แชร์

อัจฉริยะ

ผู้เขียน: 橙花
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-20 05:30:45

จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวัน

ไป่หลิวกับซู่ฟางช่วยเพ่ยหยูเก็บกวาดถาดอาหารที่หกเลอะเทอะเสร็จ พวกเธอก็ชวนเพ่ยหยูไปนั่งกินข้าวกลางวันที่เลยเวลามาพอสมควรแล้วต่อ

เธอว่าพวกไห่เฉียวถ้าออกมาแล้วจะยังก่อเรื่องอีกไหม” ซู่ฟางที่กินข้าวไปได้พักหนึ่งเงยหน้ามาคุยกับไป่หลิว ตั้งแต่สถาบันรับเด็กกำพร้าเข้ามามากขึ้น กฎระเบียบต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนกับเมื่อก่อนมากนัก ทำให้พวกเธอสามารถคุยกันระหว่างกินข้าวได้

อืม… ฉันว่าพวกเขาก็คงมาคอยหาเรื่องเพ่ยหยูเหมือนเดิมนั่นแหละ สงสัยจะอิจฉาที่เพ่ยหยูได้รับคำชมจากอาจารย์บ่อย ๆ” ไป่หลิวคาดเดาตามที่เธอสังเกตเห็น

เฮ้อ หนูก็แค่ตั้งใจเรียนเหมือนคนอื่น ๆ นะคะพี่ ทำไมพวกไห่เฉียวถึงเอาแต่คอยหาเรื่องหนูก็ไม่รู้ค่ะ น่าเบื่อมากเลย” เพ่ยหยูส่ายหน้าอย่างระอาใจ เธอเบื่อหน่ายพฤติกรรมที่พวกไห่เฉียวทำมาตลอดตั้งแต่พวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว หากวันนี้ไห่เฉียวไม่ทำอะไรเกินไป เพ่ยหยูก็คงปล่อยผ่านเรื่องพวกนี้ไปเหมือนกับทุกครั้งที่ถูกหาเรื่อง

เอาน่า ๆ พี่ว่า ผอ. น่าจะไม่ปล่อยพวกเขาเอาไว้นานนักหรอก” ซู่ฟางเอ่ยสิ่งที่คาดเดาได้จากท่าทีของ ผอ. ที่มีต่อพวกไห่เฉียวก่อนหน้านี้

ทั้งสามคุยกันเบา ๆ จนกระทั่งกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ชวนกันไปทำความสะอาดถาดอาหารและกลับไปพักผ่อนที่ห้องเหมือนกับทุกวัน ยังดีที่พวกไห่เฉียวไม่ได้พักห้องเดียวกันกับพวกเพ่ยหยู ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องวุ่ยวายมากกว่านี้แน่

ด้านจูข่ายหนิงที่กินข้าวเสร็จก็เรียกอาจารย์ประจำสถาบันมาสอบถามเรื่องการเรียนของเด็ก ๆ ในสถาบันตามวงรอบ หลังอาจารย์ทุกคนรายงานเสร็จ จูข่ายหนิงจึงเอ่ยสรุปขึ้น

ในเมื่อผลการเรียนของเพ่ยหยูก้าวหน้ามากกว่าคนในวัยเดียวกัน ฉันคิดว่าให้เธอไปเรียนร่วมกับเด็กโตเลยดีไหมคะ อย่างไรเสียตอนนี้นโยบายก็เปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว และถ้าหากเพ่ยหยูสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสถาบันของเราด้วยเช่นเดียวกัน” จูข่ายหนิงเอ่ยจบก็มองอาจารย์ทั้งห้าคนของสถาบันเพื่อรอคำตอบ

จะดีเหรอคะท่าน ฉันคิดว่าเพ่ยหยูยังเด็กเกินกว่าที่จะเรียนข้ามระดับค่ะ” เสี่ยวลี่อาจารย์ที่ไม่ค่อยชอบหน้าเพ่ยหยูสักเท่าไหร่นักเอ่ยขึ้น เธอมองดูการเติบโตของเพ่ยหยูมาตลอดหลายปีก็ยิ่งนึกอิจฉากับหน้าตาและความสามารถที่ดีกว่าเด็กคนอื่นของเพ่ยหยู

ฉันว่าที่ ผอ. พูดมาก็เหมาะสมแล้วนะคะ อาจารย์เสี่ยวลี่ทำไมต้องให้เพ่ยหยูเรียนในระดับปกติให้เสียเวลาด้วยล่ะคะ เด็กอัจฉริยะแบบนี้ควรส่งเสริมไม่ใช่เหรอคะ” ฝูฉีเอ่ยขัดขึ้นมาทันที เธอเองก็ชอบที่จะสอนเด็กฉลาด ๆ อย่างเพ่ยหยูมาก ฝูฉีจึงไม่อยากให้เพ่ยหยูเอาแต่เรียนไปตามอายุเหมือนเด็กคนอื่น หากเธอส่งเสริมเพ่ยหยูได้มากกว่านี้ ฝูฉีเชื่อว่าเพ่ยหยูจะต้องกลายเป็นเด็กอัจฉริยะที่รัฐบาลให้การส่งเสริมอย่างแน่นอน

อาจารย์คนอื่น ๆ ต่างแสดงความเห็นตามที่ตนเองคิดออกมา โดยส่วนใหญ่ต่างก็เห็นชอบกับสิ่งที่จูข่ายหนิงเสนอ เมื่อจูข่ายหนิงเห็นว่ามีคนสนับสนุนเพ่ยหยูไม่น้อย เธอจึงตัดสินใจเอ่ยบทสรุปออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้เพ่ยหยูเข้าเรียนระดับ ม.ต้น ร่วมกับพวกไป่หลิวได้เลย หากเพ่ยหยูสอบวัดระดับได้คะแนนเต็มอีก ให้อาจารย์ไฉปังตัดสินใจได้เลยว่าจะสอนเธอเป็นพิเศษในระดับสูงขึ้นไปเลยหรือไม่ได้เลย ฉันอนุญาตให้คุณเป็นคนดูแลเพ่ยหยูได้”

ทราบแล้วครับท่าน ผมจะประเมินความรู้ของเพ่ยหยูหลังจากเธอเข้าร่วมเรียนในระดับ ม.ต้น ให้เร็วที่สุดแล้วจะรายงานให้ทราบอีกครั้งครับ” ไฉปังยิ้มกว้างออกมา เขาสอนคณิตศาสตร์เพ่ยหยูมาตลอดและรู้ว่าเธอเก่งมากแค่ไหน เหมือนกับว่าเพ่ยหยูจะเคยเรียนเบื้องต้นมาก่อนตั้งแต่ยังจำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำไป ทำให้เขาอดที่จะอยากทดสอบเพ่ยหยูเร็ว ๆ ไม่ได้

ดี คุณทำแผนการสอนของเพ่ยหยูออกมาให้ฉันดูด้วยล่ะ เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว” จูข่ายหนิงเห็นว่าไม่มีเรื่องสำคัญอะไรเพิ่มเติมอีก เธอเองยังมีงานที่ต้องจัดการไม่น้อยจึงไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ในการประชุมตามวงรอบ

ตั้งแต่มีการเปลี่ยนผู้นำและมีนโยบายใหม่ประกาศออกมา สถาบันก็จ้างอาจารย์มาเพิ่มเพื่อสอนเด็ก ๆ ในสถาบันไม่ต่างจากโรงเรียนด้านนอกเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อสามปีก่อนนั้นทางรัฐบาลประกาศให้เปิดสอบเกาเข่าได้หลังจากการสอบถูกยกเลิกไปนาน ทำให้ในเมืองใหญ่ต่างแข่งขันกันสอนเด็ก ๆ ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อสอบเกาเข่าให้ได้มากที่สุด

เมื่อเพ่ยหยูไปเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกันในวันต่อมา เธอกลับได้รับแจ้งจากอาจารย์ว่าให้ไปเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นแทนเสียอย่างนั้น แต่ด้วยเพ่ยหยูไม่ใช่เด็กเรื่องมาก เธอจึงย้ายไปยังห้องเรียนเดียวกันกับพวกไป่หลิวทันที

หืม? น้องสาวทำไมมาเรียนที่นี่ล่ะ” ไป่หลิวกระซิบถามหลังจากเห็นเพ่ยหยูกำลังเดินหาที่นั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกันกับของเธอและซู่ฟางกับจางเจี้ยน

อาจารย์มาเรียกให้หนูเข้าเรียนกับพวกพี่น่ะสิคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ เธอเห็นโต๊ะตัวหนึ่งใกล้กับซู่ฟางว่างอยู่จึงเดินถือสมุดไปนั่งที่โต๊ะตัวนั้นหลังพูดจบ

แปลกแฮะ ทำไมอาจารย์ต้องให้น้องสาวมาเรียนกับพวกเราด้วยนะ” จางเจี้ยนหันกลับมาจากโต๊ะด้านหน้าไป่หลิวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย

รออาจารย์เข้ามาก่อนก็น่าจะมีการประกาศบอกเองแหละน่า นายอย่าคิดมากเลย” ไป่หลิวเองถึงจะสงสัยไม่ต่างกัน แต่เธอก็คิดว่านี่คงเป็นการตัดสินใจของอาจารย์ทุกคนก็เท่านั้น

อืม… ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ ว่าแต่เธอทำการบ้านเสร็จหรือยังเนี่ย” จางเจี้ยนถามต่อ

เสร็จแล้วสิ ถ้าไม่เสร็จมีหวังอาจารย์ไฉปังต้องให้ไปยืนหน้าห้องแน่เลย” ไป่หลิวบอกด้วยสีหน้าเข็ดขยาด เธอเคยลืมทำการบ้านมาครั้งหนึ่งและถูกลงโทษไปแล้วจึงไม่กล้าลืมอีก

สิบนาทีต่อมา ไฉปังเข้ามาในห้องของเด็กระดับมัธยมต้นปีหนึ่งก็เริ่มต้นด้วยการบอกที่มาที่ไปของเพ่ยหยูให้นักเรียนทุกคนทราบทันที

เพ่ยหยูหลังจากนี้จะมาเรียนร่วมกับทุกคนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ เพ่ยหยูคิดว่าจะสามารถเรียนในห้องเรียนระดับชั้นนี้ได้ไหม” ไฉปังหันไปถามเพ่ยหยูที่ยังนั่งเงียบฟังอย่างตั้งใจอยู่

หนูมั่นใจว่าจะเรียนร่วมกับพวกพี่ ๆ ได้ค่ะอาจารย์” เพ่ยหยูลุกขึ้นตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม

ดี นั่งลงเถอะ อาจารย์จะได้เริ่มสอนต่อจากเมื่อวานนี้ก่อน” ไฉปังพยักหน้ารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่ต่างกัน เขาดีใจที่ท่าน ผอ. ไว้วางใจให้เขาดูแลการเรียนของเพ่ยหยู

การเรียนการสอนวันนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นไม่ต่างจากทุกวัน ช่วงบ่ายยังมีวิชาที่พวกเด็ก ๆ ระดับมัธยมต้องเรียนต่อเหมือนกับโรงเรียนด้านนอกสถาบัน ซึ่งเด็ก ๆ ในสถาบันตอนนี้ไม่มีใครต้องไปคอยทำอาหารอีกแล้ว เมื่อนโยบายเปลี่ยนแปลงไป จูข่ายหนิงก็จ้างคนเข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้นตามงบประมาณที่ได้รับมาจากส่วนกลาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   หวงน้องสาว

    สองพ่อลูกนั่งคุยกันต่อจนกระทั่งถึงสามทุ่ม ทั้งสองจึงแยกย้ายกันขึ้นห้องไปพักผ่อน พรุ่งนี้เซี่ยเยี่ยนยังต้องเดินทางไปบ้านตระกูลฉินอีกด้านเซียวอวี้ตงที่ได้รับของขวัญจากเซี่ยเยี่ยนตั้งแต่เช้าดีใจมาก เขาคิดไม่ถึงว่าพี่ชายเซี่ยที่แสนจะเย็นชาคนนั้นกล้าซื้อเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ล่าสุดราคาแพงให้เขา เซียวอวี้ตงยังฝากบอดี้การ์ดที่นำของขวัญมาส่งขอบคุณเซี่ยเยี่ยนด้วย เขารีบนำเครื่องเล่นเกมส์ไปอวดคนทั้งบ้านอย่างอารมณ์ดีและให้คนช่วยยกขึ้นห้องไปเล่นตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียวเก้าโมงเช้าวันต่อมา เซี่ยเยี่ยนเดินทางมาถึงบ้านตระกูลฉินตรงเวลา ในห้องรับแขกตอนนี้ฉินกวงกับเวยฉิงกลับมาจากบ้านตระกูลเวยแล้วเช่นเดียวกัน พวกเขาเลยนำของฝากจากบ้านตระกูลเวยกลับมาให้ทุกคนด้วย เพ่ยหยูเองก็กำลังมอบของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนในบ้านอย่างร่าเริง เธอดีใจมากที่แม่กับพี่สะใภ้ชอบของขวัญที่เธอเลือกให้&ld

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไม่มองใคร

    “พี่อยากหมั้นกับน้องเพ่ยหยูจริง ๆ ครับ แล้วพี่ก็ไม่มีทางมองผู้หญิงคนอื่นแน่นอนครับ เรื่องนี้น้องเพ่ยหยูไว้ใจพี่ได้ ระหว่างที่น้องเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ พี่ก็สามารถเดินทางไปเยี่ยมน้องได้ทุกเดือนนะครับถ้าเราเป็นคู่หมั้นกัน” เซี่ยเยี่ยนบอกด้วยสีหน้าจริงจัง หากเขามีสถานะกับเพ่ยหยูจริง ๆ เซี่ยเยี่ยนจะต้องหาเวลาไปดูแลเธอที่ต่างประเทศให้ได้แน่นอน“อืม...ทำไมพี่เซี่ยถึงไม่คิดจะมองผู้หญิงคนอื่นบ้างล่ะคะ บางทีพวกเธออาจจะดีกว่าฉันมากก็ได้นะคะ” เพ่ยหยูยังคงไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่นัก เพราะเซี่ยเยี่ยนเป็นคนหนุ่มที่ทั้งหน้าตาดีและมากความสามารถทางด้านธุรกิจ เขาย่อมจะมีผู้หญิงมากมายอยากเข้าใกล้“เรื่องนั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะครับน้องเพ่ยหยู เพราะถ้าพี่ปักใจกับใครแล้ว พี่ก็จะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาดครับ” เซี่ยเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ความจริงใจ

    “แบบนั้นคงดูไม่เหมาะหรือเปล่าคะคุณชายเซี่ย หากใครรู้เข้าคงหาว่าบ้านเราปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่บ้านผู้ชายโดยไม่มีสถานะอะไรกัน” หลงเสวี่ยเวยส่ายหน้าไม่เห็นด้วยทันที เธอแค่ให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนคอยดูแลลูกสาวเธอเท่านั้น แต่การจะให้เพ่ยหยูไปอยู่บ้านเขาที่ต่างประเทศนั้นยังไงก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเธอ“นั่นสิคุณชายเซี่ย ผมเห็นด้วยกับภรรยานะครับ” ฉินเหวินเองก็หวงลูกสาวเช่นกัน เขากลัวว่าถ้าปล่อยเพ่ยหยูไปอยู่บ้านของเซี่ยเยี่ยนที่ต่างประเทศ เซี่ยเยี่ยนก็มีโอกาสเข้าหาลูกสาวเขาได้มากขึ้นน่ะสิ ถึงเขาจะเห็นด้วยกับพ่อเรื่องลองให้โอกาสคุณชายเซี่ยก็เถอะ แต่นี่มันเกินไป“พวกลูกอย่าเพิ่งใจร้อนสิ ยังเหลือเวลาอีกเป็นปี กว่าที่เสี่ยวหยูจะต้องเดินทางไปสอบเรียนต่อที่นั่นน่ะ” ฉินจ้วงเห็นท่าทางลูกชายกับลูกสะใภ้เข้าก็ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา เขากลับคิดว่าการที่เซี่ยเยี่ยนยอมให้เพ่ยหยูไปอยู่ที่บ้านโดยไม่

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขออนุญาต

    “สะดวกตอนไหนก็มาได้เลย พวกเราไม่ได้ไปไหนกันหรอก” ฉินจ้วงบอกพร้อมรอยยิ้มเซี่ยเยี่ยนค้อมหัวคำนับทุกคนก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพ่ยหยู เขายังบอกเธอให้เตรียมข้อมูลโค้ดเอาไว้ล่วงหน้าก่อนเขาจะมาถึงด้วย เพื่อที่เซี่ยเยี่ยนจะได้ตรวจสอบให้เร็วขึ้นและมีเวลาว่างมากพอจะชวนเพ่ยหยูคุยเรื่องอื่นบ้างหลังกลับจากส่งเซี่ยเยี่ยน เพ่ยหยูกลับมานั่งคุยกับทุกคนในห้องรับแขกอีกครั้ง เธอยังถามทุกคนด้วยความกังวลว่าการที่ให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนนั้นเธอเลือกถูกต้องไหม“หลานไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นเสี่ยวหยู ถ้าคุณชายเซี่ยดีกับหลานและดูแลหลานได้จริง ปู่เองก็จะได้วางใจด้วย ตอนนี้เสี่ยวกวงเองก็มีครอบครัวแล้ว เขาคงไม่มีเวลาดูแลหลานหรอก พวกปู่เองก็มีเรื่องที่ยังต้องทำกันอยู่ พวกเธอว่าจริงไหม” ฉินจ้วงหันไปขอความเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ที่ยังคงนั่งฟังอยู่ด้วยกันมาตลอดตั

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   พี่เซี่ยเป็นคนดี

    “นั่นสิคะคุณพ่อ ฉันกลัวว่าเสี่ยวหยูจะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้แล้วทำให้คุณชายเซี่ยต้องเสียเวลากับเธอน่ะค่ะ” หลงเสวี่ยเวยเองก็คิดไม่ถึงว่าผู้ชายเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนจะมาชอบลูกสาวเธอ“เอาล่ะ ๆ พ่อรู้แล้ว รอเสี่ยวหยูลงมาก่อน พ่อจะถามเธอดูว่าคิดยังไง” ฉินจ้วงเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ทำท่าทีแบบนี้ก็อดนึกขำขึ้นมาไม่ได้ ตอนแรกเขาคิดว่าลูก ๆ พอจะรู้ใจเซี่ยเยี่ยนอยู่บ้างถึงได้ปล่อยให้เพ่ยหยูออกไปกับเขา แต่ความจริงทั้งสองคนกลับมองไม่ออกเลยสักนิดสิบนาทีต่อมา เพ่ยหยูที่เปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านเดินลงบันไดมาอย่างอารมณ์ดี เธอรีบเดินไปนั่งข้างหลงเสวี่ยเวยและเล่าเรื่องไปเดินเล่นวันนี้อย่างออกรสอยู่พักใหญ่ ก่อนที่พ่อบ้านจะมาตามทุกคนให้ไปทานมื้อค่ำที่โต๊ะอาหารซึ่งตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว“พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ เชิญคุณชายเซี่ยด้วยนะครับ&rd

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   พูดคุยอย่างจริงจัง

    ไม่นานเซี่ยเยี่ยนก็ขึ้นมาชั้นสองพร้อมกับเถ้าแก่ เขาเลือกของทั้งหมดให้เถ้าแก่นำออกมาคิดเงินเสร็จก็เดินไปหาเพ่ยหยูที่อยู่อีกด้านหนึ่ง“เลือกได้หรือยังครับ” เซี่ยเยี่ยนถามด้วยแววตาเป็นประกาย“ได้แล้วค่ะ ฉันขอเป็นสร้อยจี้หยกอันนี้นะคะ” เพ่ยหยูหันหน้าไปตอบเซี่ยเยี่ยนพร้อมรอยยิ้ม“ตกลงครับ หยกชิ้นนี้ดูเหมาะกับน้องเพ่ยหยูดีนะครับ” เซี่ยเยี่ยนมองตามนิ้วมือเรียวเล็กแล้วก็เห็นว่าสร้อยจี้หยกชิ้นนี้ดูพิเศษมากจริง ๆ“คุณหนูอยากได้สร้อยชิ้นนี้เหรอครับ ผมแถมให้ก็แล้วกัน ยังไงวันนี้คุณชายเซี่ยก็ซื้อของจากร้านผมในราคาสูงมากแล้ว” เถ้าแก่ที่เดินมาถึงตู้บอกหลังจากหยิบสร้อยคอออกมาให้เพ่ยหยู“

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถาบันสวัสดิการสังคม

    “เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น่าสนใจ

    “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status