Home / โรแมนติก / เพลินพิศวาส [20++] / บทที่ 8 พยายามล้างแต่ล้างไม่ออก

Share

บทที่ 8 พยายามล้างแต่ล้างไม่ออก

last update publish date: 2026-10-11 02:39:05

พราวตะวันลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ  เธอเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลชโลมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  หญิงสาวใช้เวลาเกือบชั่วโมงอยู่กับการล้างตัวซ้ำๆ ราวกับจะลบเลือนร่องรอยของคิรากรออกไปจากผิวหนัง  เธอขัดถูผิวจนแดงเถือก แต่ยิ่งขัดแรงเท่าไหร่ ความทรงจำเกี่ยวกับ "ครั้งแรก" ที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนที่รักและซื่อสัตย์ กลับยิ่งเด่นชัดขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง

เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จสิ้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเครื่อง  สิ่งแรกที่เธอทำคือการบล็อกเบอร์ของ ‘ณัฐ’  แฟนเก่าเฮงซวยไปจากชีวิต  ลบช่องทางการติดต่อทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาตามมารังควานได้อีก และเธอก็ตั้งใจจะบล็อกเรื่องราวของคิรากรไปพร้อมกันด้วย ถือเสียว่ามันคือฝันร้ายที่ตื่นมาก็จบไป แต่ดูเหมือนคำว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจะเป็นคำนิยามชีวิตของเธอในตอนนี้อย่างแท้จริง

ครืด... ครืด...

เสียงโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเปิดเครื่องดังขึ้น  หน้าจอโชว์ชื่อ ‘คุณพ่อ’ พราวตะวันสะดุ้งสุดตัว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติและร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะกดรับสาย

“ค่ะคุณพ่อ”

“พราว... อยู่ไหนลูก ทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน  พ่อโทรหาตั้งหลายสาย”   เสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความกังวลและร้อนใจของรังสรรค์ทำให้เธอรู้สึกผิดจนจุกอก

“เอ่อ... พราวไปค้างบ้านยัยเมย์ค่ะ พอดี... ฉลองที่กลับมาถึงไทยหนักไปหน่อยค่ะขอโทษนะคะที่ไม่ได้บอก”  เธอมุสาคำโตด้วยความจำเป็น เพื่อนสนิทอย่างเมย์คือข้ออ้างเดียวที่จะทำให้พ่อสบายใจ

“อืม... ไม่เป็นไร พ่อก็เป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรไป  แต่วันนี้ต้องเข้าบริษัทนะพราว พ่อมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย”  น้ำเสียงของรังสรรค์ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

“เรื่องโครงการท่าเรือน้ำลึกที่แหลมฉบัง  เรามีคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้เลย และพ่ออยากให้พราวเข้ามาช่วยงานนี้อย่างเต็มตัวเสียที”

พราวตะวันนิ่งไป โครงการนี้เธอพอจะได้ยินมาบ้างตอนที่วิดีโอคอลคุยกับพ่อขณะอยู่ลอนดอน มันคือโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่บริษัท ‘แสงอรุณอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต’ ทุ่มสุดตัวเพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางการเงินที่เริ่มสั่นคลอน  หากพลาดโครงการนี้บริษัทอาจถึงขั้นวิกฤตหนัก

“แล้วอีกอย่าง... เย็นนี้มีงานเลี้ยงการกุศลของสมาคมนักธุรกิจ พ่ออยากให้ลูกไปกับพ่อด้วย เราต้องไปแสดงตัวว่าเรายังแข็งแกร่ง อย่าลืมนะพราว บ่ายสองเจอกันที่ออฟฟิศ”  คำว่า “ปฏิเสธไม่ได้” ถูกขีดเส้นใต้หนาๆ ในความรู้สึกของเธอ พราวตะวันรับคำบิดาก่อนจะวางสายไป เธอไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้กับความรักที่พังทลาย  หรือความบริสุทธิ์ที่สูญเสียไปอีกแล้ว  ภาระหน้าที่ของลูกสาวประธานบริษัทกำลังรอเธออยู่

บ่ายสองโมงตรง พราวตะวันปรากฏตัวที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทแสงอรุณอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต  เธอมาในชุดสูทสีขาวทรงเนี้ยบที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมั่นใจมากขึ้น  กางเกงสแล็กเข้ารูปกระฉับกระเฉงเข้าคู่กับรองเท้าส้นสูงสีนู้ด  แม้ขอบตาจะยังคงมีความร้าวรานซ่อนอยู่ภายใต้คอนซีลเลอร์ราคาแพง  แต่เธอก็สามารถปั้นหน้ายิ้มแย้มทักทายพนักงานทุกคนได้อย่างเป็นมืออาชีพ  รังสรรค์มองลูกสาวคนเดียวด้วยแววตาภาคภูมิใจ  เขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของลูกสาว  เพราะตอนนี้ท่านประธานใหญ่กำลังมัวแต่เคร่งเครียดกับปึกเอกสารตรงหน้าที่กองเป็นตั้ง

“พราวดูนี่... ไอ้อัครเดชามันส่งคนมาชิงเค้กชิ้นนี้กับเรา  แถมมันยังยื่นข้อเสนอที่ตัดหน้าเราแบบน่าเกลียด”  รังสรรค์ตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อลูกสาวนั่งลงฝั่งตรงข้าม  “พ่อจะไม่ยอมให้มันเหยียบจมูกเราเป็นครั้งที่สองแน่ เรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนมันยังไม่พอหรือไง!”  ชื่อ 'อัครเดชา'  ทำให้พราวตะวันชาวาบไปทั้งตัว เธอพยายามคุมสติและพลิกดูเอกสารแผนงานของคู่แข่งอย่างรวดเร็ว

“คุณพ่อคะ... บางทีเราควรจะเน้นที่คุณภาพงานของเรามากกว่าการเอาชนะเขาดีไหมคะ?”

 พราวตะวันพยายามเสนอทางเลือกที่ประนีประนอมกว่า เพราะรู้ดีว่าการต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสายป่านยาวกว่าอย่างอัครเดชากรุ๊ปนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก “ไม่ได้! สำหรับอัครเดชากร ถ้าเราไม่ชนะ มันก็คือเราแพ้ราบคาบ พราว... ลูกเรียนจบจาก  ลอนดอนมาด้านบริหารโดยตรง พ่อเชื่อว่าลูกจะมีไอเดียใหม่ๆ ที่คนรุ่นเก่าอย่างพ่อคิดไม่ถึง”  รังสรรค์ยืนกรานเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยไฟแห่งการเอาชนะ  พราวตะวันพยักหน้ารับคำอย่างหนักใจ เธอเริ่มก้มหน้าอ่านรายละเอียดในเอกสารคู่แข่งอย่างจริงจัง เพื่อหาช่องโหว่ในข้อเสนอของพวกเขา แต่แล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับหน้าสุดท้ายของเอกสาร  ซึ่งเป็นลายเซ็นอนุมัติแผนงานจากฝั่งตรงข้าม  หัวใจเธอก็แทบหยุดเต้น เมื่อเห็นชื่อผู้ลงนามในแผนงานนั้น

นายคิรากร อัครเดชากร – CEO

ตัวอักษรบนหน้ากระดาษเบลอไปชั่วขณะ  โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน เขารุกคืบเข้ามาใกล้เธอทุกที  ทั้งในชีวิตจริงและในโลกธุรกิจ  ผู้ชายที่มอบค่ำคืนอันเร่าร้อนให้เธอ  เมื่อคืนนี้  คือคนเดียวกับที่จะมาบดขยี้บริษัทของพ่อเธอให้จมดิน พราวตะวันกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว  เธอรู้แล้วว่าสงครามที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

งานเลี้ยงการกุศลในช่วงค่ำจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาวสุดหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานคนละแห่งกับโรงแรมที่เกิดเรื่องเมื่อคืน ความจริงข้อนี้ทำให้พราวตะวันรู้สึกขอบคุณสวรรค์อย่างยิ่งที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกลับไปเหยียบสถานที่ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันน่าอับอายนั้นซ้ำสอง

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโอ่อ่าอลังการ  แชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับแสงแฟลชจากกองทัพนักข่าวที่มารอทำข่าว ผู้คนในแวดวงไฮโซและนักธุรกิจระดับแนวหน้าของเมืองไทยต่างแต่งกายด้วยชุดราตรีและสูทสั่งตัดราคาแพง เดินขวักไขว่พูดคุยกันด้วยรอยยิ้มการค้า

พราวตะวันปรากฏตัวในชุดราตรีเปิดไหล่สีน้ำเงินเข้มที่สั่งตัดเย็บอย่างประณีต สีของชุดขับเน้นผิวพรรณที่ขาวจัดของเธอให้ดูโดดเด่นและเปล่งประกาย ทรงผมถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบหรู  เผยให้เห็นลำคอระหงและเครื่องประดับเพชรชุดเล็กที่ดูเข้ากัน ความสวยสง่าของเธอสะกดสายตาผู้คนในงานจนกลายเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มหลายคน แต่ภายใต้รอยยิ้มหวานที่เธอส่งให้แขกเหรื่อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 14 คนปากแข็ง

    แววตาของเขาที่เคยมองดูละครสนุกๆ เมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นเย็นชาและแข็งกร้าวทันทีเมื่อหันไปมองริน่าที่ยังนั่งอยู่“ริน่า... กลับไปก่อน” คิรากรออกคำสั่งเสียงต่ำ “คุณกำลังไล่ริน่าเพราะมันอย่างนั้นหรือคะ”“ผมบอกให้กลับไป ผมมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณพราวตะวัน... เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ให้จบแค่นั้น อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” น้ำเสียงของคิรากรเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจจนริน่าหน้าเสียและซีดเผือด เธอรู้ดีว่าหากคิรากรใช้โทนเสียงแบบนี้ นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการให้ใครขัดใจ นางแบบสาวสะบัดหน้าใส่พราวตะวันอย่างแรงด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือแล้วกระแทกส้นสูงเดินตึงตังออกจากร้านอาหารไปเมื่อเหลือกันเพียงสองคนในมุมที่เป็นส่วนตัว พราวตะวันออกแรงสะบัดข้อมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาทันที“สนุกมากไหมคะที่เห็นฉันถูกผู้หญิงของคุณโขกสับ?” เธอถามเสียงขุ่น ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ“ผมไม่ได้สั่งให้เขาทำ” คิรากรตอบเสียงเรียบ พลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก“แต่ผมอยากรู้ว่าคุณจะทนได้แค่ไหน... และดูเหมือนคุณจะ ‘ทนไม่ได้’ เลยนะ พราวตะวัน” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุม

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 13: ภายใต้พันธนาการลับ

    เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตหรูสัญชาติยุโรปคำรามกึกก้องไปตามท้องถนนในย่านธุรกิจที่พลุกพล่าน ความเร็วของรถที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าสวนทางกับสภาพการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด ทำให้พราวตะวันต้องนั่งตัวลีบอยู่บนเบาะหนังราคาแพง มือสองข้างของเธอกุมกระเป๋าถือไว้แน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเธอเหลือบมองคนขับที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ท่าทีของเขาดูนิ่งสงบและเยือกเย็น ราวกับว่าเหตุการณ์ชกต่อยที่ล็อบบี้บริษัทเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องขี้ผงสำหรับเขา แต่สำหรับเธอ มันคือความบ้าคลั่งที่เธอยังตามไม่ทัน“คุณจะพาฉันไปไหน?” พราวตะวันถามเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้“ถ้าจะเซ็นสัญญา ก็กลับไปที่ออฟฟิศ หรือไม่ก็ไปที่บริษัทของพ่อฉัน” คิรากรไม่แม้แต่จะหันมามอง ใบหน้าหล่อเหลาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงแค่ขยับยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ“ออฟฟิศมันมีหูมีตาเยอะเกินไปพราวตะวัน โดยเฉพาะคนของพ่อผม... และผมก็ไม่อยากให้คุณพ่อของคุณตกใจตายถ้าเห็นว่า ‘พระเอกขี่ม้าขาว’ ที่จะมาช่วยบริษัทท่าน คือลูกของคนที่ท่านเกลียดที่สุดในชีวิต”พราวตะวันเม้มริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บ ความจริงข้อนี้คือจุดอ่อนที่เขากดขี่

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 12 ความรู้สึกผิดของคนทรยศ

    “อ๋อ... ผู้ร่วมทุนเหรอคะ? นึกว่าพวกมาขอส่วนบุญเงินลงทุนเสียอีก” ริน่าหัวเราะคิกคักอย่างไม่รักษามารยาท(เพราะเธอไม่มีจึงไม่ต้องรักษา) คำพูดของเธอจงใจกรีดลึกลงไปในศักดิ์ศรีของพราวตะวันพราวตะวันตระหนักได้ทันทีว่าการนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปมีแต่จะทำให้ตัวเองดูไร้ค่าและตกเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ของคนทั้งคู่ หญิงสาวรวบรวมเอกสารบนโต๊ะเข้ากระเป๋าสะพายด้วยความนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้“ถ้าคุณคิรากรไม่สะดวกที่จะคุยงานต่อเพราะมี ‘แขกส่วนตัว’ ดิฉันขอตัวนะคะ” พราวตะวันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นด้วยความหยิ่งทะนง “สัญญาฉบับนี้ฉันจะฝากไว้ที่คุณเลขาก็แล้วกัน ตรวจสอบเสร็จแล้วค่อยติดต่อกลับมา”กล่าวจบ เธอไม่รอฟังคำตอบรับหรือคำทัดทานใดๆ หญิงสาวเชิดหน้าเดินออกจากห้องไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ริน่าร้องกรี๊ดเบาๆ ด้วยความขัดใจกับคำจิกกัดที่ว่าเธอเป็นเพียง 'แขกส่วนตัว' ส่วนคิรากรกลับหัวเราะในลำคอเบาๆแววตาที่มองตามแผนหลังบางไปนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้มีพยศและศักดิ์ศรีมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก พราวตะวันเดินลงมาที่ล็อบบี้บริษัทด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวถึงขีดสุด เธอต้องการออกไปจากตึก

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 11 แค่มารยาทพื้นฐานคงไม่มีพ่อแม่สอนสินะ

    “ยินดีที่พบกันอีกครั้งนะ... คู่สัญญาของผม” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ปรากฏแก่สายตา รอยยิ้มมุมปากที่ดูเหนือกว่าของเขาทำให้พราวตะวันรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนเหล็กเข้าที่กลางศีรษะ“คิรากร!”พราวตะวันอุทานออกมาอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ความโกรธและความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอหันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทันที เธอไม่ต้องการเสวนาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์คนนี้อีกแล้ว แต่เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจนั้นกลับหยุดฝีเท้าของเธอไว้เสียก่อน...“ถ้าก้าวออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... สัญญาห้าร้อยล้านนั่นจะถูกฉีกทิ้งทันที และผมมั่นใจว่าพ่อของคุณจะไม่มีวันหาเงินบาทเดียวได้จากธนาคารไหนในประเทศไทย” คำขู่ที่แฝงไปด้วยความจริงอันโหดร้ายตรึงร่างของพราวตะวันให้หยุดนิ่งราวกับถูกตอกหมุด พราวตะวันกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงไปในฝ่ามือ เธอหลับตาลงข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ก่อนจะยอมหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น“คุณจงใจหลอกคุณพ่อฉัน! คุณใช้บริษัทนอมินีเข้ามาบังหน้าเพื่ออะไร? สะใจมากใช่ไหมที่เห็น

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 10 การเจรจาที่ไร้ทางเลือก

    “ลืมเหรอ? สำหรับคุณมันอาจจะง่ายนะพราวตะวัน... แต่สำหรับผม ของที่มีค่าชิ้นแรกที่ผมได้รับมา ผมไม่ชอบลืมมันง่ายๆ หรอก” เขาเว้นวรรคคำพูด สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงไปมองที่ริมฝีปากบางของเธออย่างจาบจ้วงและเปิดเผยความต้องการ “โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของ ของชิ้นนั้น... ดันเป็นลูกสาวของศัตรูทางธุรกิจ”“คุณจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้นพ่อของฉันงั้นเหรอ? เลวที่สุด!” ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนพราวตะวันขาดสติ เธอเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น แต่คิรากรที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกลับคว้าข้อมือบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที เขากระชากร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันอีกครั้ง แผงอกกว้างของเขาเบียดชิดกับหน้าอกของเธอจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะแก้แค้น... บางทีผมอาจจะอยากได้ ‘อย่างอื่น’ ที่มันเร้าใจกว่าการทำลายธุรกิจก็ได้” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ที่ซอกคอทำให้พราวตะวันขนลุกซู่“เตรียมตัวไว้ให้ดี พราวตะวัน... เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของคุณจะไม่เป็นอิสระจากผมอีกต่อไป”พราวตะวันจ้อ

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 9 เกมร้ายของสองพ่อลูก

    เธอกลับรู้สึกอึดอัดและหายใจ ไม่ทั่วท้อง ราวกับตัวเองเป็นเพียงนกตัวน้อยที่ถูกต้อนเข้ามุมแคบๆ รอคอยเวลาที่นายพรานจะมาพบเจอ เธอยืนเคียงข้างรังสรรค์ ผู้เป็นบิดาที่กำลังปั้นหน้ายิ้มทักทายและพูดคุยเรื่องธุรกิจกับแขกเหรื่ออย่างกระตือรือร้น พราวตะวันพยายามทำหน้าที่ลูกสาวที่ดีด้วยการช่วยเจรจา แต่จิตใจของเธอกลับล่องลอยไปถึงรายชื่อผู้บริหารของอัครเดชากรุ๊ปที่เพิ่งเห็นในเอกสารเมื่อตอนบ่ายจนกระทั่งจู่ๆ เสียงพูดคุยจอแจรอบทิศทางก็ค่อยๆ เงียบลง ฝูงชนที่เคยยืนจับกลุ่มกันเริ่มแหวกทางออกเป็นทางเดินกว้าง ความเงียบประหลาดที่เต็มไปด้วยความกดดันปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดทักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างพอดีตัว เดินก้าวเข้ามาอย่างมาดมั่นพร้อมกับชายสูงวัยที่ดูน่าเกรงขามและมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ท่าทางที่มั่นใจ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจและรอยยิ้มมุมปากที่ดูเป็นมิตรแต่กลับแฝงไปด้วยความร้ายกาจ ทำให้พราวตะวันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดปอด หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า มือบางที่ถือแก้วแชมเปญเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status