เข้าสู่ระบบ“ได้ค่ะ ขอบคุณแม่มากนะคะ” เพ่ยหยูยิ
“จะดีเหรอคะแม่ หนูคิดว่ามันแพงเกินไป” เพ่ยหยูแอบเห็นราคานาฬิกาเรือนหนึ่งเข้าก็ถึงกับไม่กล้าเดินตามหลังคุณปู่เลยทีเดียว“ดีสิจ๊ะ ไม่แพงหรอก ราคานี้เหมาะสมกับของที่คุณปู่อยากให้ลูกแล้วล่ะ” หลงเสวี่ยเวยปลอบลูกสาวที่ดูท่าทางจะกลัวราคานาฬิกาในร้านไปเสียแล้วเพ่ยหยูในตอนนี้ทำได้แค่พยักหน้ารับคำและเดินตามการจับจูงของคุณแม่คนสวยไปต้อย ๆ เธอหวั่นใจเหลือเกินว่าหากได้รับนาฬิกาที่แพงเกินไปแล้วรักษาได้ไม่ดีจะถูกตำหนิเอาฉินจ้วงเดินตามพนักงานไปถึงตู้นาฬิกาผู้หญิงและเลือกดูอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะชี้บอกให้พนักงานนำนาฬิกาสามเรือนซึ่งแพงที่สุดในร้านออกมาให้เพ่ยหยูลองสวมดู“เอ่อ คุณปู่คะ มันจะไม่หรูหราเกินไปเหรอคะ หนูยังเป็นแค่นักศึกษาเองนะคะ” เพ่ยหยูกลัวจริง ๆ
“ได้ค่ะ ขอบคุณแม่มากนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มบางส่งให้คุณแม่คนสวยของเธอ ในใจของเพ่ยหยูรู้ดีว่าแม่อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อชดเชย เพียงแต่เพ่ยหยูเคยชินกับการประหยัดมานานแล้วจึงไม่อยากให้แม่ซื้อของฟุ่มเฟือยมากเกินไป“คุณเอาชุดพวกนี้ไปคิดเงินได้เลยค่ะ เสี่ยวหยูไปรอแม่กับพี่ใหญ่ก่อนนะ แม่ไปจ่ายเงินเองจ๊ะ เดี๋ยวเรายังต้องไปร้านขายเครื่องเขียนกันอีกนะ” หลงเสวี่ยเวยไม่อยากให้ลูกรู้ราคาเสื้อผ้าพวกนี้ เธอสังเกตเห็นนานแล้วว่าลูกสาวเป็นคนไม่กล้าใช้เงินจำนวนมาก“ค่ะแม่ ถ้ามีอะไรให้หนูช่วยก็เรียกพวกเราได้นะคะ” เพ่ยหยูกลัวว่าแม่ของเธอจะต้องถือของพะรุงพะรังจนเดินเหินลำบาก ถึงแม้ว่าแม่ของเธอนั้นจะยังอายุไม่มากนักก็ตามที แต่เพ่ยหยูก็ยังคงเป็นห่วงพวกท่านอยู่ดี เพราะทุกคนดีกับเธอมากจริง ๆ เพ่ยหยูอยากอยู่กับทุกคนนาน ๆหลงเสวี่ยเวยพยั
“ได้ครับพ่อ” ฉินกวงพยักหน้ารับคำทันที เขาเองก็อยากสนิทกับน้องสาวมากกว่านี้เหมือนกัน“อืม...ถ้าอย่างนั้นเพ่ยหยูก็ค่อยตามไปที่บ้านก็แล้วกันนะจ๊ะ จำทางได้ใช่ไหม” เผยหลานกลัวว่าเพ่ยหยูจะจำทางกลับบ้านตระกูลเซียวไม่ได้“จำได้ค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะที่พาหนูมาพบครอบครัววันนี้” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ“หนูเป็นเพื่อนของอวี้ตงนี่นา พวกป้าดูแลหนูก็ถูกต้องแล้วจ๊ะ” เผยหลานยิ้มกว้างบอก“พ่อครับ หลังมื้อเที่ยงผมอยากพาน้องไปห้างสักหน่อย น้องยังไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวใช้เลยนะครับ ผมอยากซื้อให้น้อง” ฉินกวงหันไปบอกพ่อของเขา“ได้สิ นานแล
“จะดีเหรอครับคุณฉิน ผมกับภรรยาซื้อให้เพ่ยหยูเองได้นะครับ” เซียวเจิ้งอยากซื้อของให้เด็กดีอย่างเพ่ยหยูบ้างเหมือนกัน เขาคิดว่าโปรแกรมในอนาคตที่เพ่ยหยูอยากเขียนต้องช่วยให้บริษัทที่ลูกชายคนโตซึ่งกำลังดูแลอยู่ก้าวหน้าได้เป็นอย่างดีแน่“พวกคุณไม่ต้องคิดมากนะครับ นี่เป็นหน้าที่พ่อแม่อย่างพวกเราอยู่แล้วครับ เสี่ยวหยู ลูกอยากซื้อหนังสือเล่มไหนก็เลือกได้เต็มที่เลย พ่อจะให้เสี่ยวกวงเอาไปส่งลูกที่มหาวิทยาลัยเองนะลูก ไม่ต้องห่วงว่าราคาหนังสือจะแพงแค่ไหน แค่เป็นประโยชน์กับลูกก็พอ” ฉินเหวินบอกพร้อมรอยยิ้มบาง เขาที่ไม่ได้สนับสนุนการเรียนของลูกสาวมาหลายปีจึงอยากชดเชยให้เธอบ้าง“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ ถ้าอย่างนั้นหนูไม่เกรงใจนะคะ” เพ่ยหยูเมื่อครู่กวาดตามองหนังสือดูบ้างแล้วก็พบว่าหนังสือใหม่หลายเล่มน่าสนใจมากจริง ๆ ในเมื่อพ่ออยากซื้อให้ เธอก็ยินดี&ldq
กว่าหนึ่งชั่วโมงที่พวกเพ่ยหยูเข้าไปตรวจด้านใน ผลการตรวจกรุ๊ปเลือดยืนยันว่าเพ่ยหยูน่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับฉินเหวินและหลงเสวี่ยเวย เพียงแต่ยังต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอเพื่อนำไปใช้ในทางกฎหมายอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเป็นธุระเรื่องนี้ให้ พวกเราขอตัวก่อนครับ” ฉินเหวินบอกกับเลขาของ ผอ.สถาบันที่มาคอยดูแลขั้นตอนการตรวจทุกอย่างให้เป็นอย่างดี“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ผลตรวจที่แน่นอนจะถูกส่งไปให้ที่ตระกูลฉินตรงเวลาแน่นอนครับ ขอให้อาจารย์ฉินไม่ต้องกังวล” เลขายังคงให้ความเชื่อมั่นว่าเอกสารจะไม่หายไปไหนฉินเหวินพยักหน้ารับคำและชวนภรรยากับเพ่ยหยูกลับไปหาทุกคนที่น่าจะนั่งรอกันอยู่นานมากแล้ว ระหว่างทางเขายังสอบถามเรื่องเรียนกับลูกสาวพร้อมรอยยิ้มบาง
“สวัสดีค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูมองใบหน้าหล่อเหลาของฉินเหวินที่มีเค้าโครงหน้าคล้ายเธอมากด้วยความสนอกสนใจ เธอไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะเหมือนเธอมากขนาดนี้“สวัสดี สวัสดี เราไปเขียนข้อมูลส่วนตัวของหนูก่อนดีไหมลูก” ฉินเหวินเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนเสียงหวานเหมือนเมื่อตอนที่เขาเลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อยในยามเด็ก ตอนนี้เขามั่นใจมากว่าเพ่ยหยูก็คือฉินเพ่ยลูกสาวของเขาอย่างแน่นอน“ได้ค่ะ” เพ่ยหยูไม่คิดว่าเขาจะเรียกเธอว่าลูกอย่างกระทันหันแบบนี้ ในใจของเพ่ยหยูรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เธอรู้สึกได้ถึงความรักจากเขาจริง ๆเซียวเจิ้งกับเผยหลานมองสองคนตรงหน้าก็คิดไม่ต่างกันว่าพวกเขาละม้ายคล้ายคลึงกันมากจริง ๆ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็ต้องพาเพ่ยหยูตรวจสอบสายเลือดให้แน่ใจก่อน คนทั้งสี่เดินไปยังที่นั่งรับรองอีกครั้ง ฉินเหวินแนะนำครอบครัวให้กับพว







