Mag-log inเพราะชีวิตมันไม่ง่าย อมายาถึงได้เรียนรู้ว่าอย่าอ่อนแอให้ใครเห็น และทุกครั้งที่ถูกรังแกก็ต้องปกป้องตัวเองให้ได้แม้จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนแตกสลายก็ตาม
‘ย่ารู้ว่าออยน่ะเป็นนักสู้’
คำพูดของคุณย่าอิงอร คนเพียงคนเดียวที่รักและจริงใจต่อเธอยังคงชัดเจนเสมอในความทรงจำ แต่ตอนนี้อาการป่วยของท่านทรุดลงจนเธอกลัวจะสูญเสียท่านไปจริง ๆ
“หลานย่า มาหาย่าแล้วเหรอ”
มือเหี่ยวย่นสัมผัสใบหน้าบวมช้ำ อมายากุมมือท่านแล้วหลับตาซึมซับไออุ่นที่เธอหาได้จากย่าเท่านั้น
“ใครทำให้หน้าออยเป็นแบบนี้ลูก... พ่อออยเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะคุณย่า” เธอโกหกคำโต ไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ “ออยทะเลาะกับเพื่อนน่ะค่ะ แต่ไม่มีอะไรแล้ว”
อิงอรส่ายหน้าน้อย ๆ ปากคลี่ยิ้มเอ็นดู ข้อนิ้วสัมผัสไปตามรอยเขียวช้ำบนใบหน้าหลานสาว ความอ่อนโยนของย่าทำให้อมายากล้าลดเกราะกำบังใจที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่ลง แล้วปล่อยน้ำตาให้รินไหลอยู่ภายในวงล้อมแสนอุ่นใจที่สัมผัสได้จากท่าน
“โตขนาดนี้แล้ว ยังไม่เลิกตบตีกับชาวบ้านเขาอีกเหรอลูก”
หญิงชรารู้ดีว่าที่หลานสาวแสดงออกรุนแรงก็เพื่อปกป้องตัวเอง ทั้งจากครอบครัวและคนรอบข้างที่หาความจริงใจไม่เจอ ทว่าไม่มีสิ่งใดที่มันจะดีหรือเลวร้ายไปทั้งหมด จึงเป็นหน้าที่ตนต้องอบรมสั่งสอนก่อนอมายาจะมองโลกเป็นสีดำและหลงทางจนกู่ไม่กลับ
ถึงอมายาจะถูกสอนมาเสมอว่าอย่าทำร้ายใครก่อน แต่นอกจากคนในครอบครัวแล้ว เธอไม่ยอมใครหน้าไหนทั้งนั้น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อถึงมีแผลกลับบ้านมาเกือบทุกวัน
“นั่นสิคะ ออยก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน”
เธอไม่คิดจะบอกย่าว่าที่หายไปหลายวันต้องเจอกับอะไรมาบ้าง อยากให้ท่านทำใจให้สบายอาการป่วยจะได้ดีขึ้นไว ๆ และเพียงแวะมาสงบจิตสงบใจตัวเองก็เท่านั้น
“คิดถึงย่าจังเลยค่ะ” อมายาสวมกอดร่างผอมแล้วซบหน้ากับหน้าขาของท่านอย่างออดอ้อน “วันนี้ขออยู่นาน ๆ ได้ไหมคะ”
“ได้สิ แต่ไม่รู้หมอจะว่ายังไงนะ”
คนเป็นย่าพูดติดตลกไปพลางลูบศีรษะเธอไปด้วย อมายาสะอื้นไห้ ถ้าไม่มีย่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ป่านนี้เธอคงกลายเป็นนังเด็กเหลวแหลกไม่มีชิ้นดี เป็นที่รังเกียจของคนรอบข้างยิ่งกว่านี้ แล้วถ้าย่าจากไปเธอจะทำอย่างไร อมายาคนที่เหมือนไม่กลัวสิ่งใดกลับอ่อนไหวกับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว
* * *
เช็คเงินสดที่ได้จากการขายของมีค่าหายไปทั้งที่เก็บไว้อย่างดีในถุงซิปของกระเป๋าหนัง อมายารู้ในทันทีว่าใครเอาไป เธอรีบโทร. ไปหาที่ร้านเพื่อให้อายัดแล้วออกใหม่ให้ แต่ก็ช้าเกินไปเพราะมันถูกขึ้นเงินเแล้ว
หัวใจหญิงสาวปวดหนึบเมื่อเข้าใจแล้วว่าคนใจร้ายนั่นทำทุกอย่างได้เพื่อทำลายคนที่เขาเกลียดชังไม่ต่างจากเปลวไฟที่พร้อมแผดเผาศัตรูให้มอดไหม้ ราวกับว่าใจเขาไม่หลงเหลือความรักที่เคยมีให้กันอยู่เลย
แต่อย่าหวังว่าคนอย่างอมายาจะร้องขอความเมตตา หรือจะยอมถูกล่าอยู่ฝ่ายเดียว เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อให้จะเข้าใจว่าเขมราชทำไปเพราะเจ็บปวดและสูญเสีย เธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรือชดใช้ให้ใคร
แต่หากวันใดความจริงเปิดเผย... เขานั่นจะต้องเป็นฝ่ายชดใช้ให้เธออย่างสาสม
อมายาปาดน้ำตาแล้วบอกลาคุณย่าเพื่อไปทวงมันคืนมาจากเขา แต่ทันทีที่ก้าวพ้นตัวอาคาร รถตู้สีดำติดฟิล์มทึบก็ขับมาจอดขวาง ชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมาแล้วโชว์ปืนที่เหน็บเข็มขัดแบบให้เห็นกันสองคน
“ท่านอยากเจอคุณหนูครับ”
คนของ ‘ท่าน’ เข้ามาชาร์จตัวคุณหนูอมายาที่ตัวแข็งทื่อ ก่อนร่างเพรียวบางจะถูกรุนหลังให้เดินขึ้นรถไป หญิงสาวนั่งตัวลีบ รู้สึกน้ำลายในคอเหนียวหนืดไปหมด ใจอยากแผลงฤทธิ์ให้รู้กันไปว่าบังคับเธอไม่ได้ แต่พวกมันมีปืน
“เชิญครับ ท่านรออยู่ข้างใน”
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
เธอสะบัดทันทีที่คนของท่านเข้ามาประคองลงจากรถ เบื้องหน้าเธอคือคลับชื่อดังที่มีเบื้องหลังเป็นซ่องค้ากามแถมแม่ของเธอเป็นคนคุมอยู่
อมายากลั้นใจก้าวเท้าเข้าไปเป็นครั้งที่สองของวัน หากแต่หนนี้เธอหวาดกลัวมากกว่าเดิม ถึงได้เอาแต่มองหาทางหนี ท่าทีมีพิรุธไม่รอดพ้นสายตาคนของ ‘ท่าน’
“ไม่ใช่ความคิดที่ดีนะครับ”
อมายาแทบลืมหายใจเมื่อปลายกระบอกปืนเย็นเยียบจ่อสีข้าง พลางเขาก็กระซิบด้วยเสียงราบเรียบแต่จริงจัง สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องเดินเข้าไปข้างในอย่างเสียไม่ได้
“สวัสดี สาวน้อย”
นิกรซึ่งนั่งเอกเขนกบนโซฟาหนังราคาแพงในห้องที่ตกแต่งโทนสีดำสลับแดงและควบคุมแสงให้ริบหรี่กล่าวทักทาย หญิงสาวมองซ้ายมองขวาไม่เห็นแม่อยู่ด้วย ความกลัวก็พาให้สองขาสั่นระริก
“คุณมีธุระอะไรกับหนู” เธอมั่นใจแล้วว่าเสียงไม่ได้สั่นตอนที่พูดออกไป แต่ปากคอกลับแห้งผากยิ่งกว่าทะเลทรายขาดน้ำ
“ก็แค่คิดถึงน่ะ”
นิกรวางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะกลาง แล้วลุกขึ้นกระชับปีกเสื้อกั๊กสีควันบุหรี่ สายตามากความหมายจ้องมองลูกติดภรรยาไม่วางตาจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก
“ได้ข่าววันนี้หนูแวะมา แต่ไม่ยักจะรอทักทายพ่อ ใจร้ายมากเลยนะ รู้หรือเปล่าว่าพ่อน้อยใจ”
คำพูดเชิงนี้พาให้อมายาเบ้หน้า ต่อหน้าคนอื่นเขามักแสดงออกว่าเอ็นดูเธอเหมือนลูก แต่ความจริงจ้องจะจับเธอขึ้นเตียงตลอดเวลา
“ไม่จำเป็น”
“ทำไมพูดเสียงแข็งกับพ่อขนาดนี้ล่ะ”
นิกรโบกมือให้ลูกน้องออกไป อมายาฉวยโอกาสนั้นวิ่งออกจากห้อง แต่เธอถูกผลักเข้ามาข้างในแล้วล็อกประตูไว้จากด้านนอก
“ไอ้พวกเวรเอ๊ย!!!”
หญิงสาวสบถลั่นพลางยกมือขึ้นมายีหัว ทั้งโกรธ กลัว และโมโหที่ไม่สามารถเอาตัวรอดจากคนเลว ๆ ได้ ด้านนิกรเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ พลางสายตาก็ไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างหวังผล
“ทำใจให้สงบแล้วเรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ลูกสาวพ่อ”
“เรียกแม่หนูมา แล้วค่อยว่ากัน” อย่างน้อยถ้าแม่อยู่ เขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอ
“หนูไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต่อรองกับพ่อได้นะ เด็กดี”
ทั้งคำพูดและแววตานั้นช่างแสนอ่อนโยน แต่มันแฝงนัยชั่วช้าและน่ารังเกียจเหลือเกินในความรู้สึกของอมายาจนเธอเผลอขยับหนี ก่อนฝ่ายนั้นจะก้าวเข้ามาประชิดแล้วขยุ้มเส้นผมตรงท้ายทอยเธอเต็มแรง
“โอ๊ย!”
“จะติดคุกหัวโตอยู่แล้วยังทำเก่งอยู่ได้นะมึง”
นิกรกรอกเสียงใส่หน้าเธออย่างหมดความอดทน อมายารั้งมือเขาไว้เพื่อบรรเทาความเจ็บ สายตาที่จ้องตอบนั้นแน่วแน่
“ต่อให้ต้องตายในคุก หนูก็ไม่รับความช่วยเหลือของไอ้แก่ตัณหากลับอย่างคุณ”
อมายารู้ดีว่านิกรใช้โอกาสที่เธอตกที่นั่งลำบากแล้วยื่นมือมาช่วยเหลือ เพื่อให้เธอยอมมอบเรือนร่างให้แต่โดยดี เขารอคอยโอกาสแบบนี้มาตลอด แต่เธอไม่มีทางใช้สามีร่วมกับแม่ หรือต่อให้เขาไม่ใช่พ่อเลี้ยงของเธอ อมายาก็ไม่คิดจะเอาตัวเข้าแลก
เธอมีปัญญาหาหลักฐานมาสู้คดีเองได้ แม้แสงแห่งความหวังมันจะริบหรี่ แต่มันต้องมีสักทางนั่นแหละ
ทันใดนั้นเอง หลังมือหนัก ๆ ของนิกรก็ฟาดเข้าหน้าลูกเลี้ยงสาวจนอมายาได้ลิ้มรสเค็มปร่าของเลือดตรงมุมปาก ก่อนจะชกเข้าหน้าท้องเธออย่างจัง
อมายากุมหน้าท้องตัวเองเพราะจุกจนแทบลืมหายใจ ร่างอ่อนแรงถูกเหวี่ยงลงกับพื้นจนทั้งเข่าทั้งศอกกระแทกกับพื้นแข็ง ๆ ขณะที่นิกรถอดเข็มขัดออกมา ปลายข้างหนึ่งพันกับมือข้างถนัด สายตาก็จ้องมองนางทาสคนต่อไปของตัวเองอย่างคาดหวัง
“อวดดีนักนะ มึงคิดว่ากูไม่มีปัญญาทำให้มึงศิโรราบเหรอ”
“อย่า...”
เธอร้องห้ามแต่เสียงที่เปล่งออกมาเพียงแค่แผ่วเบา จึงพยายามคลานหนีแต่ฝ่ายนั้นก็ตามมากระชากศีรษะไว้
“อะไรนะ อย่าหยุดงั้นเหรอ”
นิกรกระซิบกลั้วเสียงหัวเราะ แล้วฟาดเข็มขัดเข้ากลางลำตัวบอบบางจัง ๆ
ความเจ็บปวดทำให้อมายาดิ้นเร่าพร้อมกรีดร้องสุดเสียง แล้วไอ้แก่สารเลวก็ลงมือกระชากเสื้อจนมันขาดออกจากกัน สองมือรีบยกขึ้นมาปิดบังทรวงอกพลางสะบัดดิ้นแล้วตะกายหนี
ในใจก็นึกเสียดาย ถ้าเธอใช้ลูกล่อลูกชนเข้าสู้มากกว่าโทสะและความยโสที่นำพาตัวเองมาพบจุดจบที่ไม่งดงาม สถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปจากนี้หรือเปล่านะ
ตอนนั้นเองที่ประตูห้องเปิดผาง ปรากฏร่างของพิยดาพุ่งเข้ามาโอบกอดแล้วใช้แผ่นหลังตัวเองรับเข็มขัดของสามีที่ฟาดลงมาอีกครั้งแทนลูกสาว
“แม่...”
หัวใจของหญิงสาวไหวสั่นราวกับใบไม้ต้านแรงลม... แม่ปกป้องเธอโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะเจ็บ ขัดแย้งกับสิ่งที่อมายาเชื่อมาตลอดทั้งชีวิต
“หนีไปออย ทางนี้แม่รับหน้าเอง”
ไม่มีเวลามาถามมาก อมายาหอบร่างกายอ่อนล้าเดินโซซัดโซเซออกจากประตูไป โดยที่คนของนิกรไม่แม้แต่จะเข้ามาขวาง เดาว่าคงลังเล
“จับมันมา”
เสียงประกาศิตของนิกรระเบิดกร้าว ตามมาด้วยเสียงของคนเป็นแม่ที่โพล่งขึ้นสู้
“ใครกล้าก็ลองดู”
ลูกน้องของนิกรคงเกรงใจแม่อยู่พอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเปิดประตูให้ท่านเข้าไปตั้งแต่แรก
ขณะที่เดินไปใจก็เป็นห่วงแม่ขึ้นมา ไม่รู้ต้องรับมือกับอะไรบ้าง แต่ถ้าเธอกลับไปเธอคงไม่รอด อมายาปาดน้ำตาแล้วตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีไป ก็ได้แต่หวังว่าท่านจะรับมือกับสามีตัวเองไหว
ในเวลาเดียวกันพิยดาก็เผชิญหน้ากับสามีด้วยใจที่เจ็บปวดและร่างกายที่แสบร้อนเพราะถูกเข็มขัดฟาด
“ท่านทำแบบนี้กับลูกดิฉันได้ยังไง”
น้ำตาหล่อนไหลเป็นทางพลางจดจ้องสามีอย่างตัดพ้อ พอเด็กที่หล่อนให้คอยเป็นหูเป็นตาแจ้นไปบอกว่าเห็นท่านให้คนไปพาคุณหนูมาที่นี่หล่อนก็รีบมาทันที
“ฉันพยายามให้ทางเลือกลูกสาวเธอแล้ว แต่มันไม่รับเอง”
คำพูดของสามีเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ รู้มาตลอดว่านิกรคิดยังไงกับบุตรสาว เพียงแต่หล่อนไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำถึงขนาดนี้
ครั้งนั้นหล่อนเลือกใช้ความรุนแรงกับอมายาก็เพื่อปกป้องลูกให้พ้นจากคนแบบนี้ ในขณะที่ตัวเองนั้นถลำลึกเกินกว่าจะถอยหนี และถ้าจะให้ต่อว่านิกรก็คงจะมีแต่เจ็บตัว หากครั้งนี้มันร้ายแรงเกินกว่าจะใช้วิธีนั้นได้แล้ว
“มันไม่ใช่ประเด็นนี้ค่ะท่าน”
“แล้วมันยังไง!!!”
นิกรตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน เขาเกือบจะได้เชยชมอมายาอยู่แล้วหลังจากต้องทนเก็บความต้องการมานานเป็นสิบปี
“ก็ท่านรับปากกับฉันแล้วว่าจะไม่แตะต้องยัยออย แล้วทำไมตอนนี้ท่านถึงไม่รักษาสัญญาคะ เธอเป็นลูกสาวของฉันนะคะ ฉันที่เป็นภรรยาของท่าน”
“คนอย่างฉัน อยากได้อะไร ฉันก็ต้องได้ เธอเป็นเมีย หน้าที่ของเธอก็แค่ทำตามความต้องการของฉัน”
แววตาผิดหวังระคนเสียใจมองสามีอย่างตัดพ้อ หล่อนรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไร แต่ไม่คิดว่าจะหาดีไม่ได้จนเหลืออด
“ท่านไม่รู้ตัวเลยเหรอคะว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำมันยิ่งเลวกว่าคำว่านรกส่งมาเกิด”
ผัวะ!!!
ฝ่ามือหนักฟาดเข้าหน้าพิยดา ร่างผอมสะบัดล้มลงกับพื้นก่อนจะถูกเขาขยุ้มศีรษะระบายความโกรธแค้น ปากดีกันทั้งแม่ทั้งลูก
“มึงอย่าลืมนะว่ามึงมีวันนี้ได้เพราะใครถ้าไม่ใช่กู กูสร้างมึงมากับมือ มึงอย่าให้กูต้องทำลายมึงด้วยตีนกูนะ พิยดา”
“เอาเลยค่ะ ท่านอยากจะทำอะไรฉันก็เชิญ แต่อย่ายุ่งกับลูกฉัน อย่างอื่นฉันยอมท่านหมด แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ฉันขอ”
หัวอกคนเป็นแม่แทบจะขาดรอน ๆ หล่อนประณมมือไว้ตรงคางพลางเงยหน้าอ้อนวอนทั้งน้ำตา ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งแบบนี้แล้ว นิกรคงไม่ใจร้ายจนเกินไป
นิกรชื่นชมในความรักที่หล่อนมีต่อลูกสาว ถึงจะแสดงออกไม่เก่งก็ตาม แต่คำอ้อนวอนของเมียที่อยู่กินกันมาสิบกว่าปีหาได้สลักสำคัญเท่าความต้องการของตัวเอง เขาผละไปเปิดลิ้นชักแล้วคว้าปืนออกมาจ่อศีรษะพิยดาซึ่งมีฐานะเป็นนายหญิงของทุกคนที่นี่เพื่อขจัดความลังเลของลูกน้อง
“จะไปเอาตัวคุณหนูมา หรือจะให้กูยิงคุณผู้หญิงของพวกมึง”
เนื้อตัวของพิยดาสั่นเทาเหงื่อเม็ดโตผุดพราย แต่หล่อนทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ หากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ก็เท่ากับว่าจะไม่มีใครคุ้มครองอมายาได้อีกต่อไป
ใจของแม่ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกแคล้วคลาดปลอดภัย...
* * *
ความสูญเสียสร้างความเจ็บปวดให้คนที่เหลืออยู่จนเรียกได้ว่าเสียศูนย์ ทำให้เขมราชที่ต้องไปเจอหน้าครอบครัวมีนรญาไม่อาจทนอึดอัดต่อไปได้ เพราะสายตาที่ ‘มธุลิน’ น้องสาวมีนรญามองมา มันชัดเจนว่าเขาเป็นต้นเหตุให้พี่สาวหล่อนต้องมีจุดจบเช่นนี้
‘ยังกล้ามาที่นี่อีกเหรอ’
‘...’
‘ต้องหน้าด้านขนาดไหนถึงยังมองหน้าพวกเราได้อยู่’
คำพูดแสนเกลียดชังของมธุลินยังดังก้องในสมอง เขาเจ็บปวดเกินทนจนต้องหันหน้าพึ่งของมึนเมา และต้องมีสักคนรับผิดชอบความรู้สึกเหล่านี้
หลังสาดเหล้ากระแทกคอจนเมาอีกไม่ไหว ก็ถูกเพื่อนหามขึ้นมานอนบนห้องที่ทางคลับมีไว้เพื่อให้ลูกค้าค้างคืน
“เดี๋ยวกูพาสาว ๆ มาปลอบมึง”
ดนุที่โตมาด้วยกันเหมือนพี่น้องเพราะคุณแขไขรับอุปการะตั้งแต่พ่อแม่ดนุซึ่งเป็นคนสนิทของท่านยอมพลีชีพในเหตุการณ์เพลิงไหม้เพื่อช่วยชีวิตท่านไว้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนพูดพลางวางถุงยางอนามัยบนอกของคนที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง
“มึงอย่ามายุ่ง”
เขมราชเอ็ดเพื่อนเสียงยาน พลางปัดสิ่งที่วางบนอกออกไปอย่างรำคาญ
“กูว่ามีนคงไม่อยากเห็นมึงเป็นแบบนี้หรอก”
“เหอะ” เขมราชยิ้มหยัน
มีนรญาไม่อยากเห็นเขาในสภาพนี้อย่างที่เพื่อนว่า เพราะหล่อนไม่ได้อยากตาย ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงสารเลวคนนั้น สองเราคงได้สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกัน
“อย่ามาโลกสวย ไอ้นุ”
ดนุส่ายศีรษะอ่อนใจ แต่จะโทษมันก็ไม่ได้เพราะคนสูญเสียที่ไหนจะมีแก่ใจมองโลกในแง่ดี จะมานั่งเถียงกันตอนที่มันเมาก็คงไม่เข้าท่า คิดว่าถ้ามีสาวสวยมาอยู่ใกล้ ๆ มีหรือมันจะอดใจไหว ขี้คร้านจะจัดหนักจนลืมวันลืมคืนและลืมความเศร้า
แต่นี่แหละที่เขาต้องการจากมัน...
ให้มันลืมความเศร้าไปบ้างแม้จะเพียงชั่วคราวมันก็ดีเกินพอแล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเดินออกไปทำอย่างที่คิดแล้วทิ้งเขมราชให้ขัดใจอยู่ในนั้นเพียงลำพัง
เขมราชรู้ว่าดนุหวังดี แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่มันจะมาเจ้ากี้เจ้าการ ความเสียใจของเขาคงไม่มีวันลดน้อยถอยลงหากฆาตกรยังมีชีวิตที่ดี ในขณะที่ชีวิตของเขากำลังว่างเปล่า
“พี่ขอโทษ ฮือ ๆ พี่ขอโทษที่ปกป้องเธอไม่ได้ พี่ขอโทษ...”
ชายหนุ่มนอนกอดตัวเองแล้วปล่อยให้น้ำตารินไหล คิดถึงมีนรญาแทบขาดใจแต่รู้เต็มหัวใจว่าเธอจากไปไม่หวนคืน
* * *
ในขณะเดียวกันนังผู้หญิงสารเลวในสายตาใครต่อใครกำลังหอบร่างกายบอบช้ำเดินกระเซอะกระเซิงไล่เคาะห้องพักแขกทุกห้องที่เดินผ่าน หวังจะมีสักคนเปิดรับและให้ความช่วยเหลือเธอได้ เพราะคนของนิกรดักรออยู่ทั้งหน้าคลับและหน้าลิฟต์ รวมถึงประตูทางออกด้านหลัง ทางรอดของเธอก็คงเหลือเพียงซ่อนตัวให้พ้นจากพ่อเลี้ยงใจร้าย
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”
ไม่มีห้องไหนเปิดเลย คนข้างในบ้างก็เมาแอ๋ บ้างก็คงกำลังปฏิบัติกามกิจ แต่อมายาใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยเมื่อพบว่าห้องหนึ่งไม่ได้ล็อก ร่างบางจึงแทรกผ่านประตูเข้าไปแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา
เธอรอดแล้ว...
หญิงสาวผ่อนลมหายใจโล่งอกแล้วแทบจะทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง หากไม่รู้สึกว่ามีใครมายืนซ้อนหลังตัวเองเสียก่อน
“ว้าย”
อมายาร้องลั่นเมื่อร่างใหญ่ดึงเข้าไปกอดไว้ทั้งตัว สัญชาตญาณหวงตัวทำให้พยายามดิ้นหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น
ใจสาวอ่อนยวบและทำนบกั้นน้ำตาพังทลายลงอีกครั้ง เธอต้องฟาดฟันกับเขมราชที่โรงพยาบาล ไหนจะถูกเขาขโมยเช็คเงินสดไป ทั้งยังต้องมารับมือกับนิกร แล้วดันวิ่งมาเข้าห้องโรคจิตอีกสินะ ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายไปจนถึงเมื่อไหร่
“ไม่ต้องกลัวนะ”
เสียงกระซิบแผ่วเบาแสนคุ้นเคยที่ดังขึ้นใกล้ท้ายทอยพาให้เธอเผลอกลั้นใจ ก่อนที่เขาจะจูบเนื้อนุ่มตรงหลังคออย่างถวิลหา เล่นเอาหัวใจอ่อนล้าไหวสั่น
“พี่เฟลม...”
ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง ทั้งกลิ่นของเขา ทั้งจังหวะการหายใจไหนจะน้ำเสียงแบบนี้มันชัดเจนเสมอในความทรงจำ ความอ่อนโยนของเขาทำให้แรงต้านทานที่มีพลันมลายหายไป กลายเป็นอ่อนระทวยอิงแอบกับแผ่นอกอุ่นที่ลึกในใจเธอยังคะนึงหา
แต่นี่เป็นเรื่องจริงหรือว่าเธอแค่ฝันไปกันแน่นะ…
“พี่เฟลมจริง ๆ ใช่ไหมคะ”
“พี่จะปกป้องเธอเอง”
เขารวบผมอมายาให้ปัดไปอีกข้างก่อนโน้มใบหน้าลงมาจูบหลังคอชื้นเหงื่ออย่างโหยหา ขณะที่อมายายังคงสับสนกับคำพูดที่ราวกับระเบิดเวลาที่พาให้เธอปล่อยเสียงร้องไห้เหมือนจะขาดใจ
อมายาคือคนที่แบกรับความอัดอั้นและเจ็บปวดทั้งกายใจมาเนิ่นนาน การได้รู้ว่าจะมีคนคอยปกป้องมันมีความหมายมากพอให้ตื้นตันจนหลั่งน้ำตา
เธอไม่รู้หรอกว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...
ไม่รู้เช่นกันว่าเขาเข้าใจความจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือมีสิ่งใดทำให้ท่าทีของเขาอ่อนโยนลงถึงขนาดนี้
อมายารู้เพียงแค่ว่าในยามที่ใจอ่อนแอและท้อแท้ เธอขอเพียงได้พักพิงใจกับใครสักคนที่พร้อมจะปกป้องและจับมือเธอข้ามผ่านมันไปด้วยกัน
“พี่คิดถึงเธอมากเลยรู้ไหม”
หัวใจเธอคงเหมือนเทียนไขที่ละลายซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะสัมผัสนุ่มนวลผสมกับเสียงกระซิบเคล้าน้ำตาของผู้ชายที่เธอไม่เคยลืมเลือน แต่ถ้าเขาคิดถึง ไยถึงใจร้ายกับเธอขนาดนั้นกัน
“ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้คะ”
“พี่ขอโทษค่ะ”
เขมราชกระชับอ้อมกอดแน่น อดที่จะฝากรอยจูบไว้กับซอกคอขาวไม่ได้เลย ความสยิวซ่านเล่นงานอมายาจนต้องห่อไหล่หลบ หากในจังหวะที่ใบหน้าสวยก้มลงมา จมูกสันเป็นคมก็กดฝังลงกับพวงแก้มช้ำรอยมือ
“พี่เฟลม อย่าค่ะ...”
แม้ปากจะร้องห้าม แต่เสียงกลับแผ่วเบาและไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอยากให้เขาหยุด อมายาเพียงต้องการใครสักคนคอยปลอบโยน
เธอยอมลดกำแพงใจผุพังลง แล้วเอียงศีรษะไปด้านหลังพลางหลับตาคลอเคลียกับศีรษะของเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายภาคหน้า ไม่ว่าเขาจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดเสียใจหรือจะถนอมเธอหรือไม่ แต่ขอแค่ใครสักคนให้ใจดวงนี้จับยึดก็เพียงพอแล้ว
เขมราชหมุนตัวคนในวงแขนให้หันมาหาช้า ๆ ข้อนิ้วใหญ่ลูบไล้ผิวแก้มเนียนลื่นปาดน้ำตาออกไป สายตาคู่คมเยิ้มหวานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเป็นประกายเพราะน้ำตา
“พี่รักเธอนะ “
แต่อนิจจาภาพที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเขาแล้วบดบังดวงหน้าหมองเศร้าของอมายาคือใบหน้าของคนอีกคน แต่อมายาที่คิดว่าตัวเองยังพอสำคัญกับหัวใจเขาอยู่บ้างไม่อาจล่วงรู้
หญิงสาวเผยอริมฝีปากรับจุมพิตปลอบประโลมแผ่วเบา รู้สึกถึงลิ้นร้อนที่สัมผัสเรียวปากอย่างนุ่มนวล ภายในอกจึงคล้ายเกิดคลื่นลมปั่นป่วนที่สาดซัดความเข้มแข็งในใจให้พังทลาย ผลที่ตามมาคือทรวงอกอวบหยุ่นกำลังสะท้อนขึ้นลงอย่างผิดจังหวะ
เขมราชประคองรอบเอวคอดกิ่ว พาเธอขยับเดินไปที่เตียงโดยยังไม่คลายจุมพิตจากเรียวปากงาม ทั้งสองเซน้อย ๆ ก่อนที่เธอจะต้านทานน้ำหนักเขาไม่ไหวแล้วล้มลงไปบนเตียงนุ่มด้วยกัน
ร่างของเขาทาบทับเรือนกายบอบบาง สองมือประสานกับมือนุ่มของเธอแล้วตรึงไว้กับที่นอน ส่งปลายลิ้นร้อนคว้านลึกในเรียวปากหวานละมุนของคนที่ตนคิดว่าเป็นเมียรัก พลันน้ำตาก็รินไหลจากหางตา
เขาต้องทนเหน็บหนาวทุกค่ำคืน และคิดถึงหล่อนมากจนหัวใจเฉียดใกล้คำว่าแหลกสลาย เขาไม่อยากลบลืมหล่อนไปจากใจ อยากจดจำหล่อนไว้ตราบลมหายใจสุดท้าย เขมราชจึงค่อย ๆ คลายจูบแล้วพิศมองใบหน้าสวยสะอาดของคนในความทรงจำทุกองคาพยพอย่างตั้งใจ
เขากลัวเหลือเกินว่าสักวันจะลืมใบหน้าของหล่อนไป...
กลัวว่าสักวันใบหน้าของผู้หญิงอีกคนที่เขาซ่อนเอาไว้ในใจมันจะชัดเจนขึ้นมาแทนที่คนที่เขาควรจดจำ
“พี่จะไม่มีวันลืมเธอ”
มือข้างหนึ่งลูบแก้มเปื้อนน้ำตาของคนใต้ร่าง อมายาหลับตาเอียงซบกับฝ่ามือหนาราวกับต้องการซึมซับความอบอุ่นที่ราวกับไอแดดยามเช้า ปล่อยให้มืออีกข้างของเขาปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า แต่เมื่อเม็ดสุดท้ายหลุดจากกัน เธอก็ไม่อาจทนสบตาเขาอีกต่อไปจึงไพล่มองไปทางอื่นแทน
เขมราชยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเธอ แล้วจึงก้มหน้าลงไปกระซิบข้างหู
“ให้พี่ปลอบเธอได้ไหม”
ไอร้อนจากลมหายใจของเขาเล่นเอาอมายาหนีบไหล่เพราะความสยิวซ่าน พลางพยักหน้าตอบรับการปลอบโยนที่เธอปรารถนามานานแสนนาน เสี้ยวนาทีต่อจากนั้นเขาก็ปลดตะขอบราเซียที่อยู่ด้านหน้า เผยให้เห็นทรวงอกกลมกลึงท้าทายสายตา
เขมราชวางมือทั้งสองข้างลงไปทาบทับความอวบหยุ่นหนั่นแน่นเต็มไม้เต็มมือนั้นเบา ๆ อมายาหลับตาพริ้มแล้วกัดริมฝีปากกลั้นเสียงคราง แต่ก็ได้เขาที่คอยจูบปลอบให้ผ่อนคลายแล้วกระซิบบอกด้วยเสียงนุ่มละลายใจ
“ไม่เป็นไรค่ะ ร้องออกมาได้”
เสียงครางเริ่มหลุดออกมาจากเรียวปากสวย ศีรษะของอมายาแหงนหงายไปทางด้านหลังอวดลำคอระหงที่รับกับลาดไหล่สวยปนเซ็กซี่อย่างคนชื่นชอบการออกกำลังกาย เขมราชอดใจไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากลงไป ลากปลายลิ้นเรียวร้อนลงมาตามไหปลาร้า กอปรกับสองมือที่เคล้นคลึงสองเต้างามส่งผลให้อมายารู้สึกถึงความฉ่ำลื่นกลางหว่างขา
แต่ในหัวใจเธอกำลังเต้นระส่ำคล้ายกลองศึกนับร้อยถูกลั่นอยู่ภายใน พลันแวบหนึ่งความลังเลฉาบฉายอยู่ในดวงตาแสนงาม
เธออยู่ในสถานะฆาตกรที่พรากลูกเมียไปจากเขา แต่ตอนนี้เธอกำลังจะกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ทั้งตัวและหัวใจ มันจะมีใครยอมรับเรื่องแบบนี้ได้งั้นหรือ
แต่เธอจะสนคนอื่นเพื่ออะไรกัน ในเมื่อเขมราชน่าจะเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว และเธอเชื่อเหลือเกินว่านับตั้งแต่วินาทีที่คำว่า ‘ปกป้อง’ ออกมาจากปากของเขมราช เรื่องราวความเกลียดชังของเขากับเธอมันกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป
“เงียบแบบนี้ ก็คือที่มีนเล่าเป็นเรื่องโกหกสินะ”ทุกประการที่เขมราชรู้มาคือความจริง เดิมทีครอบครัวหล่อนนับถือคริสต์กันทุกคน จวบจนชีวิตตกต่ำต้องกลับมาพึ่งใบบุญฝั่งตายายที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่เป็นที่พึ่งทางใจ พ่อเลยตัดสินใจให้ลูก ๆ เปลี่ยนมาเข้าศาสนาเดียวกับพวกท่าน เว้นมีนรญาที่ใช้ความดื้อด้านของตนเป็นเครื่องแสดงว่าหล่อนไม่เอาพ่ออีกแล้วกระทั่งก่อนหล่อนจะไปเรียนต่อ...แรก... มธุลินไม่รู้จุดประสงค์ที่พี่ยอมเปลี่ยน กระทั่งนานวันเหตุและผลมันกลับชัดเจน“ถ้ามันเป็นเรื่องโกหก พี่จะได้ความชอบธรรมให้ตัวเองไปคบกับฆาตกรที่ฆ่าพี่สาวฉันใช่ไหม บอกไว้ก่อนนะว่ามันแทบจะไม่มีน้ำหนักในสายตาฉันเลย”“ไม่เกี่ยว” เขาจ้องมองหล่อน แววตาจริงจังอย่างที่หล่อนไม่เคยเห็น “...มีหลายเรื่องเกี่ยวกับมีนที่พี่มารู้หลังจากมีนตาย พี่เลยอยากรู้ว่าอันไหนจริง อันไหนโกหก ไม่อยากค้างคาว่ามีนไม่ซื่อสัตย์ต่อก
แต่หล่อนคงเสียใจ เพราะเขานั่งรอทั้งคืนก็ได้ ถ้ายังเห็นอมายาผ่านกล้องที่แอบติดในบ้านบนเกาะได้อยู่เธอคงนอนไม่หลับ ถึงได้ออกมาเล่นกับเจ้าส้ม เขาเห็นเธออุ้มมัน เอาหน้ามุดพุงนุ่มกลมเหมือนที่เขาชอบทำตอนไม่มีใครเห็น เธอคุยกับมันด้วยเสียงสอง ที่น่ารักโคตร...เธอนับมันเป็นคนหนึ่งคน แทนตัวเองว่าแม่ ใจตรงกับเขาซึ่งแทนตัวเองว่าพ่อ ไม่นานอมายาก็อุ้มเจ้าขนส้มตัวกลมเข้าห้อง จัดที่ให้มันนอนด้วยกัน แต่เธอยังคงผุดลุกนั่งคล้ายกระวนกระวายใจเขาเต้น ยามเธอหันมองมา สบตาผ่านกล้องตัวนั้น คลายรู้ว่าเขามองอยู่ ก่อนตรงมากระชากมันด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทำเช่นเดียวกันกับตัวอื่น ๆ ในบ้านจนหมด“อะไรวะ รู้ได้ไง”จอมือถือขึ้น ‘NO SIGNAL’ ทำเขาเสียดายจนรู้สึกหงุดหงิด นั่งหงอยเป็นนาน ก่อนมองซ้ายขวาไม่มีใคร จึงหยิบผ้าชิ้นหนึ่งจากกระเป๋า ขึ้นมาใกล้จมูก สูดดมความหอมจากมัน
ไพน์หลบมานอนร้องไห้ในห้องตัวเอง รักเขมราชมาเนิ่นนาน รักโดยไม่หวังครอบครอง ขอเพียงเขมราชยังเอ็นดูหล่อนไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าเขาจะมีคนรักอีกกี่คนหล่อนก็ไม่สนใจ และพร้อมสนับสนุน แต่ไม่ว่าเฮียจะมีผู้หญิงสักกี่คน คนเดียวที่หล่อนเกลียดก็ยังเป็นอมายาและครั้งนี้มันก็เป็นต้นเหตุทำให้เฮียไม่เอ็นดูกันอีกต่อไป หล่อนคงอกแตกตายเสียก่อน หากไม่ได้กำจัดมันออกไปจากชีวิตของเฮียไพน์จึงนึกถึงใครบางคนที่บอกหล่อนเสมอว่าหวังดีกับเฮีย คนที่สนับสนุนมีนรญาเหมือนกันกับหล่อนมาโดยตลอดด้านเขมราชให้ทุกคนไปโรงอาหาร ส่วนเขาให้ลูกน้องช่วยทำแผลที่ศีรษะให้ ไม่นานก็ตามเข้ามาในห้องพร้อมถาดอาหารของตัวเอง“ทานข้าวด้วยคนนะ”เธอพยักหน้าให้ ไล่เขาก็คงเปล่าประโยชน์เขมราชลากโต๊ะกับเก้าอี้ไปใกล้เตียง นั่งตรงข้าม จัดแจงวางสำรับของเธอกับเขาลงไปบนนั้น ค่อยส่งช้อนกับส้อมให้
“ขอโทษครับ” คนที่คล้ายเป็นพี่ใหญ่ออกหน้า “ผมเห็นว่าน้องไพน์ไม่น่าเป็นภัยเธอแค่เอาอาหารมาให้นายหญิงก็เลยให้เข้ามา”“หน้าที่นี้เป็นของเพลง ถ้าเพลงไม่ว่าง กู จะเป็นคนเอามาเอง ใครใช้ให้พวกมึงคิดแทน ว่ากูจะยอมให้เด็กคนนี้เข้ามา”“...”“พวกมึงแม่ง โง่สิ้นดี!”เขมราชตวาดลั่น ทุกคนก้มหน้างุด ก่อนเขาจะหันมาจ้องมองไพน์อย่างเอาเรื่อง อมายาไม่เคยเห็นเขาเดือดร้อนเรื่องเธอเท่าครั้งนี้ แต่ก็เข้าใจ... เขาทำเพื่อลูก“ฮะ... เฮีย ไพน์แค่เอาข้าวมาให้นังคุณออยแค่นั้นเองนะ ไม่ได้ทำอะไรเลย เฮียก็เห็นนี่ว่ามีแต่มันที่ทำร้ายไพน์ ไพน์แค่ป้องกันตัวนะเฮีย”“อย่ามาโกหก”
“คำว่าเกลียดมันไม่ได้ช่วยอะไร”เสียงที่ได้ยินเริ่มแผ่วเบา เลือนราง พร้อมกับสติตั้งมั่นของเธอ เสี้ยวนาทีต่อมาทุกอย่างก็ดับวูบลง ร่างบอบบางทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงในอ้อมกอดนั้นชายหนุ่มย่อกายลงนั่ง โดยมีร่างเธอนอนหนุนตัก ใช้ชายเสื้อซับน้ำตาให้ ก่อนพรมจูบทั่วใบหน้างดงามด้วยความรู้สึกมากมายที่วิ่งพล่านในใจ“ต่อให้เธอเกลียดฉัน ฉันก็ยังอยากอยู่กับเธอ ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนลูกจะคลอดก็ตาม”ที่กล้าพูดไป เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้ยินถ้าอมายายังมีสติ และจ้องมองกัน คำพูดเหล่านั้นคงถูกกลืนหายไปและเขา… คงทำได้เพียงกอดเธอไว้ ฟังเธอร้องไห้ฟูมฟายว่าจะไปจากกัน เหมือนเขาเป็นแค่คนไร้เหตุผล* * *ในช่วงเย็น สติที่กลับคืนมาพาให
อมายาไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกแล้ว หนึ่งคือเธอคิดถึงย่า ไม่รู้ท่านจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะเขมราชไม่เคยรักษาสัญญาที่ว่าจะพาไปเจอสอง... เธอสมเพชตัวเองที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หลุดจากเขาไม่ได้และสาม... ต่อให้เขาทำดีกลบสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมาแค่ไหน มันยิ่งน่าสะอิดสะเอียนมากเท่านั้นเพราะสิ่งที่เธอต้องการ มีเพียงออกไปจากตรงนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขมราชที่กักเก็บอารมณ์มาเนิ่นนานจะไม่เคยเข้าใจ“ร้องไห้ทำไม”“...”“ฉันถาม เธอก็ต้องตอบ”คนที่อารมณ์ไม่ปกติตั้งแต่เห็นเมียตัวเองยอมให้คนอื่นถูกเนื้อต้องตัวเข้ามาจับไหล่เธอโดยแรง เพลงเห็นยังตกใจ“...”“หรือพอไม่มีไอ้พวกนั้นอยู่ใกล้ ๆ เธอก็เลยเสียใจ”







