู้ถูกสาปพันธนาการเมื่อพันปีที่แล้ว สู่อีกเรือนกายหนึ่งในยุคปัจจุบัน

แสงไฟสีขาวจากเพดานสนามบินไคโรสะท้อนกับพื้นกระเบื้องหินอ่อน ผู้คนขวักไขว่ เสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็นระยะท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงลากกระเป๋าเดินทาง รถเข็นสัมภาระ และผู้โดยสารหลายเชื้อชาติที่รีบร้อนเธอ “อาริสา” ในร่างใหม่ ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าอมเขียววับวาว ราวกับสะท้อนแสงจากอดีตอันไกลโพ้น

หญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนพลุกพล่าน แต่กลับให้ความรู้สึกไม่เหมือนใคร เส้นผมสีน้ำตาลสะท้อนแสงไฟนวลอุ่นของสนามบิน ลมหายใจแรกในแผ่นดินไคโรทำให้หัวใจเธอสั่นไหว… บางสิ่งบางอย่างในห้วงวิญญาณกำลังถูกปลุกตื่น

หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองยาวเหยียด ทีมสำรวจโบราณคดีถูกนำด้วยรถลีมูซีนสีดำยาวไปยังโรงแรมหรูใจกลางไคโรโรงแรมโอเอซิส ที่ชีคคาลิด เจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่งได้จัดเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ

อาริสาแทบจะทิ้งตัวลงบนเบาะรถด้วยความเหนื่อยล้า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอแทบไม่ได้นอนเต็มตาทั้งต้องช่วย จอร์ท เคเบน เพื่อนสนิทและนักวิจัยสายเอกสารโบราณ รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คืนสุดท้ายยิ่งโกลาหลเธอแทบจะพลาดเที่ยวบิน เพราะต้องเร่งสรุปข้อมูลชุดสุดท้าย โชคดีที่ทันเวลา และก็เพราะคาร่าสาวผมบลอนด์สวยจัดประจำทีม ที่ช่วยแพ็กกระเป๋าเตรียมอุปกรณ์แทนเธอในนาทีสุดท้าย

เมื่อถึงโรงแรม ทีมงานต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพัก อาริสาเดินเข้าไปในห้องสวีทชั้นสูงสุด กลิ่นดอกกุหลาบและกำยานหอมอ่อน ๆ ลอยมากับแอร์เย็นเตียงขนาดคิงส์ไซส์ปูผ้าสีขาวสะอาดสะอ้าน พร้อมระเบียงที่มองออกไปเห็นวิวแม่น้ำไนล์ยามค่ำคืน

หญิงสาวถอดเสื้อผ้าออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำ สายน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลรินลงบนเรือนร่างงามได้สัดส่วน ล้างคราบเหงื่อ ความเหนื่อย และความง่วงที่กดทับมาตลอดหลายวันเธอปิดตา สูดหายใจลึกราวกับให้ทุกหยดน้ำชำระทั้งร่างกายและความคิด

เมื่อออกมา เธอสวมเพียงเสื้อคลุมบาง ๆ เส้นผมเปียกชื้นไหลตามแผ่นหลังนวลเนียนเธอทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง หัวแทบไม่ทันแตะหมอน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลก็ปิดลงช้า ๆ

ภายในความมืดของห้องพักหรู…เสียงลมทะเลทรายเหมือนกระซิบลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างบางครั้งคล้ายเสียงผู้หญิงแผ่วเบา

แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะรู้ตัวร่างกายที่อ่อนล้าถูกกล่อมให้หลับลึกลงไปในอ้อมกอดของค่ำคืนในอียิปต์ คืนนี้เป็นคืนเดือนดับ ไร้แม้แต่แสงดาวบนท้องฟ้าท้องฟ้ามืดสนิท ราวกับถูกปิดม่านดำทึบแต่ในห้องพักของอาริสา กลับเต็มไปด้วยแสงเร้นลับสีหม่นที่ไม่อาจอธิบายได้แสงนั้นไม่ใช่ของโคมไฟ ไม่ใช่เงาสะท้อนจากเมืองใหญ่แต่เป็นแสงที่ลอยมาจากที่ใดที่หนึ่งไกลเกินกว่ามนุษย์จะรู้

กลิ่นกำยานหอมจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศไม่รู้ว่ามาจากไหน ทั้งที่เธอจำได้ชัดว่าไม่ได้จุดอะไรไว้เลยอากาศในห้องนิ่งสนิท เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองและความรู้สึกแปลกประหลาดก็พุ่งวาบเข้ามาในอกทันที

มันคือความรู้สึก…ว่าเธอ “ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”

เธอนอนนิ่ง แต่ขนลุกซู่ไปทั้งร่างสายตาในความฝันเหมือนถูกบังคับให้ลืมตาขึ้น เบื้องหน้าปรากฏเงาดำสูงสง่า รูปร่างคล้ายชายหนุ่ม ผู้ชายในชุดโบราณเส้นสายเครื่องทรงประดับทองพร่างพราว แต่ไร้แสงอาทิตย์สะท้อนดวงตาของเขามืดลึก แต่แฝงแรงดึงดูดจนเธอไม่อาจละสายตาได้

เสียงพิณโบราณบรรเลงเบา ๆ ลอยมากับสายลมทว่าทุกถ้อยทำนองแฝงความโหยหวนและเศร้าลึกเสียงนั้นผสานกับเสียงกระซิบในเงามืด…

“เนธาเลีย…ยอดรัก”

อาริสา ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาเอ่อรินโดยไม่ทันรู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนเจ็บแปลบ ความว่างเปล่าในอกเหมือนถูกใครบางคนกระชากให้รำลึกสิ่งที่ลืมเลือนไปนานแสนนาน

ในความฝันนั้น เธอพยายามจะก้าวถอยหนีแต่เท้ากลับเหมือนถูกตรึงกับพื้นเงามืดนั้นก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ กลิ่นกำยานเข้มข้นขึ้นทุกขณะจนรอบห้องกลายเป็นหมอกสีทองและขาวสลับกัน

แล้วเสียงกระซิบอีกครั้งก็ดังขึ้น คราวนี้แผ่วในโสตประสาทเธอ

ไม่ใช่เพียงเรียกชื่อ แต่เป็นถ้อยคำโบราณที่สั่นสะเทือนในอกและเงานั้นปรากฏขึ้น ภาพในหัวชัดเสียยิ่งกว่าความจริง เธอยืนอยู่ในวิหารโบราณ เสาหินสูงเรียงราย แสงคบเพลิงวูบไหวสะท้อนผนังเป็นเงาเต้นเร้ากลิ่นเครื่องหอม กลิ่นหนังสัตว์แห้ง และกลิ่นเนื้อหนังที่เพิ่งแตะไฟ... สัมผัสเธอทุกประสาทสัมผัส

เสียงฝีเท้าหนักและมั่นคงดังก้องเข้ามาใกล้

เธอหันไปและเขาก็อยู่ตรงนั้น

ชายผู้มีนัยน์ตาสีทองแววไฟ กานแต่งกายทรงเครื่องเหมือนฟาโรห์ แต่ไม่ใช่คนที่เคยมีอยู่ในตำราใดร่างสูงสง่า ผิวเข้มเรียบตึงเหมือนรูปเคารพที่แกะจากหินเฮมาไทต์ เส้นผมยาวเป็นลอนระต้นคอ ประดับด้วยทองคำแท้สายตาเขากระชากเธอจากโลกเดิมในพริบตาเดียว...

"เจ้า... เป็นของข้าแล้ว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 58 ค่ำคืนแห่งคำสาปและความรัก

    เรือหลวงค่อยๆ เทียบท่าที่ขอบวังใหญ่เมื่อดวงจันทร์ลอยสูงเหนือท้องฟ้าแห่งนครวาสเรต แสงจันทร์สีเงินสะท้อนบนผิวน้ำไนล์ ราวกับกระซิบถึงโชคชะตาที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ราเมเซสเงียบงัน ไม่เอ่ยคำใด พระหัตถ์ใหญ่คลุมผ้าทอสีเข้มปักลายทองลงบนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ซึ่งยังคงสั่นเทิ้มจากเหตุการณ์บนเรือ ร่างของเธอเปื้อนเหงื่อและน้ำรัก รอยแดงจากสัมผัสหยาบกร้านของพระองค์ยังคงปรากฏบนผิวบอบบางรามแซสอุ้มหญิงสาวขึ้นจากเรือด้วยความระมัดระวัง แขนแข็งแกร่งโอบรัดร่างแน่นราวกลัวว่าเธอจะหายไปในอากาศยามค่ำคืน หญิงสาวนิ่งเงียบ หัวใจของเธอปวดร้าวราวถูกกรีดด้วยคมมีด เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของความรักและความเจ็บปวดที่ ราเมเซสฝากไว้ในร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ หญิงสาวอยากตะโกนถามเขาว่าทำไมต้องทำร้ายเธอเช่นนี้ แต่คำพูดทั้งหมดติดอยู่ในลำคอราวถูกคำสาป ผนึกไว้พระวรกายสูงใหญ่พาร่างบางผ่านโถงหินอ่อนอันยิ่งใหญ่ของวัง มุ่งตรงไปยังห้องสรงน้ำส่วนพระองค์ อ่างหินอ่อนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัว แสงจากคบเพลิงที่ฝังตามผนังสะท้อนบนผิวน้ำ ราวกับดวงดาวที่หล่นลงมาในวังราเมเซสค่อยๆ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 57 รัก… เลือด… ความตาย… หากดวงใจสองตรงกัน

    แต่คำพูดของเธอถูกกลบมิดด้วยริมฝีปาก ที่บดขยี้ลงมาอีกครั้ง จูบนั้นดิบเถื่อนยิ่งกว่าครั้งก่อน ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปากเธอราวกับต้องการกลืนกินทุกส่วน รสคาวเลือดจากริมฝีปาก ที่แตกยังคงค้างอยู่ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความร้อนจากพระวรกายใหญ่ที่กดทับลงมาราเมเซสไม่รออีก พระหัตถ์เลื่อนลงต่ำ ฉีกผ้าที่เหลืออยู่จนร่างของอาริสาเปลือยเปล่าต่อหน้าแสงคบเพลิง เอ็นร้อนของพระองค์ ที่แข็งตัวเต็มที่จากความหึงหวงและแรงโทสะ กดลงบนกลีบดอกไม้ที่ยังไม่พร้อม หญฺงสาวสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความร้อนนั้น ใหญ่โต ร้อนผ่าวราวเหล็กหลอมที่พร้อมแทงทะลุทุกอย่างเข้ามา“เจ้าคิดถึงมันใช่ไหม?!”พระองค์คำราม ขณะที่มือใหญ่บีบที่อกเธอแน่นจนเธอครางออกมา รามเมเซสไม่ให้เวลาเธอปรับตัว สอดลึกเข้าไปในตัวเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง สุดลำจนเธอรู้สึกเหมือนถูกฉีกขาดจากภายในเสียงแจะดังขึ้นเมื่อร่างกายทั้งสองปะทะกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและน้ำรักที่เริ่มไหลซึมหญิงสาวกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากลงแก้ม“ท่าน... เจ็บ....”แต่ราเมเซสไม่ฟัง พระองค์โยกสะโพกเ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 56 การครอบครองแห่งโทสะ และหัวใจที่แตกสลาย

    “มันไม่ใช่แบบที่ท่านคิด ฉัน.. เขาไม่ได้แตะต้องฉัน!” เธอก้าวเข้ามาอีกก้าว “ฉันแค่ไม่อยากให้มีเลือดคนบริสุทธิ์ไหลเพราะฉันอีก” พระหัตถ์ใหญ่กำด้ามคทาทองแน่น เส้นเลือดที่ข้อมือปูดขึ้น“เพราะเจ้า? ทุกอย่างในวังนี้พังเพราะเจ้า แล้วเจ้าก็ยังกล้ามาพูดเรื่องความบริสุทธิ์?” น้ำเสียงนั้นแผดเผาจนแม้ขุนนางที่ยืนใกล้ต้องหลบสายตา“ราเมเซส...” เสียงเธอสั่น “ข้าขอเพียงชีวิตของเขา”คำว่า “ขอเพียงชีวิตของเขา” กลายเป็นประกายไฟ แววตาของพระองค์มืดวาบทันที ความโกรธที่ไม่รู้เหตุผลปะทุขึ้นราวเปลวเพลิงในทะเลทราย“ชีวิตของมันงั้นหรือ?”พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ช้า ๆ เสียงรองเท้าทองกระทบหินเป็นจังหวะก้องหัวใจทุกคนในลาน“เจ้าร้องขอชีวิตชายอื่น…ต่อหน้าข้า?”ร่างบางถอยหลังเพียงครึ่งก้าว แต่ไม่หลบสายตา“เขาไม่ใช่ศัตรูของท่าน เขาช่วยฉัน”“ช่วยเจ้า หรือแย่งเจ้าจากข้า!” พระสุรเสียงดังก้องเธอสะอื้นในคอ น้ำตาไหลพราก &

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 55 คำพิพากษาแห่งทะเลทราย

    “ไม่มีมนตราใดลบล้างชะตาที่เราผูกไว้เองได้... แต่เราสามารถ เลื่อนมัน หรือ ผ่อนแรงมัน ได้ หากเจ้ากล้าอยู่ในเงามืด โดยไม่ส่งเสียงให้ดวงดาวได้ยิน”“ข้าไม่เข้าใจ...” เสียงอาริสาแผ่วเหมือนลมหายใจสุดท้ายของเปลวเทียนหญิงชรายกสายตาขึ้น ดวงตานางนิ่งสงบลึกล้ำ“เจ้าจะเข้าใจ... เมื่อถึงยามที่ เงาจันทร์ล้นแก้ว”นางเอื้อมหยิบผ้าลินินผืนขาวจากพานศิลา ซับหยาดน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ดั่งแม่ปลอบลูกในคืนฝันร้าย“พักเถิด... เจ้าหญิง” เสียงนั้นอ่อนโยนจนหัวใจคลาย“ปล่อยให้วิหารเฝ้าฝันแทนเจ้า คืนนี้มันจะขับไล่เสียงที่มิใช่ของเจ้าออกไปเอง” พูดจบ ไอเส็ตดีดนิ้วเบา ๆ หนึ่งครั้ง คบเพลิงตามผนัง ติดขึ้นทีละดวงเหมือนดอกบัวที่บานช้า ๆ กลิ่นกำยานหวนกลับเป็นทอง อ่อน ๆ ไม่ใช่คาวเลือดอีกต่อไป สายลมอุ่นจากช่องเพดานไหลผ่าน ทำให้ผ้าคลุมเตียงกระเพื่อมเล็กน้อยหญิงสาวค่อย ๆ ถอนมือจากสระเงา แสงเงินเส้นบางหลุดจากกำไลงูและหดหายลงผิวน้ำเหมือนด้ายที่ถูกตัด เธอเหนื่อยลึกจนแทบยืนไม่ไหว ไอเส็ตพาเธอกลับไปยังแท่นบรรทม รวบผ้าคลุมให้เรียบ แล้

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 54 ลมหายใจของคำสาป

    เธอกรีดร้องลั่นในฝัน เสียงแหลมสูงสะท้อนทั่วห้อง ร่างหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว คมกรีฑในฝันยังค้างอยู่กลางอก หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุอก เหมือนยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือของฝันร้ายนั้นฝันเดิม...ฝันที่เต็มไปด้วยเลือดและเสียงร้องขอชีวิต ฝันที่ราวกับเธอยังอยู่ในคืนที่ต้องสาปนั้น กลิ่นคาวยังติดอยู่ปลายลิ้น ความเย็นของเหล็กยังแทรกเข้ากระดูก น้ำตารินเป็นสายไม่ยอมหยุดเธอก้มหน้าลง มือสั่นระริกแตะที่หัวใจตัวเอง มันเต้นแรงเกินควบคุมจนปวดร้าว“พอแล้ว...” เสียงเธอแผ่วแทบขาดห้วง“ข้าไม่อยากฝันอีกแล้ว...”ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ หญิงสาวตื่นขึ้นมาเหงื่อเย็นชุ่มตัว น้ำตาไหลอาบแก้ม และเสียงอักขระโบราณเริ่มก้องขึ้นรอบตัวจากมุมมืด เสียงกระซิบของเทพีไอซิสเอื้อนเอ่ยช้า ๆ ดุจสายลมพัดผ่านสุสานหญิงสาวสะดุ้ง ผงะขึ้นนั่ง มือเย็นชืดจับผ้าลินินตรงอกแน่น หัวใจเต้นถี่รัวเหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่างอยู่ในความฝัน พอเงยหน้าแสงตะเกียงทั้งหมดก็ดับสนิท ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นยกเป่าทีเดียวทั้งวิหารความมืดที่โถมเข้ามาไม่ใช่เพียง “ความมืด&rd

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 53 คำลวงของเจ้าหญิงผู้ริษยา

    ราเมเซสกระโดดลงจากรถด้วยท่วงท่าของนักล่าที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อ แม้สวมคราบ ผู้ชนะดวงตาของพระองค์กลับมืดเข้มดุจพายุค่ำ ในทะเลทรายทรงยืนเด่นกลางแสงจากช่องเพดานสูง พระพักตร์เปื้อนฝุ่นสงคราม แต่ดวงตาลุกโชนราวเปลวไฟในพายุทะเลทราย “นางอยู่ที่ไหน” พระสุรเสียงดังก้องดุจคำสาปแห่งเทพอนูบิส กรีดผ่าความเงียบของท้องพระโรงจนขุนนางทั้งหลายตัวสั่นขุนนางคนหนึ่งรีบคลานเข้าไป หมอบกราบแทบเท้า หน้าผากกดติดพื้นหินราวกลัวถูกลงทัณฑ์ “ฝ่าบาท…นาง..นางได้หนีออกจากวังไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”“หนี?” พระสุรเสียงคำรามต่ำลอดไรพระโอษฐ์“นางหนีไปได้อย่างไร หรือมีผู้ใดกล้าฉีกพระบัญชาของข้า!”คำถามนั้นยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าสตรีดังแผ่วราวสายลมพิษ พัดผ่าน เสียงเครื่องประดับกระทบกันเบา ๆ ราวระฆังแห่งความตาย นำหน้าร่างในชุดคลุมยาวสีทองแดงลายงูเลื้อย ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ราวงูพิษที่รอจังหวะฉกคำถามยังไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าของสตรีดังขึ้นจากอีกฟากของโถงเสียงเครื่องประดับกระทบกันเบา ๆ นำหน้าร่างในชุดคลุมยาวสีทองแดงลายงูเลื้อยเจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status