Share

ผ่านพ้นวันแรก

Author: 橙花
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-18 17:00:45

พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน

บ่ายโมงครึ่งเสียงสัญญาณดังขึ้นไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เธอจำได้ว่าต้องรีบกลับไปทำงานที่โรงอาหารตามที่สุ่ยอวี้บอก แต่พอเพ่ยหยูหันไปเห็นไป่หลิวที่นอนเตียงติดกันเข้าก็อดไม่ได้ที่จะแย้มรอยยิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้นเสียงใส

พี่สาวไป่ เรียนเป็นยังไงบ้างคะ”

น่าเบื่อมากเลย พี่ไม่เข้าใจสักอย่าง เฮ้อ” ไป่หลิวส่ายหัวทันที เธอไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนจึงไม่เข้าใจเรื่องที่อาจารย์ในสถาบันสอนเลยแม้แต่น้อย

พี่ก็เหมือนกัน เพ่ยหยูทำงานเป็นยังไงบ้างล่ะ” ซู่ฟางที่ลุกขึ้นเดินมาหาทั้งสองเอ่ยขึ้นบ้าง

ก็ดีค่ะ หนูยังพอช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่” เพ่ยหยูยิ้มแป้นตอบ

ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปทำงานที่ครัวกับเพ่ยหยูดีไหม” จางเจี้ยนเดินมาสมทบพูดขึ้น

อืม… ความคิดดีมากจางเจี้ยน พวกเราไปกันเถอะ” ไป่หลิวรีบลุกขึ้นไปพยุงเพ่ยหยูให้ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง เธอกลัวว่าร่างเล็ก ๆ จะกลิ้งตกจนบาดเจ็บเอาได้

ขอบคุณค่ะพี่สาวไป่” เพ่ยหยูเอ่ยเมื่อลงมายืนดีแล้ว

เด็กคนอื่นในห้องเห็นพวกเขาสี่คนพูดคุยกันก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร เพราะพวกเขาเองก็เข้ามาที่นี่ได้ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเสียด้วยซ้ำไป พวกเขาจึงไม่มีใครสนิทสนมกันมากนัก

ไป่หลิวกับซู่ฟางเดินจูงมือเพ่ยหยูกันคนละข้างแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมจางเจี้ยนที่เดินตามหลังมาติด ๆ เด็กคนอื่นพากันแยกออกเป็นกลุ่ม ๆ หลังออกจากห้องนอน มีบางส่วนที่เดินไปทางโรงอาหารเหมือนกับพวกไป่หลิว แต่พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปสอบถาม

เมื่อมาถึงโรงอาหาร สุ่ยอวี้เห็นเพ่ยหยูพาเด็กอายุมากกว่ามาด้วยก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอแบ่งงานให้กับทุกคนเท่า ๆ กัน ส่วนเพ่ยหยูที่เด็กสุดก็มีงานเบา ๆ ของเธอให้ทำเช่นกัน

ระหว่างทำงาน เพ่ยหยูกับพวกไป่หลิวต่างไม่กล้าส่งเสียงออกมา พวกเขาเห็นอยู่ว่าคนอื่น ๆ ต่างก็ทำงานกันเงียบ ๆ หากมีเพียงพวกเขาคุยกันก็คงจะไม่ดีนัก พวกเขาจึงเงียบไว้

ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งเสียงประกาศเรียกให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมตอนสี่โมงเย็นดังขึ้น สุ่ยอวี้ก็เดินมาเรียกให้พวกไป่หลิวไปร่วมกลุ่มเข้ากิจกรรม

พวกเธอไปเถอะ ที่นี่พวกพี่จะจัดการต่อเอง เสร็จกิจกรรมแล้วก็จะได้มากินข้าว” สุ่ยอวี้บอกพร้อมรอยยิ้มบาง เธอเห็นว่าเด็กสี่คนนี้สนิทสนมกันดีจึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ ตัวเธออยู่ที่นี่มากว่าสิบปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีเพื่อนสนิทสักคนเดียว เพราะทุกคนต่างสนใจแต่เรื่องของตัวเอง

ขอบคุณค่ะพี่สาวสุ่ย” ทั้งสามสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จางเจี้ยนที่ยืนอยู่ด้วยทำเพียงพยักหน้ารับคำเบา ๆ เท่านั้น เขาเองก็ไม่ค่อยกล้าคุยกับคนอื่นนอกจากพวกไป่หลิว

กิจกรรมสันทนาการของที่นี่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามัคคี ความแข็งแรงและความรักชาติเป็นหลัก ซึ่งวันนี้พวกเขาจะต้องเข้าร่วมขับร้องเพลงปฏิวัติที่ห้องโถงเอนกประสงค์ในอาคารหลังใหญ่ไม่ไกลจากห้องเรียนของพวกไป่หลิวนัก ที่รู้ก็เพราะมีพี่เลี้ยงมาตามพวกเขาซึ่งเป็นเด็กมาใหม่เข้าร่วมนั่นเอง

ไม่นานนักพวกเพ่ยหยูก็ได้เข้าไปนั่งในห้องโถงใหญ่ซึ่งตอนนี้มีเด็กที่ไม่ได้ทำงานมารวมตัวกันเกือบหมดแล้ว ทั้งสี่คนไม่กล้าส่งเสียงคุยกันแม้แต่คำเดียว เพราะทุกคนที่มาก่อนต่างนั่งเงียบอยู่จนรู้สึกถึงบรรยากาศอันหนักอึ้งของห้องโถงใหญ่แห่งนี้

รอบ ๆ ห้องโถงมีทหารบ้านและพี่เลี้ยงยืนคุมอยู่เป็นจุด ๆ ไม่นานนักก็มีอาจารย์หลายคนเดินขึ้นไปบนเวทีและประกาศเริ่มการร้องเพลง โดยเพ่ยหยูที่ยังเด็กก็ฮัมเพลงตามเบา ๆ ไปด้วยเช่นกัน เธอกับไป่หลิว ซู่ฟางและจางเจี้ยนเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกจึงยังจำเนื้อไม่ได้ ซึ่งเนื้อหานั้นมีประมาณว่า “หยาดเหงื่อของเราคือปุ๋ยชั้นดี แรงกายของเราจะเปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นป่าเขียวขจี การทำงานคือความรุ่งโรจน์

เสียงเพลงที่เด็กทุกคนเปล่งออกมานั้นดังไปทั่วห้องโถงใหญ่ ผอ.จูที่เข้าร่วมด้วยก็พยักหน้าอย่างพอใจที่เห็นเด็ก ๆ ต่างตั้งใจร้องเพลงออกมา กิจกรรมสันทนาการจะถูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละวัน แต่อย่างไรเสียทุกสัปดาห์กิจกรรมเหล่านี้ก็ยังคงไม่ต่างจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคนที่อยู่มานานก็ยิ่งเบื่อหน่ายกิจกรรมเหล่านี้ เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถแสดงออกให้คนอื่นรู้ได้ว่าตนเบื่อหน่าย ไม่เช่นนั้นบทลงโทษที่จะได้รับก็ไม่เบาแน่ เคยมีเด็กใหม่ท้าทายกฎของที่นี่หลายคนจนถูกส่งออกไปอยู่ที่อื่นก็ไม่น้อย สถาบันแห่งนี้จึงขึ้นชื่อว่าการสอนเข้มงวดที่สุดและยังเป็นระเบียบที่สุดของเมืองซูโจวด้วย ถึงแม้ภายนอกจะมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเอกชนอยู่บ้าง แต่ความเป็นอยู่และอาหารการกินก็ไม่ดีเท่ากับสถาบันแห่งนี้ซึ่งรัฐจัดสรรสวัสดิการต่าง ๆ ให้อยู่แล้ว

เพ่ยหยูอยู่ร่วมทำกิจกรรมจนกระทั่งสัญญาณเตือนดังขึ้นว่าถึงเวลาทานมื้อเย็นแล้ว เธอจึงลุกออกจากที่นั่งและเดินเรียงแถวตามหลังพวกไป่หลิวไปยังโรงอาหารอย่างเป็นระเบียบ มื้อเย็นนี้เพ่ยหยูไม่ได้แยกไปกินอาหารคนเดียวอีก แต่เธอเลือกที่จะเข้าแถวร่วมกับพี่ชายพี่สาวทั้งสามแทน ซึ่งระหว่างรอแถวอยู่นั้น พวกเธอยังคงไม่กล้าปริปากเลยแม้แต่คำเดียว ด้วยเพราะตอนนี้ยังคงมีเจ้าหน้าที่ พี่เลี้ยงและทหารบ้านคอยคุมอยู่อย่างเข้มงวด

กว่าเพ่ยหยูจะกินอาหารเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตอนหกโมงครึ่งซึ่งสัญญาณดังขึ้นให้ทุกคนสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ เด็ก ๆ บางคนก็กลับห้องไปอ่านหนังสือที่ได้รับมา บางกลุ่มก็แยกไปหาพี่เลี้ยงเพื่อฟังเรื่องข่าวสารต่าง ๆ ภายนอกสถาบัน เพ่ยหยูกับพวกไป่หลิวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาไม่อยากกลับไปห้องนอนที่อับชื้นเร็วนัก

เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง พวกเพ่ยหยูก็กลับห้องเพื่อรวมตัวกันไปทำความสะอาดร่างกายที่ห้องน้ำรวมเหมือนตอนที่เพิ่งมาถึง ครั้งนี้เพ่ยหยูขอให้ไป่หลิวกับซู่ฟางช่วยอาบน้ำให้เพราะทนเหนียวตัวไม่ไหว ยังดีที่มีเด็กคนอื่นอาบน้ำอยู่ด้วยเหมือนกัน พวกเธอสามคนจึงไม่รู้สึกแปลกแยกสักเท่าไหร่นัก ในห้องน้ำมีเพียงเสียงพวกเธอสามคนเท่านั้นที่คุยกันอยู่

รีบอาบให้น้องเร็วเข้า อีกไม่นานก็ต้องเข้านอนแล้ว เสื้อผ้าพวกนี้ค่อยซักพรุ่งนี้ก็ได้” ไป่หลิวบอกซู่ฟางที่ยังคงถูสบู่อย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่

อื้อ ๆ รู้แล้วน่า รีบอาบให้น้องก่อนเถอะ” ซู่ฟางเองก็บอกไป่หลิวกลับเช่นกัน

ทั้งสามคนรีบอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่ที่ได้รับเมื่อเที่ยงนี้ทันที ส่วนเด็กคนอื่นบ้างก็ซักเสื้อผ้าและถือไปตากด้านหลังอาคาร แต่ละคนล้วนมีไม้แขวนของตัวเองและต้องจำสถานที่ตากของตัวเองให้ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นหากนำกลับมาผิดตัวและสวมใส่ไม่ได้ พวกเด็กเหล่านั้นก็จะถูกลงโทษตามกฎของสถาบันทันที

พรุ่งนี้หนูซักเสื้อผ้าให้พวกพี่เองนะคะ ยังไงหนูก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” เพ่ยหยูเอ่ยขึ้นเสียงเบาหลังจากพวกเธอกลับเข้ามาในห้องไม่นาน ถึงเพ่ยหยูจะแรงน้อยแต่เธอก็มั่นใจว่าทำได้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขอพรที่วัด

    “ผมจะดูแลน้องเพ่ยหยูให้ดีครับ คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วง” เซี่ยเยี่ยนรับปากด้วยสีหน้าจริงจังฉินกวงพอได้ยินเซี่ยเยี่ยนเข้าก็อดเบะปากอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ เวยฉิงที่เห็นสีหน้าสามีก็ตีเพี๊ยะเข้าไปที่แขนล่ำพร้อมรอยยิ้มขำ สามีเธอปกติไม่เคยทำสีหน้าแบบนี้มาก่อน เวยฉิงเลยอดขำฉินกวงขึ้นมาไม่ได้ ฉินกวงพอถูกภรรยาตีเข้าให้ก็ทำทีออดอ้อนเวยฉิงเสียอย่างนั้น บรรยากาศในห้องรับแขกเลยกลายเป็นความขบขันสองสามีภรรยาที่เล่นกันเป็นเด็กไปแล้วเซี่ยเยี่ยนนั่งคุยอยู่ที่บ้านตระกูลฉินต่ออีกกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับและนัดเวลากับเพ่ยหยูตอนเก้าโมงเช้าพรุ่งนี้ แต่ก่อนที่เซี่ยเยี่ยนจะได้เดินทางกลับ ฉินจ้วงก็โบกมือเรียกให้พ่อบ้านนำของขวัญที่พวกเขาเลือกเอาไว้มาส่งให้เซี่ยเยี่ยนก่อน ซึ่งเซี่ยเยี่ยนก็แปลกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ ฉินจ้วงก็มอบของขวัญให้เขาแบบนี้“รับไปเ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ข้อตกลง

    “หนูขอตัวก่อนนะคะ” เพ่ยหยูลุกขึ้นเดินนำเซี่ยเยี่ยนไปยังห้องสมุดซึ่งเธอเอาโน้ตบุ๊คไปวางรอไว้ก่อนหน้านี้นานแล้ว เพราะมัวแต่คุยกับคนในครอบครัว ทำให้วันนี้เพ่ยหยูเริ่มเรียนช้ากว่าทุกวันที่ผ่านมา เธอไม่รู้ว่ายังเหลือเนื้อหาอีกมากแค่ไหนถึงจะเรียนจบ“อืม...พวกหลานรีบไปเถอะ” ฉินจ้วงโบกมือให้พวกเขารีบไปฉินกวงที่คิดว่าจะขึ้นไปส่งเวยฉิงนอนพักผ่อนแล้วรีบลงมาหาเพ่ยหยู พอเขาได้เข้าห้องนอนไปแล้วก็กลับถูกเวยฉิงลากตัวให้มานอนกอดอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะหลับไปโดยกอดฉินกวงเอาไว้แน่นจนเขาไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้าจนทำให้เวยฉิงตื่น หลังจากนอนคิดอยู่พักใหญ่ ฉินกวงก็ทำได้แค่ต้องหลับตาลงนอนพักผ่อนพร้อมกับภรรยาเมื่อถึงมื้อเที่ยง พ่อบ้านก็ให้คนไปตามทุกคนมาทานข้าวร่วมกัน เซี่ยเยี่ยนยังคงสอนเพ่ยหยู

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   หวงน้องสาว

    สองพ่อลูกนั่งคุยกันต่อจนกระทั่งถึงสามทุ่ม ทั้งสองจึงแยกย้ายกันขึ้นห้องไปพักผ่อน พรุ่งนี้เซี่ยเยี่ยนยังต้องเดินทางไปบ้านตระกูลฉินอีกด้านเซียวอวี้ตงที่ได้รับของขวัญจากเซี่ยเยี่ยนตั้งแต่เช้าดีใจมาก เขาคิดไม่ถึงว่าพี่ชายเซี่ยที่แสนจะเย็นชาคนนั้นกล้าซื้อเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ล่าสุดราคาแพงให้เขา เซียวอวี้ตงยังฝากบอดี้การ์ดที่นำของขวัญมาส่งขอบคุณเซี่ยเยี่ยนด้วย เขารีบนำเครื่องเล่นเกมส์ไปอวดคนทั้งบ้านอย่างอารมณ์ดีและให้คนช่วยยกขึ้นห้องไปเล่นตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียวเก้าโมงเช้าวันต่อมา เซี่ยเยี่ยนเดินทางมาถึงบ้านตระกูลฉินตรงเวลา ในห้องรับแขกตอนนี้ฉินกวงกับเวยฉิงกลับมาจากบ้านตระกูลเวยแล้วเช่นเดียวกัน พวกเขาเลยนำของฝากจากบ้านตระกูลเวยกลับมาให้ทุกคนด้วย เพ่ยหยูเองก็กำลังมอบของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนในบ้านอย่างร่าเริง เธอดีใจมากที่แม่กับพี่สะใภ้ชอบของขวัญที่เธอเลือกให้&ld

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไม่มองใคร

    “พี่อยากหมั้นกับน้องเพ่ยหยูจริง ๆ ครับ แล้วพี่ก็ไม่มีทางมองผู้หญิงคนอื่นแน่นอนครับ เรื่องนี้น้องเพ่ยหยูไว้ใจพี่ได้ ระหว่างที่น้องเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ พี่ก็สามารถเดินทางไปเยี่ยมน้องได้ทุกเดือนนะครับถ้าเราเป็นคู่หมั้นกัน” เซี่ยเยี่ยนบอกด้วยสีหน้าจริงจัง หากเขามีสถานะกับเพ่ยหยูจริง ๆ เซี่ยเยี่ยนจะต้องหาเวลาไปดูแลเธอที่ต่างประเทศให้ได้แน่นอน“อืม...ทำไมพี่เซี่ยถึงไม่คิดจะมองผู้หญิงคนอื่นบ้างล่ะคะ บางทีพวกเธออาจจะดีกว่าฉันมากก็ได้นะคะ” เพ่ยหยูยังคงไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่นัก เพราะเซี่ยเยี่ยนเป็นคนหนุ่มที่ทั้งหน้าตาดีและมากความสามารถทางด้านธุรกิจ เขาย่อมจะมีผู้หญิงมากมายอยากเข้าใกล้“เรื่องนั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะครับน้องเพ่ยหยู เพราะถ้าพี่ปักใจกับใครแล้ว พี่ก็จะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาดครับ” เซี่ยเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ความจริงใจ

    “แบบนั้นคงดูไม่เหมาะหรือเปล่าคะคุณชายเซี่ย หากใครรู้เข้าคงหาว่าบ้านเราปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่บ้านผู้ชายโดยไม่มีสถานะอะไรกัน” หลงเสวี่ยเวยส่ายหน้าไม่เห็นด้วยทันที เธอแค่ให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนคอยดูแลลูกสาวเธอเท่านั้น แต่การจะให้เพ่ยหยูไปอยู่บ้านเขาที่ต่างประเทศนั้นยังไงก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเธอ“นั่นสิคุณชายเซี่ย ผมเห็นด้วยกับภรรยานะครับ” ฉินเหวินเองก็หวงลูกสาวเช่นกัน เขากลัวว่าถ้าปล่อยเพ่ยหยูไปอยู่บ้านของเซี่ยเยี่ยนที่ต่างประเทศ เซี่ยเยี่ยนก็มีโอกาสเข้าหาลูกสาวเขาได้มากขึ้นน่ะสิ ถึงเขาจะเห็นด้วยกับพ่อเรื่องลองให้โอกาสคุณชายเซี่ยก็เถอะ แต่นี่มันเกินไป“พวกลูกอย่าเพิ่งใจร้อนสิ ยังเหลือเวลาอีกเป็นปี กว่าที่เสี่ยวหยูจะต้องเดินทางไปสอบเรียนต่อที่นั่นน่ะ” ฉินจ้วงเห็นท่าทางลูกชายกับลูกสะใภ้เข้าก็ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา เขากลับคิดว่าการที่เซี่ยเยี่ยนยอมให้เพ่ยหยูไปอยู่ที่บ้านโดยไม่

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขออนุญาต

    “สะดวกตอนไหนก็มาได้เลย พวกเราไม่ได้ไปไหนกันหรอก” ฉินจ้วงบอกพร้อมรอยยิ้มเซี่ยเยี่ยนค้อมหัวคำนับทุกคนก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพ่ยหยู เขายังบอกเธอให้เตรียมข้อมูลโค้ดเอาไว้ล่วงหน้าก่อนเขาจะมาถึงด้วย เพื่อที่เซี่ยเยี่ยนจะได้ตรวจสอบให้เร็วขึ้นและมีเวลาว่างมากพอจะชวนเพ่ยหยูคุยเรื่องอื่นบ้างหลังกลับจากส่งเซี่ยเยี่ยน เพ่ยหยูกลับมานั่งคุยกับทุกคนในห้องรับแขกอีกครั้ง เธอยังถามทุกคนด้วยความกังวลว่าการที่ให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนนั้นเธอเลือกถูกต้องไหม“หลานไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นเสี่ยวหยู ถ้าคุณชายเซี่ยดีกับหลานและดูแลหลานได้จริง ปู่เองก็จะได้วางใจด้วย ตอนนี้เสี่ยวกวงเองก็มีครอบครัวแล้ว เขาคงไม่มีเวลาดูแลหลานหรอก พวกปู่เองก็มีเรื่องที่ยังต้องทำกันอยู่ พวกเธอว่าจริงไหม” ฉินจ้วงหันไปขอความเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ที่ยังคงนั่งฟังอยู่ด้วยกันมาตลอดตั

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อาหารกลางวัน

    เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อัจฉริยะ

    จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   การเปลี่ยนแปลง

    “ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขยัน

    “ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status