LOGINตอนที่ 3
คนที่เธอไม่เคยมอง รุ่งเช้า อัยยาในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอยาวคลุมเข่า รีบเร่งมาหยุดยืนตรงหน้าตึกวิศวกรรมเหมือนทุกวัน กล่องข้าวในมือถูกยื่นให้ตะวันตามเคย ยังไม่ทันที่เธอจะได้นั่งลง ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “เมื่อวานบอกจะไปซื้อน้ำให้ ทำไมไม่เห็นโผล่มาล่ะ นึกว่าตายห่าไปล่ะ” ร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา “เอ่อ...เราเห็นมีคนซื้อให้ตะวันแล้ว ก็เลยคิดว่า…ตะวันคงไม่ต้องการน้ำจากเรา” พูดจบหญิงสาวก็นั่งลงตรงข้าม มือเรียวขยับแว่นตาอย่างเคยชิน ตะวันกอดอกมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “แล้วนั่นทำอะไรอีก” “อ๋อ รายงานน่ะ ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่รบกวนตะวันหรอก” ไม่นานนัก กลุ่มนักศึกษาสาวที่เดินผ่านก็เหลือบมองตะวันด้วยสายตาวาววับ ก่อนจะหันไปซุบซิบกันเมื่อเห็นอัยยานั่งอยู่ตรงนั้น “พี่คนนั้นหล่อมากเลยอะ” “นั่นแฟนเขาเหรอ ดูธรรมดาจัง ไม่เหมาะกันเลย” “ทำบุญวัดไหนเนี่ย…” เสียงหัวเราะคิกคักค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมามองเธออีกครั้ง สายตาคมฉายแววหงุดหงิดมากกว่าเดิม ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงนิ้วเคาะโต๊ะจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้น ก่อนที่ตะวันจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “นี่ ไปทำที่อื่นไป” อัยยาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงทำงานตรงหน้าต่อ “อีกแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” “กูบอกให้ไปทำที่อื่น ไม่เห็นเหรอว่าคนเข้าใจผิดกันหมดแล้ว” “ปกติเราก็นั่งแบบนี้ทุกวัน…” “งั้นมึงอยู่ กูไป” ร่างสูงลุกขึ้นยืน มืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทีฉายความหงุดหงิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง กำลังจะหันหลังเดินจากไป ทว่าเสียงเรียกของอัยยาก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวรีบลุกตาม ร่างเล็กสั่นน้อย ๆ ขณะขยับแว่นเหมือนพยายามรวบรวมความกล้า “เดี๋ยวก่อน…ตอนบ่ายตะวันมีแข่งบาสใช่มั้ย เดี๋ยวเราไปเชียร์นะ” ทว่าตะวันกลับไม่ตอบ ไม่แม้หันกลับมา เพียงแค่เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ ช่วงบ่าย สนามบาสมหาลัยเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ อัยยาถือน้ำดื่มแน่นอยู่ในมือ เดินเข้ามายืนข้างสนามอย่างเงียบ ๆ สายตาหลังเลนส์แว่นกวาดมองหาชายร่างสูงที่เธอตั้งใจจะมาหา ไม่นานก็เห็นตะวันอยู่กลางสนาม ร่างสูงกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วใบหน้าเขร่งขรึมไร้อารมณ์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้คน ท่าทีของเขาทำเอาใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มขึ้นมาจาง ๆ ไม่นานนัก กลุ่มรุ่นน้องสามคนก็เข้ามายืนใกล้ ๆ เสียงกระซิบดังขึ้น แม้จะเพียงกระซิบ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้คนข้าง ๆ ได้ยิน “ดูพี่ตะวันสิ หล่ออะไรขนาดนั้น” “ถ้าฉันลองจีบ จะติดไหมนะ” “ใครได้เป็นแฟนนี่น่าอิจฉาตายเลย” อัยยาที่ยืนฟังขยับแว่น ความรู้สึกเหมือนจะถูกแย่งชิงทำให้เธอกล้าที่จะพูดสวนออกไป “ตะวัน…เขาไม่ชอบพวกเธอหรอก” คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะเยาะจากสามสาวได้ทันที “พี่รู้ได้ไง?” “ก็....” “หรือว่าเป็นแฟนเขา?” อีกคนมองเธอขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อ “ไม่ใช่มั้ง สภาพแบบนี้เนี่ยนะ” อัยยากำหมัดแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นอกด้วยความที่ไม่อยากต่อปากต่อคำ เธอเลยเลือกที่จะเดินหนี โป๊ก! แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวออกไป ลูกบาสก็ลอยมากระแทกศีรษะเธอเต็มแรง จนร่างเล็กเซไปข้างหนึ่ง เสียงหัวเราะดังรอบทิศคล้ายเป็นตัวตลก ชายหนุ่มจากในสนามวิ่งเข้ามาเก็บลูกบอล ก่อนจะเอ่ยเสียห้วน “เดินให้มันระวังหน่อยสิ นี่สนามบาสนะ” ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงสายตาเย็นชาและเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง อัยยากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกจากสนาม ทิ้งขวดน้ำไว้ในมือทั้งที่ยังสั่นเทา ตะวันเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่วิ่งออกจากสนามบาส คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แต่เพียงครู่เดียวร่างสูงก็เบือนหน้าหนี ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันกลับไปเล่นบาสต่อราวกับคนที่วิ่งออกไปไม่ได้สำคัญพอให้เขาเก็บมาใส่ใจ หลังเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน ร่างสูงของตะวันก็เดินออกจากสนามพร้อมเพื่อนสองคนตามแนวฟุตบาทหน้าอาคารเรียน เหงื่อยังเกาะตามกรอบหน้า เสื้อยืดชุ่มจนแนบลำตัว ก่อนที่เตอร์เอื้อมแขนมากอดคอเพื่อนสนิทอย่างคุ้นเคย “ไงไอ้วัน คืนนี้ไปร้านเดิมกันปะ” “ไม่ว่ะ อยากกลับบ้าน ไปนอน” ตะวันตอบเสียงเรียบ โชนหรี่ตามองทันที “ไปนอนหรือไปไหนกันแน่ ช่วงหลัง ๆ ชวนไปไหนก็ไม่เคยไป ทำไม?ติดสาวเหรอ” “สาวห่าอะไร” “ไอ้นี่มีพิรุธชัด ๆ เด็ดป่ะ” “พอเลย เด็ดอะไรก็บอกว่าไม่มี” จากนั้นเตอร์ก็พูดแทรกขึ้นอีกครั้ง “งั้นกูขอติดรถกลับด้วยดิ” “เออได้…ไปเล่นเกมที่คอนโดกูก่อนปะ” “เออ เอาสิ” บทสนทนากำลังไหลไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ ร่างเล็กของอัยยาก็วิ่งมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสาม พยายามตั้งสติ มือหนึ่งยกขึ้นขยับแว่น “เอ่อ…ตะวัน” เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนจะเลิกคิ้วสูง “เมื่อกี้เราดูตะวันแข่งไม่จบ ขอโทษนะ” “แล้วจะมาบอกทำไม” น้ำเสียงเย็นชาเปล่งออกมาจากปากของชายตรงหน้า ทำให้ อัยยาถึงอ้ำอึ้ง “ก็…เรา” “ช่างเถอะ ไม่ได้สนใจขนาดนั้น” เขาพูดสวนในทันทีไม่รอให้เธอพูดต่อ “งั้นตะวันจะกลับแล้วเหรอ” “อื้อ มีไรอีกปะ” “อ่ะ…น้ำ” อัยยาสูดลมหายใจ ก่อนจะยื่นขวดน้ำออกไป ทั้ง ๆ ที่มือยังสั่นเล็กน้อย ตะวันมองขวดน้ำนั้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะรับมาอย่างรำคาญ แล้วโยนให้เตอร์ เตอร์รับไว้ทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเชิงปฏิเส “กูไม่ได้อยากดื่มนะ” “ไม่แดกก็ทิ้ง” ตะวันพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเดินผ่านญิงสาวไปโดยไม่หันกลับมา โชนกับเตอร์เดินตามหลังเขาไป เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเท้า เหลือเพียงอัยยาที่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวกับความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครเก็บไปด้วย คอนโดตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านหรู ตัวอาคารสูงโปร่ง กระจกใสสะท้อนแสงเมืองยามค่ำ ห้องพักชั้นบนสุดถูกตกแต่งเรียบหรู เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงและเนี้ยบ เดาได้เลยว่าเจ้าของห้องต้องมีฐานะร่ำรวยเป็นอย่างมาก ทันทีที่เข้ามา เตอร์กับโชนก็ถอดเสื้อคลุมวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างเคยชิน ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงของเจ้าของห้องราวกับเป็นห้องตัวเอง “มึงนี่ทำเหมือนรำคาญอัยยาตลอดเลยนะ” โชนพูดขึ้น พลางหงายหน้ามองเพดาน “ถ้าไม่ได้ชอบเธอขนาดนั้น ทำไมไม่ปฏิเสธไปให้มันจบ ๆ วะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับมึงอีก” ตะวันไม่ตอบในทันที เขาเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ความเหนื่อยล้าผสมหงุดหงิดฉายชัดบนสีหน้า ก่อนจะสวนกลับเสียงเรียบ “ก็เธออยากมาเป็นเบ้กูเองหนิ ไม่ได้ขอสักหน่อยตามติดกูตั้งแต่อยู่มอต้น” เตอร์พลิกตัวมองทันที “แล้วทำไมมึงไม่พูดดี ๆ กับเธอบ้างล่ะ เธอคอยรับใช้มึงขนาดนั้นเดี๋ยวก็ส่งข้าวเดี๋ยวก็ส่งน้ำแค่ตอบแทนเธอด้วยการพูดจาดี ๆ มันจะตายหรือยังไง” คำถามนั้นทำให้ตะวันชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะขมวดคิ้ว “กูพูดไม่ดีกับเธอตรงไหน กูด่าเธอเหรอ ก็ไม่หนิ” “ไม่ด่า ปากมึงอ่ะไม่ด่าแต่การกระทำมึงอ่ะมันย้อนแย้ง ไอ้สัด” ตะวันไม่เถียงต่อ เขาเอนหลังพิงโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบ “พอเหอะ กูไม่อยากคุยเรื่องนี้ เข้าเกมสิ” เตอร์กับโชนมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะยอมขยับมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ อย่างเสียไม่ได้ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยในการกระทำของตะวันสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ไม่อาจล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวเพื่อนสนิทได้ตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 5ไม่เป็นไรวันต่อมาอัยยายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก บรรจงสำรวจเงาสะท้อนของตัวเองอย่างตั้งใจ ร่างเล็กสวมชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ตัวยาวคลุมเข่า ผมยาวถูกถักเปียไว้สองข้างอย่างหลวม ๆ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา พอให้สีผิวดูสดใสขึ้นโดยแทบไม่ต่างจากเดิมนัก ก่อนจะหยิบแว่นตาเลนส์ห
ตอนที่ 4ถ้าตะวันเห็นค่าเราสักนิดก็คงดีกร๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!เมื่อห้องกลับมาเงียบลงหลังเพื่อน ๆ แยกย้ายกันไป เสียงโทรศัพท์ของตะวันก็ดังขึ้น เขาเหลือบมองชื่อบนหน้าจอเพียงแวบเดียวก่อนจะกดรับสายแทบจะทันที“เนเน่โทรหาตะวันตั้งหลายรอบ ทำไมเพิ่งรับล่ะคะ”น้ำเสียงเล็กแหลมออดอ้อนดังออกมาจากปลายสาย“เมื
ตอนที่ 2ก็ดูสภาพเธอสิสนามบาสสนามบาสของมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยเสียงนักศึกษาเดินขวักไขว่ บ้างรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างกำลังวิ่งไล่ลูกบาสท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงรองเท้ากระทบพื้นตะวันเล่นบาสกับเพื่อนจนเหงื่อชุ่มตัว ก่อนจะเดินมานั่งพักที่ขอบสนามอย่างหมดแรง “โชน” เพื่อนสนิท ทิ้งตัวนอนรา
ตอนที่ 1ไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็พาขึ้นสวรรค์ได้“ซี๊ด!...อ๊า”ชายร่างสูงนั่งพิงพนักหัวเตียง มือข้างหนึ่งยกมือถือไว้ตรงหน้า มืออีกข้างล้วงลงใต้ขอบกางเกง รูดแท่งร้อนช้า ๆ พร้อมกับสูดลมหายใจหอบแรง“ตะวันขา..…อ๊า!”เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือยั่วเย้าเสียจนชายหนุ่มขบกรามแน่น กล้ามเนื้อท้องแข็







