Share

ขยัน

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2026-05-19 05:30:13

ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน

ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยหยูยังเล็ก

ทราบแล้วค่ะ พวกพี่เอามากองไว้ตรงนี้นะคะ พรุ่งนี้หนูจะจัดการให้” เพ่ยหยูชี้ให้พวกเธอนำชุดมาวางไว้ด้านล่างตู้เสื้อผ้าที่เธอเปิดเอาไว้ให้

ไป่หลิวกับซู่ฟางรีบเดินนำไปวางและกลับเตียงตัวเองทันที เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลาดับไฟและเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจห้องแล้ว ทั้งสามจึงไม่อาจชักช้าได้อีก

เพ่ยหยูรีบปิดตู้เสื้อผ้าแล้วปีนขึ้นเตียงเตรียมนอนเช่นกัน คงเพราะมีคนเปิดหน้าต่างเอาไว้จึงทำให้อากาศตอนนี้ไม่อับชื้นเหมือนเมื่อเช้าแล้ว เพ่ยหยูหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้หลวม ๆ เพื่อป้องกันความหนาวเย็นยามค่ำคืน เมื่อเที่ยงเธอนอนนานพอสมควร พอถึงตอนนี้จึงไม่ค่อยง่วงสักเท่าไหร่นัก แต่ด้วยกฎระเบียบที่ต้องทำ เพ่ยหยูก็ไม่กล้าหันไปชวนไป่หลิวคุย

ไม่ถึงสิบนาที ไฟทั้งหมดก็ดับพรึบลงพร้อมกัน ความมืดที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำเอาเพ่ยหยูอดสะดุ้งเบา ๆ ไม่ได้ ด้านนอกยังมีเสียงเดินเบา ๆ พอให้ได้ยินอยู่บ้าง คงเพราะพวกเธอนอนห้องชั้นล่างจึงมีเสียงทหารบ้านและเจ้าหน้าที่ตรวจตราเดินไปมาอยู่ก็เป็นได้

เพ่ยหยูหลับตาลงได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่สองคนซึ่งเข้าเวรในวันนี้เดินเข้ามาเบา ๆ เพ่ยหยูหลับตาปี๋เพราะกลัวว่าหากไม่หลับตาลงแล้วจะถูกจับไปลงโทษ เธอจึงทำได้แค่หลับตาเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นเท่านั้น

โชคดีที่เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาไม่ได้ทำอะไรนอกจากเดินสำรวจดู ไม่นานเสียงฝีเท้าและเสียงปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพ่ยหยูจึงได้ทอดถอนใจออกมาอย่างโล่งอก กว่าที่เพ่ยหยูจะง่วงนอนก็เป็นหลังจากนั้นกว่าครึ่งชั่วโมง

เสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้งตอนเวลาหกโมงเช้า เด็ก ๆ รีบลุกขึ้นพับผ้าห่มและเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว พวกเขายังต้องไปรวมตัวกันที่ลานด้านหน้าเพื่อออกกำลังกายตามระเบียบให้ตรงเวลา หากใครมาช้าก็จะถูกจับไปลงโทษตามกฎอยู่แล้ว เด็ก ๆ จึงไม่มีใครกล้าทำตัวเอื่อยเฉื่อยแม้แต่คนเดียว เพ่ยหยูเองก็เช่นเดียวกัน เธอยังไม่อยากถูกลงโทษทั้งที่มาที่นี่ได้เพียงวันที่สองเท่านั้น ไป่หลิวกับซู่ฟางเองก็ไม่ต่างกัน พวกเธอเดินเรียงแถวตามกันออกไป

หลังออกกำลังกายและกินข้าวเสร็จ เพ่ยหยูก็บอกกับสุ่ยอวี้ว่าจะไปซักผ้า สุ่ยอวี้เห็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำพอดีจึงปล่อยให้เพ่ยหยูไป เธอยังคิดในใจอยู่ว่าเพ่ยหยูขยันต่างจากเด็กเล็กวัยเดียวกันมากนัก อย่างไรเสียเด็กอายุเจ็ดแปดขวบที่นี่บางคนก็ขี้เกียจจนกว่าจะซักผ้าครั้งหนึ่งก็ปล่อยเอาไว้หมักหมมเป็นเดือนแล้ว

เพ่ยหยูใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดซักผ้าในห้องน้ำอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วโมง ดีที่เธอขอยืมเก้าอี้มาไว้ตักน้ำในห้องน้ำก่อนออกจากโรงอาหาร ทำให้การซักผ้าครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพ่ยหยูยังหยิบไม้แขวนของไป่หลิวกับซู่ฟางไปไว้ตากผ้าด้วย

ขณะที่เพ่ยหยูกำลังยกชุดไปตากทีละชุด ทหารบ้านที่เดินตรวจตราเห็นเข้าจึงพากันเข้ามาสอบถามเพ่ยหยูด้วยความสงสัย

ทำไมไม่ไปเข้าเรียน” ทหารบ้านนายหนึ่งอายุประมาณสิบสี่สิบห้าถามเสียงเย็นชา

หนูอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ค่ะ คุณป้า ผอ.เลยปล่อยให้ทำงานเบา ๆ ได้ค่ะ” เพ่ยหยูตอบด้วยสีหน้าปกติ เธอไม่ได้หวาดกลัวพวกเขาซึ่งกำลังแสดงสีหน้าเย็นชาใส่เลยแม้แต่น้อย

อืม… อย่างนั้นก็อย่าเดินไปทั่วล่ะ” ทหารอีกนายเห็นว่าเพ่ยหยูดูไม่เหมือนเด็กคนอื่นเท่าไหร่จึงไม่อยากยุ่งด้วยมากนัก เขากลัวว่าจะหาเรื่องจนเจอตอเข้า ใช่ว่าที่นี่จะไม่เคยมีเด็กที่ถูกพามาจากครอบครัวร่ำรวย ทุกคนเคยได้ยินพี่เลี้ยงเล่าให้ฟังมาก่อนจึงต่างระมัดระวังมาก

ทราบแล้วค่ะ” เพ่ยหยูพูดจบก็เดินถือชุดต่อไปยังด้านหลังอาคารนอนเพื่อตากผ้าต่อไป เก้าอี้กับไม้แขวนเธอถือไปวางเอาไว้รอบหนึ่งแล้ว ก่อนจะกลับไปเอาเสื้อผ้าในห้องน้ำเมื่อครู่

เพ่ยหยูหลังตากผ้าและเก็บของเสร็จก็ยกเก้าอี้เดินกลับไปยังโรงอาหาร เธอเข้าไปขอช่วยงานเหมือนกับเมื่อวานนี้อย่างขยันขันแข็ง

สองปีต่อมา

กิจวัตรประจำวันของเพ่ยหยูไม่ต่างจากตอนมาถึงครั้งแรก ต่างกันที่ตอนนี้ตัวเธอสูงขึ้นมากอย่างคาดไม่ถึง ขนาดไป่หลิวกับซู่ฟางที่อายุมากกว่าเกือบสามปียังตัวเล็กกว่าเพ่ยหยูที่เพิ่งอายุห้าขวบในปีนี้เล็กน้อย ทำเอาเด็กคนอื่นก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าที่จะยุ่งเรื่องของเพ่ยหยู อีกทั้งตอนนี้หน้าตาและผิวพรรณของเพ่ยหยูยังดูดีกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่เพิ่งเข้ามาอยู่ราวฟ้ากับเหว ทุกคนต่างอยากรู้นักว่าครอบครัวของเพ่ยหยูเป็นใครมาจากไหนกันแน่ เหตุใดจึงได้ปล่อยให้เทพธิดาตัวน้อยอย่างเพ่ยหยูมาลำบากอยู่ในสถาบันแห่งนี้นานถึงสองปีแล้ว

วันนี้เพ่ยหยูจะได้เข้าเรียนเป็นครั้งแรก เธอดีใจมากที่ในที่สุดจะได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ เหมือนกับพวกไป่หลิวเสียที ปีนี้จางเจี้ยนถูกแยกไปอยู่ห้องนอนบนชั้นสองแล้วตามอายุ ทำให้ห้องนอนของเพ่ยหยูมีเพียงเด็กผู้หญิงทั้งหมดอยู่รวมกันเท่านั้น แน่นอนว่าถึงจะผ่านมาสองปีแล้วก็ตามที แต่เพ่ยหยูก็ยังคงสดใสร่าเริงไม่เปลี่ยนไปเลย เพียงแต่เธอไม่ได้ส่งเสียงดังหรือสร้างเรื่องสร้างราวจนต้องถูกลงโทษ เพ่ยหยูเพียงแค่กระซิบคุยกันเบา ๆ กับพวกไป่หลิวก่อนนอนไม่นานก็เท่านั้น ซึ่งความสัมพันธ์นี้ก็ทำให้พวกเธอสนิทกันมากขึ้นทุกวัน

วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องการเมืองเบื้องต้น” อาจารย์ประจำวิชาเข้าห้องเรียนมาเอ่ยขึ้นเสียงดังหลังจากเด็ก ๆ ลุกขึ้นทำความเคารพเขาตามระเบียบ

เพ่ยหยูมองดูอาจารย์หนุ่มอายุประมาณยี่สิบห้าปีด้วยความสนอกสนใจ เธอเองพอจะรู้เรื่องเหล่านี้บ้างจากการสอบถามไป่หลิวและซู่ฟาง เพ่ยหยูจึงตั้งใจจดจ่อกับการเรียนวันแรกนี้มากเป็นพิเศษ เธอไม่สนใจเด็กที่กำลังหันไปคุยกันเพราะเพิ่งเข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย

พวกเธอสามคนออกไปยืนนอกห้อง!” ตังหยางอาจารย์วิชาการเมืองซึ่งมีหน้าที่สอนเด็กอายุต่ำกว่าเก้าขวบเอ่ยขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นเด็กสามคนยังนั่งคุยกันอยู่

ทำไมล่ะคะอาจารย์ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เด็กผู้หญิงที่เพิ่งมาได้สองวันเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเป็นเด็กเอาแต่ใจและบ้านยากจนจึงถูกส่งตัวมาที่นี่ ตอนแรกเธออาละวาดอยู่นานจนถูกส่งเข้าห้องดัดสันดานไปก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง พอออกมาเข้าเรียนได้ก็ไม่วายก่อเรื่องขึ้นอีกในวันนี้

ทหาร! เข้ามาพาตัวเด็กพวกนี้ออกไปยืนที่ลานด้านนอกเพื่อลงโทษที่พวกเขาคุยกันระหว่างเวลาเรียนให้อาจารย์” ตังหยางเอ่ยเรียกทหารบ้านที่มีหน้าที่ควบคุมเด็กในห้องเสียงดัง

ครับ!” ทหารบ้านสองนายรีบเข้ามารวบตัวเด็กทั้งสามลากออกไปทันที พวกเขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งของอาจารย์ตังหยางอย่างเคร่งครัด นานมากแล้วที่ไม่มีเด็กคนไหนกล้าท้าทายการสอนของเหล่าอาจารย์ในสถาบัน วันนี้พวกเขาจึงคิดว่าน่าจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูกระมัง

เอาล่ะ พวกเธอตั้งใจเรียนให้ดี ห้ามคุยกันในเวลาเรียนเข้าใจไหม” ตังหยางเอ่ยเสียงเย็นชา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   คำเตือน

    “คุณชายฉิน แบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ นี่ก็แค่เรื่องเด็ก ๆ ทะเลาะกัน” ถานม่อไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าแขกในงาน เขาจึงเอ่ยปากออกมา“ฮึ! ไม่เกินไปหรอกครับ แขกในงานของผมต้องเป็นคนรู้จักกาลเทศะและมารยาท คนที่คุณพามาพวกนี้ไม่มีบัตรเชิญเข้างานด้วยซ้ำแต่กลับมาสร้างความวุ่นวาย คุณคิดว่าตระกูลฉินจะไม่ปกป้องคนในครอบครัวเหรอครับ อีกอย่างเพ่ยหยูเป็นน้องสาวคนเดียวของผม ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงถึงได้มาดูถูกเธอ” ฉินกวงตอบกลับอย่างเย็นชา“ลากตัวออกไป!” หลงไป๋หันไปสั่งบอดี้การ์ดทั้งหกคนเสียงดัง เขาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคนไม่สำคัญพวกนี้ชางต้งชิง เถียนไป่ฮวา ชางเจียว ถานม่อ อี๋หลิงและถานจงถูกบอดี้การ์ดจับตัวลากอ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไม่รู้ดีชั่ว

    “ชู่...ไม่ร้องนะลูก เดี๋ยวแม่กับพ่อจัดการให้นะ” เถียนไป่ฮวาที่เลี้ยงชางเจียวอย่างตามใจมาตลอดเพราะเธอเคยแท้งลูกสาวไปจนเป็นโรคซึมเศร้า แต่พอรับเลี้ยงชางเจียวที่ชอบเอาอกเอาใจเธอกับสามีตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ เถียนไป่ฮวาก็รักชางเจียวมากไม่ต่างจากลูกในไส้“เจียวเอ๋อใจเย็น ๆ ก่อน พาพวกพี่ไปดูสิว่าใครมันกล้าลงมือกับคู่หมั้นของพี่” ถานจงเห็นสภาพคู่หมั้นที่ปกติหน้าตาสวยเฉี่ยวเข้าก็อดโกรธไม่ได้ ตอนนี้ใบหน้าของชางเจียวบวมเป่งจนเริ่มจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำแล้ว“ฮึก...หนูจะพาทุกคนไปหาพวกเขาค่ะ” ชางเจียวแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าครอบครัวเหมือนกับที่เธอมักจะแสดงมาตลอดตั้งแต่ได้รับเลี้ยงจากตระกูลชางเพ่ยหยูที่ไปเข้าห้องน้ำโดยมีเ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   แขกไม่ได้รับเชิญ

    “พวกเรากินข้าวกันก่อนเถอะ คุยกันนานมากแล้ว” อ้ายอวี่ชวนทุกคนเมื่อเห็นพนักงานเริ่มยกอาหารมาที่โต๊ะของแขกในงาน“ทุกคนถ้าอยากกินอะไรเพิ่มก็บอกนะคะ หนูจะให้คนเอามาให้” เพ่ยหยูบอกตามฐานะที่ตัวเองเป็นหนึ่งในเจ้าภาพของงานแต่งงานครั้งนี้“พวกเรากินอะไรก็ได้ คุณหนูฉินไม่ต้องกังวลครับ” ฟู่เจิ้งหมิงบอกยิ้ม ๆ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้รับของว่างอร่อย ๆ มากินรองท้องไปแล้ว ตอนนี้จึงไม่ได้หิวกันมากนักเพ่ยหยูพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม ไม่นานพนักงานก็มาถึงโต๊ะของพวกเธอและเริ่มวางอาหารนับสิบอย่างลงบนโต๊ะ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นอาหารมงคลที่เวยฉิงเลือกมาอย่างดี เธอตั้งใจจัดงานแต่งงานของตัวเองให้ออกมาอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองตามความชอบ ซึ่งฉินกวงเองก็ไม่ได้ห้ามอะไร เขาปล่อยให้เวยฉิงเลือกทุกอย่างตามใจ ฉินกวงเพียงแค่เป็นคนจ่ายเงินให้กับเวย

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   พบหน้าอีกครั้ง

    หกเดือนต่อมาเพราะการเร่งเร้าของตระกูลฉิน ทำให้ฉินกวงรีบไปสู่ขอเวยฉิงและจัดงานเลี้ยงแต่งงานในวันนี้ แขกเหรื่อทั่วเมืองหลวงที่ได้รับเชิญมาจากทั้งสองครอบครัวล้วนมีแต่คนใหญ่คนโตรวมถึงคนในวงการธุรกิจ เซี่ยเยี่ยนที่เรียนจบและดูแลบริษัทในต่างประเทศจนมั่นคงเดินทางกลับมาร่วมงานแต่งงานครั้งนี้พร้อมกับเซี่ยตงพ่อของเขาเพ่ยหยูวันนี้แต่งตัวด้วยชุดราตรีสีฟ้าอ่อนที่เธอชอบและคอยดูแลญาติผู้ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ ตั้งแต่เข้ามาถึงห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองหลวง เพื่อนของเธอและพี่ชายพี่สาวห้าตระกูลใหญ่ต่างมากันพร้อมหน้าพร้อมตา พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะเดียวกันเพื่อความสะดวกในการพูดคุยหลังจากไม่ได้พบกันมานาน“เซี่ยเยี่ยน กลับมาคราวนี้จะกลับไปอีกหรือเปล่า” กู้เฟิงถามเพื่อนที่กลับมาได้ไม่กี่วัน พ่อของเขาบอกว่าเซี่ยเยี่ยนเข้าบริษัทตอนไปติดต่องา

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   หนึ่งปีต่อมา

    ช่วงหนึ่งปีมานี้เพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ ดูแลร้านไอศกรีมได้เป็นอย่างดี ผลกำไรที่ได้รับมายังเพิ่มขึ้นทุกเดือนอย่างไม่น่าเชื่อ คงเพราะแถวนั้นไม่มีร้านน่านั่งพักผ่อนเหมือนกับที่ร้านของพวกเพ่ยหยู พอมีลูกค้ามามากขึ้น ที่ร้านต้องตั้งกฎไม่ให้ลูกค้านั่งนานเกินสองชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าคนอื่นที่อยากเข้ามาใช้บริการได้มีที่นั่งด้วย ซึ่งตอนแรก ๆ ก็วุ่นวายกันอยู่มากพอสมควร กระทั่งเหล่าลูกค้าเองก็เข้าใจดีว่าทุกคนต่างอยากมาพักผ่อนที่ร้านเหมือนกัน ลูกค้าที่เข้ามาจึงแบ่งปันที่นั่งและไม่ได้นั่งแช่ครึ่งค่อนวันกันอีกต่อไปเพ่ยหยูกับเพื่อนเคยคิดจะขยายร้านอยู่ครั้งหนึ่ง เพียงแต่พวกเขามองว่าไม่อยากขยายร้านเร็วเกินไปทั้งที่ผลกำไรยังไม่เพียงพอ ทั้งสามจึงตกลงกันว่าหากเมื่อไหร่ที่กำไรนั้นสามารถเช่าห้องและตกแต่งเพิ่มได้จึงจะลงมือขยายร้านงานปีใหม่ที่ผ่านมา เพ่ยหยูก็เข้าร่วมกับสี่ตระกูลใหญ่และห้าตระกูลรองเช่นกัน เธอแปลกใจมากที่ปีนี่

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ปีนเกลียว

    วันแรกของการรับน้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย กว่ารุ่นน้องจะถูกปล่อยตัวกลับหอพักก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ช่วงรับน้องใหม่ทางหอพักจะปิดไฟช้ากว่าปกติหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้จัดการตัวเองก่อนเข้านอนตามระเบียบ เพ่ยหยูกับพวกเซียวอวี้ตงไม่ได้อยู่จนดึกกันขนาดนั้น พวกเขากลับออกจากสถานที่รับน้องตอนสามทุ่มสองสัปดาห์ต่อมาช่วงระหว่างการรับน้องที่ผ่านมา พวกเพ่ยหยูเข้าร่วมกันวันเว้นวัน เพราะพวกเธอต้องไปดูแลร้านในช่วงค่ำเพื่อดูแลวัตถุดิบให้เพียงพอสำหรับแจกนักศึกษาใหม่ในระหว่างการรับน้องตามหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งวันนี้พวกเพ่ยหยูก็เข้าไปร่วมดูการรับน้องที่ลานด้านหลังอีกครั้งไม่ต่างจากวันที่ผ่าน ๆ มา แต่ขณะที่เพ่ยหยูกับเพื่อนกำลังแจกของว่างอยู่นั้น เสียงเด็กใหม่อย่างฉี่ฟงก็ดังขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด“พี่สาวคนสวยครับ ผมอยากได้ของว่าที่พี

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถาบันสวัสดิการสังคม

    “เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น่าสนใจ

    “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status