مشاركة

อัจฉริยะ

مؤلف: 橙花
last update تاريخ النشر: 2026-05-20 05:30:45

จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวัน

ไป่หลิวกับซู่ฟางช่วยเพ่ยหยูเก็บกวาดถาดอาหารที่หกเลอะเทอะเสร็จ พวกเธอก็ชวนเพ่ยหยูไปนั่งกินข้าวกลางวันที่เลยเวลามาพอสมควรแล้วต่อ

เธอว่าพวกไห่เฉียวถ้าออกมาแล้วจะยังก่อเรื่องอีกไหม” ซู่ฟางที่กินข้าวไปได้พักหนึ่งเงยหน้ามาคุยกับไป่หลิว ตั้งแต่สถาบันรับเด็กกำพร้าเข้ามามากขึ้น กฎระเบียบต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนกับเมื่อก่อนมากนัก ทำให้พวกเธอสามารถคุยกันระหว่างกินข้าวได้

อืม… ฉันว่าพวกเขาก็คงมาคอยหาเรื่องเพ่ยหยูเหมือนเดิมนั่นแหละ สงสัยจะอิจฉาที่เพ่ยหยูได้รับคำชมจากอาจารย์บ่อย ๆ” ไป่หลิวคาดเดาตามที่เธอสังเกตเห็น

เฮ้อ หนูก็แค่ตั้งใจเรียนเหมือนคนอื่น ๆ นะคะพี่ ทำไมพวกไห่เฉียวถึงเอาแต่คอยหาเรื่องหนูก็ไม่รู้ค่ะ น่าเบื่อมากเลย” เพ่ยหยูส่ายหน้าอย่างระอาใจ เธอเบื่อหน่ายพฤติกรรมที่พวกไห่เฉียวทำมาตลอดตั้งแต่พวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว หากวันนี้ไห่เฉียวไม่ทำอะไรเกินไป เพ่ยหยูก็คงปล่อยผ่านเรื่องพวกนี้ไปเหมือนกับทุกครั้งที่ถูกหาเรื่อง

เอาน่า ๆ พี่ว่า ผอ. น่าจะไม่ปล่อยพวกเขาเอาไว้นานนักหรอก” ซู่ฟางเอ่ยสิ่งที่คาดเดาได้จากท่าทีของ ผอ. ที่มีต่อพวกไห่เฉียวก่อนหน้านี้

ทั้งสามคุยกันเบา ๆ จนกระทั่งกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ชวนกันไปทำความสะอาดถาดอาหารและกลับไปพักผ่อนที่ห้องเหมือนกับทุกวัน ยังดีที่พวกไห่เฉียวไม่ได้พักห้องเดียวกันกับพวกเพ่ยหยู ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องวุ่ยวายมากกว่านี้แน่

ด้านจูข่ายหนิงที่กินข้าวเสร็จก็เรียกอาจารย์ประจำสถาบันมาสอบถามเรื่องการเรียนของเด็ก ๆ ในสถาบันตามวงรอบ หลังอาจารย์ทุกคนรายงานเสร็จ จูข่ายหนิงจึงเอ่ยสรุปขึ้น

ในเมื่อผลการเรียนของเพ่ยหยูก้าวหน้ามากกว่าคนในวัยเดียวกัน ฉันคิดว่าให้เธอไปเรียนร่วมกับเด็กโตเลยดีไหมคะ อย่างไรเสียตอนนี้นโยบายก็เปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว และถ้าหากเพ่ยหยูสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสถาบันของเราด้วยเช่นเดียวกัน” จูข่ายหนิงเอ่ยจบก็มองอาจารย์ทั้งห้าคนของสถาบันเพื่อรอคำตอบ

จะดีเหรอคะท่าน ฉันคิดว่าเพ่ยหยูยังเด็กเกินกว่าที่จะเรียนข้ามระดับค่ะ” เสี่ยวลี่อาจารย์ที่ไม่ค่อยชอบหน้าเพ่ยหยูสักเท่าไหร่นักเอ่ยขึ้น เธอมองดูการเติบโตของเพ่ยหยูมาตลอดหลายปีก็ยิ่งนึกอิจฉากับหน้าตาและความสามารถที่ดีกว่าเด็กคนอื่นของเพ่ยหยู

ฉันว่าที่ ผอ. พูดมาก็เหมาะสมแล้วนะคะ อาจารย์เสี่ยวลี่ทำไมต้องให้เพ่ยหยูเรียนในระดับปกติให้เสียเวลาด้วยล่ะคะ เด็กอัจฉริยะแบบนี้ควรส่งเสริมไม่ใช่เหรอคะ” ฝูฉีเอ่ยขัดขึ้นมาทันที เธอเองก็ชอบที่จะสอนเด็กฉลาด ๆ อย่างเพ่ยหยูมาก ฝูฉีจึงไม่อยากให้เพ่ยหยูเอาแต่เรียนไปตามอายุเหมือนเด็กคนอื่น หากเธอส่งเสริมเพ่ยหยูได้มากกว่านี้ ฝูฉีเชื่อว่าเพ่ยหยูจะต้องกลายเป็นเด็กอัจฉริยะที่รัฐบาลให้การส่งเสริมอย่างแน่นอน

อาจารย์คนอื่น ๆ ต่างแสดงความเห็นตามที่ตนเองคิดออกมา โดยส่วนใหญ่ต่างก็เห็นชอบกับสิ่งที่จูข่ายหนิงเสนอ เมื่อจูข่ายหนิงเห็นว่ามีคนสนับสนุนเพ่ยหยูไม่น้อย เธอจึงตัดสินใจเอ่ยบทสรุปออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้เพ่ยหยูเข้าเรียนระดับ ม.ต้น ร่วมกับพวกไป่หลิวได้เลย หากเพ่ยหยูสอบวัดระดับได้คะแนนเต็มอีก ให้อาจารย์ไฉปังตัดสินใจได้เลยว่าจะสอนเธอเป็นพิเศษในระดับสูงขึ้นไปเลยหรือไม่ได้เลย ฉันอนุญาตให้คุณเป็นคนดูแลเพ่ยหยูได้”

ทราบแล้วครับท่าน ผมจะประเมินความรู้ของเพ่ยหยูหลังจากเธอเข้าร่วมเรียนในระดับ ม.ต้น ให้เร็วที่สุดแล้วจะรายงานให้ทราบอีกครั้งครับ” ไฉปังยิ้มกว้างออกมา เขาสอนคณิตศาสตร์เพ่ยหยูมาตลอดและรู้ว่าเธอเก่งมากแค่ไหน เหมือนกับว่าเพ่ยหยูจะเคยเรียนเบื้องต้นมาก่อนตั้งแต่ยังจำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำไป ทำให้เขาอดที่จะอยากทดสอบเพ่ยหยูเร็ว ๆ ไม่ได้

ดี คุณทำแผนการสอนของเพ่ยหยูออกมาให้ฉันดูด้วยล่ะ เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว” จูข่ายหนิงเห็นว่าไม่มีเรื่องสำคัญอะไรเพิ่มเติมอีก เธอเองยังมีงานที่ต้องจัดการไม่น้อยจึงไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ในการประชุมตามวงรอบ

ตั้งแต่มีการเปลี่ยนผู้นำและมีนโยบายใหม่ประกาศออกมา สถาบันก็จ้างอาจารย์มาเพิ่มเพื่อสอนเด็ก ๆ ในสถาบันไม่ต่างจากโรงเรียนด้านนอกเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อสามปีก่อนนั้นทางรัฐบาลประกาศให้เปิดสอบเกาเข่าได้หลังจากการสอบถูกยกเลิกไปนาน ทำให้ในเมืองใหญ่ต่างแข่งขันกันสอนเด็ก ๆ ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อสอบเกาเข่าให้ได้มากที่สุด

เมื่อเพ่ยหยูไปเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกันในวันต่อมา เธอกลับได้รับแจ้งจากอาจารย์ว่าให้ไปเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นแทนเสียอย่างนั้น แต่ด้วยเพ่ยหยูไม่ใช่เด็กเรื่องมาก เธอจึงย้ายไปยังห้องเรียนเดียวกันกับพวกไป่หลิวทันที

หืม? น้องสาวทำไมมาเรียนที่นี่ล่ะ” ไป่หลิวกระซิบถามหลังจากเห็นเพ่ยหยูกำลังเดินหาที่นั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกันกับของเธอและซู่ฟางกับจางเจี้ยน

อาจารย์มาเรียกให้หนูเข้าเรียนกับพวกพี่น่ะสิคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ เธอเห็นโต๊ะตัวหนึ่งใกล้กับซู่ฟางว่างอยู่จึงเดินถือสมุดไปนั่งที่โต๊ะตัวนั้นหลังพูดจบ

แปลกแฮะ ทำไมอาจารย์ต้องให้น้องสาวมาเรียนกับพวกเราด้วยนะ” จางเจี้ยนหันกลับมาจากโต๊ะด้านหน้าไป่หลิวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย

รออาจารย์เข้ามาก่อนก็น่าจะมีการประกาศบอกเองแหละน่า นายอย่าคิดมากเลย” ไป่หลิวเองถึงจะสงสัยไม่ต่างกัน แต่เธอก็คิดว่านี่คงเป็นการตัดสินใจของอาจารย์ทุกคนก็เท่านั้น

อืม… ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ ว่าแต่เธอทำการบ้านเสร็จหรือยังเนี่ย” จางเจี้ยนถามต่อ

เสร็จแล้วสิ ถ้าไม่เสร็จมีหวังอาจารย์ไฉปังต้องให้ไปยืนหน้าห้องแน่เลย” ไป่หลิวบอกด้วยสีหน้าเข็ดขยาด เธอเคยลืมทำการบ้านมาครั้งหนึ่งและถูกลงโทษไปแล้วจึงไม่กล้าลืมอีก

สิบนาทีต่อมา ไฉปังเข้ามาในห้องของเด็กระดับมัธยมต้นปีหนึ่งก็เริ่มต้นด้วยการบอกที่มาที่ไปของเพ่ยหยูให้นักเรียนทุกคนทราบทันที

เพ่ยหยูหลังจากนี้จะมาเรียนร่วมกับทุกคนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ เพ่ยหยูคิดว่าจะสามารถเรียนในห้องเรียนระดับชั้นนี้ได้ไหม” ไฉปังหันไปถามเพ่ยหยูที่ยังนั่งเงียบฟังอย่างตั้งใจอยู่

หนูมั่นใจว่าจะเรียนร่วมกับพวกพี่ ๆ ได้ค่ะอาจารย์” เพ่ยหยูลุกขึ้นตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม

ดี นั่งลงเถอะ อาจารย์จะได้เริ่มสอนต่อจากเมื่อวานนี้ก่อน” ไฉปังพยักหน้ารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่ต่างกัน เขาดีใจที่ท่าน ผอ. ไว้วางใจให้เขาดูแลการเรียนของเพ่ยหยู

การเรียนการสอนวันนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นไม่ต่างจากทุกวัน ช่วงบ่ายยังมีวิชาที่พวกเด็ก ๆ ระดับมัธยมต้องเรียนต่อเหมือนกับโรงเรียนด้านนอกสถาบัน ซึ่งเด็ก ๆ ในสถาบันตอนนี้ไม่มีใครต้องไปคอยทำอาหารอีกแล้ว เมื่อนโยบายเปลี่ยนแปลงไป จูข่ายหนิงก็จ้างคนเข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้นตามงบประมาณที่ได้รับมาจากส่วนกลาง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   พี่เซี่ยเป็นคนดี

    “นั่นสิคะคุณพ่อ ฉันกลัวว่าเสี่ยวหยูจะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้แล้วทำให้คุณชายเซี่ยต้องเสียเวลากับเธอน่ะค่ะ” หลงเสวี่ยเวยเองก็คิดไม่ถึงว่าผู้ชายเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนจะมาชอบลูกสาวเธอ“เอาล่ะ ๆ พ่อรู้แล้ว รอเสี่ยวหยูลงมาก่อน พ่อจะถามเธอดูว่าคิดยังไง” ฉินจ้วงเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ทำท่าทีแบบนี้ก็อดนึกขำขึ้นมาไม่ได้ ตอนแรกเขาคิดว่าลูก ๆ พอจะรู้ใจเซี่ยเยี่ยนอยู่บ้างถึงได้ปล่อยให้เพ่ยหยูออกไปกับเขา แต่ความจริงทั้งสองคนกลับมองไม่ออกเลยสักนิดสิบนาทีต่อมา เพ่ยหยูที่เปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านเดินลงบันไดมาอย่างอารมณ์ดี เธอรีบเดินไปนั่งข้างหลงเสวี่ยเวยและเล่าเรื่องไปเดินเล่นวันนี้อย่างออกรสอยู่พักใหญ่ ก่อนที่พ่อบ้านจะมาตามทุกคนให้ไปทานมื้อค่ำที่โต๊ะอาหารซึ่งตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว“พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ เชิญคุณชายเซี่ยด้วยนะครับ&rd

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   พูดคุยอย่างจริงจัง

    ไม่นานเซี่ยเยี่ยนก็ขึ้นมาชั้นสองพร้อมกับเถ้าแก่ เขาเลือกของทั้งหมดให้เถ้าแก่นำออกมาคิดเงินเสร็จก็เดินไปหาเพ่ยหยูที่อยู่อีกด้านหนึ่ง“เลือกได้หรือยังครับ” เซี่ยเยี่ยนถามด้วยแววตาเป็นประกาย“ได้แล้วค่ะ ฉันขอเป็นสร้อยจี้หยกอันนี้นะคะ” เพ่ยหยูหันหน้าไปตอบเซี่ยเยี่ยนพร้อมรอยยิ้ม“ตกลงครับ หยกชิ้นนี้ดูเหมาะกับน้องเพ่ยหยูดีนะครับ” เซี่ยเยี่ยนมองตามนิ้วมือเรียวเล็กแล้วก็เห็นว่าสร้อยจี้หยกชิ้นนี้ดูพิเศษมากจริง ๆ“คุณหนูอยากได้สร้อยชิ้นนี้เหรอครับ ผมแถมให้ก็แล้วกัน ยังไงวันนี้คุณชายเซี่ยก็ซื้อของจากร้านผมในราคาสูงมากแล้ว” เถ้าแก่ที่เดินมาถึงตู้บอกหลังจากหยิบสร้อยคอออกมาให้เพ่ยหยู“

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   แอบจอง

    เซี่ยเยี่ยนจับมือของเพ่ยหยูเบา ๆ จากนั้นจึงสวมแหวนใส่นิ้วกลางให้เธอ ซึ่งเหมือนกับแหวนวงนี้ทำมาเพื่อเพ่ยหยู เพราะพอสวมเข้าไปแล้วมันกลับพอดีกับขนาดนิ้วของเธอเลย“ชอบไหมครับน้องเพ่ยหยู” เซี่ยเยี่ยนเงยหน้ามองใบหน้าสวยของเพ่ยหยูที่ตอนนี้เขินจนสองข้างแก้มขึ้นสีแดงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำเอาเซี่ยเยี่ยนถึงกับเผลออมยิ้มออกมา“ชอบค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เซี่ย” เพ่ยหยูอ้อมแอ้มตอบ เธอมองแหวนในมือที่มีเพชรเม็ดเล็กประดับอยู่คล้ายกับรูปหัวใจ เพ่ยหยูก็รู้สึกใจเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างอดไม่ได้“น้องเพ่ยหยูอยากไปซื้ออะไรอีกไหมครับ” เซี่ยเยี่ยนเห็นเพ่ยหยูมีท่าทีเขินอายก็ยังไม่อยากพาเธอกลับไปส่งบ้าน เขาอยากอยู่กับเธอต่ออีกนานสักหน่อย“อืม

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   แค่ของขวัญปีใหม่

    “หืม? ของขวัญอะไรเหรอคะ ทำไมดูลึกลับจัง” เพ่ยหยูถามด้วยความแปลกใจ ตอนที่เซี่ยเยี่ยนมอบคอมพิวเตอร์ให้กับเธอก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทีประหม่าแบบนี้เลย“เอาไว้พวกเราซื้อของเสร็จก่อนแล้วผมจะมอบให้นะครับ” เซี่ยเยี่ยนยังไม่อยากทำให้สาวน้อยต้องตกใจมากเกินไป เขาไม่รู้ว่าเพ่ยหยูยังอยากซื้อของอีกนานแค่ไหนด้วย“ตกลงค่ะ ฉันยินดีรับของขวัญจากคุณชายเซี่ย” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ เธอเห็นเขาไม่อยากพูดจึงไม่คิดจะเซ้าซี้อีก ยังไงพอเขามอบให้ เพ่ยหยูก็จะรู้อยู่ดีว่าของขวัญนั้นเป็นอะไรไม่นานนัก พนักงานที่นำสร้อยข้อมือไปห่อของขวัญก็กลับมาเรียกเพ่ยหยูให้ไปจ่ายค่าสินค้า ซึ่งครั้งนี้เพ่ยหยูใช้บัตรเงินสดที่มีอยู่รูดจ่ายแทน เธอนำเงินสดติดตัวมาเพียงสองพันหยวนเท่านั้น ก่อนหน้านี้เพ่ยหยูก็จ่า

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สนิทมากขึ้น

    เมื่อรถทั้งสามคันจอดในลานจอดรถเสร็จ บอดี้การ์ดก็มาเปิดประตูให้เซี่ยเยี่ยนและเพ่ยหยู พวกเขายืนรอให้สองเจ้านายเดินนำไปก่อนจึงเดินตามหลังไปตามหน้าที่ ส่วนคนขับรถทั้งสามคันนั้นรอกันอยู่ที่รถ“คุณหนูฉินอยากดูอะไรก่อนครับ ผมจะได้พาไป” เซี่ยเยี่ยนถึงจะไม่ค่อยได้มาห้างนี้ แต่เขาก็ศึกษาแผนที่ร้านต่าง ๆ มาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้ขายหน้าเพ่ยหยู“อืม...ฉันอยากดูกระเป๋าให้หวังหมิงทงกับเซียวอวี้ตงหน่อยค่ะ พวกเขาใช้กระเป๋าใบเดิมมาหลายปีแล้ว” เพ่ยหยูคิดว่าให้ของขวัญคล้าย ๆ กันกับเพื่อนทั้งสองน่าจะดีกว่า“ตกลงครับ มีร้านกระเป๋าดี ๆ อยู่บนชั้นสอง ผมจะพาไปนะครับ” เซี่ยเยี่ยนมีความจำดีมากจนรู้ตำแหน่งดีว่าร้านแบรนด์ไหนอยู่ส่วนใดของห้าง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   มาตามนัด

    “จะดีเหรอคะคุณชายเซี่ย ฉันไปเองก็ได้ค่ะ” เพ่ยหยูคิดไม่ถึงว่าผู้ชายเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนจะอยากพาเธอไปเดินซื้อของในห้าง“ดีสิครับ ผมว่างอีกหลายวันเลย” เซี่ยเยี่ยนบอกด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอย่างไรเพื่อให้เพ่ยหยูยอมให้เขาไปรับวันพรุ่งนี้ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เซี่ยเยี่ยนชวนผู้หญิงไปห้างสรรพสินค้า อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ยังเป็นคุณหนูฉินอีกด้วย“ไปกับพี่เซี่ยก็ดีนะเพ่ยหยู เธอจะได้คุยเรื่องวิทยานิพนธ์ด้วยยังไงล่ะ” เซียวอวี้ตงไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อได้ยินเซี่ยเยี่ยนชวนเพื่อนของเขาไปเดินห้าง“อืม...ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนคุณชายเซี่ยด้วยนะคะ” เพ่ยหยูไม่กล้าเรียกเซี่ยเยี่ยนอย่างสนิทสนมเหมือนกับเซียวอวี้ตง เธอรู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น่าสนใจ

    “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   การเปลี่ยนแปลง

    “ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status