Share

บทที่ 3

Author: กำลังดี
พออธิการบดีได้ยิน ก็ช่วยพูดหว่านล้อมแม่

"ผอ.เฉิง การบริจาคเลือดขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนักศึกษา ถ้าเธอไม่อยากทำจริง ๆ ก็ปล่อยไปเถอะครับ"

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป

แม่ก้มลงมองฉันแวบหนึ่ง ในใจยิ่งเดือดกว่าเดิม

"ยังไม่ยอมลุกขึ้นใช่ไหม ได้ งั้นแกก็นอนฟุบเจาะเลือดอยู่บนพื้นนี่แหละ

หนูสวี่ เจาะเลือดให้มันตรงนี้เลย เจาะเสร็จก็ไม่ต้องไปสนใจเธอ มันอยากนอนหมอบอยู่ตรงนี้ก็ปล่อยให้นอนไป อย่าปล่อยให้มันคนเดียวมาทำให้เพื่อน ๆ ข้างหลังเสียเวลา"

แม่พูดจบก็ไม่ยอมหันมามองฉันแม้อีกแม้แต่ครั้งเดียว เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาด้วย

สวี่ซวงซวงหยิบหลอดเข็มและถุงเก็บเลือดขึ้นมา แล้วเจาะเข้าไปในเส้นเลือดของฉันอย่างแรง เจาะจนครบ 400 มิลลิลิตรถึงได้หยุด

พอเจาะเสร็จ เธอก็เตะฉัน

"ลุกขึ้นมาได้แล้ว เจาะเสร็จหมดแล้ว เล่นละครต่อก็ไม่มีประโยชน์ แถมผอ.เฉิงก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะเล่นละครต่อก็ไม่มีใครดูหรอกนะ"

พอเห็นฉันไม่ขยับ สวี่ซวงซวงก็หัวเราะเยาะเหยียดหยามฉันเบา ๆ แล้วตะโกนเรียกไปทางแถวรอบริจาคเลือดด้านหลัง

"ขอเพื่อนนักศึกษาชายแรงเยอะ ๆ สองคนหน่อย ช่วยห้ามยัยโรคเจ้าหญิงนี่ออกไปข้างนอกที อย่าปล่อยให้เธอเกะกะการบริจาคเลือดของคนอื่น"

วิญญาณฉันลอยละล่องอยู่ในอากาศ มองดูร่างของตัวเองถูกโยนทิ้งไว้บนทางเท้า ในใจรู้สึกขมขื่นที่สุด

สองชั่วโมงหลังจากนั้น นักศึกษาทุกคนก็บริจาคเลือดเสร็จ

มีนักศึกษาบางคนนวดถูแขนพลางมองมาทางฉัน แววตาดูสงสารเห็นใจอยู่บ้าง

"ซ่งซูเหยาร่างกายอ่อนแอ ตากแดดแบบนั้นจะไม่เป็นอะไรแน่เหรอ"

สวี่ซวงซวงที่ถือใบบันทึกการบริจาคเลือดเดินผ่านมาพอดี กลอกตามองอย่างเหยียดหยาม

"นักศึกษา ฉันรู้ว่าเธอหวังดีนะ แต่ยัยนั่นแสดงละครชัด ๆ

เธอถอยห่างจากยั่ยนั่นไว้หน่อยดีกว่า ระวังโดนหลอกแล้วเรียกร้องให้ชดใช้ค่ารักษานะ เรื่องแบบนี้ฉันเห็นมาเยอะแล้ว"

นักศึกษาคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่ก็เอ่ยปากสนับสนุนเหมือนกัน

"ซ่งซูเหยาก็แค่ถือดีว่าแม่ตัวเองเป็นผอ. ปกติก็เป็นโรคเจ้าหญิงอยากให้ทุกคนคอยเอาใจ ตอนนี้ยังมาแกล้งตายทำลายเกียรติมหาวิทยาลัยพวกเราอีก"

"นั่นสิ ฉันว่ายัยนั่นมันหน้าด้านหน้าทน แค่อยากทำตัวน่าสงสารให้คนอื่นโอ๋มากกว่า"

นักศึกษาที่เดิมทีรู้สึกเป็นห่วงฉัน พอคิดตามคำพูดพวกนี้ก็พากันเดินหนีอย่างรังเกียจ เพราะกลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อน

พอสวี่ซวงซวงได้ยินคำพูดพวกนี้ ในใจก็รู้สึกสะใจไม่น้อยเลย

จากนั้นก็หันหลังถือใบบันทึกการบริจาคเลือด เดินเข้าไปในห้องทำงานของแม่

"ผอ.เฉิงคะ นี่คือบันทึกการบริจาคเลือดของวันนี้ค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร คุณเซ็นชื่อตรงนี้ได้เลยค่ะ"

แม่กวาดสายตาไปเห็นบันทึกที่ฉันบริจาคเลือดไป 400 มิลลิลิตร คิ้วที่ขมวดแน่นค่อย ๆ คลายออก

"ซ่งซูเหยา ทำไมยังไม่มาอีก น้ามอบหมายให้เธอมาช่วยงานหนูไม่ใช่เหรอ"

สวี่ซวงซวงก้มหน้าลง ทำท่าอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้

"เธอเหรอคะ เมื่อกี้ฉันหวังดีให้คนไปดึงเธอขึ้นมา แต่นักศึกษาซ่งบอกว่า นอกจากคุณจะไปง้อเธอ ไม่

งั้นเธอจะไม่ยอมลุกขึ้นมาเด็ดขาดค่ะ"

สีหน้าของแม่ดำมืดลงในชั่วพริบตา

"ผอ.เฉิงคะ นักศึกษาซ่งนอนหมอบมานานมากแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ใช่ทางออกที่ดี คุณลองยอมเธอหน่อยดีไหมคะ ปลอบให้เธอลุกขึ้นมาก่อนค่อยว่ากัน"

แม่ตบใบบันทึกการบริจาคเลือดลงบนโต๊ะอย่างแรง น้ำเสียงฟังดูโกรธสุดขีด

"น้าตามใจเธอมากเกินไป เธอถึงได้เอาแต่ใจขนาดนี้

ถ้าเธอไม่ยอม เก่งนักก็นอนอยู่ตรงนั้นให้ตลอดแล้วกัน!"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 8

    พูดจบ พ่อก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปโดยไม่หันกลับมาอีกสวี่ซวงซวงชะงักไปสองวินาที แล้วจู่ ๆ ก็กลิ้งตัวลงจากเตียง ร้องไห้พร้อมคลานไปข้างหน้า"ฉันผิดไปแล้ว! ฉันสำนึกแล้วจริง ๆ! ปล่อยฉันไปเถอะ!"เธอนอนหมอบอยู่บนพื้น ร้องไห้โฮจนแทบขาดใจแม่เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เดินโซเซออกจากโรงพยาบาลไปเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินมาถึงมหาวิทยาลัยได้ยังไงจู่ ๆ เธอเหมือนก็นึกอะไรขึ้นมาได้ พุ่งตัวเข้าไปในอาคารเรียนเหมือนคนคลั่ง แล้วผลักเปิดประตูห้องเสียงตามสายออกอย่างแรงนักศึกษาที่กำลังเข้าเวรอยู่สองคนตกใจหมด"อาจารย์เฉิงครับ อาจารย์เป็นอะไรไปครับ"เธอไม่ได้ตอบ ไล่ทั้งสองคนออกไปแล้วก็ล็อกประตูจากข้างในเธอเปิดไมโครโฟนของระบบเสียงตามสาย เสียงของเธอดังสะท้อนไปทั่วทุกมุมของเขตมหาวิทยาลัย"เหยาเหยา แม่ขอโทษแกนะ แม่ไม่ควรบังคับให้แกสละทุนการศึกษาให้คนอื่น ไม่ควรให้แกสละสิทธิ์แข่งขัน แกไม่ได้ขโมยข้อสอบ ที่หนึ่งพวกนั้นแกพยายามสอบมาได้ด้วยตัวเอง มันควรจะเป็นของแกทั้งหมดเลย... วันนี้ก็อีก แม่ไม่ควรบังคับให้แกบริจาคเลือดเลย เหยาเหยา แกกลับมาได้ไหม แม่รู้ตัวแล้วว่าทำผิดไปจริง ๆ"ประตูห้องเสียงต

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 7

    ทั้งสามคนยืนขึ้นพร้อมกันประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกสวี่ซวงซวงขดตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วย ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคาง เผยให้เห็นแค่ดวงตาทั้งสองข้างเมื่อเห็นตำรวจสองคนกับแม่เดินเข้ามา เธอรีบกุมหัวแสร้งทำเป็นเจ็บปวดทันที"ฉันปวดหัวจังเลย ฉันจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง พวกคุณออกไปให้หมดนะ!"แม่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วกระชากผ้าห่มของเธอลงมา"แกเจาะเลือดเหยาเหยาไปเท่าไร!"สวี่ซวงซวงหลับตาลง พลางส่ายหน้าลนลาน"ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น อย่ามาถามฉัน""คุณสวี่ พวกเราต้องการให้คุณให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยครับ" ตำรวจก็ถามด้วย"ฉันนึกอะไรไม่ออกเลย! พวกคุณอย่ามากดดันฉันเลย ฉันปวดหัวจริง ๆ นะ!"สวี่ซวงซวงพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงสะอื้นคล้ายจะร้องไห้พ่อค่อย ๆ เดินไปที่ขอบเตียง จากนั้นก็ยกแจกันบนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมา ท่ามกลางสายตาตื่นตกใจของสวี่ซวงซวงแจกันถูกทุ่มลงกับพื้น เศษกระเบื้องแตกกระจายไปทั่วมีเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่งบาดมือพ่อ เลือดหยดเปรอะซึมออกมาทันที และไหลหยดลงมาตามนิ้วมือแต่พ่อไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด ได้แต่จ้องมองสวี่ซวงซวงบนเตียงด้วยสายตาเย็นชาสวี่ซวงซวงกลืนน้ำลาย ใบหน้าแสด

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 6

    เธอมุดข้ามเส้นกั้นตำรวจเข้ามาโดยไม่สนใจอะไร ในที่สุดก็มองเห็นสภาพที่น่าเวทนาของฉันได้ชัดเจนคราบเลือดแห้งกรังเป็นสีแดงเข้ม นองเป็นวงใหญ่อยู่ใต้ร่างของฉันบนแขนเต็มไปด้วยรอยเข็มถี่ ๆ รอยเขียวช้ำลามไปทั่วร่างกายใบหน้าของฉันซีดขาว ร่างกายเย็นชืด ไม่เหลือสัญญาณชีพอะไรอีกแล้วแม่เหม่อไปเลย เธอคว้าแขนของฉันไว้ พยายามจะฉุดฉันให้ลุกขึ้น"ซ่งซูเหยา อย่ามางอแงนะ ตำรวจมากันหมดแล้ว รีบลุกขึ้นมาเร็ว!"แต่ไม่ว่าแม่จะพยายามดึงฉันขึ้นมายังไง ร่างของฉันก็ล้มพับลงไปอย่างอ่อนแรงทุกครั้งเสียงของแม่ดังขึ้นอีกเล็กน้อย แฝงไปด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง"ซ่งซูเหยา แม่บอกให้แกลุกขึ้นมา ได้ยินไหม?!"จากด้านหลัง มีคนยื่นมือมาดึงตัวเธอไว้"คุณผู้หญิงครับ โปรดสงบสติอารมณ์หน่อยครับ สาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตยังไม่แน่ชัด พวกเราจำเป็นต้องคุ้มกันพื้นที่เกิดเหตุ""ผู้เสียชีวิตอะไรกัน?!" แม่หันขวับทันที กล่าวพร้อมดวงตาแดงก่ำ "เธอเป็นลูกสาวฉัน! เธอยังไม่ตาย! เธอแค่งอแงใส่ฉันเฉย ๆ!"เธอสะบัดมือนั้นออก แล้วโผเข้ากอดร่างบนพื้น รั้งตัวฉันขึ้นมาไว้ในอ้อมอก"ซ่งซูเหยา แกลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! แกอยากให้แม่มาไม่ใช่เหรอ

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 5

    ในห้องทำงานเงียบลงไปในชั่วพริบตาสวี่ซวงซวงพูดเสียงเบาอยู่ข้าง ๆ "ผอ.เฉิงอย่าไปเชื่อนะคะ นักศึกษาซ่งไปจ้างคนมาเล่นละครแน่ ๆ เธอแค่อยากบีบให้คุณก้มหัวให้"พอแม่ได้ยินคำพูดนี้ ก็เหมือนได้เจอแรงสนับสนุน กลับหัวเราะเยาะออกมาทันที"ซ่งซูเหยา แกนี่นับวันยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ นะ ถึงขั้นจ้างคนมาปลอมเป็นตำรวจเพื่อหลอกฉัน!"สวี่ซวงซวงสนับสนุนตาม"ผอ.เฉิงคะ ครั้งนี้นักศึกษาซ่งทำเกินไปจริง ๆ ค่ะ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปจะส่งผลเสียขนาดไหนกัน"เธอปรายตามองตำรวจสองนายนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริม "แต่สองคนนี้ก็แสดงได้แนบเนียนดีนะคะ ไม่รู้ว่านักศึกษาซ่งหมดเงินไปเท่าไร"พอแม่ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็ยิ่งแย่ลงเธอกวาดตามองสำรวจตำรวจที่หน้าประตูตั้งแต่หัวจดเท้า น้ำเสียงเริ่มเย็นชาลง"ซ่งซูเหยา ตอนนี้เธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหนคะ เธอสั่งให้พวกคุณมาหลอกฉันเหรอ การแอบอ้างเป็นตำรวจมันผิดกฎหมายนะ รู้หรือเปล่า"ตำรวจทั้งสองนายสบตากัน สีหน้าดูจนปัญญา"คุณผู้หญิงครับ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ ไม่ใช่ตัวปลอมครับ""เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ พวกเราได้รับแจ้งเหตุจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ว่ามีคนนอนจมกองเลือดอยู่บนท

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 4

    แดดแรงส่องลงมา อุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้น เพื่อนนักศึกษาในเขตรั้วมหาวิทยาลัยพากันหลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคาร ต่างรีบวิ่งกลับหอพักบนร่างกายของฉันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาเรื่อย ๆ ดึงดูดแมวจรจัดในมหาวิทยาลัยเข้ามาสองสามตัวฉันนอนอยู่ตรงนั้น ไม่อาจวิ่งหนีและไม่มีทางเรียกให้ใครช่วยได้ทำได้เพียงแค่มองพวกมันกัดแทะเนื้อหนังของฉัน เจ็บจริง ๆ เลยดวงวิญญาณของฉันพยายามลอยไปห้องทำงานของแม่ แต่กลับเห็นเธอกำลังพูดคุยหัวเราะร่าเริงอยู่กับสวี่ซวงซวงสวี่ซวงซวงเปิดดูสมุดบันทึกของแม่ด้วยแววตาประหลาดใจ บนใบหน้ามีแต่ความอิจฉาริษยา"ว้าว ผอ.เฉิงคะ พวกนี้คือเมนูอาหารบำรุงที่คุณเคยทำให้นักศึกษาซ่งเหรอคะ อาหารทุกจานมีทั้งวิธีทำและสรรพคุณจดไว้หมดเลย เล่มนี้น่าจะจดมาหลายปีแล้วใช่ไหมคะ"ฉันมองดูสมุดบันทึกในมือของเธอ รู้สึกร้อนเบ้าตาอยากร้องไห้ทันทีแม่เริ่มจดบันทึกตั้งแต่ฉันลืมตาดูโลก เคยบอกว่าขอแค่ทำตามสมุดบันทึกเล่มนี้ ฉันก็จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงแม่กำลังจ้องมองสมุดบันทึกหนา ๆ เล่มนั้น แววตาเหม่อลอยไปชั่วขณะเธอมองดูแผ่นกระดาษสีเหลืองซีดเหล่านั้น คล้ายกำลังหวนนึกถึงความหลังบางอย่างผ่านไปนานมา

  • เพื่อเลี่ยงคำครหา แม่จึงสังเวยชีวิตลูกอย่างฉัน   บทที่ 3

    พออธิการบดีได้ยิน ก็ช่วยพูดหว่านล้อมแม่"ผอ.เฉิง การบริจาคเลือดขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนักศึกษา ถ้าเธอไม่อยากทำจริง ๆ ก็ปล่อยไปเถอะครับ"พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปแม่ก้มลงมองฉันแวบหนึ่ง ในใจยิ่งเดือดกว่าเดิม"ยังไม่ยอมลุกขึ้นใช่ไหม ได้ งั้นแกก็นอนฟุบเจาะเลือดอยู่บนพื้นนี่แหละ หนูสวี่ เจาะเลือดให้มันตรงนี้เลย เจาะเสร็จก็ไม่ต้องไปสนใจเธอ มันอยากนอนหมอบอยู่ตรงนี้ก็ปล่อยให้นอนไป อย่าปล่อยให้มันคนเดียวมาทำให้เพื่อน ๆ ข้างหลังเสียเวลา"แม่พูดจบก็ไม่ยอมหันมามองฉันแม้อีกแม้แต่ครั้งเดียว เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาด้วยสวี่ซวงซวงหยิบหลอดเข็มและถุงเก็บเลือดขึ้นมา แล้วเจาะเข้าไปในเส้นเลือดของฉันอย่างแรง เจาะจนครบ 400 มิลลิลิตรถึงได้หยุดพอเจาะเสร็จ เธอก็เตะฉัน"ลุกขึ้นมาได้แล้ว เจาะเสร็จหมดแล้ว เล่นละครต่อก็ไม่มีประโยชน์ แถมผอ.เฉิงก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะเล่นละครต่อก็ไม่มีใครดูหรอกนะ"พอเห็นฉันไม่ขยับ สวี่ซวงซวงก็หัวเราะเยาะเหยียดหยามฉันเบา ๆ แล้วตะโกนเรียกไปทางแถวรอบริจาคเลือดด้านหลัง"ขอเพื่อนนักศึกษาชายแรงเยอะ ๆ สองคนหน่อย ช่วยห้ามยัยโรคเจ้าหญิงนี่ออกไปข้างนอกที อย่าปล่อยให

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status