تسجيل الدخول“ครับคุณพ่อ” ฉินเหวินคลายอ้อมแขนออกจาก
“ได้ครับ พรุ่งนี้ช่วงเย็นพี่ถึงจะได้เข้าไปดูความเรียบร้อยของงานนะครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกเอาไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะเขายังมีเรื่องต้องจัดการในวันพรุ่งนี้อยู่เกี่ยวกับของหมั้น“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจะช่วยดูแทนเองนะคะ พี่ไม่ต้องกังวล” เพ่ยหยูยิ้มบางบอกอีกครั้ง เธออยู่บ้านกับพี่สะใภ้ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเล่นกับฉินซ่งอยู่แล้ว และงานหมั้นก็เป็นของเธอเอง เพ่ยหยูเลยอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเซี่ยเยี่ยนอีกแรงหนึ่ง“ขอบคุณมากนะครับ ลำบากน้องเพ่ยหยูแล้ว” เซี่ยเยี่ยนหันไปจ้องสายตาหวานของเพ่ยหยูอยู่พักใหญ่ ก่อนเขาจะยอมละสายตาจากความงามตรงหน้าไปอย่างเสียดายเพ่ยหยูเห็นสายตาของเซี่ยเยี่ยนก็อดเขินไม่ได้เช่นกัน เธอได้แต่เสมองไปข้างหน้าต่างกระจกรถแต่ก็ยังแอบมองเซี่ยเยี่ยนผ่านกระจกตรงหน้าอยู่ เพ่ยหยูคิดว่าคนเย็นชาอย่างเขาเวลาที่จ้องตาเธอแ
คืนนั้นกว่าเพ่ยหยูจะนอนก็กินเวลาเกือบเที่ยงคืน เพราะเธอมัวแต่จัดการสิ่งของที่นำกลับมาจากหอพักให้เป็นระเบียบอยู่ ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าจะมีคนรับใช้นำไปทำความสะอาดและจัดให้บางส่วนแล้วก็ตามที แต่เพ่ยหยูก็ยังคงตรวจสอบซ้ำด้วยตัวเองสามวันต่อมาขบวนรถของเซี่ยเยี่ยนมาถึงบ้านตระกูลฉินตอนเก้าโมงเช้า เขาเข้าไปด้านในเพื่อทักทายเวยฉิงซึ่งเลี้ยงฉินซ่งอยู่ที่บ้านตามปกติ ก่อนที่เซี่ยเยี่ยนจะพาเพ่ยหยูออกจากบ้านเพื่อไปลองชุดหมั้นที่เลือกร้านเอาไว้ล่วงหน้าตามที่ฉินจ้วงแนะนำมา พิธีในครั้งนี้ทั้งคู่จะสวมชุดแบบจีนโบราณตามที่เพ่ยหยูเสนอ เธออยากให้พิธีการในครั้งนี้ดูเป็นทางการมากกว่าตอนพี่ชายได้หมั้นกับพี่สะใภ้ซึ่งดูจะเป็นสากลไปสักหน่อยกว่ารถจะไปถึงร้านได้ก็ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง เพราะการจราจรยังคงติดขัดอยู่ถึงแม้เวลาจะสายมากแล้วก็ตาม เมื่อพนักงานเห็น
“รอให้เสี่ยวซ่งโตกว่านี้ก่อน พี่สะใภ้ค่อยพาเขาไปเที่ยวหาหนูที่โน่นก็ได้ค่ะ” เพ่ยหยูเห็นสีหน้าของพี่สะใภ้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ พี่สะใภ้เธออายุยังน้อยก็ต้องเป็นแม่คนแล้ว เพ่ยหยูคิดว่าเวยฉิงเองก็คงยังไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศมาก่อนถึงได้แสดงสีหน้าแบบนี้“ตกลงจ๊ะ รอเขาโตกว่านี้แล้วพี่จะให้พี่กวงพาไปเยี่ยมเพ่ยหยูนะ” เวยฉิงยิ้มบางตอบเพ่ยหยูนั่งคุยกับเวยฉิงและเล่นกับฉินซ่งจนกระทั่งถึงเวลากินมื้อเที่ยง จากนั้นเธอก็ให้คนมาช่วยดูหลานและชวนเวยฉิงไปกินข้าวเสียก่อน ระหว่างกินข้าว เวยฉิงก็ถามเพ่ยหยูเรื่องที่ตัดสินใจหมั้นกับเซี่ยเยี่ยนอีกครั้ง พอเวยฉิงรู้ว่าเพ่ยหยูตัดสินใจมาดีแล้ว เธอก็ได้แต่ให้กำลังใจและยืนยันว่าเพื่อนสนิทเธออย่างเซี่ยเยี่ยนเป็นคนที่พึ่งพาได้หลังมื้ออาหาร เวยฉิงพาฉินซ่งขึ้นไปกินนมบนห้อง ส่วนเพ่ยหยูก็เข้าห้องสมุดไปเก็บเอ
เมื่อถึงเวลารวมตัวทานมื้อเย็น ฉินกวงถึงจะยังตะขิดตะขวงใจกับเซี่ยเยี่ยนอยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรไม่ดีออกไปอีก เพราะฉินจ้วงเอ่ยบอกทุกคนเรื่องกำหนดการงานหมั้นของเพ่ยหยูหลังจากสัปดาห์หน้าออกมาแล้ว ฉินกวงจึงทำได้แค่รอเข้าร่วมงานของน้องสาวเท่านั้นเซี่ยเยี่ยนยังคงคอยดูแลอาหารให้เพ่ยหยูเหมือนกับทุกครั้ง จนกระทั่งพวกเขาทานมื้อเย็นกันเสร็จในเวลาต่อมา เซี่ยเยี่ยนก็ขอตัวกลับบ้านและนัดกับเพ่ยหยูว่าจะมารับในสัปดาห์หน้าเพื่อไปขนของออกจากหอพักของเธอ เขาอยากปล่อยให้เพ่ยหยูได้พักผ่อนดี ๆ หลังจากเรียนจบมาหมาด ๆ เซี่ยเยี่ยนยังมีเวลาอีกมากที่จะได้พาเพ่ยหยูออกไปข้างนอกสายวันต่อมา เพ่ยหยูถือโน้ตบุ๊คลงมาที่ห้องสมุดก่อน จากนั้นจึงไปนั่งกินข้าวเช้ากับคนในครอบครัว วันนี้เธอกับพี่สะใภ้ต่างอยู่บ้านด้วยกัน ส่วนคนอื่น ๆ ต้องออกไปทำงานตามหน้าที่ของพวกเขาเหมือนกับทุกวัน“
“เฮ้อ เอาล่ะ ๆ อย่าทะเลาะกันเลย พวกหลานไปดูเสี่ยวซ่งเถอะ เรื่องหมั้นให้ปู่กับพ่อของหลานคุยกับคุณชายเซี่ยเอง” ฉินจ้วงถอนหายใจยาวอย่างระอากับนิสัยหลานชาย ยังดีที่หลานสะใภ้ของเขาไม่ได้อ่อนแอจนถูกฉินกวงข่มได้“ทราบแล้วครับคุณปู่ ที่รัก เราไปดูลูกกันนะครับ” ฉินกวงโอบร่างบางของเวยฉิงที่น้ำหนักลดลงมากหลังจากคลอดลูกชายตัวอ้วนออกมาเมื่อครึ่งปีก่อน“คุณชายเซี่ยมั่นใจแล้วนะครับว่าจะหมั้นหมายกับลูกสาวผม” ฉินเหวินถามเซี่ยเยี่ยนอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง เขามีลูกสาวคนเดียว แน่นอนว่าลูกเขยที่จะเข้าบ้านจะต้องสามารถดูแลลูกของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“ผมมั่นใจและตั้งใจจะหมั้นกับน้องจริงครับ หลังจากน้องเรียนจบ ถ้ายังไม่อยากแต่งงาน ผมก็จะไม่บังคับน้องครับ ผมจะรอจนกว่าน้องจะพร้อมครับ” เซี่ยเยี่ยนตอบกลับด้วยสีหน้าจร
“อืม...ฉันขอปรึกษาครอบครัวก่อนได้หรือเปล่าคะ” เพ่ยหยูรู้สึกว่าตั้งแต่บ้านเธอตกลงให้โอกาสเซี่ยเยี่ยนเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาก็ทำหน้าที่ดูแลเธอได้ดีกว่าที่คิดเสียอีก เพ่ยหยูจึงไม่อยากปฏิเสธคนดี ๆ แบบเซี่ยเยี่ยนเร็วเกินไปนัก ถึงแม้ว่าเพ่ยหยูจะยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าการรักใครสักคนเพื่อเป้าหมายในการเป็นคู่ชีวิตต้องทำยังไง แต่เพ่ยหยูรู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดคุยและสอบถามหลายอย่างจากเซี่ยเยี่ยนได้อย่างสบายใจมากกว่าคุยกับผู้ชายคนอื่น“ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปคุยกับครอบครัวน้องเพ่ยหยูเลยนะครับ” เซี่ยเยี่ยนไม่อยากให้ปล่อยเวลาล่วงเลยผ่านไปมากกว่านี้ เขาอยากจับจองสาวน้อยที่ตอนนี้สวยสะพรั่งมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าเร็ว ๆ เซี่ยเยี่ยนไม่วางใจหากต้องปล่อยเพ่ยหยูไปเรียนต่อโดยเขายังไม่มีสถานะที่มั่นคงกับเธอ จากประสบการณ์ของเขาตอนเรียนต่างประเทศที่ผ่านมา คนต่างชาติมักจะเข้าหาผู้หญิงอย่างตรงไปตรงมาและมีความสัมพันธ์
“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช
“อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว
เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้







