Masukช่วงค่ำเวลา 20.26 น.
เพียงรักที่เพิ่งเลิกจากงานพาร์ตไทม์และได้นั่งรถจากในตัวเมืองกลับเข้ามา สองขาเรียวปั่นจักรยานคันเก่งของตัวเองไปตามทางเพื่อกลับบ้าน ตะกร้าหน้ารถเต็มไปด้วยอาหารมากมายที่เธอซื้อกลับมาทานกับยายสองคน
สองข้างทางเงียบสงบไร้ผู้คน ใช้เวลาไม่นานเพียงรักก็ปั่นจักรยานมาถึงบ้านไม้สองชั้น แต่เธออดแปลกใจไม่ได้เมื่อในบ้านไม่มีแสงไฟเลยสักนิด ซึ่งตามปกติแล้วยายของเธอจะเปิดไฟภายในบ้านตั้งแต่ที่ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว
เพียงรักไขกุญแจเปิดรั้วบ้านออก เข็นจักรยานเข้ามาด้านในก่อนที่จะจอดไว้ มือเรียวคว้าเอาถุงอาหารมากมายมาถือ ถอดรองเท้าและล้างเท้าจนสะอาดเรียบร้อย เรียวขาสวยค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง
"ยายจ๋า เพียงกลับมาแล้วนะจ๊ะ เพียงซื้ออาหารมาเยอะเลยจ้ะ"
น้ำเสียงหวานเอ่ยทักเมื่อมือเรียวผลักประตูออก ภายในบ้านมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์สลัว ๆ ที่สอดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาด้านในบ้าน
"..."
ความเงียบสงัดล้อมรอบไปทั่วทั้งบ้าน จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมที่ร้องหวีดหวิวพัดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดไว้และเสียงจิ้งหรีดร้องดังคลอตามกัน หัวใจดวงน้อยของเพียงรักเต้นแรงขึ้นด้วยความกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา
"ยะ..ยายจ๋า ยายอยู่ไหนเหรอจ๊ะ เพียงกลับมาแล้วนะจ๊ะยาย"
"........"
เสียงหวานยังคงเอ่ยเรียกยายของตน แววตาคู่สวยเริ่มมองชัดในที่มืด ขาเรียวค่อย ๆ เดินไปที่สวิตช์ไฟ เมื่อมาถึงเพียงรักไม่รอช้ารีบกดนิ้วลงไปทันที แสงไฟจากหลอดไฟสว่างวาบขึ้นทันตา
เพียงรักกะพริบตาถี่ ๆ พยายามมองไปรอบ ๆ เมื่อเริ่มชินกับแสงสว่าง ดวงตาคู่สวยกวาดตามองไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นกลางบ้าน จวบจนเห็นร่างของยายนอนสลบอยู่บนพื้นข้างเก้าอี้ไม้ตัวยาว
"ยายจ๋า!!"
ข้าวของในมือถูกปล่อยทิ้งลงพื้นอย่างรวดเร็ว เพียงรักวิ่งเข้าไปหาร่างของยาย พลันเห็นรอยเลือดแห้งกรังตามพื้นไม้ ร่างบางทรุดตัวนั่งประคองศีรษะของยายขึ้นหนุนตักจนเห็นบาดแผลบริเวณหน้าผากของยาย ดวงตาสวยคลอไปด้วยน้ำตาสีใสจนภาพตรงหน้าพร่ามัว
"ยะ ยายจ๋า ฮึก.. ยายตื่นมามองเพียง อย่าเป็นอะไรนะจ๊ะ"
น้ำเสียงหวานสั่นเครือเอ่ยร้องเรียกผู้เป็นยาย มือเรียวข้างหนึ่งสั่นเทาคอยประคองศีรษะเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง อีกข้างพยายามล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงกดโทรออกหาใครบางคนทันที
ตืด ตืด ตืด
"ระ รับสิ ฮึก....ได้โปรด รับสายเพียงที..." เสียงหวานติดสะอื้นพึมพำออกมาเบาๆ
[ฮัลโหลเพียง โทรมามีอะระ...]
"ต้น ๆ! มารับเพียงที ฮึก...ยาย ยายเพียงเป็นอะไรก็ไม่รู้ ต้นมารับเพียงนะ มะ...ฮึก...มารับเพียง..."
[โอเค ๆ! เพียงใจเย็น ๆ นะเดี๋ยวต้นออกไปรับ..]
"ฮึก ๆ ยายจ๋า อย่าทิ้งเพียงไปนะ เพียงไม่เหลือใครแล้ว"
โทรศัพท์ถูกวางทิ้งไว้ข้างตัวเมื่อได้ยินว่าต้นหอมจะมารับ เพียงรักลูบใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้เป็นยายด้วยความอ่อนโยน น้ำตาสีใสหยดลงอย่างต่อเนื่อง น้ำเสียงสะอื้นยังคงร้องเรียกอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งต้นหอมเพื่อนวัยเด็กขับรถยนต์มารับแล้วพายายไปส่งโรงพยาบาลในตัวเมือง
๐๐๐๐๐๐
โรงพยาบาล เวลา 21.33 น.
บนท้องฟ้าที่มืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์ในยามค่ำคืนและหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ โชคดีที่ตอนนี้รถไม่ได้สัญจรบนท้องถนนเยอะมากนักเลยใช้เวลาเพียงไม่นาน ทันทีที่ต้นหอมขับรถพายายและเพียงรักมาถึงโรงพยาบาล เหล่าบุรุษพยาบาลต่างรีบเปิดประตูรถออกทันทีที่รถจอดสนิทบริเวณหน้าประตูทางเข้าของโรงพยาบาล ก่อนจะอุ้มร่างยายขึ้นเตียงด้วยความระมัดระวัง เตียงคนไข้ถูกเข็นเข้ามาด้านในด้วยความเร่งรีบ เพราะทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตของคนไข้
เพียงรักกุมมือเหี่ยวย่นข้างหนึ่งเอาไว้แน่น สองขาเรียววิ่งตามเตียงคนไข้ที่ถูกเข็นเพื่อมายังห้องฉุกเฉิน ดวงตากลมแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา ใบหน้าสวยยังคงเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาที่ยังไหลออกมา ตลอดทางมาโรงพยาบาลเพียงรักยังไม่หยุดร้องไห้เลย
"ฮึก.. ยายจ๋า อย่าทิ้งเพียงไปนะจ๊ะ อยู่กับ ฮึก.. เพียงก่อนนะจ๊ะ"
น้ำเสียงสะอื้นยังคงพร่ำเรียกยายผู้เป็นที่รักมาตลอดทาง ปากบางเม้มสนิทพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ขาเรียววิ่งตามมาจนถึงห้องฉุกเฉินก่อนที่บุรุษพยาบาลจะเข็นร่างของยายเข้าห้องไป
"ญาติคนไข้กรุณารอด้านนอกก่อนนะคะ"
เสียงห้ามของนางพยาบาลที่กำลังจับตัวเพียงรักเอาไว้ไม่ให้เข้าไปด้านในห้องฉุกเฉินเพราะเกรงว่าอาจจะมีเชื้อโรคปะปนเข้ามาได้แล้วจะเป็นอันตรายกับคนไข้ที่อยู่ด้านใน
"ช่วย...ฮึก....ช่วยยายของเพียงด้วยนะคะ ช่วยยายของเพียงด้วยค่ะ...."
"ค่ะ ๆ คุณหมอจะทำอย่างเต็มที่ ญาติคนไข้นั่งรอด้านนอกก่อนนะคะ อีกสักพักคุณหมอจะออกมาค่ะ"
นางพยาบาลเอ่ยบอกก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องฉุกเฉินไป ทิ้งให้เพียงรักยืนเกาะประตูด้วยความรู้สึกหวาดกลัว แววตาเศร้าสร้อยจ้องมองผ่านกระจกขาวขุ่นราวกับจะสามารถมองเห็นคนด้านในได้ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งที่พื้นหน้าห้อง ฝ่ามือเล็กทั้งสองที่เปื้อนคราบเลือดของยายถูกยกขึ้นปิดใบหน้าสวย เสียงร่ำไห้ดังไปทั่วบริเวณจากร่างบางที่ร้องไห้ออกมาราวจะขาดใจ ทำให้คนที่ยืนมองอยู่ต่างเจ็บปวดไปด้วย
"ฮึก ....ยายจ๋า"
"เพียงใจเย็น ๆ ก่อนนะ มานั่งรอตรงนี้ก่อน คุณหมอต้องช่วยยายพุดตานให้ปลอดภัยได้แน่นอน"
ต้นหอมเอ่ยบอกกับเพียงรัก ก่อนจะทรุดตัวนั่งยอง ๆ ตรงหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาสงสารจับใจ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาไม่ต่างกัน สองมือหนาจับต้นแขนเล็กพยุงตัวเพียงรักขึ้นก่อนจะพามานั่งเก้าอี้หน้าห้อง
"ต้น ยาย....ฮึก จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม เพียงกลัว.."
"ยายพุดตานต้องปลอดภัย เพียงร้องไห้มานานแล้วนะ ตาแดงหมดแล้วดูสิ ถ้ายายพุดตานตื่นมาเห็นเข้าต้องโดนดุแน่เลย ยายพุดตานคงเป็นห่วงเพียงแย่ เพราะฉะนั้นเพียงหยุดร้องไห้ได้แล้วนะ"
ต้นหอมเอ่ยปลอบประโลมเพื่อนคนสวยของตัวเองพลางลูบเรือนผมแผ่วเบา เขาก็รักยายพุดตานเสมือนยายของตัวเองเหมือนกัน ตอนแรกที่ได้ยินว่าเพียงรักโทรมาหานั้น เขาทั้งตกใจและกลัวไม่ต่างกัน แต่ความรู้สึกของเขาคงไม่เท่ากับเพียงรักที่เป็นหลานแท้ ๆ และมียายพุดตานเป็นครอบครัวที่เหลือเพียงคนเดียวในชีวิตแล้ว
เสียงฝีเท้าจากสองสาวในชุดนอนกำลังวิ่งตรงมายังห้องฉุกเฉินทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากต้นหอมเรื่องที่ยายพุดตานเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน เมื่อมาถึงก็เห็นว่าต้นหอมกำลังปลอบเพียงรักที่นั่งก้มหน้าร้องไห้ ทั้งสองจึงรีบเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เสียงหอบหายใจจากการที่รีบวิ่งมาเมื่อเริ่มสงบลงจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"เพียง เป็นอย่างไรบ้าง? ต้นเพิ่งมาบอกพวกเรา"
"ใช่ ๆ น้ำเลยรีบมาเลย เพียงไม่ต้องร้องไห้นะ ยายพุดตานต้องปลอดภัยแน่ ๆ"
"ฮึก...ฮือ...น้ำปั่น ผักหวาน...ยายของเพียง.."
เพียงรักโผเข้ากอดน้ำปั่นที่นั่งอยู่ด้านข้างจนเธอรู้สึกจุกเล็กน้อยจากแรงที่โถมเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะกอดตอบและลูบแผ่นหลังบางเบา ๆ เช่นเดียวกับผักหวานที่ลูบกลุ่มผมนุ่มของเพียงรักเช่นกัน
ต้นหอมมองเพื่อทั้งสามที่กำลังกอดปลอบกัน สายตามองเลยไปยังหน้าประตูห้องฉุกเฉินก่อนจะหันมามองผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันด้วยสายตาเป็นกังวล
หลายเดือนผ่านไปสำหรับคู่รักอย่างไทเกอร์กับเพียงรักนั้น ในแต่ละวันก็ไม่มีอะไรมาก ต่างคนต่างทำงานของตัวเองในช่วงเช้าจนถึงเย็นแล้วหลังจากนั้นก็เป็นเวลาของทั้งสองคนที่ได้อยู่ด้วยกันเพียงรักได้กลับไปหายายพุดตานพร้อมกับไทเกอร์ ยายพุดตานนั้นดีใจเป็นอย่างมากที่หลานสาวคนเดียวมีคนรัก มีคนอยู่เคียงข้างแล้ว ชีวิตนี้จึงหมดห่วงแล้วละส่วนไทเกอร์นั้นได้กลายเป็นหลานเขยคนโปรดของยายพุดตานไปแล้ว เจ้าเสือตัวโตได้กลายร่างเป็นเสือตัวเล็กๆ ที่ชอบอ้อนยายของเธอไม่ต่างจากที่เขาอยู่กับป๊าหรือแม่เลย จนยายพุดตานปลื้มหลานเขยมากเสียจนไม่อยากให้หลานเขยกลับกรุงเทพฯ เลยทีเดียวและดูเหมือนว่าเพียงรักจะตกกระป๋องเสียแล้วทางด้านลุงกำนันและเพื่อนๆ ของเธอก็ได้มาทำความรู้จักกับไทเกอร์เหมือนกัน ส่วนเรื่องเงินที่ลุงกำนันได้ออกให้ในตอนที่ยายพุดตานต้องผ่าตัด เพียงรักทยอยใช้คืนจนจะหมดแล้วแม้ว่าไทเกอร์อยากจะช่วยคนรักมากแค่ไหน แต่เพียงรักก็ตอบปฏิเสธไปเพราะเธอเกรงใจและเงินจำนวนนี้มันมีก่อนที่เธอจะคบกับเขา ไทเกอร์จึงยอมแล้วปล่อยให้เพียงรักเป็นคนคืนเงินเองทางฝั่งริต้าและแก้มใส ในตอนนี้แก้มใสได้ขึ้นมาเป็นนางแบบอันดับหนึ่งของประเทศแล
บทเพลงรักของไทเกอร์นั้นทั้งดุเดือดและเร่าร้อนจนดวงตาคู่สวยหยาดเยิ้มและดูล่องลอยราวกับคนที่กำลังมีความสุขจนล้นปรี่ ริมฝีปากบางอ้าปากเปล่งเสียงครางหวานยามโดนเขากระหน่ำแทงเข้าออกระรัวก้อนกลมกลึงสองลูกกระทบหน้าขาของร่างสูงจนขึ้นริ้วแดงๆ จากแรงกระแทก มือหนาจับล็อกสะโพกสวยเข้าหาตัวพร้อมกับโหมเอวสอบเร่งจังหวะขึ้นตามแรงอารมณ์ ท่อนเอ็นที่โดนร่องสาวดูดกลืนจนเต็มแก้มไม่ต่างจากกลีบปากบางยามอมตัวตนของเขาเมื่อครู่ มันเป็นภาพที่กระตุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นอีกไทเกอร์กระแทกอัดท่อนเอ็นใหญ่เข้าออกด้วยจังหวะรัวและเร็วจนเพียงรักตัวสั่นคลอนต้องฟุบหน้าลงหมอนพร้อมกับสะโพกสวยที่เด้งสวนตามแรงกระแทก ภายในขมิบตอดรัดถี่ยิบด้วยความเสียวอย่างห้ามไม่อยู่จนได้ยินเสียงครางต่ำออกมาจากร่างสูงที่กำลังโถมกายขยับเอวซอยเข้าออกเน้นๆ"อ๊ะ อ๊ะ เพียงเสียว เฮียขาแรงอีก อื้อ อ๊า!""อื้มม ตอดแรงดีจริงๆเลยนะครับ อ่าา" ไทเกอร์ครางต่ำในลำคอเมื่อโดนร่องสวาทขมิบตอดถี่ ๆ มือหนาฟาดลงบนก้นสวยที่รองรับแรงกระแทกอย่างแรงหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว"อ๊ะ ถ้าเฮียชอบก็กระแทกเข้ามาแรง ๆ อ๊า!"ไฟราคะที่กำลังแผดเผาเพียงรักทำให้เธอเผลอพูดคำหยาบโลนอ
"อ่า เพียงครับเบาหน่อย มันโดนฟันเฮียเสียว"ไทเกอร์ถึงกับร้องครางออกมาหลังจากที่เขาพาเพียงรักเดินกลับมาที่ห้องพัก ระหว่างทางร่างบางนั้นเงียบกริบไม่พูดกับเขาสักคำ หนำซ้ำยังมีสีหน้าบึ้งตึง แต่เมื่อมาถึงเขากลับถูกฝ่ามือเล็กจับลากมายังห้องนอนแล้วผลักเขาให้นั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมกับร่างบางทรุดตัวนั่งคุกเข่าปลดเข็มขัด ปลดตะขอกางเกงแล้วรูดซิปออก ก่อนจะควักเอาน้องชายของเขาออกมาแล้วครอบริมฝีปากลงไปทันที"เพียงหวง เฮียเป็นแฟนของเพียงนะคะ" ใบหน้าสวยผละออกก่อนจะช้อนตาขึ้นมองร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง น้ำเสียงหวานแสดงถึงความไม่พอใจออกมา เพียงรักรู้สึกเหมือนมีไฟกำลังสุมอยู่ในอกเมื่อคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เคยเป็นของคนอื่นมาก่อน ร่างกายของเขาเคยถูกคนอื่นสัมผัสมันมาก่อนเธอด้วย และตอนนี้เธอก็กำลังหึงหวงผู้หญิงทุกคนที่เคยได้ใกล้ชิดกับเขา"เฮียรู้ครับ เฮียเป็นของเพียง เป็นแฟนเพียงแค่คนเดียว" ไทเกอร์ในตอนนี้กำลังรู้สึกว่าใจมันพองโตเหมือนลูกโป่งเมื่อเห็นว่าเพียงรักกำลังหึงหวงเขาอยู่ นิ้วมือคลึงริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายเบา ๆ นัยน์ตาคมจ้องมองด้วยความต้องการที่ถูกปลุกขึ้นมา "แต่ตอนนี้เพียงปลุกน้องชายเฮียให้มันต
โรงแรม TG Grand สาขาพัทยาผ่านมาแล้วเป็นเวลาห้าวันหลังจากงานวันเกิดของไทเกอร์ ค่ำคืนที่ทั้งคู่ได้มอบความสุขให้แก่กันทำให้เพียงรักเป็นไข้ในวันถัดมา แต่ก็ได้คนดูแล คอยเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนยาให้อย่างสม่ำเสมอประดุจเธอเป็นเจ้าหญิงจนหายกลับมาเป็นปกติตอนนี้ไทเกอร์ได้มาตรวจตราดูความเรียบร้อยของโรงแรมสาขาพัทยาเหมือนทุก ๆ ครั้ง แต่ในครั้งนี้มีแฟนสาวคนสวยตามมาด้วย ซึ่งเขาต้องเคลียร์เอกสารและเซ็นงบประมาณต่าง ๆ จนทำให้ทั้งวันต้องคลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานใหญ่ จะมีก็แค่ตอนพักเที่ยงเท่านั้นที่เขาได้อยู่กับเพียงรักด้านเพียงรักที่ได้ตามติดมากับไทเกอร์โดยที่เขาออดอ้อนขอให้เธอมาด้วยกัน เพราะเจ้าตัวไม่อยากห่างจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว เธอเองก็อยากอยู่ใกล้ ๆ เขาเหมือนกัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอมาพัทยาอีกครั้งหลังจากงานเปิดตัวเครื่องเพชรเมื่อหลายเดือนก่อนจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น ๆ ตลอดทั้งวันเขาและเธอต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เธอก็นั่งทำงานที่ห้องของไทเกอร์ มื้อเย็นในวันนี้เขาพาเธอไปทานอาหารที่ริมทะเล บรรยากาศของพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้า แสงสีส้มตกกระทบกับน้ำทะเลทำให้เธอรู้สึกดีมากจนบรรยายอ
เช้าวันถัดมา จุ๊บ!เสียงจุ๊บปากดังขึ้นเบา ๆ ในยามเช้าของวัน ร่างสูงนอนตะแคงข้างมองร่างบางที่กำลังนอนหลับตาพริ้มแลดูเหมือนฝันดี นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปิดปังใบหน้าสวยออกให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะโน้มกายจูบขมับแล้วค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังหลับฝันดีอยู่ไม่นานไทเกอร์ก็เดินลงมาข้างล่างหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาว่าเช้านี้จะทำอาหารอะไรง่าย ๆ ให้เพียงรักสักหน่อยเพราะเมื่อกี้ดูเหมือนร่างบางจะตัวรุม ๆ น่าจะมีไข้ ก่อนที่ดวงตาคมจะเหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ขายาว ๆ จึงรีบสาวเท้าเดินลงบันไดไปหาด้วยความสงสัย"มึงมาทำไมแต่เช้า" ไทเกอร์ทักพูม่าที่นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายก่อนใบหน้าที่คล้ายคลึงกันจะหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม"เช้าบ้านมึงเหรอ 10 โมงกว่าแล้ว แหมๆ แสดงว่าเมื่อคืนหนักเลยใช่ไหมล่ะ ได้นอนกี่ทุ่มเหรอจ๊ะ" พูม่าเอ่ยแซว ทำท่าทางเอานิ้วชี้จิ้มเข้าหากันพร้อมจ้องหน้าพี่ชายด้วยสายตาแพรวพราวอย่างล้อเลียน"เสือก! แล้วบ้านมึงไม่มีอยู่หรือไงถึงได้เสนอหน้ามานั่งอยู่ในบ้านคนอื่นแบบนี้" ไทเกอร์ปาหมอนอิงใส่น้องชายเมื่อโ
ไทเกอร์กระแทกแก่นกายใหญ่เข้าออกสุดความยาวแบบเน้นๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะเกร็งตัวปลดปล่อยน้ำกามใส่ถุงยางอนามัยแล้วเป็นจังหวะเดียวกับที่เพียงรักกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งปล่อยน้ำหวานออกมาอาบแก่นกายใหญ่จนมันวาวเสียงหอบหายใจของทั้งสองดังขึ้นเมื่อถึงฝั่งฝันจนเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง ไทเกอร์ถึงหยัดตัวลุกขึ้นพร้อมกับถอนแก่นกายออกจากร่องสาว รูดเอาถุงยางออก มัดปากถุงแล้วโยนลงถังขยะข้างเตียง ก่อนจะอุ้มร่างบางที่นอนหอบหายใจ ดวงหน้าแดงก่ำขึ้นจากเตียงเดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างบางถูกวางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าด้วยสภาพเปลือยเปล่า เนื้อตัวขาวผ่องเต็มไปด้วยรอยมือและรอยกุหลาบสีแดงเป็นจ้ำทั่วร่าง โดยมีร่างสูงในสภาพเปลือยเปล่าเช่นกันกำลังบิดผ้าชุบน้ำหมาด ๆ บรรจงเช็ดไปตามตัวของเธออย่างเบามือ"เพียงทำเองได้นะคะ" เพียงรักบอกเสียงแหบแห้ง ใบหน้าหวานยิ่งแดงก่ำเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เช็ดวนรอบหน้าอกใหญ่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเธอ"เฮียเป็นคนทำ เฮียก็ต้องดูแลและรับผิดชอบสิครับ" ไทเกอร์ละสายตาจากหน้าอกอวบใหญ่ครู่หนึ่งขึ้นมามองใบหน้าสวยของคนที่นั่งอยู่พลางเกลี่ยเอาเส้นผมที่ปรกหน้าออกทัดหูให้อย่างอ่อนโยน"ขอบคุณค่ะ"
ภายในห้องพักของแก้มใส มีร่างระหงของเพียงรักเดินเข้ามาด้านในแบบมือเปล่า ดอกไม้ช่อนั้นถูกเธอทิ้งลงถังขยะไปแล้ว ก่อนที่เธอจะทรุดตัวนั่งบนโซฟาตัวยาวบริเวณปลายเตียงใหญ่ขนาดคิงไซซ์ การตกแต่งรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามและทันสมัยสมกับเป็นห้องพักในโรงแรมระดับ 6 ดาวเพียงรักกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสำรว
งานเปิดตัวเครื่องเพชรของคุณพยัคฆาได้จบลงไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เวลาล่วงเข้าวันใหม่มาหลายนาที แขกที่ได้รับเชิญมาต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนในห้องพักสุดหรูภายในโรงแรม TG Grandเพียงรักและแก้มใสในตอนนี้ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่ชุดลำลองธรรมดา ล้างหน้าล้างตาลบเอาเครื่องสำอางออกไปจนหมด เผยให้เห็นใบหน้าสวยใส ดูเป
เวลาผ่านไปแล้วไม่รู้กี่นาทีที่เพียงรักยังคงนั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาจนในที่สุดมันก็หยุดไปเอง แม้มันจะช่วยให้ความอัดอั้นภายในใจเบาบางลงบ้างเพียงเล็กน้อย แต่ก็ดีกว่าที่เธอไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมาจนอาจทำให้มันสะสมทับถมมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนภูเขาไฟที่รอวันปะทุและสร้างความเสียหายใ
"เสร็จแล้ว! ไป ๆ เราไปเปลี่ยนชุดกันดีกว่าเนอะ"เสียงสดใสของแก้มใสดังขึ้นเมื่อเพียงรักแต่งหน้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยลุคแต่งหน้าสไตล์เกาหลีทำให้ทั้งสองคนยิ่งสวยเปล่งปลั่งมากขึ้น มือเรียวของทั้งคู่ต่างช่วยกันเก็บเครื่องสำอางเข้ากระเป๋าใบเล็กของเพียงรัก ก่อนที่ทั้งสองจะตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองแ







