Beranda / โรแมนติก / เพลินพิศวาส [20++] / บทที่ 10 การเจรจาที่ไร้ทางเลือก

Share

บทที่ 10 การเจรจาที่ไร้ทางเลือก

last update Tanggal publikasi: 2026-10-11 02:43:50

“ลืมเหรอ? สำหรับคุณมันอาจจะง่ายนะพราวตะวัน... แต่สำหรับผม ของที่มีค่าชิ้นแรกที่ผมได้รับมา ผมไม่ชอบลืมมันง่ายๆ หรอก”  เขาเว้นวรรคคำพูด สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงไปมองที่ริมฝีปากบางของเธออย่างจาบจ้วงและเปิดเผยความต้องการ “โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของ  ของชิ้นนั้น... ดันเป็นลูกสาวของศัตรูทางธุรกิจ”

“คุณจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้นพ่อของฉันงั้นเหรอ? เลวที่สุด!” ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนพราวตะวันขาดสติ  เธอเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น  แต่คิรากรที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกลับคว้าข้อมือบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที  เขากระชากร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันอีกครั้ง  แผงอกกว้างของเขาเบียดชิดกับหน้าอกของเธอจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ

“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะแก้แค้น... บางทีผมอาจจะอยากได้ ‘อย่างอื่น’ ที่มันเร้าใจกว่าการทำลายธุรกิจก็ได้”  เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ที่ซอกคอทำให้พราวตะวันขนลุกซู่

“เตรียมตัวไว้ให้ดี พราวตะวัน... เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของคุณจะไม่เป็นอิสระจากผมอีกต่อไป”

พราวตะวันจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเห็นทั้งไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนและพายุแห่งแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง  และเธอก็รู้ในวินาทีนั้นเองว่า ... สงครามระหว่างตระกูลที่เธอพยายามหนีและหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต  บัดนี้มันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว  บนร่างกายและหัวใจของเธอเองเสียด้วยบรรยากาศภายในห้องทำงานของประธานบริษัทแสงอรุณอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและหนักอึ้งราวกับมีเมฆดำทะมึนลอยปกคลุมอยู่ รังสรรค์ ชายวัยกลางคนที่เคยดูภูมิฐานและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้นั่งกุมขมับอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยใบหน้าที่ซูบเซียวและอิดโรย บนโต๊ะไม้สักตัวนั้นมีกองเอกสารหนี้สินและรายงานความล่าช้าของโครงการท่าเรือวางสแต็กไว้เป็นตั้งสูง บ่งบอกถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังถาโถมเข้าใส่ธุรกิจครอบครัวอย่างหนักหน่วง

พราวตะวันยืนมองบิดาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ความเจ็บปวดจากเรื่องส่วนตัวถูกพับเก็บไว้ชั่วคราวเมื่อต้องมาเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่กว่า เธอเพิ่งกลับมาถึงไทยแท้ๆ แต่กลับต้องมารับรู้ว่าอาณาจักรที่พ่อสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก และอาจจะพังทลายลงในไม่ช้าหากหาทางออกไม่ได้

“เราต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่ำห้าร้อยล้านพราว... ไม่อย่างนั้นโครงการที่  แหลมฉบังจะถูกยึด และนั่นหมายความว่าแสงอรุณจะล้มละลาย”   รังสรรค์พูดด้วย น้ำเสียงแหบพร่าและสิ้นหวัง ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล “แล้วทางธนาคารละคะคุณพ่อ? เขาไม่อนุมัติเงินกู้เพิ่มเหรอคะ?”    พราวตะวันเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ เธอจำได้ว่าบริษัทมีความสัมพันธ์อันดีกับสถาบันการเงินหลายแห่ง

“ธนาคารอัครเดชากรปฏิเสธเราอย่างไร้เยื่อใยลูก... ไอ้ธนาคารมันจ้องจะเหยียบเราอยู่แล้ว”  รังสรรค์แค่นยิ้มขมขื่นเมื่อเอ่ยถึงชื่ออดีตเพื่อนรักที่กลายมาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่  “แต่มันยังมีหวัง”  รังสรรค์เงยหน้าขึ้นสบตาลูกสาว แววตาของท่านมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ จุดประกายขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด

“มีบริษัทการลงทุนจากต่างชาติชื่อ ‘K-Global Venture’ ติดต่อเข้ามา”   รังสรรค์หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาเปิดดู  “เขาเห็นแผนงานของเราและสนใจจะเข้ามาร่วมทุนสนับสนุนทั้งหมด ทั้งเงินทุนและคอนเนกชันการส่งออก”  พราวตะวันขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจ

“K-Global? พราวไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยนะคะ” เธอเรียนจบบริหารธุรกิจ  จากลอนดอนและติดตามข่าวสารแวดวงการลงทุนมาตลอด แต่ชื่อบริษัทนี้กลับไม่คุ้น หูเอาเสียเลย

“เขาเป็นบริษัทลูกที่เน้นการลงทุนส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงคนหนึ่ง  พ่อให้คนตรวจสอบแล้ว ข้อมูลแน่นหนามาก”  รังสรรค์อธิบายเพื่อคลายความกังวลให้ลูกสาว “และที่สำคัญ... เขาต้องการเจรจากับ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่คุยภาษาเดียวกัน พ่อเลยอยากให้พราวเป็นตัวแทนบริษัทไปคุยกับเขา”  พราวตะวันเม้มริมฝีปากแน่น ความกดดันมหาศาลทับถมลงมาบนบ่าเล็กๆ ของเธอ เธอไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อนี่คือทางรอดเดียวของครอบครัวและพนักงานอีกหลายร้อยชีวิตที่ฝากปากท้องไว้กับแสงอรุณ

“ตกลงค่ะคุณพ่อ พราวจะไปพบเขาเอง”  หญิงสาวรับปากอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะรู้สึกหวั่นเกรงกับการเจรจาธุรกิจระดับร้อยล้านครั้งแรกในชีวิตก็ตาม  สถานที่นัดหมายสำหรับการเจรจาครั้งสำคัญไม่ได้อยู่ที่สำนักงานทนายความหรือร้านอาหารหรู แต่กลับเป็นเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งและอำนาจของผู้เป็นเจ้าของ

พราวตะวันเลือกสวมชุดเดรสเข้ารูปสีเทาเรียบหรูที่เน้นรูปร่างเพรียวบางและความเป็นมืออาชีพ ผมยาวสลวยถูกรวบตึงเป็นหางม้าเพื่อความทะมัดทะแมง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจให้ตัวเองก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องรับรองที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ เฟอร์นิเจอร์หนังสีดำตัดกับผนังปูนเปลือยและกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ดูดิบเถื่อนทว่าหรูหราอยู่ในที

“เชิญครับคุณพราวตะวัน  บอสกำลังรออยู่ด้านใน”

นที เลขาหนุ่มใบหน้ายิ้มแย้มที่เธอจำได้ลางๆ ว่าเคยเห็นในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน เดินมาต้อนรับด้วยความสุภาพ   พราวตะวันขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย  รอยยิ้มและท่าทางของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป  เธอเดินตามเขาไปจนกระทั่งบานประตูกระจกอัตโนมัติบานใหญ่เปิดออก  นทีผายมือเชิญให้เธอเข้าไปด้านในก่อนที่เขาจะถอยหลังและประตูกระจกก็เลื่อนปิดลงตามหลัง

ภายในห้องทำงานกว้างขวางนั้นเงียบสงัด  มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ประตูอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ เขากำลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจก  เก้าอี้ตัวนั้นค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า  ชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างสบายๆ แตกต่างจากลุคเนี๊ยบกริบในชุดทักซิโด้ที่งานเลี้ยง แต่รัศมีแห่งอำนาจ ความคุกคาม และความร้ายกาจยังคงแผ่ซ่านออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 10 การเจรจาที่ไร้ทางเลือก

    “ลืมเหรอ? สำหรับคุณมันอาจจะง่ายนะพราวตะวัน... แต่สำหรับผม ของที่มีค่าชิ้นแรกที่ผมได้รับมา ผมไม่ชอบลืมมันง่ายๆ หรอก” เขาเว้นวรรคคำพูด สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงไปมองที่ริมฝีปากบางของเธออย่างจาบจ้วงและเปิดเผยความต้องการ “โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของ ของชิ้นนั้น... ดันเป็นลูกสาวของศัตรูทางธุรกิจ”“คุณจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้นพ่อของฉันงั้นเหรอ? เลวที่สุด!” ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนพราวตะวันขาดสติ เธอเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น แต่คิรากรที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกลับคว้าข้อมือบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที เขากระชากร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันอีกครั้ง แผงอกกว้างของเขาเบียดชิดกับหน้าอกของเธอจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะแก้แค้น... บางทีผมอาจจะอยากได้ ‘อย่างอื่น’ ที่มันเร้าใจกว่าการทำลายธุรกิจก็ได้” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ที่ซอกคอทำให้พราวตะวันขนลุกซู่“เตรียมตัวไว้ให้ดี พราวตะวัน... เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของคุณจะไม่เป็นอิสระจากผมอีกต่อไป”พราวตะวันจ้อ

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 9 เกมร้ายของสองพ่อลูก

    เธอกลับรู้สึกอึดอัดและหายใจ ไม่ทั่วท้อง ราวกับตัวเองเป็นเพียงนกตัวน้อยที่ถูกต้อนเข้ามุมแคบๆ รอคอยเวลาที่นายพรานจะมาพบเจอ เธอยืนเคียงข้างรังสรรค์ ผู้เป็นบิดาที่กำลังปั้นหน้ายิ้มทักทายและพูดคุยเรื่องธุรกิจกับแขกเหรื่ออย่างกระตือรือร้น พราวตะวันพยายามทำหน้าที่ลูกสาวที่ดีด้วยการช่วยเจรจา แต่จิตใจของเธอกลับล่องลอยไปถึงรายชื่อผู้บริหารของอัครเดชากรุ๊ปที่เพิ่งเห็นในเอกสารเมื่อตอนบ่ายจนกระทั่งจู่ๆ เสียงพูดคุยจอแจรอบทิศทางก็ค่อยๆ เงียบลง ฝูงชนที่เคยยืนจับกลุ่มกันเริ่มแหวกทางออกเป็นทางเดินกว้าง ความเงียบประหลาดที่เต็มไปด้วยความกดดันปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดทักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างพอดีตัว เดินก้าวเข้ามาอย่างมาดมั่นพร้อมกับชายสูงวัยที่ดูน่าเกรงขามและมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ท่าทางที่มั่นใจ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจและรอยยิ้มมุมปากที่ดูเป็นมิตรแต่กลับแฝงไปด้วยความร้ายกาจ ทำให้พราวตะวันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดปอด หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า มือบางที่ถือแก้วแชมเปญเย

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 8 พยายามล้างแต่ล้างไม่ออก

    พราวตะวันลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ เธอเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลชโลมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หญิงสาวใช้เวลาเกือบชั่วโมงอยู่กับการล้างตัวซ้ำๆ ราวกับจะลบเลือนร่องรอยของคิรากรออกไปจากผิวหนัง เธอขัดถูผิวจนแดงเถือก แต่ยิ่งขัดแรงเท่าไหร่ ความทรงจำเกี่ยวกับ "ครั้งแรก" ที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนที่รักและซื่อสัตย์ กลับยิ่งเด่นชัดขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองเมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จสิ้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเครื่อง สิ่งแรกที่เธอทำคือการบล็อกเบอร์ของ ‘ณัฐ’ แฟนเก่าเฮงซวยไปจากชีวิต ลบช่องทางการติดต่อทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาตามมารังควานได้อีก และเธอก็ตั้งใจจะบล็อกเรื่องราวของคิรากรไปพร้อมกันด้วย ถือเสียว่ามันคือฝันร้ายที่ตื่นมาก็จบไป แต่ดูเหมือนคำว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจะเป็นคำนิยามชีวิตของเธอในตอนนี้อย่างแท้จริงครืด... ครืด...เสียงโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเปิดเครื่องดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ ‘คุณพ่อ’ พราวตะวันสะดุ้งสุดตัว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติและร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะกดรับสาย“ค่ะคุณพ่อ”“พราว... อยู่ไหนลูก ทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน พ่อโทรหาตั้งหล

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 7 หมากที่เขาจงใจเลือกเอง

    คิรากรไม่เคยมีโอกาสได้เคลียร์ใจกับพราวตะวันเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต เพราะหลังจากเกิดเรื่อง ทั้งสองฝ่ายก็แทบไม่ได้พบกันอีกเลย ต่างคนต่างไปเรียนต่างประเทศ เขาไปศึกษาต่อที่อเมริกา ส่วนพราวตะวันถูกส่งไปเรียนที่ลอนดอน เส้นทางของพวกเขาขนานกันมาตลอด จนกระทั่งเมื่อคืนนี้... คืนที่พรหมลิขิตและแอลกอฮอล์นำพาให้ลูกของศัตรูมาพัวพันกันในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด“เรื่องของพ่อกู... กับพ่อของพราวตะวัน” คิรากรพึมพำเบาๆ ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะกลับมาพูดกับนทีด้วยน้ำเสียงปกติ“มันเป็นเรื่องเก่าแก่ที่กูเองก็ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่มันคือปมที่ทำให้พวกเราต้องมาแข่งขันกันขนาดนี้”“แล้วมึงจะเอายังไงต่อวะกับคุณหนูพราวตะวันน่ะ”นทีถามอย่างจริงจังขึ้นมาบ้าง เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่เรื่องผู้หญิงเท่านั้น แต่เกี่ยวพันถึงอำนาจ ธุรกิจหลายพันล้าน และความแค้นระหว่างตระกูล คิรากรเงยหน้าขึ้น สบตากับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขอย่างเดียว แต่มีความซับซ้อนบางอย่างแฝงอยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยแผนการ“เอายังไงต่อเหรอ? ก็คงต้องดูกันต่อไป ใจจริงมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ให้ผู้ใหญ่เขาคิด

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 6 รอยยิ้มของเสือร้าย

    พราวตะวันกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากล็อบบี้โรงแรม พยายามยกมือขึ้นและสวมแว่นตากันแดดอันใหญ่เพื่อปกปิดดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้และการนอนไม่พอ เธอรีบโบกแท็กซี่ที่แล่นผ่านมาและก้าวขึ้นรถไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีให้พ้นจากสถานที่ที่สร้างตราบาปให้กับชีวิตของเธอ หวังเพียงว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่ฝันร้ายชั่วข้ามคืน และคิรากร อัครเดชากร จะไม่มีวันหวนกลับมาปรากฏตัวในชีวิตของเธออีกตลอดกาล... ทว่าโชคชะตามักจะเล่นตลกกับคนเราเสมอเช้าวันศุกร์ที่แสนเร่งรีบของกรุงเทพมหานคร ดูจะแตกต่างจากทุกวันสำหรับ คิรากร อัครเดชากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหนุ่มแห่งอัครเดชากรุ๊ป ในขณะที่พนักงานและลูกน้องคนอื่นๆ ในบริษัทต้องเผชิญหน้ากับความเครียด กองเอกสารที่รอการอนุมัติ และการประชุมที่กองอยู่เป็นภูเขาเลากาแต่คิรากรกลับเดินเข้าสู่สำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองด้วยท่วงท่าที่สง่างามและรอยยิ้มที่สดใสผิดปกติ จนพนักงานหลายคนที่เดินสวนทางถึงกับต้องเหลียวหลังมองด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติแล้วซีอีโอหนุ่มคนนี้มักจะมาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบตึงและแววตาที่ดุดันเสมอ รอยยิ้มนั้นกว้างเสียจนแทบจะเรียกได้ว่า ‘ยิ้มเรี่ยราด’ จริงๆ อย่างที่เ

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 5  การปลดปล่อยที่บ้าคลั่งและหอมหวาน

    มันรุนแรงและบ้าคลั่งจนเธอแทบจะทนรับไม่ไหว การปลดปล่อยที่พราวตะวันไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบ มันช่างหอมหวานและเย้ายวนจนเธออยากจะหยุดเวลาไว้ที่ค่ำคืนนี้ตลอดกาล เธอไม่เคยมอบความลึกซึ้งนี้ให้กับใครมาก่อน แม้แต่กับผู้ชายที่เธอคบมาถึงสามปี แต่กับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ เธอกลับยินยอมพร้อมใจที่จะมอบ 'ครั้งแรก' ของเธอให้กับเขาอย่างไม่มีความลังเล เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ร่างบางที่บอบช้ำแต่กลับเต็มตื้นไปด้วยความสุขสมก็ทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามทวีป ความบอบช้ำทางจิตใจ และกิจกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไป ดึงสติสัมปชัญญะของเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็วพราวตะวันหลับตาลงในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของชายแปลกหน้า กลิ่นน้ำหอมของเขายังคงลอยอวลอยู่รอบกาย เธอซุกตัวเข้าหาไออุ่นนั้นโดยสัญชาตญาณ ปล่อยให้ความมืดมิดและฤทธิ์แอลกอฮอล์พัดพาเธอเข้าสู่ความฝัน... โดยไม่รู้เลยว่า หากเมื่อแสงอรุณของวันใหม่สาดส่องเข้ามา โลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายกว่าเดิมกำลังรอคอยที่จะต้อนรับเธออยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลำแสงสีทองตกกระทบลงบนใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิท พราวตะวันขยับตัว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status