LOGINตอนนั้นแม่ฉันบอกว่าแม่ของไอ้ตรีเลิกกับพ่อไอ้ตรี จึงกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ฉันกับไอ้ตรีอายุเจ็ดขวบ ไอ้ตรีตอนเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาดี ตัวผอม ผิวขาว ติดแม่มาก งอแงไม่ชอบไปโรงเรียน เพราะถูกเพื่อนๆ แกล้ง
ขณะที่ฉันเป็นเด็กแสบของหมู่บ้าน ทั้งซนทั้งแก่นกะโหลก และฉันนี่แหละที่ปกป้องไอ้ตรีจากเพื่อนๆ ที่ชอบแกล้งมัน มีครั้งหนึ่งมันเกือบตาย เพื่อนคนหนึ่งผลักมันตกคลอง มันว่ายน้ำไม่เป็น ฉันกระโดดไปช่วยมันจึงรอดตายในครั้งนั้น หลังเหตุการณ์นั้นมันบอกว่าจะเป็นเพื่อนฉันตลอดไป
และฉันยังเป็นคนสอนมันว่ายน้ำจนเป็นด้วย ตอนแรกมันไม่ยอม มันกลัวน้ำมาก เพราะนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่จมน้ำ อยู่กรุงเทพฯ มันบอกว่าถูกญาติคนหนึ่งแกล้งผลักตกน้ำจนเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอฉันบอกให้มันเอาชนะความกลัวนั้นให้ได้ และบอกมันจะไม่เป็นไร ฉันจะไม่ยอมให้มันจมน้ำตายหรอก ไอ้ตรีถึงยอมเชื่อใจฉัน
ฉันเป็นผู้หญิงตัวผอมก็จริง แต่สูงกว่าเด็กผู้ชายหลายคน ที่สำคัญฉันฝึกต่อยมวยกับลุงโต ที่เป็นเจ้าของค่ายมวยประจำหมู่บ้าน ฉันชอบการต่อสู้ พอโตขึ้นมาฉันก็เรียนยูโด เทควันโด
ฉันไว้ผมซอยสั้นเคลียหู ชอบแต่งตัวแบบเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ฉันจึงถูกเพื่อนบางคนล้อว่าเป็นทอมบอยมาตั้งแต่เด็กแล้ว ขนาดช่วงมอปลายกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยมีแฟนเป็นผู้ชาย ยังถูกเพื่อนบางคนเรียก ‘ยัยทอมบอย’ อยู่เลย
ฉันจึงกลายเป็นยัยทอมบอยพิทักษ์ไอ้ตรีขี้แยมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งเรียนจบมอต้น ไอ้ตรีย้ายกลับกรุงเทพฯ เพราะแม่กับพ่อมันคืนดีกัน ฉันกับไอ้ตรีก็ห่างกันไป ไม่เคยเจอกันอีกเลย มีนานๆ ครั้งที่มันโทร. มาหาฉัน ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป ไม่ได้คุยเรื่องครอบครัวหรือเรื่องส่วนตัวมากนัก เหมือนเราเลี่ยงจะพูดถึง
ส่วนหนึ่งที่ฉันกับมันสนิทกันตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก เพราะเรามาจากครอบครัวที่พ่อแม่เลิกกัน พ่อฉันไปมีครอบครัวใหม่ และไม่เคยมาหาฉัน เพราะแม่เลี้ยงไม่ชอบ กลัวพ่อมาเจอแม่
ส่วนพ่อไอ้ตรีนั้น มันไม่เคยพูดถึงเลย ตอนจะกลับกรุงเทพฯ ก็บอกแค่ว่าพ่อแม่คืนดีกันแล้ว หลังจากเลิกกันมาหลายปี
ฉันก็งงๆ ที่เลิกกันมานานแล้วกลับมาคืนดีกันได้ ในขณะที่พ่อฉัน ไปแล้ว ไปลับจริงๆ แทบไม่เคยเจอหน้า ทั้งที่ครอบครัวใหม่ก็อยู่อีกหมู่บ้านถัดไปเท่านั้น ส่วนแม่ก็จู่ๆ แต่งงานใหม่เมื่อสี่ปีก่อน หลังจากครองตัวเป็นโสดมานาน แถมพ่อเลี้ยงของฉันเป็นชาวอเมริกัน เจอกันเพราะลุงคริสเป็นพี่ชายสามีเพื่อนสนิทของแม่
ตอนที่ไอ้ตรีย้ายกลับกรุงเทพฯ ฉันมีแฟนคนแรก รุ่นพี่ในโรงเรียน เขาขี้หึงมาก ก็เลยไม่ค่อยอยากคุยกับเพื่อนผู้ชาย ไม่อยากให้แฟนไม่สบายใจ ฉันก็เลยไม่สนใจไอ้ตรีในตอนนั้น ครั้งสุดท้ายเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเป็นปี กลับมาเจอกันอีกครั้งตอนที่ฉันมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ซึ่งไอ้ตรีก็เรียนที่เดียวกัน และคณะเดียวกันอีกต่างหาก
ตอนนั้นเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก นอกจากได้เจอมันแบบไม่คาดฝัน แถมรูปลักษณ์ของมันก็เปลี่ยนไปจนฉันตะลึง จากเจ้าเด็กผอมแห้ง กลายเป็นเด็กหนุ่มตัวสูง นอกจากมันจะไม่ได้ผอมเหมือนตอนเป็นเด็ก แต่มันก็มีกล้ามเนื้อแบบคนที่ออกกำลังเป็นประจำ รูปหล่อ เท่ เสียจนเกือบจำไม่ได้ แต่ใบหน้าของมัน ที่มีเค้าหน้าตาดีมาตั้งแต่ยังเด็ก ก็ดูไม่ได้เปลี่ยนจากเดิม เพิ่มเติมคือหล่อขึ้นตามวัย และขี้แมงวันเม็ดเล็กๆ สีน้ำตาลจางข้างแก้มขวาของมันก็ทำให้มั่นใจว่าคนนี้คือไอ้ตรี เพื่อนสนิทสมัยวัยเยาว์ของฉันแน่นอน
แม้จะไม่ได้เจอกันแค่สามปี แต่เราก็ยังต่อพูดคุยกันอยู่บ้าง เพราะความเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี และสิบปีที่ผ่านมานั้น เราก็ตัวติดกันตลอด
ตอนนั้นฉันถามถึงแม่มัน มันก็บอกด้วยสีหน้าเศร้าๆ ว่าแม่มันเสียแล้ว ฉันถามว่าทำไมถึงเสีย มันก็ร้องไห้ บอกว่าแม่มันฆ่าตัวตาย เพราะโรคซึมเศร้า ก่อนที่มันจะเรียนมหา’ ลัย ตอนนั้นฉันตกใจมาก ทั้งสงสารและเสียใจกับการสูญเสียของมัน เพราะไอ้ตรีรักแม่มาก และมันติดแม่มันมากๆ
พอไม่มีแม่ มันก็เลยออกจากบ้านมา มันบอกว่าพ่อมันมีเมียอีกคน และมันเข้ากับครอบครัวแม่เลี้ยงไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่มันไม่อยากอยู่ที่บ้านอีกต่อไป เพราะยังไงบ้านนั้นก็ไม่มีแม่อยู่แล้ว
ฉันทั้งเข้าใจ เห็นใจมันจนร้องไห้ เพราะมันอดคิดถึงพ่อตัวเองไม่ได้ นั่นคงเป็นเหตุผลที่พ่อกับแม่มันเลิกกันในตอนนั้น แม้จะกลับไปคืนดีกัน สุดท้ายพ่อมันก็ยังมีเมียอีกคนอยู่ดี
ฉันหยุดคิดเรื่องอดีตแค่นั้น ล้างจานแล้วก็เดินไปนั่งเล่นโทรศัพท์บนโซฟาที่ยังมีที่ว่างพอจะนั่งหรือนอนได้อีกคน
ตอบแชทน้องรินที่ตอนนี้ไปเที่ยวเมืองนอกกับครอบครัว อีกฝ่ายบ่นเสียดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวกับฉันและเพื่อนๆ
ฉันจึงปลอบใจว่าเรายังมีเวลาเที่ยวกันอีกเยอะ ให้เที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวให้มีความสุข
ฉันคุยกับน้องรินอยู่นาน กระทั่งหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
:::::::::::::::::::::
Special: ฉลองเปิดร้าน ฉันยิ้มอย่างพอใจหลังเดินสำรวจร้าน ซึ่งฉันตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ที่เขาใหญ่อย่างถาวร ทำร้านอยู่หกเดือน ทุกอย่างก็พร้อมจะเปิดบริการในวันพรุ่งนี้แล้ว ในระหว่างหกเดือนนั้นฉันกับยัยนุ่นถูกพี่โทส่งไปเรียนทำเครื่องดื่ม และเรียนรู้การบริหารร้านจนจบหลักสูตรจากสถาบันอาหารและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ส่วนตัวพี่โทนั้น บอกว่าเขาจะให้ฉันกับยัยนุ่นดูแลคาเฟ่ แต่ตัวเขานั้นตัดสินใจเข้าไปร่วมลงทุนในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่เป็นเครือญาติทางฝ่ายแม่ มีศักดิ์เป็นคุณลุงเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้รู้ว่าเขาคือหลานแท้ๆ ยังคิดว่าเป็นตรี น้องชายต่างแม่ของพี่โท แต่คุณลุงเขาก็ดูเหมือนจะชอบหลานนอกไส้อย่างตรีอยู่มาก อาจเพราะตรีไม่ได้สานต่อธุรกิจจากครอบครัว หรือเพราะเขาก็อยู่ในช่วงลำบากในทางการเงิน แต่เอาเป็นว่าพี่โทมีความสุขที่จะร่วมลงทุนด้วย ฉันก็ยินดีกับเขาแค่นั้นเอง “ชอบห้องนี้ที่สุดเลย” ฉันพูดแล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟามุมห้องทำงานส่วนตัวของฉันเองที่อยู่ชั้นสอง หน้าต่างรอบห้องนั้นกรุด้วยกระจกตั้งพื้นยันเพดาน ทำให้มองเห็นวิวด้านนอก ทั้งภูเขาและทะเลสาบท
Epilogue กลับจากโรงพยาบาลแล้ว แผลเขาหายดี ร่างกายก็ปกติทุกอย่าง ท่าทางเขาก็ดูร่าเริงกว่าทุกวัน กระทั่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เจ้าตัวออกไปคุยที่ระเบียงห้อง สีหน้าเคร่งเครียด คุยอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น พอเห็นว่าฉันมองอยู่ เขาก็ส่งยิ้มให้ “ตอนคุยโทรศัพท์เห็นหน้าเครียดๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า” “ก็มีบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่ปัญหาของพี่แล้ว” “หมายความว่า” “คุณพ่ออยากให้พี่กลับไปดูแลธุรกิจต่อ แต่พี่ไม่ไปหรอก เพราะทางครอบครัวแม่เลี้ยง เขาก็มีหุ้นกันอยู่เยอะ ก็คงไม่ยอมรับพี่ง่ายๆ ถ้าพี่ไปเท่ากับไปลงสนามแข่ง ต่อสู้ ทำร้ายกันเพื่อแย่งชิง พี่ไม่ต้องการแบบนั้น อยากอยู่เงียบๆ กับเมียและเพื่อนๆ ดีกว่า” เขาบอกแล้วดึงตัวฉันเข้าไปกอด ฉันได้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ เชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น เพราะฉันเองก็ไม่ได้ชอบให้เขาออกไปใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้ แย่งชิงอะไรแบบนั้น มันสุ่มเสี่ยง และชีวิตคงหาความสุขสงบได้ยาก ฉันเองก็อยากอยู่กับเขาแบบที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาคิดร้ายกับเขาอีก พอคิดแบบนั้น เมื่อเขาจูบที่แก้ม แล้วลามมายังมุมปาก น
“มึงมาที่นี่บ่อยเปล่าตรี” ไอ้ปีถามขึ้น “ไม่บ่อยหรอก แต่ตอนกลับมาเมืองนอกใหม่ๆ ตอนนั้นมหา’ ลัยยังไม่เปิด กูก็มาพักอยู่ที่นี่บ้าง จากนั้นก็นานๆ มาที” “แล้วพ่อพี่ หรือคนในครอบครัวเคยมาพักหรือเปล่า” ฉันถาม การเรียกเขาว่า ‘พี่’ ไม่ได้ถูกเพื่อนๆ แซว อีกต่อไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่กล้าเรียกชื่อจริงๆ ของเขาอยู่ดี “ไม่มาหรอก เพราะที่นี่เป็นบ้านของแม่พี่คนเดียว พวกนั้นไม่มายุ่งที่นี่หรอก ไม่มีสิทธิ์ แม้แต่พ่อก็เถอะ” เพราะเหตุนี้สินะ หลังกลับจากเมืองนอก เขาคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่ “บ้านน่าอยู่มากมึง ถ้ากูมีบ้านแบบนี้นะ กูไม่อยู่กรุงเทพฯ สูดควันพิษไปวันๆ หรอก กูจะอยู่ที่นี่แหละ” ยัยนุ่นว่า “กูก็แล้วแต่เก้า ถ้าเก้าอยู่ที่นี่ต่อไป กูก็อยู่ได้” “โห คลั่งรักเมียมากเลยนะมึง” ไอ้พัทแซว “รอให้มึงมีก่อนเหอะ แล้วจะเข้าใจ” “จ้า กูโคตรรอเลย รอจนเหงือกแห้งแล้วเนี้ย” “งั้นก็รอต่อไป” “อ้าว ไม่เวร แล้วไอ้ปีว่าไงมึง ที่พนันกันไว้ นี่ครบเดือนแล้วนะ” ท้ายประโยคนั้นไอ้พัทหันไปทางไอ้ปี “พนันอะไร” ไอ้ปีทำหน้างงๆ “
“เรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่มีบ้านอยู่ที่นั้น อ๋อ จริงๆ แล้วเป็นบ้านที่คุณแม่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับคุณพ่อน่ะ แม่พี่เขาชอบอยู่ที่นั่นมากกว่าอยู่กรุงเทพฯ อีกนะ” พอพูดถึงแม่ ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าดูเศร้ามาก จนฉันรู้สึกสงสาร เพราะตอนนี้เขาเหมือนตัวคนเดียวจริงๆ เพราะถึงจะเหลือพ่อ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองก็ยังไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ “ถ้าพี่อยากอยู่ที่นั่นก็อยู่ได้นะ” “พี่อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้มีเก้าอยู่ด้วย” พอพูดแบบนี้ ฉันก็ถึงกับพูดไม่ออกเลย “ถ้าเก้าชอบเขาใหญ่ เราก็สามารถทำคาเฟ่ที่นั่นได้นะ” ฉันพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก ตอนนี้ก็อยากให้เขาหายดีเสียก่อน ค่อยคิดเรื่องอื่น “ว่าแต่เรื่องแม่เลี้ยงกับไอ้แทนไท สองคนนั่นจะไม่กลับมาเล่นงานพี่อีกนะ” “ไม่รู้เหมือนกัน เพราะถึงสองคนนั่นจะไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่พวกเขาก็มีเงิน แต่พี่ไม่อยากคิดเรื่องสองคนนั่นแล้ว แต่ถ้าเก้ากลัวก็...” “ไม่ได้กลัว แต่ต่อไปนี้ พี่ก็ไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆ อีก หรือมีอะไรก็ควรปรึกษากันบ้าง” ก็ในเมื่อเขาบอกว่ารักฉัน และเลือกจะใช้
ทิ้งตัวบนเตียง ทิ้งระยะห่าง กำลังจะเอาหมอนข้างมากางกั้น แต่ไอ้ตรีดันหยิบไปวางข้างตัวอีกด้านหนึ่ง ฉันมองหน้ามันอย่างหวาดระแวง มันกลับยิ้มขำ “ถามจริงเหอะ มึงอยากอยู่กับกูจริงเปล่าเนี่ย” “ทำไมถามแบบนั้น” “ก็ท่าทางมึงแปลกๆ ไม่เห็นจะดูดีใจอะไรเลยที่เจอกู” “ก็ดีใจสิ” ฉันพยายามยิ้ม แต่มันคงไม่ถึงดวงตา เพราะไอ้ตรีมันยิ้มมุมปาก แต่เดี๋ยวนะ ยิ้มร้ายๆ แบบนี้ มันคล้าย...อีกคนมากๆ เลย “มึงเกลียดพี่โทจริงเหรอ” “กูไม่ได้เกลียด แต่กูแค่...ไม่คุ้นน่ะ” “มึงมีพี่โทในชีวิตมาสี่ปีเลยนะ” “ก็กูคิดว่าเป็นมึงไง” “แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ มึงก็เกลียดพี่โทเลยเหรอวะ” “กูไม่ได้เกลียด แค่เหมือน...คนที่เพิ่งรู้จัก มันไม่คุ้นแค่นั้น” “แล้วมึงรักพี่โทมั้ย” ไม่คิดว่ามันจะถามออกมาตรงๆ แบบนี้ แต่ฉันก็ตอบไม่ได้ แถมยังหลบตามันอีก “ถ้าให้เลือกอีกครั้ง ระหว่างกูกับพี่โท มึงจะเลือกใครให้กลับมาหามึง” “แต่มันก็เลือกไม่ได้แล้วไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นมาพร้อมกับดวงตาที่ร้อนผ่าวของตัวเอง เ
Chapter 16 ขอรักกลับคืน “หิวหรือยัง” ฉันถาม มันก็ส่ายหน้า ก่อนเอนตัวลงนอนบนโซฟาในมุมนั่งเล่น เรากลับมาถึงห้องพัก หลังจากไอ้ตรีพักรักษาตัวอยู่นานนับสัปดาห์ แผลยังไม่หายดีนัก แต่อยู่ในระยะที่ปลอดภัย ซึ่งเจ้าตัวไม่อยากอยู่โรงพยาบาลต่อ แม้พ่อของมันจะคัดค้าน เพิ่งรู้ว่าไอ้ตรีกล้าดื้อกับพ่อได้ขนาดนี้ เห็นตอนทุ่มเถียงกันแล้ว มันไม่เหมือนไอ้ตรี คนที่ฉันรู้จักมาตั้งแต่เด็กเลย แต่ก็นั่นแหละ โตแล้ว นิสัยก็คงเปลี่ยนไปบ้างตามวันเวลาและประสบการณ์ชีวิต ส่วนเรื่องคดีความนั้น คนร้ายที่เป็นลูกน้องของไอ้แทนไท ยอมรับว่าตัวเองทำร้ายไอ้ตรี แต่ไม่ได้ทำตามรับสั่งใคร ทำเอง เพราะรู้ว่าไอ้ตรีจะเป็นมาแย่งทุกอย่างจากเจ้านายตน ส่วนไอ้แทนไทกับแม่ของมันนั้นได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนวันที่ไอ้ตรีจะโดนทำร้ายเสียอีก คำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศนั้นก็ไม่มีความหมายกับคนที่มีเงินอยู่ดี เพราะยังไงก็หาทางออกนอกประเทศจนได้ แต่การหลบหนีออกนอกประเทศของทั้งสอง มันก็เหมือนยอมรับทางอ้อมว่าเป็นคนสั่งลูกน้องทำร้ายไอ้ตรี ถึงไอ้สองคนนั้นจะไม่ยอมซัดทอดก็เถอะ ไอ้ตรีบอก

![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





