Mag-log in
โรงแรม TG Grand สาขาพัทยา
12 เมษายน 256x เวลา 18.48 น.
งานเปิดตัวเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ของบริษัท PM Jewelry
ด้านในห้องแต่งตัวสำหรับนางแบบ
"อ้าว วันนี้น้องเพียงมาคนเดียวอีกแล้วเหรอคะ?"
"พี่หนุงหนิงผู้จัดการน้องเพียงไม่มาด้วยเหรอ?"
"แต่พี่เห็นว่าน้องพิ้งก็ได้มาร่วมเดินแบบด้วยนี่คะ ทำไมไม่มาพร้อมกัน เอ๊ะ! หรือว่าน้องเพียงรีบเข้ามาหาใครก่อนหรือเปล่าเอ่ย?"
"พี่ก็เห็นว่าวันนี้เสี่ยแดนมาร่วมงานด้วย สงสัยจังเลยไปทำอะไรยังไงมาเหรอคะ ถึงได้มาเดินแบบในงานใหญ่ ๆ แบบนี้ได้ ทั้งที่ตัวเองเพิ่งเข้าวงการมาได้แค่ 6 เดือนเองน้าา"
"คิกคิก นั่นสิ ๆ คงไม่ใช่เพราะเอาเต้าไปไต่ ๆ ถู ๆ อุ๊ย!น้องเพียงพี่ขอโทษนะคะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ น้องเพียงคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหมล่ะ"
ทันทีที่ร่างระหงเปิดประตูออก ขาเรียวสวยกำลังก้าวเข้ามาในห้อง ยังไม่ทันที่จะได้ปิดประตูลงดีเลยด้วยซ้ำ เสียงพูดแซะและคำพูดดูถูกต่าง ๆ ต่างถาโถมเข้าใส่ก็ดังขึ้นทันทีที่คนในห้องเห็นใบหน้าของผู้ที่เข้ามาใหม่
อีกแล้ว เป็นแบบนี้อีกแล้ว ดีแต่พูดให้คนฟังรู้สึกเสียใจ ไม่ได้มารับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำกลับตัดสินเธอแล้ว
เจ้าของร่างระหงอย่างเพียงรักถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไม่แสดงอาการอะไร แต่แววตาคู่สวยกลับเผลอวูบไหวเพียงครู่หนึ่งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว มือเรียวกำสายกระเป๋าเครื่องสำอางในมือแน่น พยายามทำตัวให้นิ่งได้มากที่สุด
หลังจากที่ปิดประตูลงเรียบร้อยแล้วก็เดินผ่านผู้คนในห้องมายังเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง วางกระเป๋าเครื่องสำอางที่ถือมาลงเพื่อทำการแต่งหน้าให้ทันก่อนเริ่มงานในอีกไม่อีกชั่วโมงข้างหน้า
"พี่เจนคะ พี่ไปแต่งหน้าให้เพียงก่อนก็ได้นะคะ ยิ่งมาคนเดียวอีกเดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันงานจะพากันเดือดร้อนไปหมด"
นางแบบสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างทางซ้ายมือเอ่ยบอกกับช่างแต่งหน้าที่กำลังแต่งหน้าให้ตนอยู่ด้านหลัง พร้อมปรายตามามองเพียงรักโดยผ่านกระจกด้วยท่าทางที่ดูหยิ่งผยอง แขนเล็กขาวซีดยกกอดอก ส่วนขาเรียวนั่งไขว่ห้างปลายเท้ากระดิกไปมาอย่างไร้มารยาทแล้วก็ยกยิ้มเย้ยหยันมาให้เพียงรัก
"แหม น้องเบลคะ พี่ไม่กล้าแตะต้องใบหน้างดงามปานเทพธิดาของน้องเพียงหรอกคะ ขืนทำให้เป็นรอยหรือเกิดแพ้อะไรขึ้นมา พี่มีหวังโดนพวกเสี่ยๆ ที่เลี้ยงดูน้องเพียงอยู่มาฆ่าเอานะคะ" ช่างแต่งหน้าพูดเสียงเล็ก ๆ จีบปากจีบคอตอบกลับนางแบบสาว พร้อมยกยิ้มเยาะมาให้เพียงรัก
"นั่นนะสิคะ ฮ่า ๆ"
"คิกคิก ๆ"
"ไม่รู้นะคะว่าจะโดนเสี่ยคนไหนด้วย เพราะมีเยอะเกินจนนับไม่ไหวเลย คิกคิก ๆ"
น้ำเสียงกระแนะกระแหนดังขึ้นรอบห้องโดยมาจากพวกช่างแต่งหน้าบ้าง สไตลิสต์บางคนบ้าง นางแบบและผู้จัดการของเหล่านางแบบ
ทั้งหมดเป็นเสียงที่พูดถึงเพียงรักโดยจงใจพูดให้เธอได้ยินและเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เข้าวงการมา
เพียงรักวางตลับแป้งในมือลง พลางสูดลมหายใจเอาอากาศเข้าปอดแม้จะต้องเป็นอากาศที่ใช้ร่วมกับคนพวกนี้ก็ตาม หลับตาลงสงบสติอารมณ์ที่เริ่มจะปะทุขึ้นมา นับหนึ่งถึงสิบอย่างช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น หันไปมองหน้านางแบบสาวข้างกาย ยกยิ้มหวาน ๆ ให้หนึ่งที ก่อนที่เสียงหวานใสจะเปล่งออกมาด้วยความดังที่มากกว่าปกติเล็กน้อยอย่างให้ทุกคนในห้องได้ยิน
"เพียงไม่รบกวนช่างแต่งหน้าของเบลหรอกนะ เพียงมีครบทั้งสองมือสองเท้าสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาคอยทำให้เหมือนคนเป็นง่อย" เพียงรักเว้นวรรคให้ตัวเองหายใจ สายตากลมสวยสบตากับเบลอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะปรายตาออกไปมองรอบ ๆ ห้อง
"เพียงว่าถ้าเอาเวลาที่คอยแต่จะพูดจาอะไรไร้สาระเหมือนคนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากทางบ้านมา ไม่อย่างนั้นตอนนี้ทุกคนคงจะเตรียมตัวกันเสร็จหมดแล้วนะคะ และรับรองได้เลยว่าถ้างานมันเสร็จไม่ทันคงไม่ได้เป็นเพราะเพียงแน่ ๆ ค่ะ"
"....!!"
"....อีเพียง!!"
เพียงรักยิ้มเยาะใส่เบลที่ลุกขึ้นเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแหลมบาดหูจนไม่อาจปกปิดความโกรธของตนเองไว้ได้ พลางมือกำเข้าหากันแน่นอย่างอดกลั้นอารมณ์ แต่ก่อนที่มือขาวซีดที่ทาเล็บสีแดงสดจะได้เอื้อมมาจิกเนื้อขาวบริเวณต้นแขนของเพียงรัก เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนที่จะมีบุคคลใหม่ก้าวเข้ามาด้านในเพิ่มอีกสองคน
"หือ ทำไมบรรยากาศมันแปลก ๆ คะ?"
"?"
นางแบบสาวที่ชื่อแก้มใสก้าวตรงมายังเพียงรักที่นั่งแต่งหน้าอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมผู้จัดการที่เดินตามหลังมา สายตากลมโตสีดำสวยของแก้มใสหันมองเบลนางแบบสาวที่ร่วมเดินในงานนี้ด้วยกันด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเจ้าหล่อนแสดงสีหน้าโกรธเคืองออกมาจนใบหน้าสวย ๆ ที่ผ่านการศัลยกรรมนั้นดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย เมื่อหล่อนเอาแต่กัดฟันกรอด คิ้วขมวดเป็นปม ก่อนที่แก้มใสจะหันมามองหน้าเพียงรักพลางเลิกคิ้วขึ้น
เพียงรักสบตากับแก้มใสก่อนจะส่ายหน้าให้อย่างปลงๆ เห็นแบบนั้นแก้มใสก็เข้าใจสถานการณ์ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะนั่งบนเก้าอี้ด้านขวามือของเพียงรักพลางขยับเก้าอี้เข้าใกล้
"ไม่เป็นไรนะ? มีใครเข้ามาทำร้ายหรือเปล่า?" แก้มใสกระซิบถามด้วยความเป็นห่วงพลางไล่สายตาสำรวจร่างกายของเพื่อน
"ไม่เป็นไร ๆ ดีที่แก้มกับพี่ริต้าเข้ามาทันพอดี"
"อย่าโกหกนะ ใครมาทำอะไรต้องรีบบอกพี่นะ" ริต้าผู้จัดการของแก้มใสที่อยู่ด้านหลังก้มใบหน้าสวยลงมาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ใช่ ๆ ห้ามปิดบังกันนะเพียง"
"โอเค ๆ ถ้ามีใครมาทำร้ายจะรีบบอกแก้มกับพี่ริต้าแน่นอนค่ะ" เสียงหวานเอ่ยตอบกลับ มองหน้าเพื่อนรักเพียงคนเดียวและพี่สาวที่ตนรัก "มา ๆ แก้มเดี๋ยวเพียงช่วยแต่งหน้าจะได้ไปลองชุดพร้อมกันนะ"
"ถ้าไม่มีอะไรอย่างนั้นก็โอเค เดี๋ยวพี่ไปดูความเรียบร้อยของชุดพวกเราก่อน เผื่อมันจะมีหมาหลุดเข้ามากัดชุดจนเสียหายอีก" น้ำเสียงตอนท้ายประโยคของริต้าดังขึ้นไปทั่วห้องจงใจให้ได้ยิน ก่อนจะกลับมาพูดกับเพียงรักอีกครั้ง
"ยัยหนุงหนิงคงไม่มาดูแลอีกแน่ แต่เพียงไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่ริต้าคนนี้จัดการให้" ริต้าว่าพลางลูบผมนุ่มของเพียงรักเบาๆ อย่างเอ็นดู
"ขอบคุณพี่ริต้ามากนะคะ"
"จ้ะ ๆ เรื่องแค่นี้เอง"
ริต้าได้เดินออกจากห้องไปแล้ว บรรยากาศภายในห้องชวนพาให้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างเงียบ ๆ ซึ่งต่างจากเบลที่นั่งข้างๆ เพียงรักก็ยังไม่หยุดส่งสายตาที่มีแต่ความโกรธเกลียดมาให้เธอ พลางนั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จนแก้มใสที่มองผ่านกระจกเห็นเข้าจึงได้เอ่ยทักขึ้น
"เบลจ๊ะ ไม่ทราบว่าตาเป็นอะไรเหรอจ๊ะ คือแก้มเป็นห่วงน่ะ จ้องมาก ๆ ถ้าเกิดมันถลนออกมาคงจะดูน่ากลัวเหมือนผี" ไม่พูดปากเปล่า นิ้วชี้เรียวสวยสองข้างแตะใต้ตาล่างก่อนดึงลง ทำตาโต ๆ แล้วแลบลิ้นออกมา
"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!" ปลายนิ้วยกขึ้นชี้หน้าด้วยความโมโห
"ตามสบายจ้าา" แก้มใสตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส
น้ำเสียงแหลมที่ดูเหมือนกัดฟันพูดของเบลตอบกลับใส่ทั้งสองและได้รับคำตอบกลับมาแบบที่มันยิ่งกวนโมโหเธอเพิ่มขึ้น ก่อนที่เธอลุกออกไปจากห้องทันที ใบหน้าแสดงถึงความโกรธอย่างถึงที่สุด เล็บสวยจิกเข้าฝ่ามือจนขึ้นรอย คอยดูเถอะสักวันกูจะทำให้พวกมึงมากราบตีนกูให้ได้
"แก้มใส" เพียงรักกดเสียงต่ำลงอย่างห้ามปราม
"เอาน่า ๆ อย่างยัยเบลจะมาทำอะไรได้ เก่งแต่เห่าไปวัน ๆ" แก้มใสยักไหล่อย่างไม่แคร์ ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนคนสวย "แค่นี้เพียงก็เก่งมากแล้วนะ"
มือเรียวที่กำลังหยิบเครื่องสำอางออกจากกระเป๋าเพื่อจะได้แต่งหน้าให้เพื่อนก็ชะงักค้างเพียงครู่ เพียงรักเงยหน้ามองแก้มใส แววตาสวยสั่นไหว
"ขอบคุณนะแก้ม"
"ยิ้มบ่อย ๆ นะ เพียงน่ะเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดแล้ว"
แก้มใสรู้ว่าสิ่งที่เพื่อนคนสวยแสดงออกมานั้นมันเป็นเพียงเกาะที่ถูกสร้างขึ้นมาไว้ปกป้องตัวเองเท่านั้น เธอไม่อยากเห็นเพื่อนตัวน้อยของตัวเองต้องแตกสลายอีกแล้ว
"อื้อ!"
เพียงรักรับปากอย่างหนักแน่นก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอตั้งแต่เข้าวงการนางแบบ เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่พูดจาดูถูกเธอ ไม่มองเธอแค่ภายนอกหรือตัดสินตัวตนของเธอเพียงเพราะข่าวลือเสีย ๆ พวกนั้น
อย่างน้อยบนโลกนี้ก็ยังมีคนใจดีหลงเหลืออยู่บนความโชคร้ายในชีวิตของเธอน่ะนะ สู้ๆ เพียงรัก มันต้องผ่านไปได้ด้วยดี!
หลายเดือนผ่านไปสำหรับคู่รักอย่างไทเกอร์กับเพียงรักนั้น ในแต่ละวันก็ไม่มีอะไรมาก ต่างคนต่างทำงานของตัวเองในช่วงเช้าจนถึงเย็นแล้วหลังจากนั้นก็เป็นเวลาของทั้งสองคนที่ได้อยู่ด้วยกันเพียงรักได้กลับไปหายายพุดตานพร้อมกับไทเกอร์ ยายพุดตานนั้นดีใจเป็นอย่างมากที่หลานสาวคนเดียวมีคนรัก มีคนอยู่เคียงข้างแล้ว ชีวิตนี้จึงหมดห่วงแล้วละส่วนไทเกอร์นั้นได้กลายเป็นหลานเขยคนโปรดของยายพุดตานไปแล้ว เจ้าเสือตัวโตได้กลายร่างเป็นเสือตัวเล็กๆ ที่ชอบอ้อนยายของเธอไม่ต่างจากที่เขาอยู่กับป๊าหรือแม่เลย จนยายพุดตานปลื้มหลานเขยมากเสียจนไม่อยากให้หลานเขยกลับกรุงเทพฯ เลยทีเดียวและดูเหมือนว่าเพียงรักจะตกกระป๋องเสียแล้วทางด้านลุงกำนันและเพื่อนๆ ของเธอก็ได้มาทำความรู้จักกับไทเกอร์เหมือนกัน ส่วนเรื่องเงินที่ลุงกำนันได้ออกให้ในตอนที่ยายพุดตานต้องผ่าตัด เพียงรักทยอยใช้คืนจนจะหมดแล้วแม้ว่าไทเกอร์อยากจะช่วยคนรักมากแค่ไหน แต่เพียงรักก็ตอบปฏิเสธไปเพราะเธอเกรงใจและเงินจำนวนนี้มันมีก่อนที่เธอจะคบกับเขา ไทเกอร์จึงยอมแล้วปล่อยให้เพียงรักเป็นคนคืนเงินเองทางฝั่งริต้าและแก้มใส ในตอนนี้แก้มใสได้ขึ้นมาเป็นนางแบบอันดับหนึ่งของประเทศแล
บทเพลงรักของไทเกอร์นั้นทั้งดุเดือดและเร่าร้อนจนดวงตาคู่สวยหยาดเยิ้มและดูล่องลอยราวกับคนที่กำลังมีความสุขจนล้นปรี่ ริมฝีปากบางอ้าปากเปล่งเสียงครางหวานยามโดนเขากระหน่ำแทงเข้าออกระรัวก้อนกลมกลึงสองลูกกระทบหน้าขาของร่างสูงจนขึ้นริ้วแดงๆ จากแรงกระแทก มือหนาจับล็อกสะโพกสวยเข้าหาตัวพร้อมกับโหมเอวสอบเร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ ท่อนเอ็นที่โดนร่องสาวดูดกลืนจนเต็มแก้มไม่ต่างจากกลีบปากบางยามอมตัวตนของเขาเมื่อครู่ มันเป็นภาพที่กระตุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นอีกไทเกอร์กระแทกอัดท่อนเอ็นใหญ่เข้าออกด้วยจังหวะรัวและเร็วจนเพียงรักตัวสั่นคลอนต้องฟุบหน้าลงหมอนพร้อมกับสะโพกสวยที่เด้งสวนตามแรงกระแทก ภายในขมิบตอดรัดถี่ยิบด้วยความเสียวอย่างห้ามไม่อยู่จนได้ยินเสียงครางต่ำออกมาจากร่างสูงที่กำลังโถมกายขยับเอวซอยเข้าออกเน้นๆ"อ๊ะ อ๊ะ เพียงเสียว เฮียขาแรงอีก อื้อ อ๊า!""อื้มม ตอดแรงดีจริงๆเลยนะครับ อ่าา" ไทเกอร์ครางต่ำในลำคอเมื่อโดนร่องสวาทขมิบตอดถี่ ๆ มือหนาฟาดลงบนก้นสวยที่รองรับแรงกระแทกอย่างแรงหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว"อ๊ะ ถ้าเฮียชอบก็กระแทกเข้ามาแรง ๆ อ๊า!"ไฟราคะที่กำลังแผดเผาเพียงรักทำให้เธอเผลอพูดคำหยาบโลนอ
"อ่า เพียงครับเบาหน่อย มันโดนฟันเฮียเสียว"ไทเกอร์ถึงกับร้องครางออกมาหลังจากที่เขาพาเพียงรักเดินกลับมาที่ห้องพัก ระหว่างทางร่างบางนั้นเงียบกริบไม่พูดกับเขาสักคำ หนำซ้ำยังมีสีหน้าบึ้งตึง แต่เมื่อมาถึงเขากลับถูกฝ่ามือเล็กจับลากมายังห้องนอนแล้วผลักเขาให้นั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับร่างบางทรุดตัวนั่งคุกเข่าปลดเข็มขัด ปลดตะขอกางเกงแล้วรูดซิปออก ก่อนจะควักเอาน้องชายของเขาออกมาแล้วครอบริมฝีปากลงไปทันที"เพียงหวง เฮียเป็นแฟนของเพียงนะคะ" ใบหน้าสวยผละออกก่อนจะช้อนตาขึ้นมองร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง น้ำเสียงหวานแสดงถึงความไม่พอใจออกมา เพียงรักรู้สึกเหมือนมีไฟกำลังสุมอยู่ในอกเมื่อคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เคยเป็นของคนอื่นมาก่อน ร่างกายของเขาเคยถูกคนอื่นสัมผัสมันมาก่อนเธอด้วย และตอนนี้เธอก็กำลังหึงหวงผู้หญิงทุกคนที่เคยได้ใกล้ชิดกับเขา"เฮียรู้ครับ เฮียเป็นของเพียง เป็นแฟนเพียงแค่คนเดียว" ไทเกอร์ในตอนนี้กำลังรู้สึกว่าใจมันพองโตเหมือนลูกโป่งเมื่อเห็นว่าเพียงรักกำลังหึงหวงเขาอยู่ นิ้วมือคลึงริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายเบา ๆ นัยน์ตาคมจ้องมองด้วยความต้องการที่ถูกปลุกขึ้นมา "แต่ตอนนี้เพียงปลุกน้องชายเฮียให้มันต
โรงแรม TG Grand สาขาพัทยาผ่านมาแล้วเป็นเวลาห้าวันหลังจากงานวันเกิดของไทเกอร์ ค่ำคืนที่ทั้งคู่ได้มอบความสุขให้แก่กันทำให้เพียงรักเป็นไข้ในวันถัดมา แต่ก็ได้คนดูแล คอยเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนยาให้อย่างสม่ำเสมอประดุจเธอเป็นเจ้าหญิงจนหายกลับมาเป็นปกติตอนนี้ไทเกอร์ได้มาตรวจตราดูความเรียบร้อยของโรงแรมสาขาพัทยาเหมือนทุก ๆ ครั้ง แต่ในครั้งนี้มีแฟนสาวคนสวยตามมาด้วย ซึ่งเขาต้องเคลียร์เอกสารและเซ็นงบประมาณต่าง ๆ จนทำให้ทั้งวันต้องคลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานใหญ่ จะมีก็แค่ตอนพักเที่ยงเท่านั้นที่เขาได้อยู่กับเพียงรักด้านเพียงรักที่ได้ตามติดมากับไทเกอร์โดยที่เขาออดอ้อนขอให้เธอมาด้วยกัน เพราะเจ้าตัวไม่อยากห่างจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว เธอเองก็อยากอยู่ใกล้ ๆ เขาเหมือนกัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอมาพัทยาอีกครั้งหลังจากงานเปิดตัวเครื่องเพชรเมื่อหลายเดือนก่อนจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น ๆ ตลอดทั้งวันเขาและเธอต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เธอก็นั่งทำงานที่ห้องของไทเกอร์ มื้อเย็นในวันนี้เขาพาเธอไปทานอาหารที่ริมทะเล บรรยากาศของพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้า แสงสีส้มตกกระทบกับน้ำทะเลทำให้เธอรู้สึกดีมากจนบรรยายอ
เช้าวันถัดมา จุ๊บ!เสียงจุ๊บปากดังขึ้นเบา ๆ ในยามเช้าของวัน ร่างสูงนอนตะแคงข้างมองร่างบางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มแลดูเหมือนฝันดี นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปิดปังใบหน้าสวยออกให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะโน้มกายจูบขมับแล้วค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังหลับฝันดีอยู่ไม่นานไทเกอร์ก็เดินลงมาข้างล่างหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาว่าเช้านี้จะทำอาหารอะไรง่าย ๆ ให้เพียงรักสักหน่อยเพราะเมื่อกี้ดูเหมือนร่างบางจะตัวรุม ๆ น่าจะมีไข้ ก่อนที่ดวงตาคมจะเหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ขายาว ๆ จึงรีบสาวเท้าเดินลงบันไดไปหาด้วยความสงสัย"มึงมาทำไมแต่เช้า" ไทเกอร์ทักพูม่าที่นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายก่อนใบหน้าที่คล้ายคลึงกันจะหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม"เช้าบ้านมึงเหรอ 10 โมงกว่าแล้ว แหมๆ แสดงว่าเมื่อคืนหนักเลยใช่ไหมล่ะ ได้นอนกี่ทุ่มเหรอจ๊ะ" พูม่าเอ่ยแซว ทำท่าทางเอานิ้วชี้จิ้มเข้าหากันพร้อมจ้องหน้าพี่ชายด้วยสายตาแพรวพราวอย่างล้อเลียน"เสือก! แล้วบ้านมึงไม่มีอยู่หรือไงถึงได้เสนอหน้ามานั่งอยู่ในบ้านคนอื่นแบบนี้" ไทเกอร์ปาหมอนอิงใส่น้องชายเมื่อโ
ไทเกอร์กระแทกแก่นกายใหญ่เข้าออกสุดความยาวแบบเน้นๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะเกร็งตัวปลดปล่อยน้ำกามใส่ถุงยางอนามัยแล้วเป็นจังหวะเดียวกับที่เพียงรักกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งปล่อยน้ำหวานออกมาอาบแก่นกายใหญ่จนมันวาวเสียงหอบหายใจของทั้งสองดังขึ้นเมื่อถึงฝั่งฝันจนเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง ไทเกอร์ถึงหยัดตัวลุกขึ้นพร้อมกับถอนแก่นกายออกจากร่องสาว รูดเอาถุงยางออก มัดปากถุงแล้วโยนลงถังขยะข้างเตียง ก่อนจะอุ้มร่างบางที่นอนหอบหายใจ ดวงหน้าแดงก่ำขึ้นจากเตียงเดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างบางถูกวางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าด้วยสภาพเปลือยเปล่า เนื้อตัวขาวผ่องเต็มไปด้วยรอยมือและรอยกุหลาบสีแดงเป็นจ้ำทั่วร่าง โดยมีร่างสูงในสภาพเปลือยเปล่าเช่นกันกำลังบิดผ้าชุบน้ำหมาด ๆ บรรจงเช็ดไปตามตัวของเธออย่างเบามือ"เพียงทำเองได้นะคะ" เพียงรักบอกเสียงแหบแห้ง ใบหน้าหวานยิ่งแดงก่ำเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เช็ดวนรอบหน้าอกใหญ่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเธอ"เฮียเป็นคนทำ เฮียก็ต้องดูแลและรับผิดชอบสิครับ" ไทเกอร์ละสายตาจากหน้าอกอวบใหญ่ครู่หนึ่งขึ้นมามองใบหน้าสวยของคนที่นั่งอยู่พลางเกลี่ยเอาเส้นผมที่ปรกหน้าออกทัดหูให้อย่างอ่อนโยน"ขอบคุณค่ะ"
"ว้าย ๆ เขินง๋อเตง" เสียงแซวจากน้องชายคนเล็กอย่างพูม่าดังขึ้นเรียกสติของไทเกอร์ได้เป็นอย่างดีจนเขาเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก และนั่นยิ่งทำให้ทั้งเพื่อน ๆ และน้องชายแซวไม่หยุด"หูแดงไปหมดแล้วไอ้ลูกชาย โดนสาวขอเป็นแฟน กระจอกอ่า" พยัคฆ์บดินทร์อดใจไม่ไหวจนต้องร่วมวงแซวลูกชายคนโตด้วย"จอกอ่า ๆ" พูม่าแซวต่อ"จ
6 สิงหาคม 256xบ้านใหญ่ของตระกูลภูวรินทร์เมทีบริเวณสวนกว้างหลังบ้านใหญ่ถูกตกแต่งด้วยไฟหลากสี รวมถึงโต๊ะอาหารยาวที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายวางเรียงราย ในค่ำคืนนี้เป็นงานฉลองวันเกิดของแฝดสามเสือแห่งตระกูลภูวรินทร์เมที แขกที่รับเชิญมาร่วมงานนั้นต่างเป็นคนสนิทที่รู้จักกันเป็นอย่างดีตรงหัวโต๊ะถูกจับจองด้
" 6 สิงหาครับ อีก 6 วัน" พูม่าบอกต่อ"อีก 6 วัน! เพียงหาของขวัญให้ไม่ทันแน่เลยค่ะ ทำอย่างไรดีคะ?" เพียงรักตกใจตาโต เวลาแค่ 6 วันเธอหาของขวัญให้ไม่ทันแน่และไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญอีกฝ่ายเป็นอะไรด้วย นาฬิกาเหรอ หรือว่าเนกไท เสื้อ รองเท้า?"เพราะงั้นเฮียถึงมาหาเพียงไงครับ" พูม่าบอกอย่างยิ้มๆ ราวกับกำลัง
ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งเพนต์เฮาส์ของไทเกอร์เสียงคีย์บอร์ดดังขึ้นเป็นจังหวะของการกดลงตามตัวอักษรดังขึ้นเบาๆ ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ในเพนต์เฮาส์ ร่างบางกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่คนเดียว บนโต๊ะข้างๆ มีถ้วยใส่ผลไม้วางไว้รวมถึงแก้วน้ำที่น้ำพร่องไปแล้วจนเหลือแค่ครึ่งแก้ว ในวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เพียงรักนั่งท
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






