LOGIN“สวัสดีค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูมองใบหน้าห
“พี่เซี่ยมองฉันทำไมกันคะ” เพ่ยหยูเอ่ยถามเสียงเบา เธอกลัวว่าถ้าพูดเสียงดังเพื่อนจะตื่น“พี่แค่กลัวว่าน้องจะเจ็ทแลคน่ะครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามตรง ถึงสีหน้าเขาจะเย็นชาแต่ดวงตาของเขาบอกเพ่ยหยูว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก“ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนั่งรถก็เวียนหัวอยู่เหมือนกัน” เพ่ยหยูบอกพร้อมรอยยิ้มบาง“เฮ้อ เป็นพี่ที่ดูแลพวกน้องได้ไม่ดีเองครับ” เซี่ยเยี่ยนอดถอนหายใจออกมาเสียงดังไม่ได้“อย่าโทษตัวเองสิคะ ฉันรู้ว่าพี่พยายามช่วยพวกเราเต็มที่แล้ว” เพ่ยหยูปลอบใจ“ขอบคุณนะครับที่ไม่ถือโทษพี่” เซี่ยเยี่ยนยังคงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
“ได้ค่ะคุณแม่” เพ่ยหยูรีบเดินไปประคองแขนอีกข้างของฉินจ้วงและเดินตามเซี่ยเยี่ยนเข้าไปภายในรั้วบ้านหลังขนาดกลางตรงหน้า เธอไม่รู้หรอกว่าห้องนอนอยู่ส่วนไหน“คุณชายให้พวกเขาช่วยกันดูดฝุ่นในห้องนั่งเล่นได้ไหมครับ ผมจะขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนให้นายท่านผู้เฒ่าฉินสักครู่” ผานฟงหันไปคุยกับเซี่ยเยี่ยน“อืม...นายรีบไปเถอะ” เซี่ยเยี่ยนพยักหน้ารับคำ จากนั้นเขาก็หันไปเรียกบอดี้การ์ดของฉินจ้วงให้มาช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านชั้นหนึ่งก่อน“พาคุณปู่ไปนั่งพักก่อนดีไหมคะพี่เซี่ย ที่นี่มีโซฟาไหม” เพ่ยหยูหันไปถามเซี่ยเยี่ยน ตอนนี้พวกเธอยังคงยืนกันอยู่หน้าประตูบ้านภายในแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เพราะในบ้านยังไม่ได้เปิดหน้าต่างให้แสงเข้ามาภายในเลย
หลังจากพวกเขาทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว ฉินจ้วงก็พาทุกคนไปนั่งรอเครื่องบินเพื่อบินไปต่อเครื่องที่สนามบินนาริตะ จากนั้นยังต้องต่อเครื่องจากนิวยอร์กไปยังบอสตัสอีกครั้ง เมื่อถึงบอสตันก็ยังต้องต่อรถไปยังเมืองเคมบริดจ์โดยข้ามสะพานผ่านแม่น้ำชาลส์ ซึ่งฉินจ้วงคิดจะจ้างรถที่สนามบินบอสตันเพื่อความสะดวกสำหรับทุกคน“เฮ้อ ไม่รู้ว่าเดินทางครั้งนี้จะเหนื่อยมากแค่ไหนกันนะ กว่าจะไปต่อเครื่องอะไรอีก” เซียวอวี้ตงหันไปบ่นกับหวังหมิงทงที่นั่งข้างกัน“เอาน่า ยังไงพวกเราก็ต้องไปนี่นา นายก็อดทนหน่อย” หวังหมิงทงที่เคยเดินทางด้วยรถไฟกลับบ้านเกิดของตัวเองให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยเดินทางไกล“ลูกอย่าบ่นมากนักเลยอวี้ตง ไปถึงที่โน่นแล้วค่อยนอนพักยาว ๆ” เซียวเจิ้งพ่อของเซียวอวี้ตงได้ยินเสียงบ่นของลูกชายจึงชะโงกหน้าผ่านร่าง
“อีกหนึ่งเดือนครับคุณปู่ฉิน” หลงไป๋บอกกำหนดการให้ทุกคนทราบ เขาส่งเอกสารไปเรียบร้อยนานแล้วตั้งแต่เรียนจบ และได้รับใบอนุมัติให้เข้าทำงานแล้วด้วย“อืม...ตั้งใจฝึกฝนล่ะรู้ไหม อย่าทำให้ตาเฒ่าหลงต้องเป็นห่วง” ฉินจ้วงเอ่ยบอกหลงไป๋ด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าหลงไป๋ถึงจะติดเล่นไปบ้าง แต่พอเอาจริงเอาจังแล้วก็ไม่ต่างจากหลงไท่เวยสักเท่าไหร่หรอก ยังไงลูกเสือก็คงไม่กลายเป็นหมาแน่นอน“ทราบแล้วครับคุณปู่ฉิน ตอนนี้ผมก็ลุกมาออกกำลังกายและฝึกฝนแต่เช้าครับ” หลงไป๋บอกถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการต้องไปทำงานเป็นทหารเหมือนพี่ชาย“เสียดายที่ฉันคงไม่ได้อยู่ส่งพี่ไป๋นะคะ ยังไงไปอยู่ในค่ายก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” เพ่ยหยูบอกด้วยสีหน้าเสียดายจริง ๆ ถึงเธอกับ
“เสี่ยวเยี่ยนก็จะไปกับเพ่ยหยูด้วยเหรอลูก” ฟ่งชิงชิงถามขึ้นเมื่อได้ยินว่าเซี่ยเยี่ยนก็จะเดินทางไปพร้อมทุกคนเช่นเดียวกัน“ใช่ครับคุณยาย ผมจะแวะไปดูบริษัทกับพาน้องไปดูบ้านผมที่นั่นครับ เผื่อน้องอยากอยู่ที่นั่นก็จะได้ไม่ต้องหาที่พักอื่นให้ลำบาก” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามตรง“อืม...ความจริงถ้าจะซื้อบ้านสักหลังที่นั่นก็ไม่ยากหรอกนะ ยังไงเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงก็จะเดินทางไปด้วยกันนี่นะ ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันได้ก็น่าจะดี ปู่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวหยูมากเกินไปน่ะ” ฉินจ้วงบอกความคิดของเขาให้ทุกคนฟัง เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตอนที่ฉินกวงไปเรียนที่อังกฤษ ฉินจ้วงก็ซื้อบ้านและให้บอดี้การ์ดส่วนตัวไปคอยดูแลฉินกวงจนกระทั่งเรียนจบ“มันจะไม่สิ้น
“ก็ดีนะคะคุณ เอาตามที่เสี่ยวเยี่ยนว่าก็ได้ แต่ครั้งนี้ทุกคนต้องไปตระกูลหลงนะคะ” ฟ่งชิงชิงอยากจัดงานเลี้ยงที่บ้านบ้างหลังจากไม่ได้รวมตัวกับลูกหลานมาพักใหญ่แล้ว“ตกลงครับ พวกเราไปบ้านตระกูลหลงกัน” ฉินจ้วงยิ้มบางตอบ พวกเขาเป็นสหายเก่ากันมาก่อนและยังเกี่ยวดองกันด้วย ทำให้การไปมาหาสู่ระหว่างตระกูลจึงเป็นเรื่องปกติ“อ้อ เสี่ยวฉิง ลูกชวนพ่อกับแม่ไปด้วยนะ” หลงเสวี่ยเวยหันไปบอกลูกสะใภ้ที่นั่งฟังอยู่กับลูกชายของเธอ ส่วนหลานชายเธอนั้นยังคงเล่นอยู่กับคู่สามีภรรยาตระกูลเวยอีกด้านหนึ่ง“ทราบแล้วค่ะคุณแม่” เวยฉิงยิ้มกว้างตอบ เธอไม่คิดว่าครอบครัวจะได้รับเกียรติครั้งนี้เซี่ยตงกับเซี่ยเยี่ยนนั่งคุยกับทั้งสองตระกูลใหญ่ต่ออีกครึ่งชั่วโมงก็ขอตัวกลับบ้าน
“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง
จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห







