LOGIN" คุณวิททานเค้กแบบนี้ด้วยเหรอคะ" หัวหน้าเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะเค้กนี้ค่อนข้างเป็นเค้กธรรมดาปกติเขาจะไม่ทานอาหารธรรมดาระดับเขาต้องทานอาหารในภัตตาคารเท่านั้น แค่ฉันได้ยินแค่นี้รอยยิ้มของฉันก็ปรากฎขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาหันมามองหน้าของฉันก่อนจะหันไปพูดกับพี่อ้อมหัวหน้าของฉัน ตอนนี้ทุกคนจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา "ผมว่าเค้กแบบนี้ก็อร่อยดีนะครับ" เขาพูดจบก็ขอตัวเดินออกจากห้องทำงานของพวกเราไปดูเขาเสียอาการไม่น้อยนี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นเขาทำตัวไม่ถูก ทุกคนต่างหันมองหน้ากันด้วยความมึนงงก่อนจะหันมาหาฉัน รอยยิ้มเจือนของฉันก็ปรากฏขึ้นใบหน้าแดงก่ำทำตัวไม่ถูกก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานฉันนั่งคิดทบทวนถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตกลงชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมคนนี้เขาชอบฉันหรือเปล่าหรือเป็นฉันที่คิดไปเอง ฉันได้แต่นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเรื่องราวของคนรักเก่าของฉันโดนลบเลือนออกหมดในช่วงจังหวะนั้น เขาทำให้หัวใจของฉันพองโตขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาเลิกงานฉันเดินออกจากบริษัทด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเพราะระหว่างที่ขึ้นรถไฟฟ้ากลับคิดถึงแต่คนรักเก่าเพราะปกติเขาจะมารับที่รถไฟฟ้าหลังจากนี้คงไม่มีอีก ทั้งที่เข้าใจว่าไม่รักเขาแล้วแต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเสียใจขนาดนี้ น้ำตาหลั่งไหลบนใบหน้าโชคดีที่ฉันใส่แมสมันพอที่จะปกปิดรอยน้ำตาของฉันได้เล็กน้อย เมื่อลงจากรถไฟฟ้าสองเท้าของฉันก้าวเดินอย่างช้าๆสายตาจดจ้องไปที่มือถือ ตอนนี้เขาบล็อคแชทฉันเป็นที่เรียบร้อยบอกตามตรงว่าไปไม่เป็นเหมือนกัน แอ็ด!!! เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปภายในห้องเงียบสงัดมีแต่ความว่างเปล่า สองดวงตาของฉันปลดปล่อยน้ำใสๆออกมาอาบเต็มสองแก้มความรู้สึกโดดเดี่ยวถ่าโถมเข้ามาในจิตใจของฉันอย่างมากมาย ร้องไห้ไปได้สักพัก มือบางเล็กก็ปาดน้ำตาออกลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเข้านอนเพราะยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไป รุ่งขึ้น... ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยอาการอ่อนเพลียเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับเลยสะดุ้งตื่นทุกหนึ่งชั่วโมงไม่คิดว่าตัวเองจะเสียใจขนาดนี้ ฉันลุกไปอาบน้ำและแต่งตัวออกไปทำงานเหมือนอย่างเคย " สวัสดีครับน้องแจน" ฉันมัวแต่เดินเหม่อ คุณวิทเดินผ่านเลยได้เอ่ยทักทายก่อนฉันรีบหันไปยกมือสวัสดีตอบ "สวัสดีค่ะคุณวิท" เขาจดจ้องมาที่ดวงตาของฉันอย่างสงสัย ฉันจึงกรอกดวงตามองเขาตอบ "คุณวิทมองหน้าหนูแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ" "น้องแจนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายไหม" เขาเอ่ยถามอย่างสนใจก่อนที่ฉันจะก้มหน้าลงและทำสีหน้าเศร้าสร้อย "เปล่าค่ะ ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ" ฉันรีบเดินหนีเขาไปเพราะตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่พูดอะไรกับใครทั้งนั้น สายตาของเขาจ้องมองตามหลังฉันและทำสีหน้างงเล็กน้อย 1 สัปดาห์ผ่านไป ตอนนี้ฉันเริ่มที่จะทำใจได้แล้วจึงทำตัวปกติ ฉันเป็นคนที่หวงความเป็นส่วนตัวมากจึงไม่เคยเล่าอะไรให้ใครฟังแต่คนอื่นๆก็สังเกตุเห็นแต่ด้วยความนิ่งเงียบของฉันทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม "พี่ดิวไปทานข้าวกันเถอะค่ะ" ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงฉันจึงเอ่ยชวนพี่ที่เปรียบเสมือนพี่สาวไปทานข้าว "ทำไมวันนี้ร่าเริงจัง ช่วงที่ผ่านมาเป็นอะไรหรือเปล่าดูเศร้าสร้อยบอกพี่ได้ไหม" พี่เขาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ฉันจึงตัดสินใจบอกเขาไปเพราะเราสนิทกัน ฉันเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่เขาฟังแรกๆเขาก็ตกใจไม่รู้ว่าฉันนั้นไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็พอเข้าใจเพราะฉันเป็นคนนิ่งเงียบไม่แปลกที่จะไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟัง "พี่เข้าใจแจนนะ สู้ๆเรายังเด็กเดี๋ยวก็เจอคนที่เหมาะกับเรา" ตอนนี้สภาพจิตใจฉันดีขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้วจึงยิ้มตอบโดยไม่ให้เขาเป็นห่วง เมื่อเราทานข้าวเสร็จก็กลับเข้ามาที่ออฟฟิช ฉันเดินผ่านคุณวิทเขาเดินทำหน้าเคร่งขรึมก่อนที่ฉันจะส่งรอยยิ้มไปให้เขาหันมายิ้มกลับแทบไม่ทันสีหน้าของเขาเปลี่ยนในทันทีจากใบหน้าเคร่งขรึมเป็นยิ้มแย้ม เขาเดินตรงไปที่ห้องน้ำส่วนฉันนั้นเดินเข้าออฟฟิชไป "น้องแจนพี่รบกวนได้ไหมคะ เอาเอกสารนี้ไปให้คุณวิทเซ็นหน่อยได้ไหม" พี่หัวหน้าหันมาหาฉันขณะที่กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ ฉันเหลือบสายตาดูมองเอกสารก่อนจะเอ่ยถาม "แล้วต้องรอเอากลับมาเลยไหมคะ" ฉันเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่สงสัยเพราะเอกสารที่เยอะแบบนี้หากรอเอากลับมาคงต้องรอนานแน่นอน "ใช่ค่ะ รอเอามาด้วยเลย" เมื่อได้ยินแบบนั้นก็เดินเอาเอกสารไปยืนที่หน้าห้องทำงานของเขาก่อนจะเคาะประตู ก็อก! ก็อก! "เข้ามาครับ" เสียงเอ่ยจากด้านในพูดผ่านไมค์ฉันจึงก้าวเท้าเข้าไป เห็นพี่วีด้านั่งทานขนมเค้กอยู่กับเขาฉันจึงเดินก้มหน้าเข้าไปที่โต๊ะทำงานและวางเอกสารลง "พี่อ้อมให้เอามาให้คุณวิทเซ็นค่ะ "ฉันพูดพร้อมกับเหล่สายตามองไปที่โต๊ะที่ทั้งคู่นั่งทาน เขาทั้งสองคนคงสนิทสนมกันจนถึงขั้นแฟนแล้วมั้งเข้ามานั่งทานอาหารด้วยกันขนาดนี้ ความคิดที่มันผุดอยู่ในใจของฉัน มันทำให้ฉันอยากถอยเพราะเป็นแค่เด็กบ้านนอกไม่สวยและไม่ได้ร่ำรวยอะไรไม่มีอะไรสู้พี่วีด้าได้สักอย่าง สายตาของเขามองฉันด้วยสายตาที่แปลกประหลาด เหมือนเกรงใจอะไรฉันแต่ก็นั่นแหละฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้ "เดี๋ยวหนูมาเอานะคะ" ฉันกำลังจะเดินก้าวเท้าออกแต่เขาก็เรียกไว้ "เดี๋ยวก่อนสิครับ" ฉันหันกลับไปมองด้วยความสงสัยเพราะกลัวว่าตัวเองจะทำให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า "คะ?" "เอกสารนี่ต้องรอเอาก่อนไม่ใช่เหรอครับ " ฉันจึงหยุดและหันไปมองหน้าพี่วีด้า ก่อนจะหันไปตอบเขา " แต่ว่ามันเยอะมากเลยนะคะ" เขาส่งสายตามามองที่ฉันก่อนจะพูดว่า "นั่งรอก่อนครับ เผื่อผมมีอะไรให้แจ้งคุณอ้อมด้วย" ฉันทำสีหน้ามึนงงก่อนจะก้าวเท้าไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆโต๊ะทำงานของเขา และตอนนั้นโทรศัพท์ของพี่วีด้าก็มีสายเข้าพอดีเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องเขาไป ตอนนี้ก็เหลือแค่ฉันกับคุณวิทที่อยู่ในห้องสองคนเขาส่งสายตามาที่ฉันก่อนจะส่งรอยยิ้มมา ฉันจึงหันไปมองหน้าเขาพร้อมกับส่งยิ้มตอบหัวใจของฉันมันสั่นและเต้นแรงจนเขาได้ยิน เขาหันมาจ้องหน้าฉันอีกครั้งทำให้ใบหน้าของฉันแดงก่ำ และเขาได้เอ่ยขึ้นมา >>>>>>ติดตามตอนต่อไป"จริงด้วยที่พี่ต้องแต่งงานก็เพราะพวกเขาอยากมีหลานพี่เจอหนทางแล้วแจน" เขายิ้มด้วยความดีใจดวงตาเบิกกว้างฉันเห็นสายตาของเขาเปล่งประกายทำให้แน่ใจว่าเขาเจอทางออกแล้วจริงๆ"แจนมีอะไรจะบอกพี่ด้วยนะ""เรื่องอะไรเหรอ""ประจำเดือนแจนขาดไปหนึ่งเดือน" เขาเก็บสีหน้าความดีใจไว้ไม่อยู่เลย"ไปซื้อที่ตรวจกัน" เขาลุกขึ้นจะพาฉันไปซื้อที่ตรวจทั้งที่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วเขาดูตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่คิดกลัวว่าเขาจะผิดหวัง"เดี๋ยวสิคะวันนี้มันดึกมากแล้วนะไว้พรุ่งนี้แจนจะรีบตรวจ" เขายิ้มไม่หุบเลยฉันยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข เมื่อทานอาหารเสร็จเราทั้งคู่ก็กลับที่พักที่เป็นบ้านตากอากาศเขาเดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนฉันเวียนหัว"พี่วิททำไมไม่นอนคะเดินไปมาทำไม" เขาหันมายิ้มอย่างร่าเริงจนฉันแอบกลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคิดคงต้องเสียใจมากแน่นอน"พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว" "พี่วิทอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยนะคะแจนกลัวไม่เป็นอย่างที่เราหวัง" เมื่อฉันพูดแบบนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและเดินมานั่งบนที่นอนข้างๆฉันด้วยสายตาที่กังวล"นั่นสิ ขนาดอยู่กั
ฉันรีบดันตัวเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น "เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย ในขณะที่เขายังจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตา"งั้นเราเข้าห้องไปนอนก่อนละกันนะ" จู่ๆก็ลุกขึ้นดึงแขนฉันเดินพาไปที่พัก ฉันรู้สึกได้เลยว่าเขาคงรู้สึกหิวมากถามว่าฉันขัดไหมไม่มีทางการที่ได้คนที่หล่อและรวยแบบนี้เป็นกำไรของฉันมาก"แจนรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่" "ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่พาไปทานอาหารอร่อยๆนะครับ" เมื่อมาถึงห้องเขาปิดประตูยังไม่ทันสนิทก็ก้มลงจูบประกบที่ปากบางของฉันพร้อมกับมือหนาที่บีมเค้นที่สองเต้าลมหายใจถี่ถ้วนเสียงดังแขนเล็กของฉันยื่นไปกอดที่ต้นคอของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรแข็งๆมาดันที่สะดือฉันมือหนาก็อยู่ไม่นิ่งปลดกระดุมเสื้อและกระโปรงออกเหลือเพียงเลือนร่างอันเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ชุดชั้นในสักตัวก็ไม่มีมือหนาคว้าร่างเล็กของฉันไปวางไว้ที่เตียงนอนสีขาวที่นุ่มนิ่ม เขาสูดดมซอกคอของฉันก่อนที่จะไต่ลงมาที่สองหว่างขาใช้ลิ้นลิ้มลองรสหวานของร่องรักลิ้นของเขาตวัดขึ้นลงๆอย่างรวดเร็ว"โอ๊ะ อ่าส์! " เสียงครวญครางของฉันดังเล็ดรวดออกมาเพราะทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหวแล้ว"หวานดีจังนะ" ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขึ
"คุณวิท" เสียงของพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจไม่น้อยที่เขาเข้ามาโดยพละการแถมพวกพี่ๆเขาดูเหมือนรู้จักด้วย" ไม่ได้ยินหรือยังไงงานใครก็เอาไปทำเองสิ" เขาเอ่ยเสียงดังอีกรอบตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกัน ทำไมดูพวกพี่ๆเขากลัวพี่วิทราวกับว่าเป็นเจ้านายตัวเองฉันหันมองทุกคนอย่างงงงวยและดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงอยู่เหมือนกัน ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา"ขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาเอาไปทำเอง" เธอเดินมาหยิบงานในส่วนของเธอและรีบเดินไปที่โต๊ะ ฉันยืนคิดวกวนอยู่แบบนั้น โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง"พี่วิทมาได้ไงคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะไม่กล้าพูดเสียงดังเกรงใจพนักงานที่อยู่ในห้องทำงานอีกอย่างฉันมาทำงานได้ไม่นานด้วยจึงเดินไปดึงแขนเขาออกมาคุยข้างนอก"พี่ซื้อของมาฝากเดี๋ยวก่อนสิจะดึงพี่ไปไหน" ในขณะที่เดินเขาก็โชว์ถุงขึ้นมาตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจของฝากอะไรทั้งนั้นกลัวคนอื่นจะมองมากกว่า"เดี๋ยวพี่ยังไม่ตอบแจนเลยนะว่าพี่มาได้ไง""ทำไมจะมาไม่ได้ก็นี่บริษัทพ่อพี่" ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองที่ดวงตากลมของฉัน ฉันได้แต่อึ้งไม่น่าละถึงรับฉั
"แจนจะทำอะไร?" "ตัวพี่วิทห๊อมมากเลย!" เธอพูดออกมาอย่างไร้สติ ผมคิดว่าเธอคงคิดอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมแน่นอนและไอ้กิจมันต้องการที่จะม่อมเหล้าให้เธอเมาจะได้ฉวยโอกาสเธอโชคดีที่ผมไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหญิงสาวที่เมาแล้วดูหิวโหยแบบนี้"พี่ยังไม่อาบน้ำนะ" ผมดึงเธอออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งกอดคอผมไว้แน่นกะจะเอาให้ได้เลยสินะ"พี่วิทเป็นของแจนเถอะนะ แจนให้อภัยพี่แล้ว" คำพูดออดอ้อนของเธอดูน่ารักในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เลย"ไหนแล้วตอนนี้พี่ยังไม่เป็นของแจนอีกเหรอครับ?" ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอดูดวงตาของเธอกรอกไปมามองหน้าผมก่อนจะดึงคอผมลงไปประกบจูบจนผมตั้งตัวไม่ทันไม่คิดว่าเวลาเธอเมาจะไร้สติและร้อนแรงขนาดนี้เธอดันลิ้นเข้ามาตวัดรับรสหวานในจูบของผมไม่นานก็ทิ้งตัวนอนหลับไป ผมงงมากทั้งที่กำลังมีอารมณ์จู่ๆเธอก็มาหลับทิ้งผมไปแบบนี้ผมยิ้มแห้งและมองหน้าเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอหลับโดยไม่อาบน้ำแบบนี้ผมก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะนอนลงพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยสะสางกับเรื่องที่เกิดขึ้นรุ่งขึ้น แจน talkฉันลืมตาขึ้นมารู้สึกถึงความปวดหัว มองด
"พอดีที่ทำงานแจนดื่มน้ำเยอะไปหน่อยค่ะเลยไม่ค่อยหิว" ฉันพูดและยิ้มเล็กน้อยเพราะในสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ทัน"แจนกลับบ้านกับพี่" จู่ๆพี่วิทมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่กิจ ฉันเห็นหน้าเขายิ่งทำให้จะร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เขาได้ทำ"กลับมาได้แล้วเหรอคะ ไม่ไปนอนกับคุณน้ำแล้วเหรอ" ดูเขางงงวยกับสิ่งที่ฉันพูดไป "คืออะไรทำไมพี่ต้องไปนอนด้วย" ยังจะมาแสดงอีกทำเป็นไม่รู้เรื่องเห็นฉันโง่นักหรือยังไง ดวงตาของฉันแดงก่ำเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อฉันมองไปที่พี่กิจเขาแสยะยิ้มแปลกๆตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื่อใจใครได้บ้างดูพี่กิจก็แปลกๆไป"ก็พี่ไปนอนกับเธอมาไม่ใช่เหรอ แจนโทรไปเป็นสิบๆสายถึงไม่รับ" ฉันพูดและลุกขึ้นเดินหนีเขาออกจากร้านแต่เขาก็ดึงแขนฉันไว้ไม่ยอมให้เดิน"ปล่อยแจนนะไม่ต้องมายุ่งกับแจน" "เดี๋ยวก่อนสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"ฉันสะบัดมืออกในทันทีจะให้ฉันคุยอะไรอีกในเมื่อทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้วปากบอกว่าไม่รักเธอแต่ก็เจอกับเธออยู่บ่อยๆ"แจนๆ"เขาเดินตามฉันแต่พี่กิจก็ดึงเขาไว้ปล่อยให้ฉันเดินไปขึ้นรถเขาจึงวิ่งมาขึ้นและขับรถหนีออกมาฉันได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง
"ที่แท้ก็มาอยู่กับไอ้กิจนี่เองรู้ไหมพี่หาจนทั่ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงเดือดดาลดวงตาแดงก่ำส่อให้เห็นว่าตอนนี้เขามีอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด"พี่วิทคือว่า..." พั๊วะ! ฉันยังพูดไม่ทันได้จบเลยเขาต่อยไปที่หน้าของพี่กิจอย่างรุนแรง"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" น้ำเสียงที่เคืองโกรธเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงคอเสื้อพี่กิจตอนนี้ฉันหน้ามืดตามัวเป็นห่วงพี่กิจเป็นอย่างมากจึงผลักเขาออก"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง ทำไมถึงคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที" พอพูดจบฉันเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับพาพี่กิจไปขึ้นรถและขับออกไปที่ร้านอื่น ในใจของฉันรู้สึกผิดต่อพี่วิทนะแต่เป็นห่วงพี่กิจมากกว่าตอนนั้นเราทั้งสองขับมาถึงเซเว่นพี่กิจเดินลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทานก่อนจะไปส่งฉันที่ทำงานตอนนี้หัวใจฉันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นรูปที่ถ่ายกับพี่วิทจึงได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไปการที่ฉันมาอยู่กับพี่กิจเป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธฉันนั้นมันโง่จริงๆแต่ออกไปหาเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานเวลาผ่านล่วงเลยมาจน 18.32 น. ฉันรีบเก็บของเพื่อออกไปหาพี่วิทเพื่อขอโทษที่ผลักเขาแต่เมื่อไปถึงที่บริษัทก็หาเขาไม่เจอโทรหาก็
"พี่วิทแจนต้องไปล้างตัวอีกรอบเลยนะ""ทำไงได้ก็พี่หิวหนิ" อยู่ข้างนอกไม่เห็นเป็นคนแบบนี้เลยนิ่งเฉยยิ่งกว่าหินทีมาตอนนี้ทำไมแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย"อะๆแจนไปล้างตัวก่อนนะจะได้ไปทำงาน" จบประโยคฉันรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระล้างกายให้เรียบร้อยก็อกๆ! เข้าห้องน้ำได้ไม่ทันไรเขาก็เข้ามาเคาะประตูอีก"อะไรอีกล
"พี่เลิกติดต่อเลิกเจอกับคุณน้ำได้ไหมคะ" สายตาที่แสดงถึงความอ้อนวอนของฉันที่ส่อไปในใจของเขาใบหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปในทันทีราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่นัยน์ตาเขาดูเศร้ายังไงก็ไม่รู้ ฉันรู้สึกสงสารเขาเหมือนกันเพราะเขาดูหนักใจกับอะไรสักอย่าง"ได้สิ พอดีวันนี้น้ำเอาเอกสารมาให้ดูว่าพ่อของเธอได้จดทะเบียนสัญญ
ตื้ด! ตื้ด! ขณะที่ฉันนั่งอยู่บนที่นอนก็มีสายเรียกเข้ามา เบอร์นี้ไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่ฉันกดรับสายทันทีเผื่อว่าเป็นสายจากบริษัทที่ฉันจะไปทำงานพรุ่งนี้"สวัสดีค่ะ"" แจนลืมของไว้ที่รถพี่ ลงมาเอาก่อนสิพี่รอที่หน้าตึก" ให้ตายสินี่เป็นสายจากพี่กิจเขารู้ได้ยังไงกันว่าฉันอยู่ที่ตึกนี้ และเอาเบอร์ฉันมาจากไ
ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเฉยจ้องมองที่ดวงตาของฉันก่อนจะเอ่ยขึ้นมา"ไปทานข้าวกัน""พี่กิจ แจนทานมาแล้ว" เขาเงยหน้าขึ้นถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันมามองหน้าฉันอีกครั้ง"ทานแค่นั้นมันจะไปอิ่มอะไร " เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันมั่นใจในทันทีว่าเขาตามดูฉัน"นี่พี่สะกดรอยตามแจนเหรอ""เปล่าสะหน่อย แค่เดินผ่านมาเห็นก็เท่านั้นเ







