LOGIN“ได้ค่ะ วันนี้ขอรบกวนอีกครั้งนะคะ”
คืนนั้นกว่าทั้งสามคนจะได้นอนเวลาก็ผ่านไปกว่าค่อนคืนแล้ว พรุ่งนี้พวกเขามีเรียนกันช่วงสายเลยไม่คิดมากกับการที่จะตื่นสายสักหน่อย ซึ่งม่อชิวที่คอยดูแลอยู่ก็รู้ดีว่าพรุ่งนี้ไม่ควรรีบปลุกคุณหนูกับคุณชายทั้งสอง เขาเข้านอนทีหลังเมื่อเห็นแสงไฟในห้องของทั้งสามคนดับลงไปในช่วงกลางดึกเหมือนกับทุกคืนสายวันต่อมา พวกเพ่ยหยูที่ได้นอนเต็มอิ่มก็พากันลงมาจากบนห้องแทบจะพร้อมกันเลยทีเดียว พวกเขาอดยิ้มขำให้กันไม่ได้ที่วันนี้ทั้งสามกลับตื่นสายเหมือนกันไม่มีผิด กระทั่งมาถึงห้องอาหารที่ม่อชิวกับคนอื่น ๆ เตรียมอาหารเอาไว้ให้ พวกเขาก็นั่งกินไปคุยไปเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องที่คุยก็ไม่พ้นเรื่องงานวิจัยของแต่ละคน“เมื่อคืนฉันลองใช้โปรแกรมของนายดูแล้วนะเซียวอวี้ตง นับว่าใช้ได้เลยล่ะ แต่ฉันคิดจะปรับโค้ดโปรแกรมเพิ่มเติมสักหน่อยน่ะ ฉันรู้สึกว่าวัสดุพวกนั้นล้าหลังเกินไป” เพ่ยหยูบอกไปตามที่เธอได้ทดลองใช้โปรแกรมที่ได้มาเ
หลังจบมื้ออาหาร ทุกคนก็เดินทางกลับบ้านทันที เพ่ยหยูเรียกหวังหมิงทงให้ขึ้นไปบนห้องของเธอโดยมีม่อชิวติดตามไปดูแลด้วยอย่างใกล้ชิด ส่วนเซียวอวี้ตงก็เข้าห้องตัวเองไปเช่นกันเพื่อสรุปเรื่องระบบเครือข่ายที่เขาเพิ่งเรียนรู้มาและหาวิธีการพัฒนาต่อไป“ฉันจะเริ่มสอนตั้งแต่อัลกอริทึมเบื้องต้นเลยนะหมิงทง นายสงสัยตรงไหนก็ถามได้” เพ่ยหยูยื่นหนังสืออัลกอริทึมเบื้องต้นที่เธอนำมาด้วยตั้งแต่ก่อนมาเรียนต่อส่งให้กับหวังหมิงทง“อืม...เธอเริ่มได้เลย ฉันจะตั้งใจฟัง” หวังหมิงทงพยักหน้ารับคำและหยิบสมุดจดขึ้นมาอีกครั้งเพ่ยหยูเห็นเพื่อนตั้งใจแบบนี้ก็ยิ้มบางออกมา เธอพยายามใช้ศัพท์ที่คนปกติน่าจะเข้าใจง่ายกว่าการใช้ศัพท์ทางเทคนิคที่เธอเรียนรู้มานานแทน เพ่ยหยูยังแนะนำให้หวังหมิงทงเปิดหนังสือที่เธอให้เพื
“ได้ค่ะ วันนี้ขอรบกวนอีกครั้งนะคะ” เพ่ยหยูพยักหน้ารับคำแล้วชวนเพื่อน ๆ ไปนั่งที่ด้านหนึ่งของห้องซึ่งมีเก้าอี้วางเอาไว้สิบห้านาทีต่อมา หัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่วันนี้ไม่มีปัญหาอะไรให้แก้ไขจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาสอบถามเพ่ยหยูว่าเพื่อนคนไหนทำงานวิจัยอะไรกันบ้าง พอรู้ว่าเซียวอวี้ตงกำลังทำเกี่ยวกับเครือข่ายความเร็วสูงเข้า เขาก็รู้สึกสนใจมากเป็นพิเศษ แต่พอหวังหมิงทงบอกถึงงานวิจัยของตัวเองบ้าง หัวหน้าฝ่ายเทคนิคก็ยิ่งให้ความสนใจมากขึ้นไปอีก เพราะปัจจุบันนี้การบีบอัดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ยังมีปัญหาอยู่มากสำหรับการทำธุรกรรมซื้อขายในตลาดหุ้น“ผมพาพวกคุณไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่านะครับว่าระบบของเราทำงานอย่างไร พวกคุณจะได้มีแนวทางในการพัฒนางานวิจัยต่อไป” หัวหน้าฝ่ายเทคนิคบอกพร้อมรอยยิ้ม เขาเองก็คาดหวังกับงานวิจัยของเด็กสามคนนี้ไม่น้อยเช่นกัน หากสามารถสำเร็จได้จริง ๆ จะทำให้การทำงานของเขาที่ตลาดหุ้นสบายขึ้น
ช่วงเย็นระหว่างทานอาหาร ทั้งสามคนก็พูดถึงโบรกเกอร์ของตัวเองที่โทรหาเมื่อช่วงบ่ายที่พวกเขายังอยู่กันที่มหาวิทยาลัย“โบรกเกอร์ของฉันให้คำแนะนำดีมากเลยล่ะ” หวังหมิงทงบอก เขาถึงกับต้องจ่ายเงินทดลองซื้อหุ้นตัวที่เคอติสแนะนำเลยทีเดียว“ของฉันก็พอใช้ได้อยู่นะ ฉันเลยลองซื้อตามเขาไปน่ะ” เซียวอวี้ตงไม่ได้คิดมากอะไร“แสดงว่าบริษัทที่พี่โทนี่แนะนำมาดีจริง ๆ นั่นแหละนะ ของฉันเขาก็ให้คำแนะนำมาเหมือนกันน่ะ ฉันเลยซื้อเพิ่มไปอีกตัวนึง แต่หุ้นของนายน่าซื้อมากเลยนะเซียวอวี้ตง ราคามันต่ำมากจนฉันอยากซื้อไว้สักสองหมื่นดอลลาร์เลยล่ะ” เพ่ยหยูคิดว่าหุ้นBio-Techne (TECH) น่าลงทุนจริง ๆ เธออยากลองดูว่าหุ้นตัวนี้ในอีกสามปีข้างหน้ามันจะขึ้นไปมากแค่ไหน
“สวัสดีค่ะ ฉันฉินเพ่ยหยู ไม่ทราบคุณชื่ออะไรคะ” เพ่ยหยูแนะนำตัวหลังจากรับสายโทมัสที่โทรมาแจ้งเธอเรื่องการอนุมัติและเปิดบัญชีซื้อขายให้เธอเรียบร้อยแล้ว“ผมโทมัสครับ ต่อไปคุณสามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลาที่ต้องการซื้อหรือขายหุ้นครับ เบอร์โทรผมน่าจะปรากฏที่หน้าจอโทรศัพท์ของคุณแล้วใช่ไหมครับ” โทมัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีกว่าก่อนหน้านี้ ตอนแรกเขาคิดว่าเพ่ยหยูเป็นแค่เด็กสาวที่อยากลองนำเงินมาลงทุนโดยไม่มีความรู้เท่านั้น แต่พอได้ยินน้ำเสียงที่ดูจริงจังของเธอ โทมัสจึงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าฉันสามารถซื้อหุ้นที่ต้องการตอนนี้ได้เลยหรือเปล่าคะ” เพ่ยหยูสอบถามทันที เธอไม่อยากเสียเวลามากนักกับเรื่องการลงทุนพวกนี้ ยังไงเธอกับเพื่อนก็เลือกกันเอาไว้แล้วว่าจะซื้อหุ้นตัวไหนเอาไว้บ้างก่อนหน้านี้“รอสักครู่นะครับ
“อืม...แวะเลยก็ได้ค่ะ พวกพี่จะได้ไม่ต้องออกมาซื้อของกันอีก” เพ่ยหยูไม่อยากใช้งานพวกเขามากเกินไปนัก อย่างน้อย ๆ เธอก็อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพักผ่อนบ้างนอกจากการดูแลพวกเธอซึ่งเป็นงานหลักที่คุณปู่สั่งการเอาไว้“ได้ครับ” ม่อชิวพยักหน้ารับคำ จากนั้นทุกคนก็เดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่ของพวกเขาทันทีเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงคราวนี้นั่งรถคันเดียวกัน ส่วนรถของหวังหมิงทงนั้นเขาให้อวี่หนิงช่วยขับให้แทน เพราะหวังหมิงทงอยากคุยกับเซียวอวี้ตงเรื่องการซื้อหุ้นระหว่างทาง“นายมีอะไรก็ว่ามาเถอะหมิงทง” เซียวอวี้ตงที่กำลังขับตามหลังรถของเพ่ยหยูเอ่ยขึ้น“นายว่าฉันควรถือหุ้นยาวหรือถือระยะสั้นเพื่อเอาเงินมาคืนเพ่ยหยูดี&rd
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช
“อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว
เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้







