Share

บทที่ 4

Author: กำลังดี
รถยนต์จอดสนิทที่ด้านล่างอาคารหอพักพนักงานของพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด

ฉันหิ้วกระเป๋าเดินทางลงไปชั้นล่าง แล้วเปิดเข้าไปในคอนโดเดี่ยวที่หัวหน้าเก็บไว้ให้ฉันตลอดเวลา

ยังไม่ทันที่ฉันจะจัดกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย ก็ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าแล้วว่า

“เสี่ยวเซี่ย เบื้องบนได้รับภารกิจด่วน ทางแถบทะเลทรายโกบีพบสุสานขนาดใหญ่ ต้องการการบูรณะโบราณวัตถุแบบเร่งด่วน ตั๋วเครื่องบินพรุ่งนี้ฉันจองให้เธอเรียบร้อยแล้ว รีบจัดของแล้วออกเดินทางเลยนะ ไม่ต้องกังวล ภารกิจครั้งนี้เร่งจริง ๆ พอเธอกลับมา ฉันจะไปขอโทษคุณฉินเธอเป็นเพื่อนเอง—”

“ไม่ต้องหรอกค่ะหัวหน้า ฉันวางแผนจะหย่าแล้ว ต่อไปนี้จะทุ่มเทให้กับงานบูรณะโบราณวัตถุอย่างเต็มที่”

ฉันตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา

ฉินซื่อเหนียนไม่ชอบอย่างมากที่ฉันทุ่มเททั้งใจให้กับงานบูรณะโบราณวัตถุ

เขามองว่างานนี้อัปมงคล แถมยังพูดอีกว่าฉันจะไม่มีสมาธิดูแลลูกชาย

ก่อนหน้านี้ฉันเคยใส่ใจเขา ใส่ใจลูกชาย

ดังนั้น งานที่หัวหน้าจัดให้ซึ่งเป็นลักษณะต้องเดินทาง ฉันจึงมักจะเลี่ยงได้ก็เลี่ยง

จนถึงตอนนี้ฉันถึงเพิ่งเข้าใจว่า มีเพียงตัวฉันเองเท่านั้น ที่จะไม่ทรยศต่อตัวเอง

มีเพียงโบราณวัตถุเหล่านั้นในพิพิธภัณฑ์ ที่ดูเหมือนเย็นชาไร้ความรู้สึกเท่านั้น

หัวหน้าได้ยินฉันพูดแบบนั้น แม้น้ำเสียงจะแฝงความเสียดายอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจโล่งอกแล้วพูดว่า

“เฮ้อ… เสี่ยวเซี่ย คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว เธอเก่งมาก พูดตามตรงนะ พวกเราทุกคนต่างก็รู้สึกว่า ฉินซื่อเหนียนไม่คู่ควรกับเธอเลย!”

กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งเอ่อล้นขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ ตลอดหลายปีมานี้หัวหน้าดูแลฉันราวกับลูกสาวของตัวเอง

ฉันยิ้มอย่างปล่อยวาง

“อืม ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

คืนนั้นเป็นคืนที่ฉันนอนหลับได้อย่างสบายใจที่สุดในรอบหลายปี

ไม่ต้องทำอาหารดึกให้ฉินซื่อเหนียนที่เลิกงานกลับมา และไม่ต้องคอยห่มผ้าให้ฉินจ้าวที่ฝันร้ายอีก

หลับยาวไปจนถึงเช้า

ฉันล้างหน้าแปรงฟันอย่างง่าย ๆ แล้วลากกระเป๋าเดินทางตรงไปที่หน้าสำนักงานทะเบียน

แต่รออยู่ถึงสามชั่วโมง ฉินซื่อเหนียนก็ยังไม่ปรากฏตัว

ฉันโทรหาเขาไปกว่าสิบสาย แต่เขาก็ไม่รับเลย

เวลาใกล้ถึงกำหนดขึ้นเครื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันจึงทำได้เพียงต้องไปก่อน

หลังจากจัดการเช็กอินขึ้นเครื่องเรียบร้อย ก่อนจะปิดโทรศัพท์ หน้าข่าวก็เด้งพาดหัวข่าวซุบซิบขึ้นมาหนึ่งข่าว

#ประธานฉินซื่อกรุ๊ปประกาศจะลงทุนด้วยตัวเอง สร้างภาพยนตร์ที่มีคุณไป๋เวยซี นักเขียนบทระดับแถวหน้า เป็นแรงบันดาลใจ

#รักแรกวัยเด็กช่างเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้านทานได้จริง ๆ

นี่ฉินซื่อเหนียนกำลังจะลงมาหนุนหลังไป๋เวยซีด้วยตัวเองเหรอ?

ฉันอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ ก่อนจะออกจากหน้าข่าว แล้วปิดโทรศัพท์

มองภาพนอกหน้าต่างที่ค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ ใจของฉันกลับสงบนิ่ง

ต่อให้ในอนาคตพวกเขาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวข้องกับฉันอีกต่อไป

ฉันสวมที่ปิดตา แล้วหลับลึกไป

จนกระทั่งกระแสลมปั่นป่วนอย่างรุนแรงเขย่าจนฉันสะดุ้งตื่น

ผู้โดยสารรอบข้างต่างก็แตกตื่นกันไปหมด

ฉันยังไม่ทันได้คิดว่าเกิดอะไรขึ้น

วินาทีถัดมา เครื่องบินก็เกิดภาวะไร้น้ำหนักกะทันหัน ศีรษะของฉันกระแทกเข้ากับชั้นเก็บสัมภาระอย่างไม่ทันตั้งตัว

.....

ในห้องทำงานประธานฉินซื่อกรุ๊ป หลังจากฉินซื่อเหนียนประชุมวางแผนภาพยนตร์ที่เตรียมจัดขึ้นเพื่อไป๋เวยซีโดยเฉพาะเสร็จสิ้น เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในโทรศัพท์ที่ตั้งโหมดเงียบไว้ มีสายโทรเข้าจากเซี่ยซ่างค้างอยู่กว่าสิบสาย

ฝ่ายพาร์ตเนอร์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า

“คุณนายฉินยังคงติดคุณฉินไม่เปลี่ยนเลยนะ น่าอิจฉาคุณฉินจริง ๆ”

แต่ฉินซื่อเหนียนกลับหัวเราะหยันว่า

“นี่เธอกำลังขอให้ยกโทษให้ ควรปล่อยให้เธอถูกเมินไว้สักพัก จะได้รู้ตัวว่าอย่าคิดได้คืบเอาศอก—”

แต่ก็ถูกสายโทรศัพท์จากหมายเลขแปลกหน้าขัดจังหวะไว้เสียก่อน

“สวัสดีค่ะ ขอสอบถามว่าใช่คุณฉิน สามีของคุณเซี่ยซ่างใช่ไหมคะ เที่ยวบินที่คุณเซี่ยโดยสารในเช้าวันนี้เวลาสิบเอ็ดนาฬิกา ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินขัดข้องและตกลงอย่างน่าเศร้า……”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 10

    [มุมมองของฉินซื่อเหนียน]ในสายตาของเขา เซี่ยซ่างมักจะเป็นคนเงียบขรึมและเก็บงำความรู้สึกเสมอเช่นเดียวกับงานของเธอ ที่น่าเบื่อเสียเหลือเกินยิ่งไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับไป๋เวยซีได้เลยแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เขาดื่มจนเมาเพราะความหงุดหงิดแล้วกลับมาที่บ้านเก่า พอได้เห็นเซี่ยซ่างนั่งคุยกับคุณปู่อย่างอารมณ์ดีแล้วหัวใจที่เดือดดาลของฉินซื่อเหนียนก็มักจะได้รับการปลอบประโลม และค่อย ๆ สงบลงดังนั้น เขาจึงเริ่มตั้งใจดื่มให้เมาแล้วกลับไปที่บ้านเก่าเพียงเพื่อจะได้เจอเซี่ยซ่างแล้วอาศัยข้ออ้างว่าเมา แกล้งหยอกล้อเธอเมื่อเห็นปลายหูของเธอแดงเรื่อ ฉินซื่อเหนียนก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจเหลือเกินการเมาครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุ ฉินซื่อเหนียนไม่ได้คิดจะทำร้ายเซี่ยซ่างเลยแต่หลังจากนั้น เมื่อคุณปู่สั่งให้เขาแต่งงานกับเซี่ยซ่าง เขากลับถอนหายใจโล่งอกโดยไม่คาดคิด และยังมีความรู้สึก…ดีใจและปลาบปลื้มอยู่ลึก ๆชีวิตหลังแต่งงานก็ยังคงราบเรียบจืดชืดไม่ต่างจากเดิมเซี่ยซ่างทุ่มเทความคิดและแรงกายทั้งหมดให้กับงานโบราณคดีของเธอเสมอเรื่องนั้นทำให้ฉินซื่อเหนียนรู้สึกหึงหวงดังนั้นเขาจึงตั้งใจพูดว่

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 9

    ในที่สุด พวกโจรลักขุดสุสานก็ถูกจับกุมได้ทั้งหมด และฉินซื่อเหนียนก็ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างทันท่วงทีเขาถูกยิงเข้าที่แผ่นหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ฉันผลักเขาฉันพาม่ายเมี่ยวขึ้นรถไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ เพื่อไปเยี่ยมเขาที่เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดหน้าอกของเขาพันผ้าพันแผลไว้ พอเห็นฉัน ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นมา ก่อนจะดับลงอย่างรวดเร็วฉันนำดอกไม้ปักใส่แจกัน แล้วปลอบใจเขาว่า“จ้าวจ้าวถูกคุณย่ารับตัวไปแล้ว ใกล้จะหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว”ฉินซื่อเหนียนพยักหน้าฉันเหลือบมองม่ายเมี่ยวที่ยืนรออย่างเรียบร้อยอยู่หน้าประตู คิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ“ต่อไปฉันจะพาม่ายเมี่ยวออกไปจากที่นี่ ส่งเธอไปเรียนในเมืองใหญ่ ส่วนคุณ… ฉันไม่อยากให้เธอมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินอีก รอให้คุณฟื้นตัวดีแล้ว พวกเราก็หย่ากันเถอะ”ฉินซื่อเหนียนรับเรื่องนี้ได้ยาก ดวงตาแดงขึ้นทันทีจู่ ๆ ฉันก็จำไม่ได้แล้วว่า ฉินซื่อเหนียนในอดีตที่เคยเมาแล้วขับรถซิ่งเพราะไป๋เวยซี หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างถ่อมตนและยอมจำนนว่า“งั้นก็หมายความว่า… ระหว่างเราสองคน ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 8

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉินซื่อเหนียนก็สงบลงไปมากไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกผิดกับฉันเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น ฉินซื่อกรุ๊ปยังถูกชาวเน็ตถล่มด่าอย่างหนักไม่หยุด เพราะกระแสชื่อเสียงด้านลบของไป๋เวยซีตลอดหลายปีมานี้ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการเล่นอินเทอร์เน็ต และเพิ่งจะมารู้เรื่องพวกนี้ได้ไม่นานมานี้ตอนนั้นภาพยนตร์ที่สร้างโดยใช้ไป๋เวยซีเป็นต้นแบบ ยังไม่ทันได้เข้าฉาย ก็ถูกแฉออกมาว่า ภาพลักษณ์ “นักเขียนบทมือทอง” ของไป๋เวยซีที่เธออ้างนั้น เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมดผลงานที่เธอใช้คว้ารางวัลนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ผลงานลอกปะปน มั่วซั่วไปหมดเธอลอกผลงานต้นฉบับของนักเขียนบทหน้าใหม่ไปไม่น้อยกว่ายี่สิบคนเดิมทีฉินซื่อเหนียนยังคอยกดกระแสข่าวไว้ไม่ให้ปะทุออกมาจนกระทั่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อสองปีก่อน ฉินซื่อเหนียนกลับเลิกติดตามไป๋เวยซีอย่างกะทันหันชาวเน็ตถึงได้ขุดเรื่องนี้ขึ้นมาแฉกันอีกครั้งไป๋เวยซีเองก็จากภาพลักษณ์เดิมที่เป็น “ผู้หญิงเก่งมีความสามารถ” กลายเป็นคนลอกผลงานชั้นต่ำที่ทั้งอินเทอร์เน็ตรุมด่าประณามแต่เรื่องพวกนี้ทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยตลอดสามปีมานี้ งานขุดค้นสุสานใหญ่และ

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 7

    การปรากฏตัวของสองพ่อลูกตระกูลฉิน เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตอันสงบของฉันเท่านั้นเดิมทีฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนั้นเลยแต่ไม่คาดคิดเลยว่า ฉินซื่อเหนียนจะไปซื้อบ้านหลังข้าง ๆ แล้วตัดสินใจย้ายมาอยู่จริง ๆคุณชายน้อยอย่างฉินจ้าว ที่เติบโตมาท่ามกลางการเอาใจใส่มาตั้งแต่เล็ก ไม่รู้ทำไมถึงได้เลียนแบบม่ายเมี่ยว พยายามเอาอกเอาใจฉันเหมือนกันม่ายเมี่ยวตื่นเช้าไปต้อนแกะ ก่อนออกจากบ้านเธอจะต้มน้ำเดือดใส่กาน้ำให้ฉัน ถือไปดื่มระหว่างไปทำงานส่วนฉินจ้าวก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปชงชาให้หนึ่งกา ใบชาที่ใช้ก็เป็นผูเอ่อร์ซึ่งเป็นชาที่ฉันชอบที่สุดเขาอุ้มกาน้ำชารออยู่หน้าบ้านฉัน ยืนมองผ่านรั้วด้วยสายตาอ้อนวอน กลัวเหลือเกินว่าจะพลาดไม่ทันเจอฉันแล้วก็…ก็โดนม่ายเมี่ยวจูงต้าหวงไล่ตะเพิดจนแทบวิ่งทำรองเท้าหลุดเลยทีเดียวฉินจ้าวกลัวสุนัขมากเป็นพิเศษม่ายเมี่ยวพูดกับเขาอย่างได้ใจว่า“ห้ามมาแย่งแม่ของฉัน!”ฉินจ้าวตกใจแทบตาย แต่ก็ยังฝืนปากแข็งว่า“นั่นก็แม่ของฉันเหมือนกัน ฉันเกิดจากเธอนะ!”ม่ายเมี่ยวสวนกลับทันทีว่า“แล้วทำไมแม่ถึงยอมเลือกฉันที่เก็บมาเลี้ยง มากกว่าจะเลือกนายล่ะ? นายลองกลับไ

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 6

    ฉันอุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านฉินซื่อเหนียนไม่ยอมจากไป แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน ได้แต่จูงมือฉินจ้าวเดินตามมาอยู่ห่าง ๆฉันเองก็ไม่ใส่ใจพวกเขา อุ้มม่ายเมี่ยวกลับบ้านเพื่อทายาให้เธอฉินจ้าวอายุมากกว่าเธอสองปี แรงมือก็ไม่รู้จักยั้ง ทำให้หัวเข่าและข้อศอกของม่ายเมี่ยวถลอกหมดเลยฉันปลอบโยนเธออย่างใจเย็น กว่าจะทายาเสร็จก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยพอหันกลับไปมอง ก็พบว่าฉินจ้าวกำลังมองฉันด้วยดวงตาที่เอ่อน้ำตา“แม่ครับ มือผมก็ถลอกเหมือนกัน…”ฉันมองบาดแผลที่ฝ่ามือขาวเนียนของเขาซึ่งมีเม็ดทรายติดอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆฉันในอดีต เคยรักเขาจนฝังลึกถึงกระดูกไม่ใช่แค่บาดแผลเล็ก ๆ เท่านั้น ต่อให้เขาแค่ไอเบา ๆ สักครั้ง ก็ทำให้ฉันตื่นตระหนกจนต้องเตรียมพร้อมไปหมดทุกอย่าง“บ่ายนี้แม่ยังต้องทำงาน อยู่บ้านคนเดียวก็ต้องเชื่อฟัง อย่าซนจนแผลกลับมาเลือดออกอีกล่ะ”ฉันกำชับม่ายเมี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอลืมตากลมโต มองฉินซื่อเหนียนกับฉินจ้าวที่อยู่ด้านหลังฉันอย่างหวาด ๆ ก่อนจะเงยหน้ามามองฉันอีกครั้งเธอเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีหวาดหวั่นไม่สบายใจว่า“แม่คะ แม่จะกลับบ้านแล้วเหรอ?”วันที่ฉันเจอม่ายเมี่ยวคร

  • เพื่อให้ฉันแท้ง ลูกชายหลอกให้กินเค้กที่แพ้   บทที่ 5

    สามปีต่อมา“แม่ซ่างซ่าง——”เสียงเด็กน้อยใสไร้เดียงสาดังขึ้นจากนอกลานบ้านฉันปลดผ้ากันเปื้อนออก พลางยิ้มแล้วผลักประตูเปิดออกเด็กหญิงตัวมอมแมมคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในอ้อมอกฉัน ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่“เจ้าเด็กเลอะเทอะ ไปตีกับต้าหวงมาอีกแล้วใช่ไหม?”ต้าหวงเป็นสุนัขพันธุ์หมาป่าที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงไว้ เป็นลูกสุนัขตัวผู้ที่เพิ่งเกิดปีนี้เพิ่งอายุได้แปดเดือนเท่านั้นเด็กหญิงน้อยยิ้มแหย ๆ อย่างเขินอาย เผยให้เห็นฟันหน้าที่โหว่“หนูชนะนะ!”ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูภูมิใจไม่น้อย“คำศัพท์ที่สอนเมื่อวาน ยังจำได้ไหม?”ฉันหยิบผ้าขนหนูมาซับหน้าให้เธออย่างลวก ๆ สองสามที ผ้าขนหนูสีขาวอมชมพูก็เปื้อนดำปี๋ ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าอวบอิ่มแบบเด็ก ๆ ที่แต้มด้วยกระเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเธอชื่อ ม่ายเมี่ยว เป็นเด็กกำพร้าที่ฉันรับมาอุปการะ หลังจากที่ฉันย้ายมาอยู่แถบทะเลทรายโกบีเมื่อสามปีก่อน“แม่ซ่างซ่าง หนูหิวแล้ว......”ม่ายเมี่ยวแลบลิ้นออกมา ดวงตากลมโตกลอกไปมา ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเรื่องพูด“เมื่อเช้าหนูตัดหญ้าให้ลูกแกะของบ้านลุงผู้ใหญ่บ้านเต็มตะกร้าใหญ่เลยนะ!”“คงทำให้หนูเหนื่อยแย่เลยสินะ!”ฉันบีบแก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status