LOGINเพ่ยหยูมองทุกคนที่กำลังจ้องมองมาที่เธอ พอเห็นว่
“พวกเรากินข้าวกันก่อนเถอะ คุยกันนานมากแล้ว” อ้ายอวี่ชวนทุกคนเมื่อเห็นพนักงานเริ่มยกอาหารมาที่โต๊ะของแขกในงาน“ทุกคนถ้าอยากกินอะไรเพิ่มก็บอกนะคะ หนูจะให้คนเอามาให้” เพ่ยหยูบอกตามฐานะที่ตัวเองเป็นหนึ่งในเจ้าภาพของงานแต่งงานครั้งนี้“พวกเรากินอะไรก็ได้ คุณหนูฉินไม่ต้องกังวลครับ” ฟู่เจิ้งหมิงบอกยิ้ม ๆ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้รับของว่างอร่อย ๆ มากินรองท้องไปแล้ว ตอนนี้จึงไม่ได้หิวกันมากนักเพ่ยหยูพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม ไม่นานพนักงานก็มาถึงโต๊ะของพวกเธอและเริ่มวางอาหารนับสิบอย่างลงบนโต๊ะ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นอาหารมงคลที่เวยฉิงเลือกมาอย่างดี เธอตั้งใจจัดงานแต่งงานของตัวเองให้ออกมาอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองตามความชอบ ซึ่งฉินกวงเองก็ไม่ได้ห้ามอะไร เขาปล่อยให้เวยฉิงเลือกทุกอย่างตามใจ ฉินกวงเพียงแค่เป็นคนจ่ายเงินให้กับเวย
หกเดือนต่อมาเพราะการเร่งเร้าของตระกูลฉิน ทำให้ฉินกวงรีบไปสู่ขอเวยฉิงและจัดงานเลี้ยงแต่งงานในวันนี้ แขกเหรื่อทั่วเมืองหลวงที่ได้รับเชิญมาจากทั้งสองครอบครัวล้วนมีแต่คนใหญ่คนโตรวมถึงคนในวงการธุรกิจ เซี่ยเยี่ยนที่เรียนจบและดูแลบริษัทในต่างประเทศจนมั่นคงเดินทางกลับมาร่วมงานแต่งงานครั้งนี้พร้อมกับเซี่ยตงพ่อของเขาเพ่ยหยูวันนี้แต่งตัวด้วยชุดราตรีสีฟ้าอ่อนที่เธอชอบและคอยดูแลญาติผู้ใหญ่อยู่ใกล้ ๆ ตั้งแต่เข้ามาถึงห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองหลวง เพื่อนของเธอและพี่ชายพี่สาวห้าตระกูลใหญ่ต่างมากันพร้อมหน้าพร้อมตา พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะเดียวกันเพื่อความสะดวกในการพูดคุยหลังจากไม่ได้พบกันมานาน“เซี่ยเยี่ยน กลับมาคราวนี้จะกลับไปอีกหรือเปล่า” กู้เฟิงถามเพื่อนที่กลับมาได้ไม่กี่วัน พ่อของเขาบอกว่าเซี่ยเยี่ยนเข้าบริษัทตอนไปติดต่องา
ช่วงหนึ่งปีมานี้เพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ ดูแลร้านไอศกรีมได้เป็นอย่างดี ผลกำไรที่ได้รับมายังเพิ่มขึ้นทุกเดือนอย่างไม่น่าเชื่อ คงเพราะแถวนั้นไม่มีร้านน่านั่งพักผ่อนเหมือนกับที่ร้านของพวกเพ่ยหยู พอมีลูกค้ามามากขึ้น ที่ร้านต้องตั้งกฎไม่ให้ลูกค้านั่งนานเกินสองชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าคนอื่นที่อยากเข้ามาใช้บริการได้มีที่นั่งด้วย ซึ่งตอนแรก ๆ ก็วุ่นวายกันอยู่มากพอสมควร กระทั่งเหล่าลูกค้าเองก็เข้าใจดีว่าทุกคนต่างอยากมาพักผ่อนที่ร้านเหมือนกัน ลูกค้าที่เข้ามาจึงแบ่งปันที่นั่งและไม่ได้นั่งแช่ครึ่งค่อนวันกันอีกต่อไปเพ่ยหยูกับเพื่อนเคยคิดจะขยายร้านอยู่ครั้งหนึ่ง เพียงแต่พวกเขามองว่าไม่อยากขยายร้านเร็วเกินไปทั้งที่ผลกำไรยังไม่เพียงพอ ทั้งสามจึงตกลงกันว่าหากเมื่อไหร่ที่กำไรนั้นสามารถเช่าห้องและตกแต่งเพิ่มได้จึงจะลงมือขยายร้านงานปีใหม่ที่ผ่านมา เพ่ยหยูก็เข้าร่วมกับสี่ตระกูลใหญ่และห้าตระกูลรองเช่นกัน เธอแปลกใจมากที่ปีนี่
วันแรกของการรับน้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย กว่ารุ่นน้องจะถูกปล่อยตัวกลับหอพักก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ช่วงรับน้องใหม่ทางหอพักจะปิดไฟช้ากว่าปกติหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้จัดการตัวเองก่อนเข้านอนตามระเบียบ เพ่ยหยูกับพวกเซียวอวี้ตงไม่ได้อยู่จนดึกกันขนาดนั้น พวกเขากลับออกจากสถานที่รับน้องตอนสามทุ่มสองสัปดาห์ต่อมาช่วงระหว่างการรับน้องที่ผ่านมา พวกเพ่ยหยูเข้าร่วมกันวันเว้นวัน เพราะพวกเธอต้องไปดูแลร้านในช่วงค่ำเพื่อดูแลวัตถุดิบให้เพียงพอสำหรับแจกนักศึกษาใหม่ในระหว่างการรับน้องตามหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งวันนี้พวกเพ่ยหยูก็เข้าไปร่วมดูการรับน้องที่ลานด้านหลังอีกครั้งไม่ต่างจากวันที่ผ่าน ๆ มา แต่ขณะที่เพ่ยหยูกับเพื่อนกำลังแจกของว่างอยู่นั้น เสียงเด็กใหม่อย่างฉี่ฟงก็ดังขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด“พี่สาวคนสวยครับ ผมอยากได้ของว่าที่พี
ลูกค้าใหม่ที่เข้าร้านมาต่างหาที่นั่งสงบ ๆ ของตัวเองและดื่มด่ำกับบรรยากาศดี ๆ ภายในร้านอย่างมีความสุข กว่าที่พวกเพ่ยหยูจะเดินทางกลับบ้าน เวลาก็ล่วงเข้าช่วงเย็นแล้ว พนักงานในร้านห้าคนมีที่พักซึ่งฉินจ้วงเช่าเอาไว้ให้ในหมู่บ้าน พวกเขาจึงอยู่ทำงานต่อจนกระทั่งถึงเวลาร้านปิดตอนหนึ่งทุ่ม หวังหมิงทงเองก็กลับบ้านไปพร้อมกับเซียวอวี้ตงเช่นกัน ช่วงปิดเทอมนี้พวกเขาต่างไม่อยากอุดอู้อยู่ในมหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มสองคนจึงพากันกลับบ้านตระกูลเซียวและนัดกับเพ่ยหยูเอาไว้ว่าจะเข้าไปดูร้านกันสัปดาห์ละครั้งข่าวที่มีร้านไอศกรีมน่านั่งแพร่กระจายไปในเวลาไม่ถึงสามวัน ราคาของในร้านก็ไม่ได้ถือว่าแพงมากนัก นักวิจัยและนักศึกษาที่พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างต่างแวะเวียนมาใช้บริการกันแทบทุกวัน กิจการของร้านนับวันก็ยิ่งดีวันดีคืน พวกเพ่ยหยูที่เข้าร้านมาสัปดาห์ละครั้งก็ยังนึกไม่ถึงว่าร้านของพวกเธอจะได้รับความนิยมมากจนแทบไม่มีที่นั่งเลยทีเดียว“
ทั้งสามคนต่างพากันเดินไปดูมุมนั้นมุมนี้ของร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้เพิ่มความสดชื่นด้วย แต่ละโต๊ะถูกแบ่งสัดส่วนอย่างดีเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวของลูกค้าแต่ละโต๊ะ เครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นเสียงหลายแผ่นที่ไม่รู้ว่าฉินกวงไปหามาจากไหนก็ถูกวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบที่มุมหนึ่งของร้าน“พวกเราจะเปิดร้านกันตอนไหนดีเพ่ยหยู” เซียวอวี้ตงเดินมาถามเพ่ยหยูพร้อมกับหวังหมิงทง“ฉันว่าเรารอตอนปิดเทอมฤดูร้อนก่อนดีไหม พวกเราจะได้เข้ามาดูแลร้านด้วย” เพ่ยหยูเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก็ต้องสอบปลายภาคกันแล้ว“ตกลง ช่วงนี้พวกเราต้องอ่านหนังสือกันอีกนี่นะ” เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงพยักหน้ารับคำ“ฉันว่าพวกเรามานั่งอ่านกันที่นี่ดีไหม พวกน้ำห
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช
“อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว
เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้







