Mag-log inสองปีต่อมา
ตอนนี้กวางก็เรียนอยู่ปีสามแล้ว งานของเธอที่ผ่านมาสองปีนี้ก็คือไปทำงานบ้านที่บ้านแม่ของเขาเป็นเวลาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ และทำงานบ้านในคอนโดเขาห้าวันในหนึ่งอาทิตย์ กวางจะนั่งรถไปมหาวิทยาลัยกับมาร์คทุกวันและกลับพร้อมกันทุกวัน ซึ่งความรู้สึกของกวางที่มีต่อเขามาสองปีนั้นคือเธอชอบเขา มหาวิทยาลัย โรงอาหาร ในขณะที่ทั้งห้าคนรับประทานอาหารกันอยู่นั้นก็มีหญิงสาวใบหน้าสวยหุ่นดีคนหนึ่งถือจานข้าวเดินผ่านโต๊ะที่ทั้งห้าคนนั่งอยู่ มาร์คที่บังเอิญหันไปเห็นเข้าพอดีก็ถึงกับหัวใจเต้นรัวอย่างตื่นเต้นเพราะเขารู้สึกถูกชะตาสาวสวยที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะที่เขานั่งอยู่ มาร์คละสายตาจากร่างสวยแล้วพูดกับคิงที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ไอ้คิง” “มีอะไร” คิงละจากจานข้าวแล้วเอ่ยถามเพื่อนร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า “มึงรู้ไหมว่าผู้หญิงที่นั่งโต๊ะหลังมึงเรียนอยู่คณะไหน ปีไหน” คิงหันไปดูหญิงสาวที่นั่งโต๊ะด้านหลังแล้วหันมาตอบกลับ “เขาชื่อเคทเรียนอยู่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์ แล้วก็พ่วงตำแหน่งดาวคณะอีกด้วย…“ “ที่มึงถามเนี่ย…มึงสนใจเขาหรือไง” “อืม กูสนใจ” กวางที่นั่งอยู่ข้างคนตัวสูงถึงกับใจกระตุกพร้อมกับหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาทันทีเมื่อได้ยินเขาบอกว่าสนใจผู้หญิงที่ชื่อเคท มิ้วที่รู้ว่ากวางแอบรักมาร์คมานานแล้วเลื่อนมือมาจับมือของกวางที่วางบนตักและบีบเบาๆเพื่อเป็นการปลอบใจและให้กำลังใจเพื่อน “ถ้ามึงสนใจก็จีบเลยสิ” บาสที่นั่งอยู่ข้างคิงพูดสนับสนุนออกไป เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกับมาร์คมาหลายปีพวกเขาก็ไม่เคยเห็นว่ามาร์คจะบอกว่าสนใจผู้หญิงคนไหนสักคน “ไอ้คิง มึงไปขอคอนแทคเคทมาให้กูที” “แล้วทำไมมึงไม่ไปขอคอนแทคของเขาเองล่ะ” “กูอยากให้มึงเป็นคนขอ แล้วก็บอกเคทว่าขอมาให้กู” “เออๆ เดี๋ยวกูจัดการให้” สิ้นเสียงของคิง กวางที่นั่งฟังพวกเขาคุยกันมานานเอ่ยขึ้น “ทุกคน กวางกับมิ้วขอตัวเข้าห้องเรียนก่อนนะ” “เธอกินอิ่มแล้วเหรอ” มาร์คหันถามเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองพลางขมวดคิ้วนึกแปลกใจเพราะปกติจะกลับห้องเรียนพร้อมกัน “กวางอิ่มแล้ว” เธอตอบด้วยรอยยิ้มขื่นแล้วหันมาบอกมิ้วที่นั่งข้างตัวเอง “เราเข้าห้องเรียนกันเถอะมิ้ว” ว่าแล้วสองสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาพอดีตัวก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันเดินออกไปจากโรงอาหาร ดวงตาคมของมาร์คมองตามแผ่นหลังบางของกวางอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้เธอถึงกลับห้องก่อน ก่อนเสียงของคิงจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “มึงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมกวางถึงกลับห้องก่อน” “อืม วันนี้กวางเป็นอะไรวะ กูรู้สึกว่ากวางทำตัวแปลกๆ” ก่อนที่บาสจะเอ่ยขึ้น “จะไม่ให้แปลกได้ไง ก็มึงเล่นพูดในสิ่งที่กวางไม่อยากได้ยินไง” บาสเอ่ยแล้วหันไปยิ้มกับคิงอย่างรู้กัน พวกเขาสองคนรู้ดีว่ากวางชอบมาร์คมานานแล้ว มีแต่มาร์คเท่านั้นที่ไม่รู้ว่ากวางชอบตัวเอง “กูบอกว่าสนใจเคท แล้วกวางจะมาไม่ชอบทำไม” มาร์คพูดออกไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ก่อนที่คิงจะพูดตัดบท “งั้นมึงก็รีบกินข้าวให้เสร็จเถอะ จะได้ไปสูบบุหรี่กัน” ว่าแล้วมาร์คก็เลิกใส่ใจเรื่องของกวาง จากนั้นทั้งสามคนจึงทานข้าวกันต่อ เมื่อเสร็จแล้วทั้งสามคนก็พากันออกจากโรงอาหารและไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำ ห้องเรียน ด้านกวางกับมิ้ว เมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว มิ้วก็หันพูดกับกวางทันที “ฉันว่าเธอน่าจะบอกความจริงกับมาร์คไปเลยนะว่าเธอน่ะชอบเขามานานแล้ว” “ถึงจะบอกไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ก็ในเมื่อมาร์คไม่ได้ชอบกวาง มาร์คมองกวางเป็นแค่เพื่อนของเขาเท่านั้นแหละ” กวางพูดด้วยสีหน้าละห้อย “เธอลองเสี่ยงบอกไปสิ เผื่อบางทีมาร์คอาจจะหันมาสนใจเธอแบบที่ไม่ใช่เพื่อนก็ได้นะ” มิ้วออกความคิดเห็น “ถ้าเกิดบอกความจริงกับมาร์คไป กวางอาจจะเสียเพื่อนก็ได้นะ” “บางทีคนเรามันก็ต้องกล้าพูดนะกวาง เผื่อจะมีโอกาส” “ตอนนี้กวางยังไม่กล้าน่ะ เอาไว้ถ้ากวางกล้าเมื่อไหร่กวางอาจจะสารภาพกับมาร์คออกไปตรงๆก็ได้” “ฉันจะเอาใจช่วยให้เธอได้สมหวังกับมาร์คนะกวาง” “กวางขอบใจมิ้วมากนะ” กวางเอ่ยพร้อมระบายยิ้มให้เพื่อนที่มักจะพูดให้กำลังใจกันตลอด เธอบอกมิ้วว่าชอบมาร์คตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง เมื่อมิ้วรู้มิ้วจึงบอกคิงกับบาสด้วย 14.30 น. หลังจากเรียนเสร็จ มาร์คกับกวางก็พากันเดินมาขึ้นรถอย่างเช่นทุกๆวันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว กวางก็หันหน้าออกนอกรถด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายและรู้สึกท้อแท้ใจเมื่อคิดไปถึงเมื่อตอนเที่ยงในโรงอาหาร “วันนี้เธอเป็นอะไร ทำไมถึงได้ทำตัวแปลกๆ” มาร์คเปลี่ยนเกียร์ออกรถแล้วเอ่ยถามร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยสายตาของเขาจ้องมองทาง “กวางทำตัวแปลกๆยังไงเหรอ” ใบหน้าขาวเนียนอมชมพูหันถามร่างสูงที่ประคองพวงมาลัยรถ “ปกติเธอจะไม่เข้าห้องเรียนก่อนพวกฉัน แล้วตอนเที่ยงทำไมอยู่ๆเธอถึงกลับห้องก่อน” “คือ…กวางปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำน่ะก็เลยไม่อยากบอกตรงๆ” เธอจำต้องพูดโกหกออกไป “ฉันก็นึกว่าเธอจะไม่พอใจเรื่องที่ฉันบอกว่าชอบดาวคณะซะอีก” “กวางจะไม่พอใจทำไมล่ะ การที่มาร์คจะชอบใครมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของมาร์คนี่” “ถ้าเธอเป็นแฟนฉัน ฉันก็คิดว่าเธอหึงฉันที่ฉันบอกว่าชอบเคทนะ” “มาร์ค…ชอบเคทเหรอ” เมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มเอ่ยคำว่าชอบเคทออกมา ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็ชาวาบก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงผะแผ่ว “ใช่ ฉันชอบเคท เคทคือผู้หญิงที่อยู่ในสเปคฉันทุกอย่าง” “…” เธอชะงักงันเมื่อได้ยินเขาบอกออกมาชัดเจนว่าชอบเคท จากนั้นในรถก็เงียบสงัด กวางหันไปมองนอกรถจนกระทั่งรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังลานจอดรถในคอนโดหนึ่งเดือนต่อมางานแต่งของมาร์คกับกวางได้จัดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน ซึ่งจัดที่บ้านของเขา มิ้วไม่ได้มางานแต่งกวางเพราะแต่งงานวันเดียวกับกวาง ส่วนคิงกับบาสก็ไปงานของมิ้วก่อน จากนั้นจึงมางานของมาร์คกับกวางห้างสรรพสินค้าเมื่อมาร์คกับกวางดูหนังจบก็พากันเดินออกมาจากโรงหนัง แล้วมาร์คก็หันพูดกับคนตัวเล็กที่เขาจับมืออยู่“เธออยากไปซื้ออะไรต่อไหม”“กวางอยากกลับบ้านค่ะเพราะรู้สึกเพลียๆ” เธอมีอาการอ่อนเพลียแบบนี้มาสองสามวันแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร“เธอไม่สบายหรือเปล่า” เขายกมือแตะที่หน้าผากของเธอ“กวางไม่ได้ป่วยค่ะ แต่มันรู้สึกเพลียเฉยๆค่ะ”“ไปหาหมอไหม”“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวกลับไปนอนพักที่บ้านก็คงจะหายเพลียค่ะ”“งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” ว่าจบร่างสูงก็โอบไหล่บางแล้วพากันเดินไปยังประตูทางออกก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวใบหน้าสวยคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี“อ้าวมาร์ค กวาง จะกลับกันแล้วเหรอ”“อ้อ จะกลับแล้ว แล้วเธอกลับมาเมื่อไหร่” มาร์คเอ่ยถามเคทออกไปตามประสาคนรู้จักกัน“ฉันกลับมาเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะ ฉันพาลูกกับสามีมาอยู่ที่ไทยแล้วละ”“เธอมาคนเดียวเหรอ”“ใช่”กวางที่ยืนอยู่ข้างร่างสูงเมื่อเห็นเคทเธ
วันต่อมา บ้านพ่อแม่ของมาร์คหลังจากที่มาร์คกับกวางจดทะเบียนสมรสเสร็จ มาร์คก็พากวางมาหาแม่ที่บ้าน เมื่อเช้าเขาได้โทรบอกแม่ว่าจะพากวางไปจดทะเบียนสมรส หลังจดทะเบียนเสร็จก็จะพากวางมาที่นี่ ตอนกวางอยู่โรงพยาบาลพ่อกับแม่ก็ไปเยี่ยมกวางสองครั้ง และพอร์ชกับรินก็ไปเยี่ยมกวางด้วย แต่ไปเยี่ยมตอนที่กวางยังไม่ฟื้นเมื่อสองสามีภรรยาป้ายแดงเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่หรูหรา แพรพิลัยที่นั่งรอคนทั้งสองอยู่จึงส่งยิ้มให้ลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าเบิกบานเมื่อได้กวางมาเป็นลูกสะใภ้อย่างที่เคยหวังไว้“นี่แม่พี่เอง” มาร์คหันบอกกับเมียตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ“สวัสดีค่ะคุณป้า” กวางยกมือไหว้นอบน้อมพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีหนูกวาง นั่งก่อนสิจ้ะ” ว่าแล้วแพรพิลัยก็ลุกขึ้นพร้อมกับจับข้อมือของกวางมานั่งข้างตัวเอง ก่อนที่ร่างสูงของมาร์คจะหย่อนตัวนั่งลงใกล้ๆ“หนูกวางเป็นลูกสะใภ้แม่ก็ต้องเรียกแม่ว่าแม่สิ”“ค่ะคุณแม่”“หนูกวางได้กินอะไรมาหรือยัง”“เมื่อกี้พี่มาร์คพากวางแวะกินที่ร้านแล้วค่ะ”“วันนี้หนูกวางอย่ารีบกลับนะ รอให้พ่อกลับมาจากบริษัทก่อนแล้วจะได้กินข้าวเย็นพร้อมกัน”“ได้ค่ะคุณแม่” เธอระบายยิ้มหวานพร้อมรับคำอย่างว่าง่ายพลางในใจลึกๆ
ห้องนอน 19.40 น.เมื่อมาร์คกับกวางรับประทานอาหารตอนหกโมงเย็นเสร็จ มาร์คก็พากวางออกไปนั่งคุยกันในสวนหย่อมหน้าบ้านประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นทั้งสองจึงพากันขึ้นห้องไป“เราไปอาบน้ำกันเถอะกวาง” เมื่อเข้ามาในห้องนอนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างงามที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“เราจะอาบพร้อมกันอีกเหรอคะ” ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลเขาก็จะพาเธอเข้าไปอาบน้ำพร้อมกับเขาทุกวัน ซึ่งสามวันมาแล้วที่เธออาบน้ำพร้อมกับเขา“ใช่ ไปเข้าห้องน้ำเถอะ” ว่าแล้วมาร์คก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวของตัวเองและของกวาง จากนั้นทั้งสองจึงพากันเข้าไปในห้องน้ำมาร์คถอดเสื้อผ้าให้กวางอย่างเช่นสามวันที่ผ่านมา จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าของตัวเอง ร่างสูงก้าวลงไปนั่งในอ่างพร้อมกับจับร่างสวยให้มานั่งคร่อมตักของเขาโดยกึ่งกลางกายของทั้งสองสัมผัสกัน มาร์คจับแขนเสลายกขึ้นคล้องคอของเขา สองแขนแกร่งกอดเอวเล็กพลางดวงตาคมจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยแววตาคลั่งไคล้และคลั่งรัก“พี่มาร์คไม่เปิดน้ำใส่อ่างก่อนเหรอคะ”“วันนี้เราต้องเอากันก่อนนะแล้วค่อยอาบน้ำ”“เอากันเหรอคะ?” ขมวดคิ้วงุนงง“หรือเรียกอีกอย่างว่าyedกัน”“yedกัน?” “ใช่ การ
ห้องพักฟื้น หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มาร์คมาอยู่เฝ้ากวาง ในขณะที่กวางก็ยังนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น“กวาง…” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียง ในขณะที่มือของเขากอบกุมมือสวยของเธอและลูบหลังมือเบาๆ“ตื่นขึ้นมาคุยกับฉันหน่อยสิกวาง” เขาผละจากมือเรียวแล้วเลื่อนมือขึ้นไปลูบแก้มนุ่มของเธอเบาๆ“ที่รักของฉัน เธอหลับนานไปแล้วนะ ตื่นได้แล้ว” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยเรียกเป็นครั้งที่สาม พลันเปลือกตาสวยก็เริ่มขยับเล็กน้อย มาร์คที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับใจเต้นรัว นิ้วเรียวของกวางกระดิก ชายหนุ่มระบายยิ้มอย่างดีใจกับสิ่งที่เห็นร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยพลางค่อยๆเบิกตาขึ้นอย่างช้าๆจึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆเธอ“กวางตื่นแล้วเหรอ” มาร์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเขายิ้มแย้มอย่างมีความสุข เขาเลื่อนมือไปจับมือของเธอมากุมไว้แล้วบีบเบาๆ ก่อนเสียงแหบแห้งของกวางจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้างุนงง“พี่…เป็นใครเหรอคะ”“…” มาร์คถึงกับนิ่งชะงักพลางคิดในใจว่าเธอจำเขาไม่ได้งั้นเหรอ“พี่…ชื่ออะไรคะ แล้วพี่เป็นใคร”มาร์คกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อนแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ
วันต่อมากวางที่อาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วกำลังจะออกไปร้านคาเฟ่ เปิดประตูออกมาจากห้องนอนจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงนอนอยู่บนโซฟาตัวยาว มาร์คที่เห็นร่างเล็กออกจากห้องมาก็ลุกจากโซฟาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเศร้าซึมเพราะเมื่อคืนเขานอนคิดมากทั้งคืนกับเรื่องที่เธอบอกว่าไม่อยากใช้ผู้ชายร่วมกับใครและเรื่องที่เขาไม่ได้ป้องกัน“เธอจะไปร้านเหรอ”“ใช่” เธอตอบด้วยสีหน้าปกติพร้อมกับเดินไปที่ประตู มาร์คลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินไปสวมกอดร่างบอบบางจากทางด้านหลังพลางเอ่ยออกไป“กวางฉันขอโทษ…”“มาร์คขอโทษกวางเรื่องอะไรเหรอ” เธอชะงักกับคำขอโทษของเขาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ“ขอโทษที่ทำให้เธอไม่สบายใจมาหลายปี”“มาร์ครู้เหรอว่ากวางไม่สบายใจเรื่องอะไร”“เรื่องเคท”“ทำไมกวางต้องไม่สบายใจเรื่องเคทด้วยล่ะ”“ตอนนั้นที่ฉันตกลงเป็นแฟนกับเคท เธอคงไม่สบายใจ”“เพื่อนมีแฟน แล้วทำไมกวางจะต้องไม่สบายใจด้วยล่ะ”“ก็เพราะเธอรักฉันไง”“กวางยอมรับนะว่าตอนนั้นกวางรู้สึกไม่สบายใจ แต่กวางก็พยายามทำใจไม่ให้รักมาร์คตั้งแต่นั้นมา และตอนนี้กวางก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมาร์คแล้ว” “แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยค
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่มาร์คมาทำงานที่บริษัท บ่อยครั้งที่มาร์คจะอ้างกับกวางว่าไม่อยากพารถไปบริษัทและเขาก็ขอนั่งรถไปกับเธอกวางเดินออกมาหน้าคอนโดแล้วสาวเท้าไปยังรถเก๋งคันสีขาวของตัวเอง มาร์คที่เดินตามมาติดๆคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กหมับ!“วันนี้ไปรถฉันดีกว่านะ”“รถกวางก็มี ไม่จำเป็นต้องไปกับมาร์คหรอก ไปคนละคันนั่นแหละดีแล้ว”“วันนี้ไปกับรถฉันสักวันนะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็จูงมือเธอไปยังรถของตัวเอง กวางก็เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย มาร์คเปิดประตูให้กวางเข้าไปนั่ง ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยเปิดประตูรถให้สาวคนไหนมาร์คปิดประตูรถแล้วเดินมานั่งประจำที่คนขับพร้อมกับออกรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ติดอันดับต้นของประเทศบริษัทหลังจากคืนนั้นที่พอร์ชกับรินมีความสัมพันธ์เกินเลยกัน นี่ก็หนึ่งเดือนมาแล้วที่พอร์ชเงียบหายไปเลยรินที่อยากรู้ว่าเขาหายไปไหนจึงหันถามกวางที่นั่งโต๊ะข้างตัวเอง ถึงแม้ว่าเธอจะมีเบอร์ของพอร์ช แต่เธอก็ไม่กล้าโทร ซึ่งตั้งแต่เรียนจบรินก็ไม่เคยโทรหาพอร์ชเลย“น้องกวาง ช่วงนี้พอร์ชได้ติดต่อมาหาน้องกวางบ้างหรือเปล่า”“พี่พอร์ชไม่ได้ติดต่อกวางมาเป็นเดือนแล้วค่ะ…” กว
มาร์ค อายุ19ปี สูง187เซนติเมตรนักศึกษาปี1 เป็นทายาทเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ติดอันดับต้นของประเทศกวาง อายุ18ปี สูง158เซนติเมตรนักศึกษาปี1ตัวอย่างนิยาย“ฉันให้เคทย้ายมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ฉันกับเคทเป็นแฟนกันแล้ว”“…” เมื่อได้ยินอย่างนั้นสีหน้าของเธอก็หม่นลงทันทีกับสิ่งที่ได้รับรู้ ภายในใจรู้สึ
สามปีผ่านไปตอนนี้กวางก็ขึ้นปีสี่แล้ว เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่มาร์คกับเคทคุยกันและไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ หนึ่งปีให้หลังมานี้ถ้าวันไหนที่กวางรู้ว่าเคทนั่งรถไปมหาวิทยาลัยกับมาร์คด้วย กวางก็บอกกับมาร์คว่าขอไปเอง เธอไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอของมาร์คกับเคท และมาร์คก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรเธอคอนโด ตอนเย็นวันนี้
ตอนเย็นเมื่อมาร์คกับกวางออกมาจากห้องเรียนก็พากันเดินไปยังรถสปอร์ตหรูของมาร์คที่จอดอยู่ เมื่อมาถึงรถเขาก็บอกกับเพื่อนตัวเล็ก“วันนี้คงต้องกลับถึงคอนโดช้าหน่อยนะ”“มาร์คจะไปไหนด้วยเหรอ”“ฉันจะพาเคทไปกินข้าวน่ะ”หญิงสาวชะงักพร้อมกับหน้าถอดสีก่อนจะเอ่ยถามออกไป“มาร์คได้คอนแทคเคทมาแล้วเหรอ”“ใช่”“อ๋อ
คอนโดเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้อง มาร์คก็บอกกับเพื่อนร่างบางที่กำลังสแกนคีย์การ์ดจะเข้าห้อง“วันนี้ฉันสระผม เดี๋ยวเธอมาเช็ดผมกับเป่าผมให้ฉันหน่อยนะ”“ได้สิ” รับคำเสร็จหญิงสาวก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทันทีร่างบางหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรงเมื่อนึกไปว่าเธอรักเขามานาน แต่สุดท้ายเขาก็เจอผู้หญิงท







