เข้าสู่ระบบอมายารับจุมพิตอ่อนโยนอีกครั้ง ริมฝีปากของเขาสร้างกระแสวาบหวามร้อนแรงไปทั่วสรรพางค์กาย ผิดกับความป่าเถื่อนที่เขากระทำเมื่อตอนเช้า ทำให้หญิงสาวตอบรับการเชิญชวนของเขาอย่างว่าง่าย
กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจเขาฉุนจัดจนแทบทำให้เธอมึนเมาตามไปด้วย ในขณะที่ลิ้นร้อนของเขาก็กระหวัดพันเกี่ยวสร้างความซ่านเสียวให้หญิงสาวแสนบริสุทธิ์อย่างเธอได้มากมาย ฝ่ามือไม่นุ่มไม่หยาบจนเกินไปที่ถูไถบนปทุมถันก็ทำให้เธอรุ่มร้อนจากความปรารถนาล้ำลึกเกินบรรยาย
“อือ... พี่เฟลม”
เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาเริ่มใช้ลิ้นสำรวจตามร่างกาย ไล่ตั้งแต่กรอบหน้า ปลายคาง ซอกคอขาว ไหปลาร้า ลงมาจนถึงเนินถันเต่งตึง ก่อนจะอ้าปากงับยอดอกสีชมพูหวานเข้าไปในช่องปาก แล้วดูดดึงจนแก้มที่เต็มไปด้วยไรเคราสีเขียวเย้ายวนนั้นตอบเข้าไป พาให้ลมหายใจสาวสะท้านเฮือกและปั่นป่วนในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก
เขาเซ็กซี่เหลือเกิน...
ในเวลาที่สมองกำลังมึนตื้อด้วยฤทธิ์รักที่เขามอมเมา อมายากลับตระหนักได้ว่าผู้ชายที่กำลังเคลื่อนไหวเหนือร่างนี้น่าปรารถนาเพียงใด มือบางค่อย ๆ ลูบศีรษะเขาราวกับจะทำให้ตัวเองแน่ใจว่านี่คือเขาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฝันไป พลางก็แอ่นอกเข้าหาเมื่อคลื่นปรารถนาสาดซัดรุนแรงจนเกือบจะควบคุมสติไม่ไหว
ปลายลิ้นของเขากำลังตวัดปลายถันของเธอไปมาอยู่ในช่องปากร้อนระอุ ปลายยอดอีกข้างก็ถูกปลายนิ้วแกร่งคีบคลึงอย่างไม่ยอมกัน แต่อมายาปรารถนาอยากให้เขาทำมากกว่านี้
เธอต้องการแตกสลายและเป็นเนื้อเดียวกับร่างกายที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อทรงพลังนี้ สองแขนเรียวเล็กจึงโอบกอดเขาไว้แล้วเบียดตัวขึ้นไปแนบชิดเขาอีก... ไม่อยากให้ระหว่างสองเรามีช่องว่างแม้เพียงเสี้ยวมิลลิเมตร
“ฮือ...”
หญิงสาวครางอย่างขัดใจเมื่อเขาผละออก เขมราชยิ้มหวานให้เด็กเอาแต่ใจก่อนจะรีบปลดกระดุมเชิ้ตแล้วถอดมันทิ้งไปไม่ต่างกับกางเกงที่เป็นอย่างต่อไป แต่เขากลับถอดได้ทั้งตัวนอกกับตัวในพร้อมกัน
ความรีบร้อนบวกกับความใหญ่โตของเจ้าสิ่งที่ผงาดเกยก่ายหน้าท้องของเธอทำให้หัวใจของอมายาเต้นแรง เหมือนกำลังยืนตรงปากเหว เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะชำแรกเข้ามาโดยไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับเธอ
“พี่เฟลม... เบา ๆ นะคะ”
เขายิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเมียแสนรักอีกคราก่อนจะโน้มลงไปบดเคล้ากลีบปากสวยแทนการปลอบโยน
“ไม่ต้องกลัวนะคะ พี่จะทำเบา ๆ ค่ะ”
ทั้งแววตาอ่อนโยน น้ำเสียงอ่อนหวานและท่าทางอบอุ่นราวกับแสงตะวันในวันที่เหน็บหนาวทำให้หญิงสาวไว้ใจในตัวเขาได้ง่ายดาย อมายาผ่อนคลายลงอย่างเป็นธรรมชาติ ปล่อยให้เขาครอบครองยอดถันอีกหน
ชายหนุ่มขยับข้างสะโพกซ้ายทีขวาทีเพื่อให้สองขาเรียวเปิดอ้าให้เขาอยู่ระหว่างกลาง ไอร้อนจากดอกไม้งามกลางกายพาหัวใจคนเมาเต้นระส่ำ ความเป็นชายแข็งขึงดุดันแนบกับหน้าท้องแบนราบที่มีรอยเขียวช้ำเพราะต้องรับมือกับคนใจร้ายรอบกายกำลังระอุร้อน
และอมายาดีใจเหลือเกินที่ต่อจากนี้เขมราชจะไม่ใช่หนึ่งในคนพวกนั้นอีกแล้ว...
เขาสอดมือเข้ามาระหว่างสองกาย ลากไล้ผ่านแอ่งเว้ากลางลำตัวลงไปวนเวียนตรงหัวหน่าวจนหญิงสาวหอบหายใจถี่กระชั้น ก่อนเขาจะใช้มันกอบกุมนวลเนื้อสวยที่อวบนุ่มพอดีมือแล้วคลึงไปมา
“ฮึก...” อารมณ์รื่นรมย์แสนวาบหวามเล่นงานจนอมาหายใจติดขัดเลยต้องหอบหายใจเฮือกใหญ่ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งนั้นแหวกกลุ่มขนบางเบาแล้วเบียดแทรกเข้าไปกลางติ่งเนื้อแฉะร้อน
“พะ... พี่เฟลม จะ... เจ็บค่ะ”
“อดทนนะคะ คนดี” เขมราชพรมจูบตามใบหน้าที่เขาหลงใหล แต่สิ่งแปลกปลอมทำให้อมายาที่กำลังเจ็บนั้นพลันหนีบขาเพราะหวาดกลัวจนตัวสั่น เขาเองก็รู้ ถึงได้ถอดลำนิ้วที่ยังไม่ทันได้ทักทายจุดที่ลึกที่สุดออกมา ขณะที่แลบลิ้นออกมาลากไล้โลมเลียตั้งแต่ร่องอกลงมาตามหน้าท้องเนียนสวย วนไล้พรมจูบตรงท้องน้อย พาให้อมายาปั่นป่วนจนเผลอจิกปลายเท้ากับที่นอน
“ไว้ใจพี่ไหมคะ”
“คะ... ค่ะ” เสียงตอบรับตะกุกตะกักนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกรักและหวงแหนเธอขึ้นมาเป็นเท่าทวี เพราะแม้เธอจะกลัวแต่ทั้งใจของเธอนั้นยังเชื่อมั่นในตัวเขา
อมายาหน้าแดงซ่านพลางหลับตาพริ้มเมื่อชายหนุ่มลดกายลงไปจนศีรษะอยู่กลางหว่างขาของเธอ มือหนาเคล้นคลึงนวลเนื้อสาวไปมาจนเธออดที่จะขยับบั้นท้ายไปตามจังหวะของเขาไม่ได้ และคล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าชอร์ตอยู่ทั่วร่างกายในจังหวะที่เขมราชจูบติ่งเนื้อกลางดอกไม้งามอย่างหลงใหล
เขาใช้หัวนิ้วโป้งทั้งสองแหวกกลีบเนื้อของเธอออกจากกันจนสามารถเห็นเกสรแสนสวยสีเดียวกับยอดถันกำลังไหวระริกพร้อมกับผลิตน้ำหล่อลื่นฉ่ำเยิ้มออกมา อมายาอายจนอยากจะแทรกที่นอนหนี แต่ก็ทำได้เพียงดึงหมอนมาปิดหน้าไว้เท่านั้น
“พี่อยากให้เธอครางดัง ๆ ทำเพื่อพี่ได้ไหมคะ”
เขมราชตาวาวกับภาพที่เห็นตรงหน้าจนไม่รู้ว่าตัวเองพูดออกมาเป็นภาษาหรือไม่ หากก็ได้ยินเสียงตอบรับอู้อี้ของเจ้าหล่อนมาจากใต้หมอน
“คะ... ค่ะ”
วินาทีนั้นโลกทั้งใบของเธอก็ถึงกับหมุนคว้าง ร่างกายทุกสัดส่วนหยัดเกร็งจนต้องกรีดร้องออกมาเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นช่ำชองแทรกลึกเข้ามาในดินแดนลี้ลับของเธอ
เขามอบความหฤหรรษ์ที่ไม่เคยมีชายใดมอบให้ จนชั่วขณะหนึ่งเธอรู้สึกเหมือนหลุดออกจากกรอบของความเป็นตัวเอง มาอยู่ในดินแดนที่ไม่มีใครพาเธอมาถึงมาก่อน
ตอนนี้เขาแทรกนิ้วเข้ามาแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บเหมือนคราวก่อน จนเพิ่มจากหนึ่ง เป็นสอง เข้ามาขยับเข้าออกในโพรงรักจากเนิบช้าเป็นรัวเร็วประสานกับปลายลิ้นและเรียวปากที่สลับกับดูดดึง ขบเม้มและตวัดเลียจนร่างกายเธออ่อนระทวยราวกับกระดูกสันหลังถูกเลาะออกไปจนหมด
“อ๊าส์...” ในที่สุดหญิงสาวก็ระเบิดโพลงใส่ลิ้นและปากของเขาราวกับน้ำพุสวรรค์ แต่เขมราชกลับไม่รังเกียจและดื่มชิมน้ำหวานจากร่างกายเธอจนหมดเกลี้ยงทุกหยาดหยด ก่อนจะคลานขึ้นมาค้ำเหนือร่างเล็กที่กำลังนอนหอบหายใจอย่างเคลิบเคลิ้มกับความสุขสมแล้วกระซิบแผ่วเบา
“ถึงตาพี่บ้างแล้วค่ะ”
เขมราชทาบทับลงมาแล้วจูบกลีบปากแผ่วเบาพร้อมกับขยับสะโพกขึ้นเล็กน้อยก่อนดึงมือเธอลงมาจับท่อนเนื้อแข็งแกร่งของเขา อมายาเม้มปากสนิททั้งยังกลั้นหายใจเพราะไม่เคยสัมผัสของผู้ชายคนไหนมาก่อน มันให้ความรู้สึกแปลกปนสงสัย
ความเป็นชายของเขมราชตอนเหยียดขยายเต็มที่นั้นอวบอัดจนมือเล็ก ๆ ของเธอกำไม่รอบ มันไม่มีกระดูกแต่กลับชูชันสู้มือดีเหลือเกิน คงจะเป็นเพราะเส้นเอ็นข้างใต้แท่งเนื้อนี่กระมัง หญิงสาวออกแรงกำมากขึ้นเมื่อสำรวจเจอเส้นเอ็นที่ว่า ก่อนจะขยับมือไปตามที่เขาใช้มือดันขึ้นลง ฝ่ามือเธอรับรู้ได้ถึงความร้อนของมันและของเหลวที่ซึมหยดออกมาจากปลายยอดชาย เขาเองก็พร้อมพรักจนเกือบเรียกได้ว่าแตกสลาย ด้วยเก็บความปรารถนามาเป็นเวลานานแล้วนั่นเอง
“อ้าขาให้พี่อีกหน่อยนะคะ”
พวงแก้มของอมายาเห่อร้อนแดงซ่านเมื่อน้ำเสียงกระเส่าที่ทั้งอ่อนหวานและดุดันอยู่ในทีกระซิบชิดเรียวปากสวย เธอค่อย ๆ ขยับปลายขาเพื่ออ้ารับเขาเข้ามาอีกนิด แต่เขมราชดูจะยังไม่พอใจ ชายหนุ่มดันปลายเข่าเธอขึ้นชิดกับทรวงอกแล้วให้พาดบ่าเขาไว้ พลางสายตาทรงพลังอัดแน่นความปรารถนาก็จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเป็นประกาย แล้วฉกใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้เธออีกครั้งพร้อม ๆ กับผลักดันแก่นกายเข้ามาในกายสาว
เท่านั้นเองหญิงสาวถึงกับผละจากเรียวปากเขาแล้วกรีดร้องด้วยความทรมานราวกับร่างกายกำลังถูกแยกออกเป็นสองส่วน อมายาบิดเร่าน้ำตาไหลพรากและต้านทานเขาด้วยความเจ็บปวดอยู่ใต้ร่างกายหนาใหญ่นั้น หัวใจเขมราชกระตุกวูบยามที่เห็นน้ำใส ๆ ไหลลงจากหางตาของคนที่เขาคิดว่าเป็นภรรยา
ทุกครั้งมีเซ็กซ์กันมีนรญาจะรองรับตัวตนของเขาได้ดีเสมอ เหตุใดครานี้หล่อนทำเหมือนว่านี่เพิ่งเป็นครั้งแรก ไหนจะความรู้สึกคับแคบบีบรัดที่เขาสัมผัสได้ในกายนี้อีก
เสี้ยวนาทีที่เขาฉงนใจนั้นเอง ภาพใบหน้าของอมายาก็ชัดขึ้นจนเขาต้องหลับตาแล้วสะบัดศีรษะไล่ภาพนั้นออกไป เหลือไว้แต่เพียงคนที่เขาควรจดจำ หารู้ไม่ว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ทำให้เขาแยกไม่ออกระหว่างเรื่องจริงกับภาพลวงตา
“ทนไหวหรือเปล่าคะ” เขากระซิบถามคนที่สะอื้นไห้อยู่ใต้ร่าง พลางจูบซับน้ำตาที่รินไหล อมายาหายใจเข้าเพื่อตั้งสติก่อนพยักหน้ารับทั้งน้ำตา
ครั้งแรกใครก็ว่าเจ็บ... แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะผลักดันเข้ามาพรวดเดียวจนมิดลำแบบนี้ เลยจำต้องใช้สองมือรั้งสะโพกเขาไว้ตอนที่เขมราชเริ่มเคลื่อนไหว ด้วยร่างกายเธอยังปรับตัวรับสิ่งแปลกปลอมที่ใหญ่กว่านิ้วของเขาหลายเท่าไม่ได้
“ช้า ๆ ค่ะ”
“พี่ไม่ไหวค่ะ” เขาบอกเสียงกระเส่า ขยับสะโพกฝืนแรงเธอแล้วกระแทกกระทั้นเข้าไปในช่องรักแบบเน้น ๆ
“ได้โปรดค่ะ ฮึก...” เสียงสะอื้นไห้ทำให้เขมราชระบายลมหายใจหนักหน่วง กรามแกร่งขบเข้าด้วยกันแน่นเพราะต้องอดทนกับความคับแน่นที่แทบจะบดขยี้แก่นกายของเขาให้แหลกสลาย หากก็ต้องแช่กายในตัวของเมียรักที่ทำราวกับว่าจะรองรับเขาไม่ไหว
เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มสอดมือเข้ามาระหว่างสองกาย วางนิ้วชี้กับนิ้วกลางลงกับปุ่มกระสันเหนือโพรงสวาทของสาวงามใต้ร่างแล้วเคล้นคลึงไปมา
อมายาส่งเสียงครางกระเส่า ขยับบั้นท้ายไปตามจังหวะของเขา ส่วนร่างกายก็แอ่นหยัดแนบชิดอย่างเป็นธรรมชาติ ความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ มลายหายไป
เขมราชเริ่มขยับกายอีกครั้งเพราะรู้โดยสัญชาตญาณ อมายาหลับตาแน่น เมื่อร่างกายตอบรับเขาแล้วทุกการเคลื่อนไหวจึงเป็นไปตามธรรมชาติ เขมราชกำลังเคลื่อนไหวอย่างเร่าร้อนอยู่ภายใน เสียงกรีดร้องของเธอก่อนนี้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางที่ผสมผสานกับเขาอย่างลงตัว
“พี่จะเสร็จแล้วค่ะ”
คนตัวโตกระซิบข้างหู เส้นเอ็นทุกเส้นที่คอยกขึ้นและเป็นสีแดงเถือกไปจนถึงครึ่งหน้า เขาดุดันและเร่าร้อนในแบบที่เธอไม่อาจต้านทานไหวจริง ๆ
“จะเสร็จพร้อมกับพี่ไหมคะ”
“มะ... ไม่ไหวค่ะ พี่เฟลม”
เธอไม่รู้จักวิธีสะกดกลั้นแบบนั้นด้วยตอนนี้เขมราชกำลังส่งเธอขึ้นสู่สรวงสวรรค์ที่มีดาวนับล้านดวงระเบิดสว่างไสวเหมือนพลุในงานเฉลิมฉลอง หญิงสาวกรีดร้องขณะที่ร่างกายงดงามกระตุกเกร็งเมื่อค้นพบความสุขอีกครั้ง แต่หนนี้ไม่ได้เกิดจากเรียวปากของเขาเหมือนหนก่อน ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกินในสายตาพร่ามัวของเขมราช
“เสร็จเพื่อพี่อีกครั้งนะคะ”
คนที่เคลื่อนไหวเหนือร่างสวยกระแทกกระทั้นหนักหน่วงและลึกล้ำจนศีรษะอมายากระแทกกับหัวเตียง ความเจ็บปวดเสียดแทรกเข้ามาในความรู้สึกกระนั้นความกระสันก็มีมากกว่าราวกับว่าความรู้สึกถูกแยกออกเป็นสองส่วน
“ระ... เร็วอีกค่ะ”
“ขอพี่ทำแรงกว่านี้ด้วยได้ไหมคะ”
“ค่ะ แรงได้ค่ะ อ๊ะ” หญิงสาวเกร็งไปทั้งร่างแล้วแอ่นโค้งรอรับความสุขที่ลอยอยู่ตรงหน้า โสตประสาทอื้ออึงไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงหัวใจตัวเอง
แล้วเสี้ยวนาทีแห่งความอิ่มเอมใจซึ่งเธอไม่เคยพานพบก็มาถึงอีกครั้ง พร้อมกับที่เขมราชคำรามลั่นจนใบหน้าแหงนหงายแล้วโถมกายเข้ามาในกายเธอเป็นระลอกสุดท้ายขณะปลดปล่อยสารธารรักเข้ามาจนเอ่อล้น ชายหนุ่มซวนซบลงกับลาดไหล่ชื้นเหงื่อแต่ยังไม่ถอดถอนแก่นกาย อมายาได้ยินเสียงหัวเราะน้อย ๆ อย่างสุขสมก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเผยอขึ้นมาจูบหน้าผากเธออีกครั้ง
“มีความสุขไหมคะ”
“ที่สุดค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงอู้อี้เพราะเขินอาย ยิ่งกับแววตาอบอุ่นที่มองมาไหนจะสภาพที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขาทั้งที่ไฟในห้องยังสว่างทุกดวงแบบนี้อีก
เขมราชพลิกกายลงนอนข้างเธอแล้วสอดแขนกระชับคนตัวบางมากอดแนบอก แล้วก้มลงซุกไซ้ยอดถันชูชันเพราะอารมณ์หวานที่ยังคั่งค้างอยู่อย่างทะนุถนอม ความหวามไหวแผ่กระจายจากจุดนั้นไปทั่วกาย อารมณ์ปราถรถนาของอมายาในตอนนี้ไม่ต่างจากถ่านไฟที่พร้อมลุกไหม้ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าคนสุมไฟนั้นกำลังเมาและแทบหมดแรงจากกิจกรรมเมื่อครู่
“ไว้ต่อพรุ่งนี้นะคะ วันนี้พี่หมดสภาพแล้ว”
เขาพูดติดตลกแล้วดึงศีรษะออกมาจากทรวงสล้าง ก่อนจูบกลีบปากเธอเร็ว ๆ แล้วปิดเปลือกตาลงช้า ๆ พร้อมกับความอิ่มเอมใจเกินบรรยาย
เขาจะไม่มีวันปล่อยมีนรญาไป... แล้วสาบานกับหัวใจเลยว่าจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาแทนที่หล่อนได้ เพราะหล่อนเป็นคนที่เขาควรรัก หาใช่ผู้หญิงใจชั่วคนนั้น
“ค่ะ” ผู้หญิงใจชั่วในสายตาของเขาตอบรับหน้าแดงซ่าน แล้วเป็นฝ่ายซุกหน้าอกแข็งแกร่งของเขาแทน ขอแค่ได้อยู่ในอ้อมกอดเขาเช่นนี้เธอก็มีความสุขล้นจนหาใดเปรียบแล้ว
ทว่าความสุขนั้นแสนสั้น แต่ความเศร้านั้นจีรัง
“ฝันดีนะคะน้องมีน”
หัวใจของอมายาคล้ายกับถูกมีดแหลมกรีดแทงเมื่อได้ฟังประโยคต่อไปจากผู้ชายที่เธอรัก น้องมีนงั้นหรือ...
เขาเรียกเธอด้วยชื่อนังนั่นงั้นหรือ?
มือเรียวกำหมัดแน่นพลันน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ที่เคยคิดว่าเขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว และเรื่องราวของเรากำลังจะเปลี่ยนไปมันไม่จริงเลยสักนิด
เธอแค่เข้าใจผิดไปเอง...
ทั้งหมดมันอธิบายได้ง่ายดายตั้งแต่เธอพบว่าเขาอยู่ในห้องนี้พร้อมกับกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง
เขาแค่เมา!
และเขาเห็นเธอเป็นนังสารเลวนั่น อมายาน่าจะฉุกคิดได้ตั้งแต่แรก แต่เลือกจะเชื่อส่วนลึกของหัวใจที่มันกำลังหลอกตัวเองว่าเขายังรัก จนยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาราวกับผู้หญิงหน้าไม่อาย
มันเป็นเพราะเธอปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกช่วงเวลาได้รักเขาและได้เป็นคนที่เขารักมันดีมากเหลือเกิน แต่เมื่อรักของเราถึงทางตัน กลับมีเพียงเธอเท่านั้นที่ต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความโดดเดี่ยวและเงียบเหงาเพราะไม่อาจลืมเขาได้เลย
เธออาจจะรักเขามากไป... ในขณะที่เขมราชก็รักเธอน้อยเกินไป
เธอยังคงเจ็บปวดเสมอเมื่อรู้ว่าเขาลืมเธอได้ง่ายดายและรักมีนรญามากกว่าที่เคยรักเธอ ถ้าลองเปลี่ยนให้เธอเป็นมีนรญาแล้วตายจากไป เขมราชจะเสียใจเท่านี้หรือเปล่านะ
คำตอบก็คงจะเป็น ‘ไม่’
ความคิดนั้นทำให้หญิงสาวสะอื้นไห้เหมือนจะขาดใจ มั่นใจเลยว่าความบริสุทธิ์ที่ให้ไปมันไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ พรุ่งนี้เขาอาจจะร้ายกับเธอเหมือนเดิมหรือคงจะแย่ยิ่งกว่า
แต่เธอก็ยังอยากอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกสักพัก แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่ที่สำหรับเธอก็ตาม อมายาหลับตาลงทั้งน้ำตา ขออยู่แบบนี้สักสองสามชั่วโมงเพื่อให้มีแรงฟาดฟันเรื่องบ้า ๆ ที่อาจจะต้องเจอในวันต่อไป จากนั้นเธอจะรีบออกไปก่อนที่เขมราชจะตื่นแล้วพบความจริงว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาฝัน
ต้องขอบคุณความเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจที่ทำให้เธอหลับง่ายไม่ทรมานหัวใจมากเกินกว่านี้...
* * *
เพราะอมายาจมดิ่งในห้วงนิทราพร้อมกับความเศร้าสุดใจที่คอยกล่อมเกลาให้เจ็บปวดจึงไม่อาจปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาก่อนเขาได้ ในที่สุดเขมราชที่หลับไปพร้อมความอิ่มเอมใจก็ตื่นขึ้นมาก่อนในช่วงเช้ามืดของอีกวัน ฤทธิ์เหล้าทำให้ศีรษะของเขาหนักอึ้งเหมือนมีหินหล่นลงมาทับ แต่กลับยิ้มเคลิบเคลิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำกับเมียรักในความฝันแสนหวานเมื่อคืน
หากทันทีที่ก้มมองหน้าคนในอ้อมแขน กลับต้องเบิกตากว้างแล้วดีดตัวลงจากเตียงทั้งที่สภาพเปลือยเปล่าราวกับเจอเชื้อโรคน่ารังเกียจ แล้วสบถอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“นี่มันเหี้ยอะไรวะเนี่ย”
อมายางั้นหรือ?
เป็นเธอไปได้ยังไง ในเมื่อเขาฝันว่าเขาได้นอนกับเมียตัวเอง มันควรจะเป็นความฝันหรือเป็นโสเภณีสักคนสิ ทำไมความจริงมันถึงได้น่าขยะแขยงแบบนี้!
แค่คิดว่านอนกับฆาตกรที่ฆ่าลูกฆ่าเมียของตัวเองเขาก็รังเกียจตัวเองจนอยากจะล้างคราบสกปรกของเธอออกไปให้หมด แต่นั่นมันคงช่วยอะไรไม่ได้
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ผู้หญิงหน้าด้าน” เขมราชปราดเข้าไปจับไหล่เปลือยและเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำของอมายาขึ้นมาเต็มแรง หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวแล้วก็ถึงกับตัวแข็งเมื่อรู้ว่าตัวเองตื่นช้ากว่าเขาไปแล้ว “เธอมาอยู่ในนี้ได้ยังไง”
อมายาพยายามหาเสียงของตัวเองให้เจอแล้วก็บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แข็งหรืออ่อนจนเกินไป “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ?” เขมราชยิ้มเยาะ
“ใช่ ฉันถูกคนไล่ตามแล้วออกไปไม่ได้ ก็เลย--”
“โกหก!”
“...” อมายาใจหายวาบ เธอยังพูดไม่ทันจบเลยเขาก็ตัดสินกันได้แล้วหรือ เขารู้บ้างไหมว่าเมื่อวานเธอต้องเจอกับอะไร เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่พอมาเจอเขาพร้อมกับพูดคำว่า ‘พี่จะปกป้องเธอเอง’ ออกมาแบบนั้นทำให้เขมราชกลายเป็นเทพผู้พิทักษ์ของเธอแม้จะเป็นเพียงชั่วขณะก็ตาม
แต่เขาคงไม่สนใจและไม่อยากจำ ในสายตาเขาเธอเป็นแค่นังฆาตกร ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับเธอมันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฝ่ายที่เขาเชื่อว่าถูกต้องอยู่แล้ว
“เธอคงตามฉันมา พอฉันเมาเธอก็ได้โอกาสยั่วยวน สวมรอยเป็นมีนเพื่อจะได้
นอนกับฉัน”“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย!”
เธอโกรธจัดและปัดมือเขาออก เข้าใจว่าตอนนี้เขากำลังโกรธที่เรื่องมันผิดจากที่เขาตั้งใจ เธอเองก็ใช่จะอยากให้เป็นอย่างนี้ แต่ที่เขาพูดมามันไม่จริงเลยสักนิด
“ฉันอาจจะหลงตัวเองนะ แต่เธอมันก็บ้าที่มาหลงฉันจนหัวปักหัวปำไม่ใช่เหรอ”
“พอซะทีได้ไหม เดี๋ยวก็ลากเข้าเรื่องเดิม ๆ อีก ฉันไม่อยากฟัง”
“ยอมรับความจริงไม่ได้เหรอว่าเธออยากได้ฉันจนตัวสั่น เลยวางแผนกำจัดมีนแล้วเอาตัวเองเข้ามาอ่อยฉันแบบนี้น่ะ”
“แล้วคุณล่ะ ยอมรับความจริงได้หรือเปล่า ว่าตัวเองโง่ถึงขนาดตกหลุมพรางที่นังฆาตกรอย่างฉันวางไว้ แถมดูท่าจะติดใจซะด้วย”
“ติดใจเหรอ?” เขมราชยิ้มหยัน “ผู้หญิงแบบเธอ ฉันไม่คิดจะให้ค่า เศษผมของมีนยังมีค่ามากกว่า”
อมายาเผลอกลั้นใจเมื่อได้ฟังคำเปรียบเทียบของเขา และหาเหตุผลที่จะทนให้เขาเหยียดหยามต่อไปไม่ได้จึงค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงหมายจะไปหยิบเสื้อผ้าที่ตกอยู่ตามพื้น แต่กลับรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนพร้อมกับปวดศีรษะฉับพลันจนร่างกายโอนเอน
จังหวะเดียวกันนั้นเขมราชที่กระโจนขึ้นเตียงก็กระชากเธอลงไปกดไว้กับที่นอนอย่างกักขฬะ
“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ” ร่างน้อยสั่นเทาราวจับไข้เพราะแววตาอ่อนโยนของคนเมื่อคืนเปลี่ยนเป็นแววตาดุร้ายยิ่งกว่าแววตาของสัตว์ป่า
นี่สินะแววตาที่ผู้หญิงที่ชื่ออมายาคู่ควร...
“เธออยากมาแทนที่มีนมากใช่ไหม”
“เฟลม ปล่อยฉัน!” อมายาดิ้นเร่า เจ็บที่ไหล่เหมือนมันกำลังถูกฉีกออกจากร่างกาย แต่คนใจร้ายไม่คิดจะปล่อย เขายังกดแรงลงมาอีกราวกับความเจ็บปวดของเธอเป็นของหวาน
“ฉันจะทำให้เธอเข็ดจนอยากตายไปให้พ้น ๆ แล้วก็จำเอาไว้ว่าทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้มันเป็นเพราะความอิจฉาริษยาของเธอเอง!”
“บ้าไปใหญ่แล้ว ว้าย!” อมายาร้องลั่นเมื่อถูกเขารวบแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วมืออีกข้างก็ตะปบทรวงอกสล้างก่อนบีบเคล้นเต็มแรง ถ้ามันแตกคามือเขาได้มันคงแตกไปแล้ว
“เฟลม ฉันเจ็บนะ”
“ดี!” เขาออกแรงมากขึ้นอีกจนเธอปล่อยเสียงร้องไห้และน้ำตาไหลพราก “จะได้รู้ ว่าความอ่อนโยนของฉันไม่ได้มีไว้ให้เธอ ถ้ายังพยายามยัดเยียดตัวเองให้ฉันอีก เธอจะต้องเจอมากกว่านี้หลายเท่า”
เขาฉกใบหน้าลงไปบดจูบรุนแรงและตั้งใจกัดริมฝีปากบอบบางจนอมายาได้ลิ้มรสเค็มปร่าของเลือด แม้จะบิดหน้าหนีแต่เขาก็ตามมาลงทัณฑ์ได้ทุกครั้ง ซ้ำร้ายยังกัดไหล่เธอจนจมเขี้ยวยิ่งกว่าสัตว์ร้ายที่หมายจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ ไหนจะนิ้วแกร่งที่ล่วงล้ำเข้ามาในช่องรักโดยไร้ซึ่งความอ่อนโยนนั่นอีก
“อ๊า! ฉันเจ็บ ฮือ ๆๆ” เธอบิดกายเร่า ๆ อยู่ใต้ร่างของเขา ในสมองก็ได้แต่คิดว่าจะไม่ยอมตกอยู่ในสภาพนี้ จึงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีถีบเขาสุดขาจนร่างใหญ่ถลาลงจากเตียง
และเพราะเขาพยายามหาที่จับก่อนจะล้ม ทำให้ขวดแก้วบรรจุน้ำแร่บนโต๊ะข้างเตียงร่วงลงแตก อมายาเลยโผเข้าไปคว้าปากขวดแล้วตวัดใส่เขมราชที่พอตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้ามาหา จนมันเฉือนเข้าหน้าท้องเขาเป็นริ้วยาว
ชายหนุ่มก้มมองมัดหน้าท้องเป็นลอนที่มีเลือดไหลเป็นทางยาว ถ้าเขารั้งตัวเองช้ากว่านี้ ไส้เขาได้ทะลักออกมาแน่ ๆ
“อยากตายก็เข้ามา”
อมายาขู่ฟ่อ ถึงตอนนี้เธอสาบานเลยว่าจะแทงเขาจริง ๆ เพราะหมาจนตรอกมันทำได้ทุกอย่างแม้แต่ฆ่าคนที่มันรัก เขมราชกลืนน้ำลายลงคอ หมดอารมณ์ที่จะทำเรื่องอย่างว่าไปแล้ว แต่กลัวใจเธอมากกว่า
“ฉันยอมแล้ว ใจเย็น ๆ นะ” คนตัวโตยกมือขึ้นปราม “วางมันลงก่อนนะออย”
“อย่าเข้ามา!!!”
เธอตวาดกร้าวเมื่อเขาจะเข้ามาใกล้ เขมราชจึงเว้นระยะห่างอีกนิด แต่ตอนนั้นอมายาหน้าซีดเผือดเพราะอาการวิงเวียน มือข้างที่ถือปากขวดก็ไม่มีแรงเสียดื้อ ๆ ซ้ำร้ายยังปวดศีรษะจนต้องยกมือกุมไว้แล้วร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัสจนคนมองยังตกใจ
อมายามีโรคประจำตัวคือไมเกรน และอาจเป็นเพราะตรากตรำมาแล้วทั้งวันทั้งคืนจนร่างกายต่อต้าน ในที่สุดหญิงสาวก็ทรุดฮวบลงไม่ต่างกับต้นไม้ถูกโค่น โชคดีที่เขมราชโผเข้าไปรองรับร่างอ่อนเปลี้ยเอาไว้ได้ทันก่อนจะล้มลงไปทับเศษแก้วพวกนั้น
เขาผ่อนร่างเปลือยเปล่าของเธอลงกับที่นอน และเฝ้าดูอาการเธอไม่ห่าง อาการปวดศีรษะของอมายาดำเนินไปราว ๆ สองนาทีแต่ใจเขาสั่นไหวหน่วงหนึบและรู้สึกว่ามันนานหลายชั่วโมง
“ออย” เขาสะกิดไหล่ของคนที่นอนตะแคงกอดตัวเองหันหลังให้เขาแล้วแน่นิ่งไป ไหล่บางไหวน้อย ๆ ตามแรงหอบหายใจทำให้เขาเบาใจไปเปลาะหนึ่ง
“อย่าทำแบบนั้นกับฉันอีก”
หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟันพร้อมเสียงสะอื้นไห้ พลันหยดน้ำตาแห่งความอาดูรก็ไหลลงเปียกหมอน ที่เธอยอมพลีกายให้เขาเป็นเพราะเธอรักเขา แม้ทั้งหมดมันคือเรื่องเข้าใจผิด หาใช่เพราะว่าถูกเขาบังคับขืนใจเหมือนสัตว์ป่าแบบนี้
“ถึงฉันจะเป็นฆาตกรในสายตาทุกคน แต่ฉันก็เป็นคน ไม่ใช่สัตว์! คุณก็เป็นคนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“...”
“เพราะงั้นอย่าทำกับฉันเหมือนว่ากำลังสมสู่กับสัตว์”
เขมราชตัวชาวาบ ทบทวนสิ่งที่ทำลงไปก็ถึงกับขบกรามแน่น เขามันไม่ต่างจากสัตว์ประหลาดที่หมายจะขย้ำงูพิษตัวหนึ่งที่บาดเจ็บใกล้ตาย
แล้วสิ่งที่ทำลงไปมันนำความภูมิใจอะไรมาให้เขางั้นหรือ...
“จะนอนก็นอนไป อย่ามาทำสำบัดสำนวน”
เขาทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน แล้วหันไปตลบผ้าห่มหมายจะคลุมร่างสะบักสะบอมของเธอ แต่สายตาดันไพล่ไปเห็นรอยเลือดเป็นดวงบนที่นอน
เก่าเกินจะเป็นเลือดจากแผลของเขา
น่าจะเป็นเลือดของเธอ...
แต่มันมาจากตรงไหนกัน ตามร่างกายอมายามีรอยฟกช้ำเต็มไปหมดก็จริงแต่ไม่มีแผลเลย เขาหลุบตาลงต่ำอย่างครุ่นคิด อดไม่ได้ที่จะมองอวัยวะเพศตัวเอง มีเลือดแห้งกรังติดปลายขนเล็กน้อย
“เป็นประจำเดือนเหรอ” กลั้นใจถามเธอออกไป ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันน้อยเกินจะเป็นเลือดประจำเดือน ซึ่งในใจก็แอบหวั่น จะเป็นอย่างที่คิดหรือเปล่านะ
“เปล่า” เธอตอบเพียงเท่านั้นก็เงียบไป อมายากลุกขึ้นแต่งตัวแล้วรีบออกไปเสีย ทว่าตอนนี้อาการวิงเวียนยังไม่ดีขึ้น
เขมราชกลืนน้ำลายขม ๆ ลงคอ เขาพอเดาได้ว่าเมื่อคืนคงเป็นครั้งแรกของเธอ ตลอดเวลาที่เขาคบกับอมายาเขาไม่เคยล่วงเกินเจ้าหล่อนมากไปกว่ากอดหรือหอม เพราะคุณย่าของหญิงสาวขอเอาไว้ ท่านกลัวเขากับอมายาจะพลาดเหมือนกับพ่อแม่ของเธอ
เขมราชรักษาสัญญานั้นตลอดมา จนกระทั่งเลิกรากันไป แต่นับจากนั้นเธอยังเก็บความสาวของตัวเองไว้เสมอมา
เขาไม่เคยมีประสบการณ์เป็น ‘คนแรก’ ของใครมาก่อน แม้แต่เมียรักอย่างมีนรญา และไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันสักนิดเพราะหาใช่มาตรวัดความรักไม่
แต่พอมาสัมผัสเข้ากับตัวเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลึกลงไปเขาค้นเจอความปรีดีที่ซ่อนไว้ แต่ส่วนใหญ่ในใจบอกว่าครั้งแรกแล้วอย่างไร บริสุทธิ์แล้วมันสำคัญตรงไหน ในเมื่อมันเปลี่ยนความจริงที่เธอฆ่าคนที่เขารักไปถึงสองคนไม่ได้
เขมราชคลึงแหวนหมั้นบนนิ้วนางข้างซ้าย นึกถึงคำพูดของเมียรักที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
‘ต่อจากนี้ครอบครัวของเราจะมีแต่ความสุข จะไม่มีใครมาพรากมันไปได้ค่ะ’
แต่ผู้หญิงร้ายกาจคนนี้กลับทำมันลงไปอย่างเลือดเย็น เขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ลูกเมียตายแล้วมาภูมิใจที่ได้ครอบครองพรหมจรรย์ของฆาตกร เขมราชปล่อยมือจากผ้าห่ม ขจัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป ไม่สนใจว่าคนที่หลับไปแล้วจะนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง เขาจัดการแต่งตัวเตรียมจะออกไป แต่ก็ไม่ลืมทำบางอย่างที่สร้างความยุ่งยากให้ชีวิตของอมายามากขึ้นไปอีก
“แม่คะ สวดมนต์กับออยนะคะ”หล่อนถูกดึงจากภวังค์ด้วยเสียงหวานนุ่ม อมายายังยิ้มให้หล่อนแม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยน้ำตา ปากอวบอิ่มพึมพำบทสวดภาวนาเริ่มด้วยนะโม...หล่อนสวดตามที่ลูกชักจูง ค่อย ๆ จดจ่อและจมดิ่งอยู่กับการภาวนาจนทุกอย่างในหัวขาวโพลน นุ่มนวล เย็นสบายและเป็นสุขเรียวปากของอมายาหยุดชะงักเมื่อไม่รับรู้ถึงลมหายใจของแม่อีกแล้ว แรกเริ่มมันแผ่วลง สลับกับสะดุดหาย จากนั้นก็แผ่วลงอีก...และหายไปในที่สุดเธอหวังเหลือเกินว่าท่านจะไปสู่ภพภูมิที่ดี และหวังว่าแม่จะรอเธออยู่ตรงนั้น... ถ้าถึงเวลาเธออาจจะได้เจอท่าน ณ ที่ใดที่หนึ่งหรือหากชาติหน้ามีจริง ก็ขอเกิดเป็นลูกแม่อีกครั้ง อยากจะแก้ตัว และแก้ไขที่ทำพลาดไป ส่วนชาตินี้เธอคงไม่อาจลืมความเสียดายและเสียใจอย่างนี้ได้... ตราบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตอมายาจุมพิตกลางหน้าผากเย็นเยียบแทนการบอกลา ทั้งยังกลั้นน้ำตาไม่ไหวจนต้องปล่อยเสียงสะอื้นไห้บีบหัวใจคนฟัง หนึ่งในนั้นรวมถึงเขมราชด้วยตามปกติแล้วพอได้ฟาดงวงฟาดงากับเ
รถซีดานของพิยดาขับชนแท่งแบร์ริเออร์ พลิกคว่ำหลายตลบจนหงายท้อง แรงเหวี่ยงทำให้ลำตัวส่วนบนโผล่ออกนอกตัวรถ แต่ขาติดกับคอนโซล แรงกระแทกทำให้ตัวรถยุบลงมาทับกลางร่าง แรกเริ่มหล่อนคิดว่าตัวเองจะรอด แต่แพทย์กลับประเมินว่าไม่สามารถพาหล่อนออกไปได้ พร้อมความจริงที่เป็นพิษร้ายพ่นเข้ามาในใจ กระดูกสันหลังของหล่อนถูกตัดขาด นี่คือสาเหตุที่หล่อนไม่รู้สึกเจ็บ หล่อนเสียเลือดมากแต่เส้นเลือดใหญ่ตรงช่องท้องถูกของหนักทับไว้ เท่ากับว่าถ้ายกมันออกไปหล่อนจะเลือดออกจนตาย แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยหล่อนก็จะตายช้า ๆ ด้วยไร้หนทางจะซ่อมแซมเส้นเลือดนั้น ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเร็วปานนี้... พิยดาต่อว่าทีมแพทย์ยกใหญ่ว่าพวกเขาคิดผิด ทั้งโกรธรถบ้าพวกนั้นที่ทั้งไล่กวดและปาดหน้าจนหล่อนต้องลงเอยแบบนี้ หล่อนยินดีให้แพทย์ทำอะไรกับร่างกายหล่อนก็ได้เพื่อต่อลมหายใจ แต่สิ่งที่หล่อนควรได้รับคือใครสักคนที่อยู่เคียงข้างจนวาระสุดท้าย อมายา... หล่อนต้องการลูก... พิยดาร้องไห้ฟูมฟาย หยดน้ำแห่งความอาวรณ์ไหลนองเปียกหมอนหนุนกับผ้า
ข่าวลือที่เขมราชร่วมมือกับอมายากำจัดมีนรญาเพราะไม่อยากรับผิดชอบลูกในท้องแพร่สะพัดไปทั่ว k holding แม้ไม่สมเหตุสมผล แต่มีคนเชื่อ ข่าวเริ่มแพร่เข้ามาในแวดวงคนรู้จักและพาร์ตเนอร์บริษัท ทำเอาชายหนุ่มที่หัวเสียหนักต้องมาโรงพยาบาลเพราะต้องมีคนรับผิดชอบความโกรธและฉุนเฉียวที่เกิดขึ้นตลอดหลายวัน และเขาเชื่อว่าคนที่ปล่อยข่าวเสียหายคืออมายาแต่อมายากำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เขาตัดสินใจนั่งมองเธอทุรนทุรายไม่ได้ปลุกให้ตื่นจากฝันร้าย ปล่อยให้บาปกรรมเล่นงานคนอย่างเธอในความฝันด้านอมายาฝันว่าร่างของแม่เต็มไปด้วยเลือดและท่านกำลังเดินจากเธอไปเรื่อย ๆ ในฝันนั้นเธอวิ่งตามไปจนหมดแรงแต่ไม่อาจคว้ามือท่านเอาไว้ได้ และเป็นเธอเสียเองที่รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย สุดท้ายเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเจ็บแผลจากการดิ้นแรง พลางหอบหายใจเข้าปอดอย่างแรง“เก่งนี่ที่ยังไม่ตาย” เสียงคุ้นหูทำให้หญิงสาวหันไปมองที่โซฟา เห็นเขมราชนั่งไขว่ห้างอยู่ก็ถึงกับกลืนน้ำลาย แววตาเขาไม่เป็นมิตรและเธออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะต่อกร“คุณต้องการอะไร”
ผัวะ! ชาวีชกเข้ากรามซ้ายของอีกฝ่ายอย่างจังเพราะไม่อยากทนฟังมันพูดพล่อย ๆ เพราะนั่นไว้ใช้สำหรับผู้หญิงเลวที่มีพฤติกรรมย่ำแย่ยิ่งกว่าโสเภณี ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่อมายา “เก็บเอาคำพวกนี้ไปใช้กับผู้หญิงข้างถนนของมึงดีกว่า อย่ามาลามปามน้อง” เขมราชยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากก่อนถ่มเลือดลงใกล้เท้าเพื่อนเก่าแล้วกระชากสาบเสื้ออีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “มึงจะเป็นศัตรูกับกูให้ได้สินะ” “กูไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใคร กูแค่ช่วยผู้หญิงที่กูรัก เหมือนที่มึงเป็นหมาบ้าแบบนี้ก็เพราะเมียมึงไง” ชาวีผลักเขมราชออกเต็มแรง “โอเค...” เขมราชรู้แล้วว่าคงเปลี่ยนใจเพื่อนเก่าไม่ได้ ต่อไปคงเหลือทางสุดท้ายคือตาต่อตาฟันต่อฟัน “ไว้ค่อยมาตกลงกันนะว่ามึงจะนอนกับออยวันคู่หรือวันคี่” “ไอ้เฟลม!!!” “บายครับคุณเพื่อน” เขายกยิ้มหยันแล้วเดินจากไปเสีย อยู่นานกว่านี้อาจได้ฟัดกับชาวีเหมือนหมา ส่วนนายแพทย์หนุ่มอยากจะเอาเท้ากระแทกปากมันนัก แต่เรื่องที่เขมราช
อมายาตั้งใจจะไปหาคุณย่าผู้เป็นเหมือนยาใจ แต่ระหว่างทางเธอแวะร้านขายยาข้างตลาดที่ใกล้ที่สุดก่อน ซึ่งเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะชายสวมหมวกกันน็อกวิ่งเข้ามากระชากกระเป๋า“กรี๊ดดดดด เอามานี่นะ”“ปล่อยสิวะนังนี่”“ช่วยด้วยค่ะ ตำรวจ ช่วยด้วย”หญิงสาวตกใจร้องลั่นแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากสมบัติตัวเอง จนถูกมันซัดหน้าหงาย มันได้กระเป๋าแล้วกลับไม่ยอมไปแต่ดึงมีดพกออกมาจ้วงแทงหน้าท้องบอบบางสองทีก่อนพวกมันจะวิ่งหนีไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัวอมายารู้สึกถึงความเย็นของโลหะที่เสียดแทงเข้ามาในกล้ามเนื้อ สมองรับรู้ว่าตัวเองโดนแทงก่อนจะรู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ เธอก้มมองหน้าท้องตัวเองที่เลือดพุ่งออกมาเหมือนเปิดก๊อกก็อึ้งจนแทบหยุดหายใจ และรีบยกมือขึ้นปิดแผลห้ามเลือดเอาไว้ขณะที่ความเจ็บเริ่มแผ่กระจายจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว จนทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้นพลเมืองดีแถวนั้นเข้าให้การช่วยเหลือ สติอมายาเริ่มเลือนรางลงทุกขณะจากการเสียเลือดมาก แต่ใบหน้าที่ลอยอยู่ในความคิดกลับเป็นใบห
ชีวิตคนเราพอได้มีเรื่องมันก็มีเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน นี่เป็นอีกวันที่อมายาต้องตื่นขึ้นมาเจอ ‘เรื่อง’ ที่เข้ามาพร้อมกันทีเดียว หนึ่งคือมีข่าวลงให้ว่อนว่าคุณหมอชาวีคนดังเตรียมวิวาห์สาวเลือดร้อนที่เพิ่งมีคดีฆาตกรรมว่าที่เจ้าสาวของแฟนเก่า ป่านนี้พ่อแม่ชาวีคงเห็นแล้วเหมือนกัน เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วจะคิดว่าเธอคือคนที่ปล่อยข่าวนี้หรือเปล่าและเรื่องที่สองคือทนายความเพิ่งให้เลขาส่งอีเมลมาถอนตัวจากคดีของเธอ ให้เหตุผลว่าเขาไม่คิดว่าเธอจะรอด ทั้งที่ตอนแรกเขามั่นใจนักหนา อดคิดไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับทนายหรือเปล่าอาจเป็นไปได้ว่าโดนข่มขู่จากคู่กรณีของเธอความร้อนใจทำให้อมายาคว้ากระเป๋ากับกุญแจรถขับตรงไปยังสำนักทนายความชื่อดัง แต่ความจริงก็กระแทกหน้าเธออย่างจังเมื่อเห็นทนายชื่อดังเดินออกมาส่งเขมราชที่ลานจอดรถด้วยท่าทางนอบน้อมทุกสิ่งปะติดปะต่อจนชัดเจน“ไอ้เลว!” หญิงสาวกำหมัดแน่น จ้องเขมราชที่กำลังยิ้มแย้มกับอดีตทนายความของเธอตาเขม็งเขายิ้มแบบนั้นได้ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเล่นสก







