Masuk“ อ้า เหนื่อยสุด ๆ ไปเลย ” อันเสี่ยวเหยาทิ้งตัวนอนบนโซฟาอย่างหมดแรง ทั้งที่ทำความสะอาดไปได้ไม่ถึงครึ่งเลย
เขาเริ่มทำความสะอาดเพดาน พื้น ชั้นวางของ โต๊ะ เก้าอี้และสิ่งที่ทำได้ง่ายก่อน ทว่าร่างนี้อ่อนแอเกินไปที่จะจัดการให้เสร็จภายในวันเดียวได้
เขาคิดว่าส่วนที่เหลือจะเก็บไว้ทำต่อพรุ่งนี้ ส่วนตอนนี้เขาขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน ก่อนหน้านี้เขาได้ให้โคโค่เช็กระบบน้ำและไฟฟ้าในบ้านปรากฎว่าทุกอย่างยังใช้งานได้ปกติ
ซ่า
สายน้ำสะอาดชำระล้างล้างคราบฝุ่นและสิ่งสกปรกบนร่างกายเผยผิวขาวเนียนผ่องใส น้ำเย็น ๆ สัมผัสกับผิวทำให้รู้สึกสดชื่น
ร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วไปหยุดยืนที่หน้าตู้เสื้อผ้า เขาเปิดตู้แล้วหยิบเสื้อตัวหนึ่งมาใส่ก่อนจะค้นหากางเกงใน
โชคดีที่เจอกางเกงในยังไม่ได้แกะอยู่หลายกล่อง ดูจากลวดลายน่ารักกับขนาดคาดว่าเป็นของคุณย่า
ไม่คาดคิดว่ากางเกงในที่เจอจะเข้ากับสัดส่วนของเขาพอดีเลย เขาไม่ได้มีปัญหากับลายบนกางเกงใน ขอแค่ใส่แล้วสบายไม่รู้สึกอึดอัดก็พอ
เขาไม่ได้หยิบกางเกงที่แขวนออกมาใส่ เพราะเสื้อที่ตัวอยู่บนตัวก็ยาวไปถึงหัวเข่าแล้ว ขาเรียวก้าวฉับไปที่เตียงก่อนล้มตัวนอน เพียงไม่นานก็เข้าสู่นิทรา
หลังจากที่ได้นอนพักเต็มอิ่มก็พลันรู้สึกกระปี้กระเปร่าพร้อมที่จะทำงานต่อ วันนี้อันเสี่ยวเหยาเริ่มจากการนำเสื้อผ้าและผ้าทุกอย่างในบ้านไปโยนเข้าเครื่องซักผ้า
ระหว่างที่เครื่องซักผ้ากำลังทำงานเขาก็ไปทำอย่างอื่นต่อ เขาเก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้วถุงแล้วนำไปทิ้งที่ถังขยะหน้าบ้าน
ทุกวันจะมียานเก็บขยะมาเก็บขยะที่มนุษย์ทิ้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
เมื่อเครื่องซักหยุดแล้วเขาก็คุ้ยผ้าใส่ตะกร้า ผ้าที่อบเสร็จแล้วจะแห้งสนิทโดยไม่ต้องนำไปผึ่งแดดสามารถเก็บเข้าตู้ได้เลย
“ เฮ้อ เสร็จสักที ”
ไม่คิดเลยว่าการทำงานบ้านจะเหนื่อยขนาดนี้
“ ถ้าโคโค่มีร่างต้นแบบก็คงจะดีกว่านี้ จะได้ช่วยเสี่ยวเหยาทำงาน ” พูดเสียงหงอย ๆ
หุ่นยนต์ผู้ช่วยจะถูกตั้งค่าให้มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ จึงไม่แปลกที่เจ้าตัวจะรู้สึกเช่นนั้น
“ ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เองเราทำคนเดียวได้สบาย ”
“ แต่โคโค่รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ”
“ อย่าพูดอย่างนั้นสิ ถึงโคโค่จะช่วยเราทำไม่ได้ แต่โคโค่ก็คอยอยู่เป็นเพื่อนเราตลอด ถ้าไม่มีโคโค่เราคงเหงาแย่ เพราะงั้นห้ามคิดแบบนั้นอีกเข้าใจไหม ”
“ โคโค่เข้าใจแล้วครับ ” ได้คำปลอบโยนจากเจ้านาย น้ำเสียงของโคโค่พลันสดใสขึ้น
ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มบางออกมาก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “ อ้อ จริงสิ โคโค่ช่วยเช็กให้หน่อยว่าตอนนี้เรามีเงินอยู่เท่าไหร่ ”
“ ได้ครับ ยอดเงินในบัญชีของเสี่ยวเหยามีอยู่ 4850 เหรียญทอง ”
“ น้อยมาก เงินแค่นี้จะไปซื้ออะไรได้ ” บ่นอุบอิบ
เฮ้อ นี่เขากลายเป็นคนจนตัวน้อยไปแล้วเหรอ
เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชแบบผสม พอได้ผลผลิตก็เก็บไปขาย ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็พอมีเงินเก็บในบัญชีอยู่บ้าง
นึกแล้วก็เสียดายสวนผสมที่เขาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง
ถ้าเขายังอาศัยอยู่ที่นั่น คงเก็บผลไม้ไปขายแลกเป็นเงิน จำได้ว่าต้นส้มที่ปลูกออกลูกดกมาก เขาคิดว่าสัก 2 -3 วันจะเก็บไปขายที่ตลาด แต่คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เพราะเจ้าของสวนดันเสียชีวิตไปซะก่อน
พรึ่บ
“ อะ อะไรน่ะ ” ดวงตาของอันเสี่ยวเหยาฉายแววสับสน
เมื่อกี้เขาเห็นภาพสวนที่โลกเก่าราวกับว่าเขาไปยืนอยู่ที่นั่นจริง ๆ คงไม่ใช่ว่ามันตามเขามาที่โลกนี้ด้วยหรอกนะ
ร่างบางนึกถึงนิยายแฟนตาซีที่เคยอ่านแล้วหลับตาลงพลางนึกภาพในหัว สายลมเย็น ๆ พัดผ่านผิวกายทำให้เขาเปิดเปลือกตาขึ้น
“ น นี่มันสวนของเราหนิ ” เขาหันมองรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ทุกอย่างของที่นี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย
เขาเอื้อมมือไปเด็ดผลส้มจากต้นที่อยู่ใกล้ตัว รีบปลอกเปลือกออกแล้วส่งส้มเข้าปาก ความหวานและฉ่ำน้ำทำให้ส้มที่อยู่ในมือหมดลงอย่างรวดเร็ว
“ รสชาติของส้มหวานอร่อยกว่าครั้งก่อนที่ชิมอีก ” ว่าแล้วก็เด็ดส้มอีกลูกมากินพลางเดินไปรอบ ๆ สวน
เดินไปกินไปก็รู้สึกอิ่ม คนตัวเล็กหยุดนั่งพักที่ชิงช้าใต้ต้นไม้พลางทอดสายตาไปข้างหน้า หลังจากที่เดินสำรวจมาได้สักพักเขาก็แน่ใจว่าพื้นที่ในมิติมีขนาดเท่ากับสวนเดิม
เขาสามารถเดินไปทุกที่ในสวน แต่ไม่สามารถออกไปนอกอาณาเขตรั้วได้คล้ายกับมีกำแพงสีใสกั้นอยู่
“ แวะไปเอาของที่บ้านด้วยดีกว่า ”
ข้าวของในบ้านยังวางอยู่ในตำแหน่งเดิม แม้แต่ของที่ซื้อมาตุนไว้ในตู้เย็นก็ยังอยู่ ก่อนออกจากมิติอันเสี่ยวเหยาก็ไม่ลืมหยิบของในตู้เย็น เครื่องปรุงต่าง ๆ และผักผลไม้ติดมือมาด้วย
อันเสี่ยวเหยาใช้เวลาอยู่ในมิติเกือบครึ่งค่อนวัน พอออกมาข้างนอกมิติก็เย็นมากแล้ว
“ เย็นนี้ทำอะไรกินดีนะ ”
ดวงตาสีหวานมองของวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างประเมิน เมนูอาหารผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ชายหนุ่มจึงเลือกสิ่งที่อยากกินมากที่สุด
“ กินสลัดแล้วกัน ทำง่ายดีแถมดีต่อสุขภาพด้วย ”
ยังดีที่อุปกรณ์ภายในห้องครัวส่วนใหญ่เหมือนกับที่เขาใช้ในโลกเดิม ดูท่าตอนที่คุณปู่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่คงทำอาหารกินเองเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นในครัวคงไม่มีอุปกรณ์ครบแบบนี้
เขาเริ่มจากการนำผักผลไม้ไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนจะหั่นผักผลไม้ที่ชอบกินอย่างผักกาดขาว กะหล่ำม่วง มะเขือเทศแอปเปิล องุ่น แก้วมังกรแล้วเป็นชิ้นพอดีคำ ตามด้วยราดน้ำสลัดที่ซื้อมาลงไป จากนั้นคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันก็พร้อมกินได้เลย
“ น่ากินจังเลยครับ มันเรียกว่าอะไรเหรอครับ ” โคโค่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้านายทำอาหารเป็นด้วย
“ นี่เรียกว่าสลัด ”
“ เอ? จากข้อมูลที่โคโค่ค้นเจอเมนูสลัดเป็นอาหารของคนยุคโบราณเมื่อ 2 พันปีที่แล้ว เสี่ยวเหยาทำเป็นตัวเหรอ ” เอียงคอมองร่างบางตรงหน้าอย่างสงสัย
เดี๋ยวนี้มนุษย์ไม่ค่อยกินอาหารปรุงสุกกันแล้วเพราะมีขบวนการทำที่ยุ่งยาก แถมคนรุ่นหลังก็ทำอาหารไม่เป็นด้วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารหรือคนทำอาหารเป็นก็มีน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนเปิดร้านขายอาหารให้เห็นอยู่ แต่ว่ามีน้อยมาก
ทีมนักวิจัยได้ถือครองตำราอาหารเก่าแก่ที่มีอายุนับพันปีไว้ 2 เล่ม แต่สภาพของมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าจับแรง ๆ ก็กลัวว่ากระดาษจะขาดได้
พวกเขาจึงคัดลอกข้อมูลที่อยู่ในตำราไปไว้ในฐานข้อมูลและทำเล่มใหม่ขึ้นมา ส่วนตำราเล่มเก่าก็เก็บไว้โชว์ในตู้กระจกและเปิดให้คนเข้ามาดูในพิพิธภัณฑ์ของโบราณแทน
มีหมายคนที่สนใจแล้วลองทำตามวิธีที่ตำราเขียน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำครั้งแรกแล้วอร่อยเลย บางคนทำแล้วไม่อร่อย บางคนทำแล้วกินไม่ได้เลยต้องทิ้งอย่างเดียว
ขนาดทีมนักวิจัยเองที่ทำตามวิธีอย่างเป๊ะ ๆ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย
“ แน่นอน ยังมีอีกหลายเมนูเลยที่เราทำเป็น ”
“ เสี่ยวเหยาเก่งจัง ”
“ ขอบคุณที่ชมครับ ” เขายิ้มรับตาหยี
สถานที่ทำงานของรายการเรื่องเล่าคนดังตั้งอยู่ที่เมืองอวี๋เปียน ซึ่งอยู่คนละเมืองกับบ้านที่อันเสี่ยวเหยาพักอาศัยอยู่ ดังนั้นเขาจึงก็ต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางสักเล็กน้อยเขากับพี่เยี่ยนเฉินไปถึงที่หมายก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง เพราะไม่อยากไปสายหรือให้คนอื่นรอนาน ข้อดีของการไปก่อนทำให้พวกเขามีเวลาเตรียมพร้อมการไปเยือนบ้านผู้อื่นในครั้งนี้อันเสี่ยวเหยาก็ไม่ไปมือเปล่าแต่อย่างใด เขายังนำของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือไปด้วย โดยนำผักผลไม้ปราณมาจัดเรียงในกล่องสี่เหลี่ยมมีฝากปิดไม่รู้ว่าที่นั่นมีกี่คนเขาจึงทำไปร้อยกล่อง จำนวนนี้ไม่ถือว่ามากหรือน้อยเกินไป“เสี่ยวเหยาช่วยถือครับ”“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวพี่กับโคโค่จะถือถุงพวกนี้ไปเอง เสี่ยวเหยาถือเองถุงเล็ก ๆ นั่นแล้วเดินตามพี่มาก็พอ”ถุงขนาดใหญ่ในมือของท่านนายพลบรรจุกล่องของฝากไว้ถุงละ 20 กล่อง ส่วนถุงเล็กที่เตรียมไว้ให้พิธีกรจะพิเศษกว่าเล็กน้อย ข้างในถุงมี 2 กล่อง“อ่า ครับ”ทันทีที่ประตูยานเปิดก็จะพบว่ามีผู้คนมากมาย พนักงานตั้งแต่ระดับล่างจนถึงสูง แม้แต่ผู้บริหารของตึกนี้พอรู้ว่าวันนี้ใครจะมาก็ออกมายืนต้อนรับด้วยตัวเอง“สวัสดีทั้งสองคนครับ ผมหยินเป็
“พี่เยี่ยนเฉินครับ ดูนี่สิ” อันเสี่ยวเหยาเอี่ยวตัวด้านหลังไปพูดกับคนที่กอดตนอยู่ด้วยความตื่นเต้น“หืม? ”“มีรายการดังติดต่อเสี่ยวเหยามาด้วยล่ะ”“รายการอะไรครับ” ถามกลับเสียงนุ่มนวล“เรื่องเล่าคนดัง”ท่านนายพลไม่รู้สึกแปลกใจกับคำตอบที่ได้ยิน รายการนี้ดังมากในต้าเปียน คนที่ได้รับเชิญไปมีแต่คนดัง ๆ ทั้งนั้นพิธีกรคู่ขวัญที่ดำเนินรายการพูดคุยสนุกสนาน ข่าวสารครบถ้วน มีความเป็นกลาง ทำให้แขกรับเชิญรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากรายการนี้ถ่ายทอดเรื่องราวได้ครบถ้วน“เขาอยากเชิญเสี่ยวเหยาไปออกรายการ”“แล้วเสี่ยวเหยาอยากไปไหมครับ”คนตัวเล็กนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “…อยากครับ แต่พี่เยี่ยนเฉินไปเป็นเพื่อนเสี่ยวเหยาด้วยได้ไหมครับ”“ได้ครับ”“เย้ ขอบคุณนะครับ”หากท่านนายพลเปิดช่องแชทขึ้นจะเห็นข้อความที่อยู่ล่างสุดมีชื่อของรายการนี้ส่งข้อความมาหาเขาด้วย ทว่าเจ้าตัวกลับไม่สนใจที่จะเปิดอ่านรวมไปถึงพันกว่าข้อความที่ส่งเข้ามาข้อความใหม่แทนที่ข้อความเก่า หากไม่เลื่อนลงไปข้างล่างก็คงไม่เห็นว่ามีข้อความอะไรบ้างติ้งเพียงไม่ถึงนาทีที่คนตัวเล็กตอบตกลงทางรายการก็ส่งข้อความตอบกลับมาทันที ราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
“จะไปไหนครับ” คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันยามเห็นกระเป๋าใบใหญ่แสนคุ้นตาวางอยู่ในห้องรับแขก“กลับบ้านครับ”“หืม? หมายความว่าไงครับ” ร่างสูงว่าพลางสาวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กกว่าด้วยความร้อนรน เมื่อคืนเรายังนอนกอดกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ไหง่ตอนเช้าถึงกลายเป็นแบบนี้ได้“พี่ทำอะไรให้เสี่ยวเหยาไม่พอใจหรือเปล่า ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากกลับบ้าน” เขาโพล่งถามขึ้นอย่างอดไม่ไหวร่างเล็กส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ไม่ใช่ครับ ที่จริงบ้านของเสี่ยวเหยาซ่อมเสร็จหลายวันแล้ว ตอนนี้พี่เยี่ยนเฉินก็กลับมาอยู่บ้าน เสี่ยวเหยารบกวนพี่เยี่ยนเฉินมาหลายวันแล้ว เลยคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับแล้ว”“ไม่รบกวนเลยครับ บ้านพี่ก็เหมือนบ้านของเสี่ยวเหยา อีกอย่างคนรักกันก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ ถ้าเสี่ยวเหยากลับไปพี่ต้องเหงามากแน่ ๆ แล้วพี่ก็อาจจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปวดหัว กระสับกระส่าย ตัวร้อน…” พูดอย่างเดียวไม่พอ ยังแสร้งตีหน้าเศร้าพลางถูไถศีรษะกับหัวไหล่มนของคนตัวเล็กไปมาหากลูกน้องมาเห็นท่านนายพลในตอนนี้คงผวาจนไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายถูกผีเข้าสิงหรือไม่ก็โดนพิษของเซิร์กจนทำให้มีอาการแปลก ๆ อย่างที่เห็นท่านนายพลผูู้ยิ่งใหญ่นะ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ” อันเสี่ยวเหยาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจในที่สุดการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลงแล้วถึงจะมีหนวดขึ้นรำไรรอบบริเวณริมฝีปาก ใบหน้าซูบผอมไปนิด ผมเผ้ายุ่งเหยิงดูไม่เรียบร้อย ใต้ตาหมองคล้ำจากการพักผ่อนน้อย ชุดที่สวมมีรอยเปื้อนและขาดเป็นหย่อม ๆ แต่ก็ไม่อาจลงทอนความหล่อเหล่าไปได้เขาไม่คิดเลยนะว่าเวลาเพียงไม่กี่วันจะทำให้ใครคนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นคนละคนได้ถึงขนาดนี้กระนั้นอันเสี่ยวเหยาก็ยังจดจำได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น คนตรงหน้าคือท่านนายพลหวังเยี่ยนเฉินผู้ยิ่งใหญ่ขาเรียวยาวก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ในแววตาทั้งสองคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความคิดถึงและเสน่หา ฉับพลันหัวใจสั่นไหวราวกับว่าพวกเขาทั้งยินเสียงระฆังงานแต่งดังขึ้นพร้อมกับกลีบดอกกุหลาบที่ร่วงมาจากฟ้า“คิดถึงจังเลยครับ” พูดจบแขนแกร่งก็โอบกอดเอวบอบบางเอาไว้พร้อมกับรั้งคนตัวเล็กเข้าหาตนศีรษะทุยเอียงซบบนแผงอกแกร่ง ความใกล้ชิดนี้ทำให้ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจได้อย่างชัดเจนและคิดว่าหัวใจของตนก็เต้นแรงไม่แพ้กันตึก ตึก“เสี่ยวเหยาก็คิดถึงเหมือนกันครับ” ยอมรับตามตรงว่าเขารู้สึกโล่งใจมากที่เห็นพี่เยี่ยนเฉินกลับมาอย่างปลอดภัยคำต
“เฮ้อ”นับตั้งแต่วันนั้นที่ท่านนายพลหวังเยี่ยนเฉินบอกว่าต้องไปทำภารกิจไปก็ผ่านมาเกือบดัปดาห์แล้วถึงจะรู้ว่าอีกคนเก่ง ไม่มีทางเป็นอะไรง่าย ๆ แน่ แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี พี่เยี่ยนเฉินเล่นหายเข้าไปในกลับเมฆและขาดการติดต่อ ยังดีที่พ่อบ้านคังบอกว่าสัญญาณชีพของท่านนายพลยังเต้นอยู่ทำให้เขาโล่งใจไปหนึ่งเปราะที่รู้ว่าพี่จะมีชีวิตอยู่อันเสี่ยวเหยาเพิ่งรู้ซึ้งว่าการรอคอยใครสักคน เวลามักจะเดินช้ากว่าปกติ เพื่อไม่ให้ตนคิดฟุ้งซ่านเกินไปยามว่างเขามักจะจะสตรีมสดทำอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับ“เสี่ยวเหยาถอนหายใจทำไมครับ หรือว่าเบื่อ”“…” หันมองโคโค่แวบหนึ่งแล้วหันกลับเบื่อ?จะว่าไปเขาก็เบื่อจริง ๆ นั่นแหละ พอพี่เยี่ยนเฉินไม่อยู่บ้านเขาก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย เพราะกลัวว่าอีกคนกลับมาแล้วจะไม่เห็นใครอีกใจหนึ่งก็กลัว สมมติว่าพี่เยี่ยนเฉินได้รับบาดเจ็บขึ้นมากหรือว่าเป็นอะไรไป ถึงตอนนั้นเขาจะรู้สึกอย่างไรเสียใจ?หรือว่าเสียดายที่ไม่ได้บอกความในใจกับคนพี่ไปการที่พวกเราได้อยู่ห่างกันแบบนั้น มันก็ทำให้เขาคิดได้หลายอย่างว่าจริง ๆ หัวใจของเขาลอยไปอยู่กับอีกคนตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังรอเวลาอยู่อีกหากว่าเราชอบใ
ย้อนกลับไปหลังจากที่ท่านนายพลได้รับรายงานด่วน เขาได้ฝากให้ทีมโพไซดอนดูแลอันเสี่ยวเหยา ส่วนเขาก็แยกตัวออกมาณ ห้องสำรวจทหารในห้องรับหน้าที่เฝ้ามองภาพถ่ายที่หุ่นยนต์สอดแนมและโดรนติดกล้อง ซึ่งเครื่องสอดแนมเหล่านี้จะกระจายอยู่รอบ ๆ เมืองหู่เปียน ความสามารถของอุปกรณ์นี้จะถ่ายภาพได้ทั้งกลางวันกลางคืนและยังตรวจวัดอุณหภูมิได้อีกด้วยอีกทั้งพวกเขายังสามารถควบคุมให้หุ่นยนต์ให้ไปในทิศทางที่ต้องการจากระยะไกลได้อีกด้วยเพื่อดูว่าที่นั่นมีพวกเซิร์กหลบซ่อนอยู่หรือเปล่า หากพบเจอได้ส่งทีมทหารเข้าไปจัดการได้อย่างทันท่วงที ป้องกันไม่ให้พวกมันทำร้ายผู้บริสุทธิ์วิธีนี้ช่วยลดภาระงานของทหารไปไม่น้อย พวกเขาไม่จำเป็นต้องออกไปลาดตระเวรรอบเมืองเองและรู้สึกเหมือนเอาชีวิตไปเสี่ยงทุกวัน ลองคิดดูหากวันหนึ่งเดิน ๆ อยู่แล้วเจอเซิร์ก เขาอาจจะมีชีวิตรอกหรือไม่มีชีวิตรอดก็ได้ใครจะรู้ถ้าเป็นอย่างหลังทางกองทัพเองก็จะต้องเสียทหารฝีมือดีไปอีกนายผู้นำของกองทัพรู้สึกห่วงใยทหารทุกคนในเมื่อมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดสามารถคิดค้นและสร้างงานประดิษฐ์ที่ล้ำเลิญได้ แล้วไยจะไม่สร้างสรรค์อุปกรณ์สุดวิเศษขึ้นมาทดแทนความต้องการของตั
![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![Boylove the Serise | ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



