Partager

อาหารกลางวัน

Auteur: 橙花
last update Date de publication: 2026-05-18 05:30:36

เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่าที่นี่รับเด็กมาอาศัยอยู่น่าจะเกือบห้าสิบคนได้ เธอยังมองหาพี่ชายพี่สาวทั้งสามที่สนิทอยู่ว่าพวกเขามากินข้าวเหมือนคนอื่นหรือยังด้วยสายตาคาดหวัง แต่น่าเสียดายที่มองอยู่นานเธอก็ยังไม่เห็นพวกเขามาถึงเสียที

“เพ่ยหยู ไปเอาข้าวที่พี่ตักไว้ในถาดมากินก่อนเถอะ บ่ายนี้ยังต้องเตรียมของไว้ทำอาหารมื้อเย็นอีกนะ” สุ่ยอวี้รีบเดินมาบอกเด็กน้อยที่มองคนจำนวนมากในโรงอาหารตาไม่กระพริบ

“ขอบคุณพี่สาวสุ่ยค่ะ” เพ่ยหยูไม่กล้าชักช้า เธอกลัวว่าพี่เลี้ยงและทหารบ้านในโรงอาหารตอนนี้จะจับผิดเธอจนเกิดเรื่องขึ้นได้ เพราะตอนนี้บรรดาเด็กที่เรียนเสร็จต่างเข้าแถวเดินมารับอาหารซึ่งพวกพ่อครัวแม่ครัวที่เป็นเด็กโตกำลังตักให้อยู่พอดี

สุ่ยอวี้มองตามหลังร่างเล็กของเพ่ยหยูไปไม่นานก็เดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ที่นี่เด็กทุกคนหลังกินอาหารเสร็จจะต้องล้างถาดอาหารด้วยตัวเอง ก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อนตามกฎของสถาบัน ช่วงบ่ายโมงครึ่งหลังพักเที่ยง กลุ่มเด็กจะแยกกันไปทำกิจกรรมของตนเองซึ่งมีทั้งปลูกผัก ซ่อมเสื้อผ้าและงานจิปาถะต่าง ๆ ที่พี่เลี้ยงจัดสรรให้ พอถึงสี่โมงเย็นก็จะเป็นกิจกรรมฝึกร้องเพลงปฏิวัติ ฟังเรื่องวีรบุรุษสงครามหรือเตะตะกร้อพื้นบ้านจนถึงห้าโมงเย็นจึงจะเป็นเวลามื้อเย็นของสถาบัน หลังจากนั้นจะมีช่วงเวลาการศึกษาด้วยตัวเองหรือไม่ก็ฟังเรื่องเล่าจากพี่เลี้ยงเกี่ยวกับข่าวสารการเมืองจนถึงหนึ่งทุ่มครึ่งจึงจะเป็นเวลาทำความสะอาดร่างกายของทุกคน เวลาสองทุ่มเป็นเวลาปิดไฟอาคารโดยมีเจ้าหน้าที่ของสถาบันเดินตรวจตราความเรียบร้อยตามหน้าที่

เด็กที่อยู่ในสถาบันมานานมากกว่าหนึ่งปี จากที่เคยเป็นเด็กไม่รู้ความก็ต่างต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้อยู่ในกฎระเบียบเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษกันทั้งนั้น สถาบันแห่งนี้แทบจะไม่ต่างจากค่ายทหารเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย บทลงโทษของสถาบันยังมีหลากหลายวิธี แม้แต่เด็กที่เคยเกเรและรังแกคนในสถาบันเองก็ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนหลังถูกลงโทษอย่างหนัก ทำให้สถาบันแห่งนี้ไม่มีแม้แต่บรรยากาศของเด็กอยู่เลย แต่กลับมีแค่บรรยากาศแห่งความกดดันไม่ให้ตนเองถูกลงโทษเท่านั้น นโยบายของพรรคที่เข้มงวดมาหลายปีทำให้สถาบันแห่งนี้กลายเป็นเพียงที่ฝึกฝนเด็กกำพร้าให้จงรักภักดีและห้ามมีความคิดอื่นใดที่ออกนอกลู่นอกทาง

อาหารกลางวันมื้อนี้เป็นข้าวสวยผสมธัญพืชหยาบ ผัดผักกาดขาวและซุปผักเท่านั้น สุ่ยอวี้บอกเพ่ยหยูมาก่อนแล้วว่าอาหารทุกมื้อไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากนี้นัก เพราะรัฐได้จัดสรรวัตถุดิบให้สถาบันเหมือนเดิมมาโดยตลอด อาหารมื้อเช้าจะเป็นโจ๊กใส ๆ กินคู่กับผักดองหรือไม่ก็หมั่นโถวแป้งหยาบครึ่งก้อน ส่วนมื้อเย็นจะเป็นบะหมี่น้ำหรือไม่ก็ข้าวต้มกับหัวไชเท้าดองเพียงเท่านั้น ทำให้ทุกคนที่ทำหน้าที่ปรุงอาหารไม่จำเป็นต้องสนใจว่ารสชาติของอาหารจะเป็นอย่างไร ทุกคนที่อยู่ในสถาบันแค่มีอาหารกินครบสามมื้อได้ก็นับว่าดีกว่าตอนอยู่ในครอบครัวยากจนก่อนถูกทิ้งมากแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้จึงใช้ชีวิตอย่างไร้ชีวิตชีวาและทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดกันได้เท่านั้น พวกเขาแทบจะทำตัวคล้ายกับหุ่นยนต์ซึ่งต้องทำทุกอย่างเหมือนเดิมทุกวันเป็นเวลาหลายปีจนกว่าจะถึงวัยที่สามารถออกจากสถาบันได้

เพ่ยหยูที่นั่งกินข้าวคนเดียวอยู่ในครัวอดคิดไม่ได้ว่าหากเธออยู่ที่นี่ไปอีกหลายปี ตัวเธอเองจะสูญเสียความเป็นตัวตนไปเหมือนเด็กคนอื่นไหม เพราะเพ่ยหยูปกติก็เป็นคนร่าเริงสดใสมาตั้งแต่จำความได้ เธอจึงกังวลอยู่ไม่น้อยว่าหากกลายเป็นเหมือนคนอื่น ๆ เข้าจริง ๆ แล้วเธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดี

เพ่ยหยูกินไปคิดไปจนกระทั่งอิ่มท้อง สุดท้ายเธอก็หาข้อสรุปให้กับตัวเองไม่ได้อยู่ดี เพ่ยหยูจึงทำได้แค่ต้องรักษาจิตใจตัวเองให้แจ่มใสเหมือนเดิมเสียก่อน ซึ่งเธอเองก็ไม่คิดที่จะทำผิดกฎระเบียบจนตนเองต้องถูกลงโทษอยู่แล้วด้วย ในครัวแห่งนี้เธอคุยกับแค่สุ่ยอวี้และเหลียวตงสองคนเท่านั้น เพราะรุ่นพี่คนอื่น ๆ ต่างไม่มีใครสนใจแม้แต่จะชายตามองเธอเลย

“ล้างเสร็จก็เอาไปคว่ำไว้ตรงนั้นนะเพ่ยหยู พี่ให้เธอกลับไปนอนพักที่ห้องได้จนกว่าประกาศเรียกจะเริ่มอีกครั้งตอนบ่ายโมงครึ่ง เพ่ยหยูค่อยกลับมาช่วยงานที่นี่นะ” สุ่ยอวี้ที่แจกอาหารเสร็จเดินกลับมาดูก็เห็นเพ่ยหยูกำลังล้างถาดอยู่พอดี

“ได้ค่ะพี่สาวสุ่ย” เพ่ยหยูพยักหน้ารับคำ ยังดีที่ถึงเธอจะตัวเล็กแต่ก็มีเก้าอี้ให้ปีนขึ้นไปเอาถาดไปวางคว่ำอยู่ใกล้ ๆ เพ่ยหยูจึงไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสุ่ยอวี้

ในโรงอาหารตอนนี้ยังคงมีเพียงเสียงกินข้าวของทุกคนเท่านั้น เพราะพี่เลี้ยงหลายคนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กกำลังนั่งรวมตัวกันกินอาหารเงียบ ๆ ไม่ต่างกันนัก หากใครส่งเสียงดังระหว่างกินอาหารแน่นอนว่าต้องถูกลงโทษตามกฎ ทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา

ทหารบ้านสิบคนที่ทำหน้าที่ควบคุมเด็ก ๆ เกือบร้อยคนเองก็แยกกันนั่งกินอยู่อีกโต๊ะหนึ่งไม่ไกลกันนัก พวกเขาได้ยินข่าวแล้วว่าเมื่อเช้ามีทหารบ้านสองคนถูกไล่ออกและลงโทษที่คิดจะแย่งอาหารเด็กใหม่ ทำให้พวกเขาที่ทำหน้าที่ทหารบ้านต่างไม่มีใครกล้าทำตัวเกินเลยกับเหล่าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาวันนี้เช่นกัน

เพ่ยหยูที่คว่ำถาดเสร็จก็เดินออกจากโรงอาหารกลับไปยังห้องพักของเธอทันทีโดยไม่คิดจะเดินหาพวกไป่หลิวแล้ว เธอกลัวว่าหากเดินเพ่นพ่านอาจถูกลงโทษได้ เพ่ยหยูคิดว่ายังไงพวกเขาก็จะต้องกลับไปพักผ่อนที่ห้องเหมือนเธออยู่แล้ว เพ่ยหยูรอถามพวกเขาเรื่องเรียนที่นั่นก็ยังไม่สายเกินไปนัก อย่างไรเธอก็ยังมีเวลาอีกเกือบสองปีกว่าจะได้เข้าเรียน

เมื่อเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอน เพ่ยหยูก็กระโดดไปดึงประตูห้องให้เปิดออก ใครใช้ให้เธอตัวเล็กกว่าใครเพื่อนกันเล่า หากจะต้องรอคนอื่นมาเปิดให้ ไม่สู้เพ่ยหยูพยายามเองดีกว่า ยังดีที่เธอไม่ได้ตกลงมาบาดเจ็บ เพ่ยหยูเดินเข้าไปก็ปิดประตูเอาไว้เหมือนเดิม เธอไม่สามารถเดินไปเปิดหน้าต่างเองได้เพราะมันสูงเกินไป เพ่ยหยูจึงทำเพียงแค่เดินไปปีนเตียงแล้วนอนมองดูประตูห้องเอาไว้ว่าเมื่อไหร่พวกไป่หลิวจะกลับมาก็เท่านั้น

ยี่สิบนาทีต่อมา เด็กที่พักในห้องเดียวกันกับเพ่ยหยูต่างเริ่มเดินเข้ามาบ้างแล้ว รวมถึงพวกไป่หลิวทั้งสามเองก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย พอพวกเขาเดินไปเห็นเพ่ยหยูหลับอยู่บนเตียงก็พากันเดินให้เบาที่สุด ก่อนจะขึ้นเตียงไปนอนพักผ่อนเช่นกัน พวกเขาสามคนไม่กล้าจับกลุ่มคุยกันในห้องเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย และถึงแม้พวกเขาจะเข้าเรียนร่วมกับคนในห้องนี้มาก่อน แต่ด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัดทำให้พวกเขาไม่สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้แต่แรก

เพ่ยหยูที่คิดจะสอบถามเรื่องเรียนกับพวกไป่หลิวก็ไม่คิดว่าตัวเองพอหัวถึงหมอนก็นอนหลับเป็นตายไปเลย เธอยังคงนอนฝันหวานว่าพ่อแม่มารับไม่ต่างจากทุกวัน ถึงแม้ว่าเพ่ยหยูจะจำใบหน้าของพวกท่านไม่ได้ แต่เธอก็มั่นใจว่าคนในฝันนั้นเป็นครอบครัวของเธอ ตอนนี้เพ่ยหยูไม่ได้นอนร้องไห้เหมือนช่วงวันแรก ๆ ที่พลัดหลงแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อัจฉริยะเกินไปแล้ว

    เพ่ยหยูรอหน้าร้านไม่นานก็เห็นม่อชิวกับซี่หลิวเข็นรถออกมานำของใส่ท้ายรถของเซี่ยเยี่ยนจนเสร็จ ก่อนพวกเขาจะนำรถเข็นกลับเข้าไปคืนในร้านแล้วชวนเพ่ยหยูขึ้นรถ“คุณหนูอยากไปไหนต่อครับ” ม่อชิวถามหลังจากขึ้นรถแล้ว“กลับบ้านเลยค่ะ รบกวนพวกพี่ช่วยขนของพวกนี้ขึ้นไปที่ห้องฉันให้ทีนะคะ ฉันยังมีงานต้องทำต่ออีกเยอะเลยค่ะ” เพ่ยหยูบอกทั้งสองคน“ช่วงนี้คุณหนูไม่ต้องเข้าเรียนเหรอครับ” ซี่หลิวอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ตารางเรียนพวกนั้นไม่มีผลกับการตัดเกรดค่ะ ฉันเลยไม่อยากเสียเวลาเข้าเรียน” เพ่ยหยูบอกไปตามตรง เธอไม่เห็นว่ารายวิชาพวกนั้นจะช่วยให้งานวิจัยของเธอเสร็จเร็วขึ้นสักนิด สู้เธอเอาเวลาไปอ่านหนังสือและรีบทำอัลกอริทึมของตัวเองยังเร็วกว่าอีก

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สุดยอดโปรแกรมใหม่เสร็จแล้ว

    “นายไม่ต้องขอบใจฉันหรอกน่า ฉันแค่อยากทำอะไรที่ท้าทายใหม่ ๆ และเป็นประโยชน์ให้นายด้วยยังไงล่ะ” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบเพื่อนอย่างสบาย ๆ“คุณหนูรีบกินข้าวก่อนดีไหมครับจะได้ขึ้นไปพักผ่อนต่อ” ม่อชิวยังเป็นห่วงเพ่ยหยูที่ก่อนหน้านี้หลับไปนานจนเขาอดห่วงไม่ได้“ตกลงค่ะ คืนนี้ฉันจะพักผ่อนให้ดี ๆ แล้วจะได้เริ่มทำโปรแกรมให้หมิงทงพรุ่งนี้” เพ่ยหยูยิ้มรับคำของม่อชิว แต่ก่อนนอนเธอจะส่งอีเมล์หาเซี่ยเยี่ยนและปู่ของเธอเพื่อบอกสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำหลังจากนี้ เผื่อว่าทั้งสองคนจะมีคำแนะนำดี ๆ ส่งมาให้เธอบ้างหลังมื้ออาหารจบลง ทุกคนต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องไป ส่วนพวกม่อชิวก็จัดเก็บจานชามตามหน้าที่ของตัวเอง พรุ่งนี้พวกเขาจะต้องตรวจสอบรถที่จอดทิ้งไว้หลายวันและนำรถไปเติมน้ำมันเอาไว้ให้เต็มถังตามปกติด้วย

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เพ่ยหยูเพลียจัด

    เจ้าหน้าที่ช่วยม่อชิวขนสัมภาระของเพ่ยหยูลงจากรถเสร็จก็ขับจากไป เขายังได้ทิปจากม่อชิวอีกยี่สิบดอลลาร์สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย เพ่ยหยูเองก็ช่วยม่อชิวนำกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของเธอเช่นกัน ก่อนทั้งสองคนจะยืนรอคนอื่น ๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อนเมื่อทุกคนมาถึงพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว แต่ละคนต่างช่วยกันขนของขึ้นรถของเซี่ยเยี่ยนและแบ่งไปใส่รถของเซียวอวี้ตงด้วยเช่นเดียวกัน โชคดีที่ของทั้งหมดถูกยัดใส่เข้าไปได้จนเต็มพื้นที่พอดี ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องหารถเช่าอีกคันเพื่อขนของกลับไปแน่“รีบไปจ่ายค่าเช่าที่จอดรถกันดีกว่าค่ะ อ้อ ก่อนกลับเข้าบ้านพี่แวะที่ไชน่าทาวน์หน่อยนะคะ เราจะได้แวะซื้ออาหารเข้าไปกินกันที่บ้าน ฉันไม่อยากนั่งกินที่ร้านสักเท่าไหร่” เพ่ยหยูรู้สึกว่าเธอเหนื่อยเกินไปที่จะลงไปนั่งในร้านอาหารอีกครั้ง เพราะเมื่อคืนเพ่ยหยูเขียนแผนงานของตัวเองจนเกือบถึงเช้าเลยทีเดียว ขนาดว่าบนเครื่องเธอได้นอนบ้างแล้ว แ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   กลับบอสตันพร้อมลุยงาน

    “ได้ค่ะ พี่ม่อทำตามที่เห็นสมควรได้เลย แค่พาของพวกนี้กลับไปให้ฉันก็พอ” เพ่ยหยูไม่สนว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่หรือวิธีการอย่างไร นอกจากผลลัพธ์คือเธอได้ของกลับไปเท่านั้น“ทราบแล้วครับ พวกผมขอยกของขึ้นหลังรถสักครู่นะครับคุณหนู” ม่อชิวเห็นรถถอยกลับมาถึงด้านหน้าตรงที่พวกเขาอยู่แล้วจึงรีบบอกเพ่ยหยู“เดี๋ยวพวกเราช่วยด้วยครับ” เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงเอ่ยขึ้นพร้อมกันจากนั้นคนทั้งหมดก็ช่วยกันยกของขึ้นไปไว้บนรถ ซึ่งกล่องคอนโทรลของเพ่ยหยูยังดีที่สามารถยัดเข้าไปได้พอดีกับพื้นที่หลังรถเช่า เพียงแต่ของใหญ่ ๆ ชิ้นอื่นจะใส่มาเพิ่มไม่ได้ เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงเลยยกเมนบอร์ดกับแรมไปใส่ท้ายรถของพวกเขาแทน ส่วนของชิ้นเล็ก ๆ ที่เพ่ยหยูเลือกมาก็ยัดเข้าช่องว่างรถของเพ่ยหยูที่เหลืออยู่จนกระทั่งขนของเสร็จ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ของเก่าล้ำค่าสำหรับเพ่ยหยู

    “แล้วคุณหนูจะให้พวกผมช่วยหาอะไรเพิ่มอีกไหมครับ” ม่อชิวรีบเอ่ยถาม เขารู้ดีว่าเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงคงหาของให้เพ่ยหยูได้ไม่น้อยแน่ พวกเขาเองก็อยากช่วยด้วย“พวกพี่รู้จักเครื่องวัดกระแสไฟหรือเปล่าคะ ฉันอยากได้สักอันหนึ่ง ส่วนอย่างอื่นฉันอยากให้พวกพี่ไปดูในถังด้านโน้นดูหน่อยว่ามี TTL Logic Chips อยู่บ้างหรือเปล่า รูปร่างมันจะคล้ายกับชิปของหวังหมิงทงแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากค่ะ ถ้าไม่มั่นใจก็เอามากองไว้แล้วฉันจะไปเลือกดูเองอีกครั้งค่ะ” เพ่ยหยูบอกบอดี้การ์ดทั้งสี่ เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะรู้ไหมว่าเธอต้องการอะไรบ้างจริง ๆ แต่เพ่ยหยูก็ไม่ได้คิดมากเพราะเธอมีเวลาเลือกเหลือเฟือ“พวกผมจะลองไปหาดูนะครับ” ม่อชิวพยักหน้ารับคำแล้วแบ่งคนไปหาเครื่องวัดกระแสไฟที่เพ่ยหยูต้องการอีกด้านหนึ่ง เรื่องเครื่องวัดกระแสไฟพวกเขาก็เคยเห็นมาบ้าง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อยากได้โปรแกรมใหม่ไหม

    “อืม...ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นชิปที่คุณสร้างขึ้นมาสักครั้งนะครับ” อลันบอกจากใจจริง เขาที่เป็นคนดูแลทุกอย่างในห้องวิจัยยังดูไม่ออกเลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหนจึงทำให้ชิปที่สร้างมาใหม่ดูไม่สมบูรณ์สำหรับหวังหมิงทง พอเขารู้ถึงปัญหาใหญ่สองอย่าง อลันจะต้องเรียกนักวิจัยมาพูดคุย รวมถึงช่างในสายการผลิตให้ตรวจสอบเครื่องมือและเครื่องจักรทั้งหมด“ไม่มีปัญหาครับ รอให้ผมสร้างมันออกมาและทดสอบก่อน ผมจะเชิญคุณอลันไปดูชิปที่ผมสร้างด้วยตัวเองแน่นอนครับ” หวังหมิงทงยิ้มตอบ เขาไม่ได้มีอคติกับอลันเพราะรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของเขาต่างจากเพื่อนทั้งสองคนจนมักมีคนไม่ค่อยให้เกียรติเขาสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากตอนที่พบกับอลันครั้งแรกตามที่หวังหมิงทงสังเกตเห็นแต่แรก“ขอบคุณมากครับ ไม่ทราบเที่ยงวันนี้พวกคุณจะให้ผมเลี้ยงข้าวสักมื้อได้หรือเปล่าครับ” อลันถามเผื

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เด็กใหม่

    “ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถาบันสวัสดิการสังคม

    “เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status