LOGINตอนที่ 2
ก็ดูสภาพเธอสิ สนามบาส สนามบาสของมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยเสียงนักศึกษาเดินขวักไขว่ บ้างรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างกำลังวิ่งไล่ลูกบาสท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงรองเท้ากระทบพื้น ตะวันเล่นบาสกับเพื่อนจนเหงื่อชุ่มตัว ก่อนจะเดินมานั่งพักที่ขอบสนามอย่างหมดแรง “โชน” เพื่อนสนิท ทิ้งตัวนอนราบลงข้าง ๆ อย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ ส่วนอีกฝั่งเป็น”เตอร์”ที่นั่งพิงเข่าพลางเช็ดเหงื่อ ตะวันนั่งหอบเบา ๆ มือเท้าขอบสนาม สายตากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเสียงต่ำ “ทำไมยังไม่มาอีก…” ก็เพราะตามปกติแล้ว อัยยามักจะวิ่งถือน้ำมาให้เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม หากตะวันต้องการดื่มน้ำ เธอก็จะต้องมาและต้องมาในทันที ตะวันความคิดในใจเพียงไม่นาน ร่างเล็กก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาอย่างรีบร้อน ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตะวัน มือเรียวขยับแว่นเล็กน้อยแล้วรีบยื่นขวดน้ำให้ “อ่ะน้ำ…ขอโทษนะ พอดีเราติดเรียนอยู่น่ะ เลยมาช้า” ตะวันรับขวดน้ำมาในมือ แต่สีหน้ากลับไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด พลั่ก ก่อนจะรีบโยนมันลงกับพื้นทันที หันหน้าไปอีกทาง เพราะน้ำในขวดเป็นเพียงอุณหภูมิปกติ ไม่ได้เย็นอย่างที่เขาต้องการ “ร้อนจะตายห่า อยากแดกน้ำเย็น ๆ” อัยยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงหยิบขวดน้ำที่ถูกโยนเมื่อครู่นั้นขึ้นมา เปิดฝาแล้วยื่นให้ชายหนุ่มอีกครั้ง “ตะวัน…ลองดื่มดูก่อนสิ เราไม่รู้ว่าต้องซื้อน้ำเย็น เดี๋ยวดื่มไปก่อนนะ แล้วเราจะไปซื้อมาให้ใหม่” พลั่ก! ยังไม่ทันที่เขาจะรับ ตะวันก็ปัดมือเธอออกอย่างแรง น้ำในขวดกระเด็นหกลงพื้น “ก็บอกว่าไม่แดกไง มึงนี่ซื่อบื้อฉิบหาย ไปเอาน้ำเย็นมาเลย ไป!” อัยยาหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็รีบพยักหน้ารับ “ได้ ๆ ขอโทษนะ งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อมาให้” จากนั้นร่างเล็กก็รีบวิ่งออกไปในทันทีกลัวว่าถ้าขืนชักช้ามากกวานี้จะยิ่งทำให้ชายหนุ่มโมโหมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากอัยยารีบวิ่งออกไปแล้ว เตอร์เพื่อนสนิทก็เอื้อมมือมากอดคอตะวันไว้หลวม ๆ พลางเอ่ยถามเสียงต่ำ “มึงพูดกับเธอแรงไปรึเปล่าวะ” “แรงที่ไหน ปกติกูก็พูดกับเธอแบบนี้อยู่แล้ว” โชนที่นอนราบอยู่กับพื้นขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองตามทิศทางที่อัยยาวิ่งหายไป ก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง “กูเห็นเธอเป็นเบ้มึงมาตลอด ผู้หญิงที่ไหนจะยอมขนาดนี้วะ…ไม่ใช่ว่าเธอชอบมึงหรอกนะ” ตะวันหัวเราะหึออกมาเล็กน้อย “ไม่มีทางหรอก ต่อให้เธอชอบกู กูก็ไม่มีวันชอบเธอ” โชนเลิกคิ้วถาม “ทำไมวะ” ตะวันปรายตามองเพื่อน ก่อนจะพูดออกมาตรง ๆ อย่างไม่คิดถนอมคำ “ก็ดูสภาพเธอสิ แบบนั้นใครจะไปชอบลง รำคาญจะตาย” ร่างสูงทำหน้าหงุดหงิด สีหน้าตึงเครียดจากความเหนื่อยและอารมณ์ค้างคา ก่อนที่เสียงหวาน ๆ จะดังขึ้นใกล้ตัว “พี่ตะวัน น้ำค่ะ” หญิงสาวที่ท่าทางน่าจะเป็นรุ่นน้องยืนยื่นขวดน้ำเย็นเฉียบมาให้ เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะรับมาแล้วยกดื่มทันที หญิงสาวคนนั้นยิ้มกว้างอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าเขารับน้ำไว้ ก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทีอิ่มเอม อีกฟากหนึ่งของสนามบาส อัยยาหยุดยืนอยู่กับที่ ตากลมมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน ก่อนจะก้มลงมองขวดน้ำในมือตัวเอง นิ้วเรียวขยับดันแว่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเขามีน้ำดื่มแล้ว ร่างเล็กเลยไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ เพียงหมุนตัวกลับช้า ๆ แล้วเดินจากไปในทิศทางตรงกันข้าม บ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก ตั้งอยู่ในซอยเงียบสงบ รั้วเตี้ยกับต้นไม้ที่คุณแม่ปลูกไว้เรียงรายทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นและเป็นกันเอง ตัวบ้านทาสีอ่อน เฟอร์นิเจอร์ภายในไม่หรูหราแต่สะอาดและเป็นระเบียบ เมื่ออัยยากลับมาถึงบ้านก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้สวัสดีคนเป็นแม่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หญิงวัยกลางเอ่ยถามลูกในทันทีที่เห็น “กลับมาแล้วเหรออัย วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ยลูก” “ก็…พอไหวค่ะ งั้นอัยขอเข้าห้องก่อนนะคะ มีรายงานที่ต้องทำต่อ” จากนั้นร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องนอน ปิดประตูลงเสียงแผ่ว ก่อนจะถอดแว่นตาออกวางไว้บนโต๊ะ กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกทีละเม็ด ตามด้วยกระโปรงนักศึกษาที่ถูกถอดพาดไว้บนพนักเก้าอี้ หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจก ในสภาพที่เหลือเพียงชุดชั้นในปกปิด ร่างกายที่จะแสนดูธรรมดาตอนนี้กลับดูน่ามองอย่างประหลาด แชะ! เสียงชัตเตอร์ของกล้องดังขึ้นอย่างชัดเจน หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟในห้องสะท้อนเรือนร่างบางอย่างพอดี ท่าทาง ยียวนที่ปรากฏบนท่าทีและแววตา ดูราวกับเป็นคนละคนกับอัยยาที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครเมื่อช่วงบ่าย กริ๊ง! กริ๊ง! ทันทีที่ปลายนิ้วกดส่งภาพออกไป เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อัยยารับสายแทบจะในทันที ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงนุ่ม ไม่นานเสียงจากปลายสายลอดออกมา แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในน้ำเสียง “ส่งรูปมายั่วฉันอีกแล้วนะ” “ก็เน่คิดถึงตะวันนี่คะ” อัยยาหลับตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงที่เคยปกติ ตอนนี้กลับโดนดัดให้เล็กแหลมขึ้น ปลายสายหัวเราะเบา ๆ “คิดถึงก็มาให้เจอสิ ฉันอยากเจอเนเน่ใจจะขาดอยู่แล้ว เน่เอาแต่เห็นหน้าฉันฝ่ายเดียวแบบนี้ เอาเปรียบฉันเกินไปรึเปล่า” “เน่ก็อยากเจอตะวันนะคะ…แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา” “แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่ ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ” อัยยาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ทำไมล่ะ ตะวันไม่อยากรอเน่แล้วเหรอ” อีกฝ่ายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบเสียงแผ่วลง “อยากรอสิ แค่รู้สึกว่ามัน…นานเกินไป” “ไม่เอา…ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว” เธอเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาลง “วันนี้เล่าให้เน่ฟังหน่อยสิ ว่าไปเจออะไรมาบ้าง” ปลายสายถอนหายใจ “ก็เรื่องเดิม ๆ” “หืม…เรื่องเดิม ๆ นี่หมายถึงอะไรคะ” อีกฝ่ายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “มีเพื่อนอยู่คนนึง เห็นหน้าทีไรก็รู้สึกรำคาญ คอยวิ่งตามหลังฉันอยู่ได้” อัยยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อเสียงเรียบ “แล้ว…ไม่ชอบเหรอคะ” “ไม่ชอบ ดูธรรมดาเกินกว่าจะชอบ” คำพูดนั้นทำให้ปลายนิ้วของเธอเกร็งเล็กน้อย “แล้วถ้าเน่…ธรรมดาแบบนั้นล่ะคะ” เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังจากปลายสาย “เนเน่จะธรรมดาแบบนั้นได้ยังไง ดูแซ่บขนาดนี้” เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “ไม่เอาแล้ว ไม่พูดเรื่องคนอื่นแล้วดีกว่า มาดูสิ…ว่าวันนี้เนเน่จะทำให้ฉันมีความสุขได้ยังไง” อัยยาหลับตาลง ยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หัวใจสั่นไหว “แล้วตะวันอยากให้เน่ทำอะไรล่ะคะ…หื้ม” ปากเล็กไม่พูดเปล่า มือเรียว ๆ ค่อย ๆ ขยับปลดสายเสื้อชั้นในออกช้า ๆ ร่างกายบิดเร้ายั่วอารมณ์ชายหนุ่มผ่านหน้าจอถือ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ทว่าทุกการเคลื่อนไหวต้องหยุดลงในทันที เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเรียกของคุณแม่ที่แทรกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ทานข้าวได้แล้วลูก” “ใครน่ะ แม่เหรอ” เสียงจากปลายสายทักถามขึ้น “อื้อ งั้นเน่วางสายก่อนนะ เดี๋ยวโทรหาใหม่ อย่าคิดถึงเน่มากเกินไปล่ะ” น้ำเสียงเล็กแหลมยังคงแฝงความเย้ายวนไม่เปลี่ยน บนหน้าจอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกดวางสายลงในที่สุด ร่างเล็กรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ติดกระดุมให้เรียบร้อยก่อนสวมแว่นกลับเข้าที่ แล้วสาวเท้าออกจากห้องทันที ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 9เลิกตามฉันสักทีอัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่“นายมาทำไมอีก”
ตอนที่ 8ยุ่งกับมัน ก็ห้ามมายุ่งกับกู“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เ
ตอนที่ 7ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะโรงภาพยนตร์ XXบรรยากาศสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีอุ่น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับกลิ่นป๊อบคอร์นหอมกรุ่นลอยคลุ้งทั่วโถงสองร่างหยุดยืนอยู่หน้าแผงโปสเตอร์ภาพยนตร์ อัยยากอดถังป๊อบคอร์นไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่น สายตากวาดมองรายชื่อหนังอย่างตั้งใจ ขณะที่
ตอนที่ 6อย่าเป็นตัวของตัวเองนักสิบริเวณทางถนนเดินในมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบอัยยาหญิงสาวร่างเล็กวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา แว่นกรอบหนาเอียงเล็กน้อยตามแรงสะเทือน กระโปรงทรงเอกับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง ปลิวไหวตามจังหวะก้าว มือทั้งสองข้า







