Share

บทที่ 2

Author: กำลังดี
วันออกจากโรงพยาบาลฝนตกหนัก พอกลับถึงวิลล่าตระกูลฉิน ร่างกายของฉันก็เปียกชุ่มไปทั้งตัว

พอเห็นฉันเป็นครั้งแรก ลูกชายอย่างฉินจ้าวก็ทำหน้ารังเกียจทันที ก่อนจะยกมือขึ้นปิดจมูก

“เหม็นจะตาย!”

กลิ่นฝนในหน้าร้อนปะปนด้วยกลิ่นดินชื้น แม้จะคาวนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เหม็นเลย

เขาทำแบบนั้นก็แค่ตั้งใจจะเอาใจ ไป๋เวยซี ให้หัวเราะเท่านั้น

แน่นอนว่า ท่าทางโอเวอร์เกินจริงของเขาก็ทำให้ไป๋เวยซี ที่สวมชุดนอนของฉันอยู่ ยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ อย่างถูกใจ

ในแววตาที่มองมาทางฉัน มีเพียงความได้ใจและการยั่วยุเท่านั้น

ฉันไม่สนใจเธอเลย แล้วหันหลังเตรียมจะขึ้นชั้นบน

แต่ฉินซื่อเหนียนกลับรีบเดินออกมาจากห้องครัว ขมวดคิ้วมองฉันด้วยสายตารังเกียจ

“วันนี้เวยเวยอุตส่าห์วางงานมาคอยอยู่เป็นเพื่อนจ้าวจ้าว ถ้าเธอไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็แล้วไป ยังจะทำหน้าท่าทางแบบนี้ให้ใครดูอีก?”

ฉันยืนอยู่บนขั้นบันได สีหน้ากับแววตาเย็นชาราบเรียบ

“อืม เพราะงั้นฉันเลยยกคุณให้เธอไปเลย เรามาหย่ากันเถอะ”

เสียงของฉันเบามาก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

แววตาของฉินซื่อเหนียนวาบผ่านไปด้วยความดูแคลน

“เซี่ยซ่าง เธอไปเรียนพฤติกรรมแย่ ๆ แบบนี้มาจากใครกัน เอะอะก็เอาเรื่องหย่ามาขู่ เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าจะเอามาข่มขู่ฉันได้?!”

ไป๋เวยซีก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน น้ำเสียงเหมือนจะอ่อนหวานคอยเกลี้ยกล่อมฉัน แต่ความจริงกลับเป็นการยุยงซ้ำเติม

“ซ่างซ่าง อย่าเข้าใจผิดไปเลยนะ ถึงฉันกับซื่อเหนียนจะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาเป็นสามีที่ดีและรับผิดชอบต่อครอบครัวมาก เธอควรรักษาไว้สิ จะมาขู่หย่ากันพร่ำเพรื่อแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

อย่างที่คาดไว้ พอเธอพูดจบ แววตาที่ฉินซื่อเหนียนมองฉันก็ยิ่งเต็มไปด้วยความรังเกียจมากขึ้น

ฉันพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

“เธอพูดถูก เพราะงั้นผู้ชายคนนี้ฉันยกให้เธอแล้ว ดูแลให้ดีละกัน”

พูดจบ ฉันก็หันหลังเดินขึ้นชั้นบน

โดยไม่สนใจเลยว่าเบื้องหลังนั้น ไป๋เวยซีกำลังลอบยิ้มอย่างสมใจ ขณะที่ฉินซื่อเหนียนมีสีหน้าหม่นคล้ำ

ฉันเก็บข้าวของทุกอย่างในห้องนอนที่เป็นของฉัน ใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง

ฉันวางเอกสารหย่าที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูก ไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง

สุดท้าย ฉันถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้วนาง

ฉินซื่อเหนียนไม่ได้ตามขึ้นมา เขาคงคิดว่าฉันแค่กำลังงอนเอาเรื่องเท่านั้น

แล้วเขาก็หันกลับเข้าไปในครัว ทำอาหารต่อ

เขาไม่ถนัดเรื่องทำอาหารเลย แต่กลับยอมอดทน ฝึกฝน ศึกษาอย่างจริงจัง…ทั้งหมดนั้น ก็เพื่อไป๋เวยซี

ส่วนฉัน ตลอดหกปีที่แต่งงานกันมา เขาเคยป้อนฉันแค่ข้าวต้มขาวชามหนึ่งที่เย็นชืด แถมยังเป็นของที่ซื้อส่ง ๆ มาจากร้านอาหารเช้าข้างทางเท่านั้น

ในไทม์ไลน์โซเชียลของไป๋เวยซี เธอโพสต์ภาพโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยของกินนานาชนิด พร้อมกับแผ่นหลังของฉินซื่อเหนียนที่กำลังง่วนทำอาหารให้เธอ

พร้อมเขียนแคปชันกำกับว่า

“บนโลกนี้ จะมีใครสักคนที่จำได้เสมอว่าคุณชอบกินอะไรที่สุด~”

รูปเพิ่งโพสต์ได้แค่นาทีเดียว แม่สามีกับน้องสาวสามีก็รีบมากดไลก์กันอย่างอดใจไม่ไหว

แม่สามียังเข้ามาคอมเมนต์ไว้ประโยคหนึ่งว่า

“เวยเวยนี่น่าเอ็นดูจริง ๆ ไม่เหมือนบางคน ที่พยายามทุกวิถีทางแต่งเข้ามาตั้งหกปี ก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม”

น้องสาวสามีก็เข้ามาผสมโรงด้วยว่า

“นิสัยฉันพูดตรงก็ขอพูดตรง ๆ เลยนะ ขอให้พี่เวยเวยรับพี่ชายฉันไปดูแลเถอะ ภรรยาคนปัจจุบันของพี่ฉัน คุณสมบัติมันแย่เกินไปจริง ๆ!!”

ฉันกดไลก์ให้แบบผ่าน ๆ มือ

แต่พอกดรีเฟรชอีกครั้ง โพสต์นั้นก็หายไปแล้ว

ฉันขี้เกียจจะสนใจต่อ หิ้วกระเป๋าเดินทางลงไปชั้นล่าง

พอเห็นฉันลากกระเป๋าเดินทางลงมา ฉินซื่อเหนียนก็ตวาดเสียงเย็นใส่ทันที

“โพสต์นั้นของเวยเวยก็แค่ล้อเล่น เธอจะต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ?”

ไป๋เวยซีก็ทำตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้ แล้วกล่าวขอโทษอย่างเสแสร้งว่า

“ซ่างซ่าง ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะหึงขนาดนี้ ถ้ารู้ตั้งแต่แรก วันนี้ฉันคงไม่มาให้เธอไม่สบายใจหรอก…”

ฉันมองฉินซื่อเหนียนอย่างสงบนิ่ง น้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์

“ฉันวางเอกสารหย่าไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้ว พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่สำนักงานทะเบียน”

ระหว่างที่คุยกัน รถแท็กซี่ที่เรียกไว้ก็มาถึง ฉันหันหลังแล้วเดินจากไป

ฉินซื่อเหนียนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลูกชายอย่างฉินจ้าวกลับยืนขวางอยู่ตรงหน้าเขาก่อน

“ปล่อยให้เธอไป!”

เขาดูเหมือนจะเกลียดฉันเข้าไส้ ทั้งที่อายุแค่หกขวบ แต่ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นกลับถ่ายทอดความรังเกียจที่มีต่อฉันออกมาได้อย่างชัดเจน

เขาถุยน้ำลายใส่ฉัน แล้วยังกระชากเครื่องรางคุ้มครองที่ฉันคุกเข่าขอมาเป็นเวลาสามวันออกจากคอ ก่อนจะขว้างใส่ฉันอย่างแรง

“ไสหัวไปให้เร็ว ๆ สิ! ต่อไปนี้น้าเวยเวยจะเป็นแม่คนใหม่ของผมแล้ว—”

“ได้”

ฉันหยิบเครื่องรางนั้นโยนทิ้งลงถังขยะตรงหน้าประตูอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วนั่งเข้าไป

“ไปได้เลยค่ะ คนขับ”

รถเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งวิลล่าตระกูลฉินไว้ไกลลิบอยู่ด้านหลัง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 10

    [มุมมองของฉินซื่อเหนียน]ในสายตาของเขา เซี่ยซ่างมักจะเป็นคนเงียบขรึมและเก็บงำความรู้สึกเสมอเช่นเดียวกับงานของเธอ ที่น่าเบื่อเสียเหลือเกินยิ่งไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับไป๋เวยซีได้เลยแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เขาดื่มจนเมาเพราะความหงุดหงิดแล้วกลับมาที่บ้านเก่า พอได้เห็นเซี่ยซ่างนั่งคุยกับคุณปู่อย่างอารมณ์ดีแล้วหัวใจที่เดือดดาลของฉินซื่อเหนียนก็มักจะได้รับการปลอบประโลม และค่อย ๆ สงบลงดังนั้น เขาจึงเริ่มตั้งใจดื่มให้เมาแล้วกลับไปที่บ้านเก่าเพียงเพื่อจะได้เจอเซี่ยซ่างแล้วอาศัยข้ออ้างว่าเมา แกล้งหยอกล้อเธอเมื่อเห็นปลายหูของเธอแดงเรื่อ ฉินซื่อเหนียนก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจเหลือเกินการเมาครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุ ฉินซื่อเหนียนไม่ได้คิดจะทำร้ายเซี่ยซ่างเลยแต่หลังจากนั้น เมื่อคุณปู่สั่งให้เขาแต่งงานกับเซี่ยซ่าง เขากลับถอนหายใจโล่งอกโดยไม่คาดคิด และยังมีความรู้สึก…ดีใจและปลาบปลื้มอยู่ลึก ๆชีวิตหลังแต่งงานก็ยังคงราบเรียบจืดชืดไม่ต่างจากเดิมเซี่ยซ่างทุ่มเทความคิดและแรงกายทั้งหมดให้กับงานโบราณคดีของเธอเสมอเรื่องนั้นทำให้ฉินซื่อเหนียนรู้สึกหึงหวงดังนั้นเขาจึงตั้งใจพูดว่

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 9

    ในที่สุด พวกโจรลักขุดสุสานก็ถูกจับกุมได้ทั้งหมด และฉินซื่อเหนียนก็ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างทันท่วงทีเขาถูกยิงเข้าที่แผ่นหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ฉันผลักเขาฉันพาม่ายเมี่ยวขึ้นรถไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ เพื่อไปเยี่ยมเขาที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดหน้าอกของเขาพันผ้าพันแผลไว้ พอเห็นฉัน ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา ก่อนจะดับลงอย่างรวดเร็วฉันนำดอกไม้ปักใส่แจกัน แล้วปลอบใจเขาว่า“จ้าวจ้าวถูกคุณย่ารับตัวไปแล้ว ใกล้จะหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว”ฉินซื่อเหนียนพยักหน้าฉันเหลือบมองม่ายเมี่ยวที่ยืนรออย่างเรียบร้อยอยู่หน้าประตู คิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ“ต่อไปฉันจะพาม่ายเมี่ยวออกไปจากที่นี่ ส่งเธอไปเรียนในเมืองใหญ่ ส่วนคุณ… ฉันไม่อยากให้เธอมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินอีก รอให้คุณฟื้นตัวดีแล้ว พวกเราก็หย่ากันเถอะ”ฉินซื่อเหนียนรับเรื่องนี้ได้ยาก ดวงตาแดงขึ้นทันทีจู่ ๆ ฉันก็จำไม่ได้แล้วว่า ฉินซื่อเหนียนในอดีตที่เคยเมาแล้วขับรถซิ่งเพราะไป๋เวยซี หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างถ่อมตนและยอมจำนนว่า“งั้นก็หมายความว่า… ระหว่างเราสองคน ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 8

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉินซื่อเหนียนก็สงบลงไปมากไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกผิดกับฉันเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น ฉินซื่อกรุ๊ปยังถูกชาวเน็ตถล่มด่าอย่างหนักไม่หยุด เพราะกระแสชื่อเสียงด้านลบของไป๋เวยซีตลอดหลายปีมานี้ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการเล่นอินเทอร์เน็ต และเพิ่งจะมารู้เรื่องพวกนี้ได้ไม่นานมานี้ตอนนั้นภาพยนตร์ที่สร้างโดยใช้ไป๋เวยซีเป็นต้นแบบ ยังไม่ทันได้เข้าฉาย ก็ถูกแฉออกมาว่า ภาพลักษณ์ “นักเขียนบทมือทอง” ของไป๋เวยซีที่เธออ้างนั้น เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมดผลงานที่เธอใช้คว้ารางวัลนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ผลงานลอกปะปน มั่วซั่วไปหมดเธอลอกผลงานต้นฉบับของนักเขียนบทหน้าใหม่ไปไม่น้อยกว่ายี่สิบคนเดิมทีฉินซื่อเหนียนยังคอยกดกระแสข่าวไว้ไม่ให้ปะทุออกมาจนกระทั่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อสองปีก่อน ฉินซื่อเหนียนกลับเลิกติดตามไป๋เวยซีอย่างกะทันหันชาวเน็ตถึงได้ขุดเรื่องนี้ขึ้นมาแฉกันอีกครั้งไป๋เวยซีเองก็จากภาพลักษณ์เดิมที่เป็น “ผู้หญิงเก่งมีความสามารถ” กลายเป็นคนลอกผลงานชั้นต่ำที่ทั้งอินเทอร์เน็ตรุมด่าประณามแต่เรื่องพวกนี้ทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยตลอดสามปีมานี้ งานขุดค้นสุสานใหญ่และ

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 7

    การปรากฏตัวของสองพ่อลูกตระกูลฉิน เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตอันสงบของฉันเท่านั้นเดิมทีฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนั้นเลยแต่ไม่คาดคิดเลยว่า ฉินซื่อเหนียนจะไปซื้อบ้านหลังข้าง ๆ แล้วตัดสินใจย้ายมาอยู่จริง ๆคุณชายน้อยอย่างฉินจ้าว ที่เติบโตมาท่ามกลางการเอาใจใส่มาตั้งแต่เล็ก ไม่รู้ทำไมถึงได้เลียนแบบม่ายเมี่ยว พยายามเอาอกเอาใจฉันเหมือนกันม่ายเมี่ยวตื่นเช้าไปต้อนแกะ ก่อนออกจากบ้านเธอจะต้มน้ำเดือดใส่กาน้ำให้ฉัน ถือไปดื่มระหว่างไปทำงานส่วนฉินจ้าวก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปชงชาให้หนึ่งกา ใบชาที่ใช้ก็เป็นผูเอ่อร์ซึ่งเป็นชาที่ฉันชอบที่สุดเขาอุ้มกาน้ำชารออยู่หน้าบ้านฉัน ยืนมองผ่านรั้วด้วยสายตาอ้อนวอน กลัวเหลือเกินว่าจะพลาดไม่ทันเจอฉันแล้วก็…ก็โดนม่ายเมี่ยวจูงต้าหวงไล่ตะเพิดจนแทบวิ่งทำรองเท้าหลุดเลยทีเดียวฉินจ้าวกลัวสุนัขมากเป็นพิเศษม่ายเมี่ยวพูดกับเขาอย่างได้ใจว่า“ห้ามมาแย่งแม่ของฉัน!”ฉินจ้าวตกใจแทบตาย แต่ก็ยังฝืนปากแข็งว่า“นั่นก็แม่ของฉันเหมือนกัน ฉันเกิดจากเธอนะ!”ม่ายเมี่ยวสวนกลับทันทีว่า“แล้วทำไมแม่ถึงยอมเลือกฉันที่เก็บมาเลี้ยง มากกว่าจะเลือกนายล่ะ? นายลองกลับไ

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 6

    ฉันอุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านฉินซื่อเหนียนไม่ยอมจากไป แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน ได้แต่จูงมือฉินจ้าวเดินตามมาอยู่ห่าง ๆฉันเองก็ไม่ใส่ใจพวกเขา อุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านเพื่อทายาให้เธอฉินจ้าวอายุมากกว่าเธอสองปี แรงมือก็ไม่รู้จักยั้ง ทำให้หัวเข่าและข้อศอกของม่ายเมี่ยวถลอกหมดเลยฉันปลอบโยนเธออย่างใจเย็น กว่าจะทายาเสร็จก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยพอหันกลับไปมอง ก็พบว่าฉินจ้าวกำลังมองฉันด้วยดวงตาที่เอ่อน้ำตา“แม่ครับ มือผมก็ถลอกเหมือนกัน…”ฉันมองบาดแผลที่ฝ่ามือขาวเนียนของเขาซึ่งมีเม็ดทรายติดอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆฉันในอดีต เคยรักเขาจนฝังลึกถึงกระดูกไม่ใช่แค่บาดแผลเล็ก ๆ เท่านั้น ต่อให้เขาแค่ไอเบา ๆ สักครั้ง ก็ทำให้ฉันตื่นตระหนกจนต้องเตรียมพร้อมไปหมดทุกอย่าง“บ่ายนี้แม่ยังต้องทำงาน อยู่บ้านคนเดียวก็ต้องเชื่อฟัง อย่าซนจนแผลกลับมาเลือดออกอีกล่ะ”ฉันกำชับม่ายเมี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอลืมตากลมโต มองฉินซื่อเหนียนกับฉินจ้าวที่อยู่ด้านหลังฉันอย่างหวาด ๆ ก่อนจะเงยหน้ามามองฉันอีกครั้งเธอเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีหวาดหวั่นไม่สบายใจว่า“แม่คะ แม่จะกลับบ้านแล้วเหรอ?”วันที่ฉันเจอม่ายเมี่ยวคร

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 5

    สามปีต่อมา“แม่ซ่างซ่าง——”เสียงเด็กน้อยใสไร้เดียงสาดังขึ้นจากนอกลานบ้านฉันปลดผ้ากันเปื้อนออก พลางยิ้มแล้วผลักประตูเปิดออกเด็กหญิงตัวมอมแมมคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในอ้อมอกฉัน ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่“เจ้าเด็กเลอะเทอะ ไปตีกับต้าหวงมาอีกแล้วใช่ไหม?”ต้าหวงเป็นสุนัขพันธุ์หมาป่าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงไว้ เป็นลูกสุนัขตัวผู้ที่เพิ่งเกิดปีนี้เพิ่งอายุได้แปดเดือนเท่านั้นเด็กหญิงน้อยยิ้มแหย ๆ อย่างเขินอาย เผยให้เห็นฟันหน้าที่โหว่“หนูชนะนะ!”ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูภูมิใจไม่น้อย“คำศัพท์ที่สอนเมื่อวาน ยังจำได้ไหม?”ฉันหยิบผ้าขนหนูมาซับหน้าให้เธออย่างลวก ๆ สองสามที ผ้าขนหนูสีขาวอมชมพูก็เปื้อนดำปี๋ ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าอวบอิ่มแบบเด็ก ๆ ที่แต้มด้วยกระเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเธอชื่อ ม่ายเมี่ยว เป็นเด็กกำพร้าที่ฉันรับมาอุปการะ หลังจากที่ฉันย้ายมาอยู่แถบทะเลทรายโกบีเมื่อสามปีก่อน“แม่ซ่างซ่าง หนูหิวแล้ว......”ม่ายเมี่ยวแลบลิ้นออกมา ดวงตากลมโตกลอกไปมา ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเรื่องพูด“เมื่อเช้าหนูตัดหญ้าให้ลูกแกะของบ้านลุงผู้ใหญ่บ้านเต็มตะกร้าใหญ่เลยนะ!”“คงทำให้หนูเหนื่อยแย่เลยสินะ!”ฉันบีบแก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status