Masukสองปีต่อมา
ตอนนี้กวางก็เรียนอยู่ปีสามแล้ว งานของเธอที่ผ่านมาสองปีนี้ก็คือไปทำงานบ้านที่บ้านแม่ของเขาเป็นเวลาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ และทำงานบ้านในคอนโดเขาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ กวางจะนั่งรถไปมหาวิทยาลัยกับมาร์คทุกวันและกลับพร้อมกันทุกวัน ซึ่งความรู้สึกของกวางที่มีต่อเขามาสองปีนั้นคือเธอชอบเขา มหาวิทยาลัย โรงอาหาร ในขณะที่ทั้งห้าคนรับประทานอาหารกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวใบหน้าสวยหุ่นดีคนหนึ่งถือจานข้าวเดินผ่านโต๊ะที่ทั้งห้าคนนั่งอยู่ มาร์คที่บังเอิญหันไปเห็นเข้าพอดีก็ถึงกับหัวใจเต้นรัวอย่างตื่นเต้นเพราะเขารู้สึกถูกชะตาสาวสวยที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะที่เขานั่งอยู่ มาร์คละสายตาจากร่างสวยแล้วพูดกับคิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ไอ้คิง” “มีอะไร” คิงละจากจานข้าวแล้วเอ่ยถามเพื่อนร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า “มึงรู้ไหมว่าผู้หญิงที่นั่งโต๊ะหลังมึงเรียนอยู่คณะไหน ปีไหน” คิงหันไปดูหญิงสาวที่นั่งโต๊ะด้านหลังแล้วหันมาตอบกลับ “เขาชื่อเคทเรียนอยู่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์ แล้วก็พ่วงตำแหน่งดาวคณะอีกด้วย…“ “ที่มึงถามเนี่ย…มึงสนใจเขาหรือไง” “อืม กูสนใจ” กวางที่นั่งอยู่ข้างคนตัวสูงถึงกับใจกระตุกพร้อมกับหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาทันทีเมื่อได้ยินเขาบอกว่าสนใจผู้หญิงที่ชื่อเคท มิ้วที่รู้ว่ากวางแอบรักมาร์คมานานแล้วเลื่อนมือมาจับมือของกวางที่วางบนตักและบีบเบาๆเพื่อเป็นการปลอบใจและให้กำลังใจเพื่อน “ถ้ามึงสนใจก็จีบเลยสิ” บาสที่นั่งอยู่ข้างคิงพูดสนับสนุนออกไป เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกับมาร์คมาหลายปีพวกเขาก็ไม่เคยเห็นว่ามาร์คจะบอกว่าสนใจผู้หญิงคนไหนสักคน “ไอ้คิง มึงไปขอคอนแทคเคทมาให้กูที” “แล้วทำไมมึงไม่ไปขอคอนแทคของเขาเองล่ะ” “กูอยากให้มึงเป็นคนขอ แล้วก็บอกเคทว่าขอมาให้กู” “เออๆ เดี๋ยวกูจัดการให้” สิ้นเสียงของคิง กวางที่นั่งฟังพวกเขาคุยกันมานานเอ่ยขึ้น “ทุกคน กวางกับมิ้วขอตัวเข้าห้องเรียนก่อนนะ” “เธอกินอิ่มแล้วเหรอ” มาร์คหันถามเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองพลางขมวดคิ้วนึกแปลกใจเพราะปกติจะกลับห้องเรียนพร้อมกัน “กวางอิ่มแล้ว” เธอตอบด้วยรอยยิ้มขื่นแล้วหันมาบอกมิ้วที่นั่งข้างตัวเอง “เราเข้าห้องเรียนกันเถอะมิ้ว” ว่าแล้วสองสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันเดินออกไปจากโรงอาหาร ดวงตาคมของมาร์คมองตามแผ่นหลังบางของกวางอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้เธอถึงกลับห้องก่อน ก่อนเสียงของคิงจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “มึงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมกวางถึงกลับห้องก่อน” “อืม วันนี้กวางเป็นอะไรวะ กูรู้สึกว่ากวางทำตัวแปลกๆ” ก่อนที่บาสจะเอ่ยขึ้น “จะไม่ให้แปลกได้ไง ก็มึงเล่นพูดในสิ่งที่กวางไม่อยากได้ยินไง” บาสเอ่ยแล้วหันไปยิ้มกับคิงอย่างรู้กัน พวกเขาสองคนรู้ดีว่ากวางชอบมาร์คมานานแล้ว มีแต่มาร์คเท่านั้นที่ไม่รู้ว่ากวางชอบตัวเอง “กูบอกว่าสนใจเคท แล้วกวางจะมาไม่ชอบทำไม” มาร์คพูดออกไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ก่อนที่คิงจะพูดตัดบท “งั้นมึงก็รีบกินข้าวให้เสร็จเถอะ จะได้ไปสูบบุหรี่กัน” ว่าแล้วมาร์คก็เลิกใส่ใจเรื่องของกวาง จากนั้นทั้งสามคนจึงทานข้าวกันต่อ เมื่อเสร็จแล้วทั้งสามคนก็พากันออกจากโรงอาหารและไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำ ห้องเรียน ด้านกวางกับมิ้ว เมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว มิ้วก็หันพูดกับกวางทันที “ฉันว่าเธอน่าจะบอกความจริงกับมาร์คไปเลยนะว่าเธอน่ะชอบเขามานานแล้ว” “ถึงจะบอกไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ก็ในเมื่อมาร์คไม่ได้ชอบกวาง มาร์คมองกวางเป็นแค่เพื่อนของเขาเท่านั้นแหละ” กวางพูดด้วยสีหน้าละห้อย “เธอลองเสี่ยงบอกไปสิ เผื่อบางทีมาร์คอาจจะหันมาสนใจเธอแบบที่ไม่ใช่เพื่อนก็ได้นะ” มิ้วออกความคิดเห็น “ถ้าเกิดบอกความจริงกับมาร์คไป กวางอาจจะเสียเพื่อนก็ได้นะ” “บางทีคนเรามันก็ต้องกล้าพูดนะกวาง เผื่อจะมีโอกาส” “ตอนนี้กวางยังไม่กล้าน่ะ เอาไว้ถ้ากวางกล้าเมื่อไหร่กวางอาจจะสารภาพกับมาร์คออกไปตรงๆก็ได้” “ฉันจะเอาใจช่วยให้เธอได้สมหวังกับมาร์คนะกวาง” “กวางขอบใจมิ้วมากนะ” กวางเอ่ยพร้อมระบายยิ้มให้เพื่อนที่มักจะพูดให้กำลังใจกันตลอด เธอบอกมิ้วว่าชอบมาร์คตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง เมื่อมิ้วรู้มิ้วจึงบอกคิงกับบาสด้วย 14.30 น. หลังจากเรียนเสร็จ มาร์คกับกวางก็พากันเดินมาขึ้นรถอย่างเช่นทุกๆวันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว กวางก็หันหน้าออกนอกรถด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายและรู้สึกท้อแท้ใจเมื่อคิดไปถึงเมื่อตอนเที่ยงในโรงอาหาร “วันนี้เธอเป็นอะไร ทำไมถึงได้ทำตัวแปลกๆ” มาร์คเปลี่ยนเกียร์ออกรถแล้วเอ่ยถามร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยสายตาของเขาจ้องมองทาง “กวางทำตัวแปลกๆยังไงเหรอ” ใบหน้าขาวเนียนอมชมพูหันถามร่างสูงที่ประคองพวงมาลัยรถ “ปกติเธอจะไม่เข้าห้องเรียนก่อนพวกฉัน แล้วตอนเที่ยงทำไมอยู่ๆเธอถึงกลับห้องก่อน” “คือ…กวางปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำน่ะก็เลยไม่อยากบอกตรงๆ” เธอจำต้องพูดโกหกออกไป “ฉันก็นึกว่าเธอจะไม่พอใจเรื่องที่ฉันบอกว่าชอบดาวคณะซะอีก” “กวางจะไม่พอใจทำไมล่ะ การที่มาร์คจะชอบใครมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของมาร์คนี่” “ถ้าเธอเป็นแฟนฉัน ฉันก็คิดว่าเธอหึงฉันที่ฉันบอกว่าชอบเคทนะ” “มาร์ค…ชอบเคทเหรอ” เมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มเอ่ยคำว่าชอบเคทออกมา ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็ชาวาบก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงผะแผ่ว “ใช่ ฉันชอบเคท เคทคือผู้หญิงที่อยู่ในสเปคฉันทุกอย่าง” “…” เธอชะงักงันเมื่อได้ยินเขาบอกออกมาชัดเจนว่าชอบเคท จากนั้นในรถก็เงียบสงัด กวางหันไปมองนอกรถจนกระทั่งรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังลานจอดรถในคอนโดตอนเย็นเมื่อมาร์คกับกวางออกมาจากห้องเรียนก็พากันเดินไปยังรถสปอร์ตหรูของมาร์คที่จอดอยู่ เมื่อมาถึงรถเขาก็บอกกับเพื่อนตัวเล็ก“วันนี้คงต้องกลับถึงคอนโดช้าหน่อยนะ”“มาร์คจะไปไหนด้วยเหรอ”“ฉันจะพาเคทไปกินข้าวน่ะ”หญิงสาวชะงักพร้อมกับหน้าถอดสีก่อนจะเอ่ยถามออกไป“มาร์คได้คอนแทคเคทมาแล้วเหรอ”“ใช่”“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นกวางกลับก่อนดีกว่า มาร์คไปกินข้าวกับเคทเถอะ กวางอยากกลับคอนโดเลย” เธอบอกออกไปด้วยสีหน้าฝืนยิ้ม“แล้วเธอไม่หิวเหรอ”“กวางค่อยกลับไปกินที่คอนโดก็ได้ งั้นกวางไปแล้วนะมาร์ค” บอกจบร่างสวยที่อยู่ในชุดนักศึกษาก็สาวเท้าออกไปหน้ามหาวิทยาลัยก่อนที่เคทจะเดินมาที่รถของเขา“รอฉันนานไหมมาร์ค”“อ้อ ไม่นานเลย ขึ้นรถเถอะเคท” เขาละสายตาที่มองไปยังร่างเล็กของเพื่อนสาวแล้วหันมาพูดกับเคท เคทเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถหรู ก่อนที่ร่างสูงของมาร์คจะเข้าไปนั่งและขับออกจากมหาวิทยาลัยไปมาร์คพาเคทมารับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้า เสร็จแล้วจึงพากันไปเดินดูของแบรนด์เนมของผู้หญิง มาร์คซื้อกระเป๋าสะพายยี่ห้อดังและเสื้อผ้าราคาแพงให้เคท“เธอจะซื้ออะไรอีกไหม” เมื่อออกจากร้านเสื้อผ้า ชายหนุ่มก็หันถามยังร่างสวยที่เ
คอนโดเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้อง มาร์คก็บอกกับเพื่อนร่างบางที่กำลังสแกนคีย์การ์ดจะเข้าห้อง“วันนี้ฉันสระผม เดี๋ยวเธอมาเช็ดผมกับเป่าผมให้ฉันหน่อยนะ”“ได้สิ” รับคำเสร็จหญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทันทีร่างบางหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรงเมื่อนึกไปว่าเธอรักเขามานาน แต่สุดท้ายเขาก็เจอผู้หญิงที่เขาชอบแล้ว ส่วนคนที่แอบรักเขาข้างเดียวอย่างเธอจะต้องทำยังไง“หรือจะบอกมาร์คไปตรงๆเลยว่าชอบเขามานานแล้ว ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” เรียวปากเล็กพึมพำพลางคิดในใจว่าถ้าบอกเขาตรงๆ เขาก็คงจะบอกว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ“งั้นก็อย่าบอกเลยดีกว่า อยู่แบบรักข้างเดียวอย่างนี้แหละสมควรแล้ว” พึมพำกับตัวเองจบก็ลุกไปเข้าห้องนอนแล้วอาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้า จากนั้นจึงออกไปจากห้องเพื่อจะไปเช็ดผมเป่าผมให้เขาที่เธอทำมาตลอดสองปีแล้วห้องนอนเมื่อเข้ามาในห้องนอนของเขา หญิงสาวก็เห็นร่างกำยำที่ท่อนล่างปกปิดไว้ด้วยผ้าขนหนูนั่งเช็ดผมอยู่บนเตียง กวางเดินไปหยิบไดร์เป่าผมหน้ากระจกแล้วมาจัดการเสียบปลั๊ก“ฉันว่าเช็ดอีกสักหน่อยดีกว่า มันยังเปียกๆอยู่เลย”“ได้” รับคำเสร็จ จากนั้นมือเรียวก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในมือหนาแล้วเอามาเช็ดผมให้เ
สองปีต่อมาตอนนี้กวางก็เรียนอยู่ปีสามแล้ว งานของเธอที่ผ่านมาสองปีนี้ก็คือไปทำงานบ้านที่บ้านแม่ของเขาเป็นเวลาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ และทำงานบ้านในคอนโดเขาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ กวางจะนั่งรถไปมหาวิทยาลัยกับมาร์คทุกวันและกลับพร้อมกันทุกวัน ซึ่งความรู้สึกของกวางที่มีต่อเขามาสองปีนั้นคือเธอชอบเขา มหาวิทยาลัยโรงอาหารในขณะที่ทั้งห้าคนรับประทานอาหารกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวใบหน้าสวยหุ่นดีคนหนึ่งถือจานข้าวเดินผ่านโต๊ะที่ทั้งห้าคนนั่งอยู่ มาร์คที่บังเอิญหันไปเห็นเข้าพอดีก็ถึงกับหัวใจเต้นรัวอย่างตื่นเต้นเพราะเขารู้สึกถูกชะตาสาวสวยที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะที่เขานั่งอยู่ มาร์คละสายตาจากร่างสวยแล้วพูดกับคิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม“ไอ้คิง”“มีอะไร” คิงละจากจานข้าวแล้วเอ่ยถามเพื่อนร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า“มึงรู้ไหมว่าผู้หญิงที่นั่งโต๊ะหลังมึงเรียนอยู่คณะไหน ปีไหน”คิงหันไปดูหญิงสาวที่นั่งโต๊ะด้านหลังแล้วหันมาตอบกลับ“เขาชื่อเคทเรียนอยู่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์ แล้วก็พ่วงตำแหน่งดาวคณะอีกด้วย…““ที่มึงถามเนี่ย…มึงสนใจเขาหรือไง”“อืม กูสนใจ”กวางที่นั่งอยู่ข้างคนตัวสูงถึงกับใจกระตุกพร้อมกับหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาทันทีเม
วันต่อมา ตอนเย็นเมื่อกวางเลิกเรียนก็เดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าและลาออกจากงานที่ทำอยู่ จากนั้นจึงกลับไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่หอพักแล้วนั่งรถไปลงคอนโดของมาร์ค เมื่อมาถึงคอนโดเธอก็โทรหามาร์คทันทีตู๊ด‘มาถึงแล้วเหรอ’‘ใช่’‘เธอไปเอาคีย์การ์ดที่นิติแล้วเขาจะบอกเธอเอง’‘เค’ ว่าจบนิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วเดินไปเอาคีย์การ์ดที่นิติคอนโด นิติบอกว่าอยู่ชั้นห้าและบอกหมายเลขห้อง จากนั้นเธอจึงขึ้นลิฟต์ไปยังห้องที่ตัวเองจะได้อาศัยกวางสแกนคีย์การ์ดเข้ามาในห้องที่มีขนาดกว้างขวางซึ่งแตกต่างกับหอพักที่เธออยู่อย่างสิ้นเชิง ในห้องนี้พอเข้ามาก็รู้สึกปลอดโปร่ง มองไปทางไหนก็รู้สึกสบายตาและสบายใจ มีเตียงนอนขนาดหกฟุตซึ่งด้านบนมีที่นอนหนาวางอยู่พร้อมกับหมอน ผ้าปูที่นอนกับปลอกหมอนเป็นสีชมพูอ่อนลายการ์ตูน คงจะเป็นเขาสินะที่จัดแจงให้ คิดแล้วก็รู้สึกประทับใจเขามากขึ้นไปอีกในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!จึงทำให้เธอออกจากภวังค์ความคิดแล้วเดินไปส่องตาแมวพร้อมกับเปิดประตูให้คนตัวสูง“เมื่อเช้าฉันสั่งให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดแล้วก็ปูผ้าที่นอน ฉันเลือกชุดผ้าปูที่นอนสีชมพู ไม่
คอนโดมาร์ค เมื่อกลับมาถึงคอนโดมาร์คก็เอาแต่คิดไปถึงเรื่องของกวาง เขารู้สึกสงสารเธอมากเมื่อได้รู้เรื่องส่วนตัวของเธอ เขาคิดว่าตัวเองมีทั้งพ่อทั้งแม่ มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีเงินมากมาย แต่พอคิดไปถึงชีวิตของกวางที่ไม่มีใครเลยก็ทำให้เขาที่ไม่เคยต้องใส่ใจใครกลายมาเป็นต้องคิดเรื่องของเธอกระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไป มาร์คดูนาฬิการาคาแพงบนข้อมือก็เห็นว่าเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาโทรหาเธอ ซึ่งหนึ่งเดือนที่เป็นเพื่อนกันมาเขาไม่เคยโทรหากวางกับมิ้ว จะโทรหาเฉพาะคิงกับบาสที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลายเท่านั้นตู๊ดเขารอสายจนมันตัดไปแล้วเขาก็ลองโทรอีกครั้งแต่เธอก็ไม่รับอีก ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเธออาจจะยุ่งอยู่ เมื่อเป็นอย่างนั้นชายหนุ่มจึงลุกจากโซฟาแล้วเข้าห้องนอนไปอาบน้ำ21.10 น.ในขณะที่มาร์คกำลังทำการบ้านอยู่นั้น โทรศัพท์ของเขาก็มีสายโทรเข้ามาจากเพื่อนสาว มือสวยละจากแป้นพิมพ์แมคบุ๊คแล้วเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมากดรับสาย‘อืม’‘ที่กวางไม่ได้รับโทรศัพท์เพราะเมื่อกี้กวางยุ่งอยู่น่ะ แล้วมาร์คมีอะไรหรือเปล่า’ เธอถามด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเห
มหาวิทยาลัย วันต่อมาเมื่อถึงเวลาพักเที่ยง กวางก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเรียนมาหลายชั่วโมงแล้วเดินไปหาร่างสูงกับเพื่อนๆของเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังของเธอพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส“เมื่อวานกวางยังไม่ได้ถามชื่อตัวเองเลย ตัวเองชื่ออะไรล่ะ”“ชื่อมาร์ค” เรียวปากหยักได้รูปขยับบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง ก่อนที่เธอจะถามยังชายหนุ่มอีกสองคน“แล้วตัวเองสองคนล่ะชื่ออะไร”“ฉันชื่อคิง”“ฉันชื่อบาส”“กวางยินดีที่ได้รู้จักมาร์ค คิง บาสนะ”“เช่นกัน” บาสกับคิงเอ่ยออกไปพร้อมกัน ก่อนที่คิงจะเอ่ยขึ้น“เดี๋ยวเธอสองคนจะไปโรงอาหารพร้อมกับพวกฉันไหม”“ไปสิ” เธอตอบกลับทันควันเพราะเธออยากอยู่ใกล้และทำความสนิทกับคนตัวสูงที่เธอชอบ“งั้นก็ไปกันเถอะ” จากนั้นกวางก็ไปชวนมิ้วที่นั่งอยู่ ก่อนที่ห้าคนจะพากันเดินไปยังโรงอาหารที่อยู่ไม่ไกลโรงอาหารเมื่อทุกคนซื้อของกินเรียบร้อยแล้วก็พากันเดินมายังโต๊ะที่ว่าง โดยกวางนั่งข้างมาร์ค มิ้วนั่งข้างกวาง ส่วนคิงกับบาสนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ทั้งห้าคนจะรับประทานอาหารและคุยกันบ้างเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้สนิทกันเมื่อทั้งห้าคนทานข้าวเสร็จก็พากันออกไปจากโรงอาหาร มาร์ค คิงและบาสพากันเ







