Partager

อัจฉริยะ

Auteur: 橙花
last update Date de publication: 2026-05-20 05:30:45

จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวัน

ไป่หลิวกับซู่ฟางช่วยเพ่ยหยูเก็บกวาดถาดอาหารที่หกเลอะเทอะเสร็จ พวกเธอก็ชวนเพ่ยหยูไปนั่งกินข้าวกลางวันที่เลยเวลามาพอสมควรแล้วต่อ

เธอว่าพวกไห่เฉียวถ้าออกมาแล้วจะยังก่อเรื่องอีกไหม” ซู่ฟางที่กินข้าวไปได้พักหนึ่งเงยหน้ามาคุยกับไป่หลิว ตั้งแต่สถาบันรับเด็กกำพร้าเข้ามามากขึ้น กฎระเบียบต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนกับเมื่อก่อนมากนัก ทำให้พวกเธอสามารถคุยกันระหว่างกินข้าวได้

อืม… ฉันว่าพวกเขาก็คงมาคอยหาเรื่องเพ่ยหยูเหมือนเดิมนั่นแหละ สงสัยจะอิจฉาที่เพ่ยหยูได้รับคำชมจากอาจารย์บ่อย ๆ” ไป่หลิวคาดเดาตามที่เธอสังเกตเห็น

เฮ้อ หนูก็แค่ตั้งใจเรียนเหมือนคนอื่น ๆ นะคะพี่ ทำไมพวกไห่เฉียวถึงเอาแต่คอยหาเรื่องหนูก็ไม่รู้ค่ะ น่าเบื่อมากเลย” เพ่ยหยูส่ายหน้าอย่างระอาใจ เธอเบื่อหน่ายพฤติกรรมที่พวกไห่เฉียวทำมาตลอดตั้งแต่พวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว หากวันนี้ไห่เฉียวไม่ทำอะไรเกินไป เพ่ยหยูก็คงปล่อยผ่านเรื่องพวกนี้ไปเหมือนกับทุกครั้งที่ถูกหาเรื่อง

เอาน่า ๆ พี่ว่า ผอ. น่าจะไม่ปล่อยพวกเขาเอาไว้นานนักหรอก” ซู่ฟางเอ่ยสิ่งที่คาดเดาได้จากท่าทีของ ผอ. ที่มีต่อพวกไห่เฉียวก่อนหน้านี้

ทั้งสามคุยกันเบา ๆ จนกระทั่งกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ชวนกันไปทำความสะอาดถาดอาหารและกลับไปพักผ่อนที่ห้องเหมือนกับทุกวัน ยังดีที่พวกไห่เฉียวไม่ได้พักห้องเดียวกันกับพวกเพ่ยหยู ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องวุ่ยวายมากกว่านี้แน่

ด้านจูข่ายหนิงที่กินข้าวเสร็จก็เรียกอาจารย์ประจำสถาบันมาสอบถามเรื่องการเรียนของเด็ก ๆ ในสถาบันตามวงรอบ หลังอาจารย์ทุกคนรายงานเสร็จ จูข่ายหนิงจึงเอ่ยสรุปขึ้น

ในเมื่อผลการเรียนของเพ่ยหยูก้าวหน้ามากกว่าคนในวัยเดียวกัน ฉันคิดว่าให้เธอไปเรียนร่วมกับเด็กโตเลยดีไหมคะ อย่างไรเสียตอนนี้นโยบายก็เปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว และถ้าหากเพ่ยหยูสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสถาบันของเราด้วยเช่นเดียวกัน” จูข่ายหนิงเอ่ยจบก็มองอาจารย์ทั้งห้าคนของสถาบันเพื่อรอคำตอบ

จะดีเหรอคะท่าน ฉันคิดว่าเพ่ยหยูยังเด็กเกินกว่าที่จะเรียนข้ามระดับค่ะ” เสี่ยวลี่อาจารย์ที่ไม่ค่อยชอบหน้าเพ่ยหยูสักเท่าไหร่นักเอ่ยขึ้น เธอมองดูการเติบโตของเพ่ยหยูมาตลอดหลายปีก็ยิ่งนึกอิจฉากับหน้าตาและความสามารถที่ดีกว่าเด็กคนอื่นของเพ่ยหยู

ฉันว่าที่ ผอ. พูดมาก็เหมาะสมแล้วนะคะ อาจารย์เสี่ยวลี่ทำไมต้องให้เพ่ยหยูเรียนในระดับปกติให้เสียเวลาด้วยล่ะคะ เด็กอัจฉริยะแบบนี้ควรส่งเสริมไม่ใช่เหรอคะ” ฝูฉีเอ่ยขัดขึ้นมาทันที เธอเองก็ชอบที่จะสอนเด็กฉลาด ๆ อย่างเพ่ยหยูมาก ฝูฉีจึงไม่อยากให้เพ่ยหยูเอาแต่เรียนไปตามอายุเหมือนเด็กคนอื่น หากเธอส่งเสริมเพ่ยหยูได้มากกว่านี้ ฝูฉีเชื่อว่าเพ่ยหยูจะต้องกลายเป็นเด็กอัจฉริยะที่รัฐบาลให้การส่งเสริมอย่างแน่นอน

อาจารย์คนอื่น ๆ ต่างแสดงความเห็นตามที่ตนเองคิดออกมา โดยส่วนใหญ่ต่างก็เห็นชอบกับสิ่งที่จูข่ายหนิงเสนอ เมื่อจูข่ายหนิงเห็นว่ามีคนสนับสนุนเพ่ยหยูไม่น้อย เธอจึงตัดสินใจเอ่ยบทสรุปออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้เพ่ยหยูเข้าเรียนระดับ ม.ต้น ร่วมกับพวกไป่หลิวได้เลย หากเพ่ยหยูสอบวัดระดับได้คะแนนเต็มอีก ให้อาจารย์ไฉปังตัดสินใจได้เลยว่าจะสอนเธอเป็นพิเศษในระดับสูงขึ้นไปเลยหรือไม่ได้เลย ฉันอนุญาตให้คุณเป็นคนดูแลเพ่ยหยูได้”

ทราบแล้วครับท่าน ผมจะประเมินความรู้ของเพ่ยหยูหลังจากเธอเข้าร่วมเรียนในระดับ ม.ต้น ให้เร็วที่สุดแล้วจะรายงานให้ทราบอีกครั้งครับ” ไฉปังยิ้มกว้างออกมา เขาสอนคณิตศาสตร์เพ่ยหยูมาตลอดและรู้ว่าเธอเก่งมากแค่ไหน เหมือนกับว่าเพ่ยหยูจะเคยเรียนเบื้องต้นมาก่อนตั้งแต่ยังจำความไม่ได้เสียด้วยซ้ำไป ทำให้เขาอดที่จะอยากทดสอบเพ่ยหยูเร็ว ๆ ไม่ได้

ดี คุณทำแผนการสอนของเพ่ยหยูออกมาให้ฉันดูด้วยล่ะ เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว” จูข่ายหนิงเห็นว่าไม่มีเรื่องสำคัญอะไรเพิ่มเติมอีก เธอเองยังมีงานที่ต้องจัดการไม่น้อยจึงไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ในการประชุมตามวงรอบ

ตั้งแต่มีการเปลี่ยนผู้นำและมีนโยบายใหม่ประกาศออกมา สถาบันก็จ้างอาจารย์มาเพิ่มเพื่อสอนเด็ก ๆ ในสถาบันไม่ต่างจากโรงเรียนด้านนอกเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อสามปีก่อนนั้นทางรัฐบาลประกาศให้เปิดสอบเกาเข่าได้หลังจากการสอบถูกยกเลิกไปนาน ทำให้ในเมืองใหญ่ต่างแข่งขันกันสอนเด็ก ๆ ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อสอบเกาเข่าให้ได้มากที่สุด

เมื่อเพ่ยหยูไปเข้าเรียนร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกันในวันต่อมา เธอกลับได้รับแจ้งจากอาจารย์ว่าให้ไปเข้าเรียนในระดับมัธยมต้นแทนเสียอย่างนั้น แต่ด้วยเพ่ยหยูไม่ใช่เด็กเรื่องมาก เธอจึงย้ายไปยังห้องเรียนเดียวกันกับพวกไป่หลิวทันที

หืม? น้องสาวทำไมมาเรียนที่นี่ล่ะ” ไป่หลิวกระซิบถามหลังจากเห็นเพ่ยหยูกำลังเดินหาที่นั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกันกับของเธอและซู่ฟางกับจางเจี้ยน

อาจารย์มาเรียกให้หนูเข้าเรียนกับพวกพี่น่ะสิคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบ เธอเห็นโต๊ะตัวหนึ่งใกล้กับซู่ฟางว่างอยู่จึงเดินถือสมุดไปนั่งที่โต๊ะตัวนั้นหลังพูดจบ

แปลกแฮะ ทำไมอาจารย์ต้องให้น้องสาวมาเรียนกับพวกเราด้วยนะ” จางเจี้ยนหันกลับมาจากโต๊ะด้านหน้าไป่หลิวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย

รออาจารย์เข้ามาก่อนก็น่าจะมีการประกาศบอกเองแหละน่า นายอย่าคิดมากเลย” ไป่หลิวเองถึงจะสงสัยไม่ต่างกัน แต่เธอก็คิดว่านี่คงเป็นการตัดสินใจของอาจารย์ทุกคนก็เท่านั้น

อืม… ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ ว่าแต่เธอทำการบ้านเสร็จหรือยังเนี่ย” จางเจี้ยนถามต่อ

เสร็จแล้วสิ ถ้าไม่เสร็จมีหวังอาจารย์ไฉปังต้องให้ไปยืนหน้าห้องแน่เลย” ไป่หลิวบอกด้วยสีหน้าเข็ดขยาด เธอเคยลืมทำการบ้านมาครั้งหนึ่งและถูกลงโทษไปแล้วจึงไม่กล้าลืมอีก

สิบนาทีต่อมา ไฉปังเข้ามาในห้องของเด็กระดับมัธยมต้นปีหนึ่งก็เริ่มต้นด้วยการบอกที่มาที่ไปของเพ่ยหยูให้นักเรียนทุกคนทราบทันที

เพ่ยหยูหลังจากนี้จะมาเรียนร่วมกับทุกคนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ เพ่ยหยูคิดว่าจะสามารถเรียนในห้องเรียนระดับชั้นนี้ได้ไหม” ไฉปังหันไปถามเพ่ยหยูที่ยังนั่งเงียบฟังอย่างตั้งใจอยู่

หนูมั่นใจว่าจะเรียนร่วมกับพวกพี่ ๆ ได้ค่ะอาจารย์” เพ่ยหยูลุกขึ้นตอบคำถามพร้อมรอยยิ้ม

ดี นั่งลงเถอะ อาจารย์จะได้เริ่มสอนต่อจากเมื่อวานนี้ก่อน” ไฉปังพยักหน้ารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่ต่างกัน เขาดีใจที่ท่าน ผอ. ไว้วางใจให้เขาดูแลการเรียนของเพ่ยหยู

การเรียนการสอนวันนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นไม่ต่างจากทุกวัน ช่วงบ่ายยังมีวิชาที่พวกเด็ก ๆ ระดับมัธยมต้องเรียนต่อเหมือนกับโรงเรียนด้านนอกสถาบัน ซึ่งเด็ก ๆ ในสถาบันตอนนี้ไม่มีใครต้องไปคอยทำอาหารอีกแล้ว เมื่อนโยบายเปลี่ยนแปลงไป จูข่ายหนิงก็จ้างคนเข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้นตามงบประมาณที่ได้รับมาจากส่วนกลาง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไม่กล้า

    “สวัสดีค่ะคุณชายเซี่ย” เพ่ยหยูยิ้มบางเดินเข้ามาทักทาย เธอดีใจที่วันนี้ได้พบคนที่อยากพบอย่างเซี่ยเยี่ยนพอดี มีหลายเรื่องที่เพ่ยหยูอยากขอคำแนะนำ“สวัสดีครับคุณหนูฉิน ผมว่าพวกเราเข้างานกันก่อนดีไหมครับ” เซี่ยเยี่ยนเห็นว่าตอนนี้เริ่มมีคนมากันอีกกลุ่มใหญ่ด้านหลัง เขาเลยอยากให้ทุกคนไปหาที่นั่งด้านในงานก่อน“รบกวนคุณชายเซี่ยนำทางด้วยนะครับ” ฉินกวงอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปู่ถึงได้ดูไว้ใจเซี่ยเยี่ยนมากขนาดนี้ ทั้งที่ปกติน้องสาวของเขาแทบไม่เคยใกล้ชิดกับชายอื่นนอกจากเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทง“เชิญทุกคนครับ” เซี่ยเยี่ยนภายมือให้พวกฉินจ้วงกับพ่อแม่ของเพ่ยหยูเดินนำไปก่อน ส่วนเขารอเดินไปพร้อมกับเพ่ยหยูอย่างเนียน ๆ“

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ปีใหม่1990

    หลายเดือนต่อมาก่อนจะถึงปีใหม่หนึ่งเดือน ทางการได้มีการติดตั้งโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตในสามมหาวิทยาลัยใหญ่ในเมืองหลวง รวมถึงสถาบันวิจัยต่าง ๆ เพื่อทดลองระบบก่อนเป็นที่แรก ๆ หลังจากได้รับเงินทุนจากธนาคารโลกเพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ เองก็ได้รับประโยชน์มากในการติดตั้งเครือข่ายครั้งนี้ เธอยังใช้โน้ตบุ๊คตัวเก่าที่ได้รับจากเซี่ยเยี่ยนให้เพื่อนสนิททดลองพูดคุยกับชาวต่างชาติในเว็บบอร์ดของต่างประเทศจนมีเพื่อนใหม่หลายคนเลยทีเดียวเมื่อถึงวันหยุดก่อนปีใหม่หนึ่งสัปดาห์ เซียวอวี้ตงก็ไปส่งหวังหมิงทงที่สถานีรถไฟเพื่อให้เขาเดินทางกลับบ้านที่เมืองทางเหนือ ช่วงนี้เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงต่างเริ่มทำวิทยานิพนธ์กันไปพอสมควรแล้วและกำลังเป็นไปด้วยดี ทางเพ่ยหยูพอมีอินเทอร์เน็ตก็เริ่มจะมีความคิดเรื่องการสร้างโค้ดเกี่ยวกับแพลทฟอร์มออนไลน์เข้ามาเช่นเดียวกัน เธ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ลูกค้ามากขึ้น

    “ปู่ไม่เป็นไรหรอกน่า หลานก็รู้ว่าปู่ดูแลสุขภาพดีแค่ไหน” ฉินจ้วงยิ้มบอกหลานสาว ยังไงเขาก็ต้องไปดูที่ทางให้เพ่ยหยูอย่างแน่นอน ฉินจ้วงมีหลานสาวคนเดียว เขาจึงกลัวว่าพอไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแล้วจะปรับตัวไม่ได้ขึ้นมา“ตกลง ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ต้องดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ อีกแค่ปีกว่าหนูก็จะเดินทางแล้ว” เพ่ยหยูยอมพยักหน้ารับความหวังดีของปู่เธอพร้อมรอยยิ้มสัปดาห์ต่อมาเพ่ยหยูที่กลับไปเรียนแล้วคอยพาเพื่อนไปดูความคืบหน้าการปรับปรุงห้องเช่าใหม่แทบจะวันเว้นวัน ทีมงานที่ฉินจ้วงมอบหน้าที่ให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วมากจริง ๆ อีกทั้งงบประมาณในการปรับปรุงร้านก็ไม่ถึงสองพันหยวน นับว่าเป็นราคาที่ถูกมากสำหรับวัสดุทุกอย่างที่ถูกนำมาตั้งวางเอาไว้ในห้องใหม่แห่งนี้ ห้องน้ำสองห้องยังเป็นแบบสมัยใหม่ซึ่งช่วยให้ความสะดวกกับลูกค้าด้วย เพ่ยหยู

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เชื้อไม่ทิ้งแถว

    ผิงโต้วยิ้มรับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะขอตัวออกไปจากห้องทำงานฉินจ้วง เพ่ยหยูหันไปชิมเค้กร้านพี่สะใภ้พร้อมรอยยิ้ม นานแล้วที่เธอไม่ได้นั่งกินเค้กอย่างสบายใจแบบนี้ นับว่าการเลือกกลับมาพักผ่อนที่บ้านหลังสอบเสร็จเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับเธอเลยทีเดียวฉินจ้วงหันไปมองหลานสาวที่กำลังกินเค้กพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ เข้าก็อดยิ้มตามไปด้วยอีกคนไม่ได้ เขาเห็นเวลาหลานสาวอ่านหนังสือมักจะมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอด พอได้เห็นเพ่ยหยูผ่อนคลายบ้างแบบนี้ คนเป็นปู่อย่างเขาก็อดรู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้“เสี่ยวหยู ปู่ทำงานเสร็จแล้ว พวกเราไปที่ห้องประชุมชั้นล่างกันเถอะ” ฉินจ้วงปิดแฟ้มเอกสารแฟ้มสุดท้ายที่อยู่บนโต๊ะลงหลังพูดจบ“ได้ค่ะ ให้หนูไปบอกคุณปู่เลขาก่อนไหมคะ” เพ่ยหยูอาสาขึ้นมาทันที เธออยากทำประโยชน์ช่วยคุณปู่แค่เล็กน้อยก็ยังดี

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ปู่พาไปบริษัท

    “ไม่มีปัญหา ฉันก็ต้องให้นายลองเกมส์ใหม่ที่ฉันจะสร้างด้วย” เซียวอวี้ตงพยักหน้ารับคำด้วยความเต็มอกเต็มใจ เขาดีใจที่มีเพื่อนอย่างหวังหมิงทงให้คอยคุยด้วยเกี่ยวกับเรื่องเรียนหลังมื้อเย็นของวัน ฉินจ้วงมานั่งคุยกับลูกหลานที่ห้องรับแขก วันนี้เขาเข้าบริษัทเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีตั้งแต่ปล่อยให้หลานชายดูแลธุรกิจ“ช่วงนี้งานในต่างเมืองมากขึ้นหลายเท่าเลยนะ คนที่หลานส่งไปไว้ใจได้แน่นะ” ฉินจ้วงหันไปถามฉินกวงที่วันนี้เข้าบริษัทตระกูลเวยทั้งวัน“ไว้ใจได้ครับคุณปู่ ผมให้พวกเขาตรวจสอบผู้จัดการที่โน่นด้วยจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ น่าจะอีกหลายเดือนกว่าพวกเขาจะได้กลับเมืองหลวงครับ” ฉินกวงรายงานสิ่งที่เขาสั่งไปแล้ว“อืม...

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชอบใครหรือยัง?

    หลังจบมื้อเช้า คนอื่น ๆ ต่างออกไปทำงานกันหมด ตอนนี้เหลือเพียงเพ่ยหยูกับเวยฉิงที่นั่งเล่นกันอยู่ที่ห้องรับแขกสองคน“พี่สะใภ้ยังเวียนหัวอยู่ไหมคะ หนูจะได้หาเทียนหอมมาจุดให้” เพ่ยหยูกลัวว่าเวยฉิงจะแพ้ท้องขึ้นมาอีกหลังจากกินมื้อเช้า“ไม่แล้วจ๊ะ พี่กินยาที่หมอให้มาแล้วน่ะ ว่าแต่ร้านไอศกรีมของน้องเป็นยังไงบ้าง” เวยฉิงไม่ลืมว่าน้องสามีเป็นหุ้นส่วนร้านเค้กของเธอด้วย ซึ่งผลกำไรในแต่ละเดือนเธอก็ให้สามีฝากเข้าบัญชีให้เพ่ยหยูทุกเดือนไม่เคยขาด“พวกหนูกำลังจะขยายร้านกันค่ะพี่สะใภ้ เสียดายที่พี่กำลังท้องอยู่ ไม่อย่างนั้นหนูก็อยากชวนไปนั่งเล่นที่ร้านอยู่เหมือนกัน ที่นั่นบรรยากาศดีมากเลยนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มกว้างบอก“รออีกสักสองเดือนพี่จะให้พี่กวงพาไปนะจ๊ะ&r

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   การเปลี่ยนแปลง

    “ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขยัน

    “ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผ่านพ้นวันแรก

    พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อาหารกลางวัน

    เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status