Home / รักโบราณ / เฟิ่งหวง [鳳凰] / ตอนที่ 1 มือสังหาร

Share

ตอนที่ 1 มือสังหาร

last update Last Updated: 2025-10-22 00:36:16

พยับเมฆคล้อยผ่านยามอาทิตย์อัสดง ประกายแสงอ่อนจางกระจายเหนือน่านฟ้า ครั้นกระทบละอองหิมะที่ถูกลมแรงพัดพา จึงบังเกิดภาพคล้ายเหล่าเทพเซียนบนสรวงสวรรค์กำลังโปรยบุปผชาติเพื่อแสดงความยินดีให้กับไท่จื่อพระองค์แรกแห่งอาณาจักรต้าฉิน

ผ่านมานับสองศตวรรษ ในที่สุดต้าฉินก็เพิ่งจะมีรัชทายาทที่ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล ทั้งยังไม่ใช่โอรสองค์โตอีกด้วย

ฉงเยว่ไท่จื่อ…จื่อเว่ย

ลานกว้างกลางเมืองเฟิงหยางเป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในฤดูหนาวของปีซินซื่อ[1]

แท่นสี่เหลี่ยมยกสูงราวสองจั้งคือพระที่นั่งสำหรับฉินเยว่หวงตี้ซึ่งทรงฉลองพระองค์สีดำปักลวดลายมงคลทั้งสิบสอง[2]ด้วยไหมทองอันวิจิตรบรรจง ถัดจากนั้นจึงเป็นหวงโฮ่ว หวงไทโฮ่วและเหล่าฟูเหรินทั้งหลาย ที่ต่างก็แต่งกายด้วยอาภรณ์หลากสีสัน ราวกับหมู่มวลบุปผาในฤดูใบไม้ผลิ

บรรดาองค์ชายและองค์หญิงถูกจัดให้นั่งเบื้องล่างเพื่อให้สะดวกแก่การเคลื่อนไหว โดยที่นั่งฝั่งขวาที่ใกล้ชิดพระแท่นขององค์จักรพรรดิมากที่สุดก็คือเจ้าของงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้

ฉงเยว่ไท่จื่อ…จื่อเว่ย องค์ชายสามผู้ประสูติจากหยินซีหวงโฮ่ว

แม้พระเชษฐาองค์โตจะประสูติจากหวงโฮ่วเช่นกัน ทว่าตำแหน่งไท่จื่อกลับตกสู่มือของจื่อเว่ยผู้ไร้ฐานอำนาจอย่างง่ายดาย เรื่องนี้จึงสร้างความกินแหนงแคลงใจระหว่างบรรดาโอรสธิดาทั้งหลายต่อจื่อเว่ยอย่างยิ่ง แม้ว่าพระญาติทางฝ่ายหวงโฮ่วจะเป็นจวนของเซี่ยโหว ทว่าจื่อเว่ยกลับมิได้สนใจฐานอำนาจเหล่านั้น เขาแยกตัวออกมาจากอำนาจของตระกูลฝั่งพระมารดา ยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นลมในราชสำนักด้วยการดำรงตำแหน่งทางราชการ ไม่รับการคารวะส่วนตัวจากขุนนางกรมกองใดทั้งสิ้น กล่าวกันว่าตำแหน่งทางราชการของเขานั้นขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เหล่าขุนนางต่างก็ไม่กล้าข้องเกี่ยวกับเขา กระทั่งความสัมพันธ์กับองค์ชายใหญ่ผิงอันก็ยังห่างเหินเย็นชาต่อกัน กล่าวได้ว่า

ฉงเยว่ไท่จื่อกระทำตนประหนึ่งไร้ญาติขาดมิตรก็ไม่ผิดนัก

กระทั่งงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ เมื่อองค์จักรพรรดิทรงออกพระโอษฐ์ว่าให้เขาจัดการด้วยตนเอง ไท่จื่อคนนี้ถึงกับกลั่นแกล้งคนตั้งแต่เบื้องบนยันเบื้องล่าง งานเฉลิมฉลองกลางลานกว้างในฤดูหนาวของต้าฉิน เท่ากับกลั่นแกล้งทั้งผู้ที่อยู่เบื้องบนอย่างองค์จักรพรรดิและข้าราชบริพารทั้งหลายที่ยืนตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บ แม้ว่าชุดจี๋ฝู[3]ที่สวมกันอยู่จะทั้งหนาและหนัก แต่ก็มิอาจช่วยให้คนเหล่านั้นไม่สั่นเทาเพราะความหนาวเย็นได้ มีเพียงบรรดานางกำนัลและขันทีที่ยังคอยวิ่งวุ่นเพื่อนำเตาอุ่นมาเปลี่ยนให้เท่านั้นที่เหนื่อยเหงื่อโทรมกาย

กล่าวกันว่าเหล่าขุนนางเฒ่าทั้งหลายที่มักจะเอ่ยปากคัดค้านทุกโครงการของฉงเยว่ไท่จื่อ บัดนี้ได้แต่หน้าชื่นอกตรม แย้มยิ้มทั้งๆ ที่ฟันบนล่างกระทบกันจนแทบแตกเพราะความหนาวเย็น

สายตาทิ่มแทงนับร้อยคู่จดจ้องมายังฉงเยว่ไท่จื่อ คมหอกคมดาบพร้อมจะเบนมาที่เขาอย่างไม่คิดเกรงกลัวพระราชอำนาจขององค์จักรพรรดิ ทว่าตัวคนที่ถูกจับตามองกลับมิได้อนาทรร้อนใจ ดวงตาคมยังคงสงบนิ่ง จดจ่ออยู่กับนางระบำหน้าขาวที่อยู่กลางเวที พร้อมทั้งสาดสุราร้อนแรงลงคออย่างใจเย็น

บางครั้งเหล่าขุนนางเฒ่าที่ลอบถลึงตาอย่างเดือดดาลใส่ฉงเยว่ไท่จื่อยังแทบกระอักเลือดเพราะรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ประดับริมฝีปากทุกครั้งที่เผลอสบสายตา นั่นมิเท่ากับว่ากำลังสำราญพระทัยเหลือคณาหรอกหรือ!

เรื่องเหล่านี้ถึงจะอยากร้องเรียน คนเหล่านั้นก็มิบังอาจ เพราะโอรสสวรรค์ที่ประทับบนพระแท่นสูงยังมิเคยออกพระโอษฐ์ดุด่าสักคำ ทั้งยังเปรยๆ ว่าวันนี้อากาศอบอุ่นขึ้นมาก สมควรอาบแดดกันสักชั่วยามสองชั่วยามเพื่อให้เลือดลมสูบฉีด สุขภาพจะได้แข็งแรงปราศจาคโรคภัย

เฮอะ! สวรรค์ทรงโปรด ที่แท้แล้วตำแหน่งขุนนางอันใหญ่โตที่บรรดาประชาชนให้ความเคารพยำเกรงยังเป็นอะไรได้อีก ถูกบิดาและบุตรคู่นี่รังแกจนเลือดลมจุกอกแทบตายแล้ว

จังหวะกลองศึกในการแสดงระบำดาบกลางเวทีกระตุ้นเลือดลมร้อนแรงในอกของผู้คนจนบังเกิดความฮึกเหิม อาภรณ์น้อยชิ้นสีแดงชาดที่นางระบำทั้งสามสวมอยู่สะบัดพลิ้ว ผิวขับให้ขาวปานหิมะของพวกนางที่ปรากฏใต้แสงอาทิตย์อัสดงคล้ายเปลวเพลิงร้อนแรง เนินเนื้อนวลเนียนกระเพื่อมไหวตามจังหวะเร่งเร้า ทรวดทรงอรชรบิดส่ายคล่องแคล่วประเปรียวประดุจกิ่งหลิวที่สะบัดพลิ้วตามแรงลม พานให้ผู้คนที่พบเห็นบังเกิดความกระหายอย่างแรงกล้า

คงมีเพียงนางระบำเหล่านี้เท่านั้นที่พอจะเรียกว่า...สามารถสร้างความบันเทิงเริงใจได้

เมื่ออยู่กลางเวที ยามที่ร่างกายของพวกนางเคลื่อนไหวด้วยจังหวะดุดันระคนร้อนแรง แม้อาภรณ์จะน้อยชิ้น หรืออากาศจะเหน็บหนาวเพียงไร ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าพวกนางรู้สึกอย่างไร เพราะดวงหน้าทั้งใบถูกพอกแป้งขาว คิ้วโก่งวาดด้วยถ่านดำจนไม่มีเค้าเดิม ริมฝีปากทาชาดแดงเข้มราวกับโลหิต ใต้ผ้าคลุมครึ่งหน้า หากมิได้สังเกตอย่างละเอียด กลับไม่สามารถแยกนางระบำทั้งสามจากกันได้

ดวงตาหงส์กวาดมองบุรุษรอบด้านที่แสดงสายตาหื่นกระหายอย่างโจ่งแจ้ง สังเกตรายละเอียดและทางหนีทีไล่ระหว่างเคลื่อนไหวด้วยท่าระบำอันน่าตื่นเต้น พลันเห็นว่าเป้าหมายนั่งอยู่ไม่ไกล

เขาสวมอาภรณ์สีดำปักลายมงคล แววตาเรียบเฉยต่างจากใบหน้าที่แย้มยิ้มซึ่งดูคล้ายกำลังเย้ยหยันสรรพสิ่ง น่าแปลก...สายตาคมกล้านั้นกลับมิได้ละไปจากตัวนาง

แย่ล่ะ…หรือเขาจะดูออก

หญิงสาวในชุดนางระบำลังเลใจเล็กน้อย ดวงตาหงส์ปรายมองคนตีกลองคราหนึ่ง รอคอยจังหวะสัญญาณ

ตึง…ตึง ตึง ตึง ตึง

เท้าเปล่าเปลือยโจนทะยานไปข้างหน้า เหวี่ยงดาบปลายห่วงในมือไปยังเป้าหมายในทันใด

ผู้คนแตกตื่น ทว่ามิได้แตกตื่นเพราะตกใจกลัว คนเหล่านี้กำลังตื่นเต้น เหล่าขุนนางต่างก็ภาวนาให้สตรีนางนี้สังหารไท่จื่อพระองค์นี้เสียให้สิ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงความคิดเหลวไหลก็ตาม

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ใจพวกเขา แต่มันจะเป็นเรื่องจริงได้อย่างไร

 ใครหน้าไหนจะยังกล้าสังหารรัชทายาทของอาณาจักรใหญ่อย่างต้าฉินได้ นั่นมิเท่ากับว่าโง่งมแล้วหรือ

สีหน้าของจื่อเว่ยยังคงนิ่งสงบ เขาลุกขึ้น มิได้วิ่งหนี ทว่ากลับเคลื่อนกายเข้าหานางอย่างรวดเร็ว กลีบปากได้รูปเผยอยิ้มงามจนคนมองตาพร่า ยื่นแขนแกร่งโอบเอวนางแน่น แรงเหวี่ยงส่งให้คนทั้งสองหมุนกลางอากาศ ธนูดอกหนึ่งเฉี่ยวปลายหูนางไปไม่ถึงชุ่น[4] ขณะกำลังจะพลิกตัวหนีตามสัญชาตญาณ ข้อมือพลันถูกจื่อเว่ยกระแทกจนอ่อนแรง ดาบในมือร่วงสู่มือเขา ครั้นเท้าแตะพื้น เขากลับกระโจนตัวสูงขึ้นอีกครั้ง กอดร่างนางแนบอก ดาบในมือปัดป้องธนูลับที่ยิงมาอย่างไม่ปรานี กลิ่นอายบุรุษโอบล้อมจนนางมึนงงไปชั่วขณะ

ไม่ถูกต้อง!

“มีคนร้าย!”

ใครบางคนตะโกนเสียงดัง คราวนี้เหล่าขุนนางต่างตกใจจนหูอื้อตาลายที่เรื่องซึ่งเป็นเพียงจินตนาการกลับกลายเป็นเรื่องจริง ได้แต่กู่ร้องในใจพร้อมแก้ตัวกับสวรรค์ว่าตนเองไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เพียงชั่วอึดใจเหล่าองครักษ์จึงกรูเข้ามาช่วยปัดป้อง บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์กรีดร้องโวยวายด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เบื้องหน้ามิใช่การแสดงแล้ว

“คุ้มครองจักรพรรดิ คุ้มครองเชื้อพระวงศ์!”

ฝูซินตื่นตระหนกในใจ ในแผนการมิได้มีธนูมาเกี่ยวข้อง แล้วธนูปริศนามาจากที่ใดกัน หรือเสด็จพี่ของนางเปลี่ยนแผน?

จื่อเว่ยร่อนลงพื้น ตกอยู่ในการคุ้มครองของเหล่าองครักษ์

ฝูซินพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดของเขา ทว่าข้างหูพลันได้ยินเสียงขู่กำชับอันเย็นเยียบ

“อยู่นิ่งๆ หากเจ้ายังไม่อยากถูกบั่นคอในตอนนี้”

กระแสลมเย็นพัดวูบจนตัวของนางสั่นเทาเล็กน้อย เกล็ดหิมะโปรยลงมาใส่ปลายจมูก ก่อนจะละลายไปกับอุณหภูมิของร่างกาย ลมหายใจของนางถี่กระชั้น ตัวแข็งทื่อไปโดยปริยาย

หลังจากร่ายระบำจนเหงื่อท่วมตัว บัดนี้กลับรู้สึกหนาวเหน็บในใจอย่างยิ่ง

“ไท่จื่อ นางคนนี้…”

องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม จื่อเว่ยยกมือขึ้นห้าม กล่าวเสียงเรียบ “นางเป็นคนของข้า เมื่อครู่หากไม่ได้นางช่วย ธนูคงเสียบคาอกข้าแล้ว กลับตำหนักก่อน”

แม้จะสงสัย ทว่าองครักษ์กลับไม่กล้าสงสัยคำพูดของผู้เป็นนาย

“พ่ะย่ะค่ะ”

ขบวนคุ้มครองไท่จื่อเบียดอัดไปด้วยเหล่าองครักษ์ที่มีกลิ่นเหม็นสาบ ฝูซินถูกผ้าสีดำคลุมทับศีรษะ มองเห็นแต่เพียงรอยเท้า ถูกเขากึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามไป กระทั่งได้ยินเสียงเล็กแหลมของนางกำนัลที่เฝ้าต้นทาง เท้าพลันสะดุดกับพื้นที่ต่างระดับจนล้มคะมำ

ตุ้บ!

ไม่มีมือยื่นมา ไม่มีเสียงหัวเราะ มีแต่เสียงฝีเท้าที่จากไปและเสียงปิดประตู

ฝูซินกัดริมฝีปาก ดึงผ้าที่คลุมศีรษะออกด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ครั้นสายตาปรับการมองเห็นได้แล้ว พลันเห็นว่าที่ยืนค้ำศีรษะนางอยู่ก็คือ…เป้าหมายในการลอบสังหารครั้งนี้

ดวงตาคมกริบทิ่มแทงจนนางต้องเสหลบตา กลีบปากบางเม้มแน่น

“เจ้าชื่ออะไร”

ไม่ตอบ…เรื่องอะไรนางจะตอบ

“ใครส่งเจ้ามา”

ตอบนางก็ตายสถานเดียวเท่านั้น

เขานิ่งไปชั่วอึดใจ ทันใดนั้นพลันตะโกนบอกคนด้านนอก “เอาน้ำร้อนเข้ามา”

ฝูซินสะดุ้งเล็กน้อย ทว่าสามารถเก็บอาการไว้ได้อย่างทันท่วงที หางตาของนางกระตุก คล้ายว่า...ลางร้ายกำลังจะมาเยือน

นางหลุบตาลงต่ำ ยังคงดื้อดึง

จื่อเว่ยย่อเข่าลง หรี่ตามองนางด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะหันไปทางประตู “ส่งองครักษ์มาสี่นาย จับนางแก้ผ้า ผลัดกันเชยชมแล้วส่งใครสักคนมาวาดรูปนางแปะประจานทั่วต้าฉิน!”

ใจของฝูซินแกว่งไกวด้วยความตระหนก นางถลึงตาใส่เขาอย่างเดือดดาล รุ่มร้อนในอกจนอยากจะใช้กรงเล็บฉีกกระชากร่างกายเขาจนเหลือแต่เพียงกระดูก

สวรรค์! เขามันปีศาจชัดๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปเมืองเสียนหยางชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอิงแอบกันใต้ต้นหลิว อาภรณ์และเส้นผมพลิ้วสะบัดตามกระแสลมที่พัดความเย็นจากริมน้ำ ใบหน้าของทั้งคู่ประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาทอแววสงบ ราวกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลกหลายปีมานี้เขาและนางค่อยๆ เติบโตขึ้น ค่อยๆ ทำการเรียนรู้ ระหว่างการเดินทางมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต พลันรู้สึกว่าถ้อยคำโต้เถียงกันในช่วงแรกของชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันนัก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันนานขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ วันใดที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโต้เถียงกัน นั่นอาจถือได้ว่าทั้งคู่ต่างเลิกที่จะสนใจกันและกันเสียแล้วชายหนุ่มและหญิงสาวได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาห้าวหาญขึ้น นางเข้มแข็งขึ้นราวกับทั้งคู่กำลังประคับประคองกันและกันผ่านวันคืนมากมาย ยามนี้ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจน ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา ขณะที่โฉมงามข้างกายยิ่งงดงามขึ้น เส้นสายบนร่างกายยิ่งนานยิ่งชัดเจน ความนุ่มนวลค่อยๆ เผยสู่สายตาของชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนของนางจื่อเว่ยกุมมือข้างหนึ่งของฝูซิน เขาสอดประสานปลายนิ้วนางก่อนกระชับแน่น มืออ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 2

    ฝูซินนำราชโองการกลับสู่ราชสำนักแคว้นเว่ย ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังลานบวงสรวงของราชวงศ์รอบลานบวงสรวงคือเหล่าธิดาเทพ พี่น้องในราชวงศ์ ขุนนางสหายที่เคยร่วมทางกันมาและจื่อเว่ยซึ่งกำลังอุ้มทารกเพศชายหน้าตาน่ารักซึ่งคอยแต่โบกมือให้นางพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เด็กคนนี้คลอด เขาแทบไม่เคยยอมให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรแทนตนเองเลยสักครั้งเว่ยซิน...นางอมยิ้มด้วยความตื้นตัน ก่อนจะส่งราชโองการให้เว่ยหวางฝูเจี้ยนร่างสูงใหญ่ประดุจภูผาสูงของเจ้าครองแคว้นเว่ยเดินขึ้นหน้า เขาเปิดราชโองการสีทอง แม้จะคาดการไว้แล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรนัยน์ตาก็พลันไหววูบ เป็นราชโองการเมื่อปีที่เว่ยหวางฝูหย่งสิ้นพระชนม์เขามองหน้าน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน“วันนี้ข้า เว่ยหวางฝูเจี้ยน ขอประกาศราชโองการในฉินเยว่หวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าฉิน”วันที่สิบ เดือนห้า ปีจี๋เหม่า[1]เว่ยหวางฝูหย่งเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม เนื่องด้วยความสามารถอันศักดิ์สิทธิ์ จึงล่วงรู้ถึงจุดจบของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงใช้อายุขัยที่เหลืออยู่เพื่ออุทิศให้กับความสงบสุขของแผ่นดิน

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1.1

    ตายแล้ว”“ยังเพคะ พระชายาเบ่งอีกนิดเพคะ ทารกกลับหัวแล้ว”“อึก! ไม่ไหวแล้ว ซินเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนนะ ข้าเจ็บจนหมดแรงแล้ว!”เขานอนอยู่นอกม่าน ตั้งแต่ที่นางบอกว่าจะคลอด เขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ความเจ็บปวดนี้ยิ่งกว่าการถูกก้อนหินบดทับร่างกายเสียอีก ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาถูกหามเข้ามาในห้องเพราะอยากเข้ามาให้กำลังใจชายารัก ทว่านางกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขามาตลอดทางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมิใช่ตื่นตระหนกเพราะนางกำลังจะคลอดแต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทั้งหมดกลายเป็นเขารับแทนต่างหากเล่าขณะที่นางปีนขึ้นเตียง ผ้าม่านกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ได้ยินเสียงกัดฟันของจื่อเว่ยก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก ขณะที่มีคนช่วยนางทำคลอด จื่อเว่ยกลับถูกองครักษ์ตรึงแขนขาไว้แน่นเพื่อมิให้เขาทำร้ายตัวเองนางกำนัลที่ช่วยทำคลอดคอยสั่งให้ฝูซินค่อยๆ เบ่งทารก รู้สึกประหลาดใจมากที่เสียงของจื่อเว่ยนั้นสอดคล้องกับจังหวะการทำคลอดของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง“ซินเอ๋อร์!” จื่อเว่ยตะโกน แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห่วงนางว่าจะไม่สามารถคลอดทารกได้โดยง่าย“เบ่งเพคะ!”เสียงร้องของฝูซินดังขึ้นเพราะออกแรงเล็กน้อย ขณะเดียวกันจื่อเว่ยก็แหกปากเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เม

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากนั้นจื่อเว่ยก็กลับมาอยู่จวนเซี่ยโหวฝูซินได้พบกับเซวียนหลินอีกครั้ง น้องสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวโฉมงาม เนื่องด้วยเป็นน้องเล็ก จึงแทบมิได้ฝึกปรือเพลงยุทธ์อย่างที่บรรดาพี่น้องคนอื่นต้องเรียนรู้ แต่เดิมนางก็ถูกเลี้ยงดูประดุจไข่ในหินอยู่แล้ว ครั้นมาอยู่จวนเซี่ยโหว นางจึงได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากหยวนเหล่าไท่และสวีฟูเหริน เปิดเผยความสามารถทางด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้กระทั่งฝูซินที่เห็นผลงานที่น้องสาวฝึกปรือมาก็ต้องข่มความขมขื่นในใจพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปากช่วงแรกเซวียนหลินถูกเซี่ยหย่งชิงกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่หลังจากที่นางเศร้าซึมไปเพราะทราบข่าวที่ฝูซินหายตัวไป ชายหนุ่มก็ทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเขาปลอบสตรีไม่เป็น ดังนั้นจึงได้แต่กล่าววาจาร้ายกาจให้เซวียนหลินคิดเอง นานเข้านางก็คร้านจะพูดคุยกับเขา เรียกได้ว่าทั้งจวนเซี่ยโหว นอกจากเซี่ยหย่งชิงแล้ว นางพูดคุยกับทุกคน ทำเหมือนเขากลายเป็นอากาศธาตุหลังจากที่จื่อเว่ยและฝูซินย้ายมาอยู่ในจวนเซี่ยโหวชั่วคราว เซี่ยหย่งชิงก็หนีไปจูเหอจื่อ ทิ้งสายตาคาดโทษเซวียนหลินไว้“น้องเก้า เจ้าอยากกลับไปแคว้นเว่ยห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   บทส่งท้าย

    วันเวลาค่อยๆ ดำเนินไป จื่อเว่ยตัดสินใจคืนตำแหน่งไท่จื่อแล้วพาฝูซินไปพักที่จวนเซี่ยโหว ข้ออ้างที่ใช้ได้ดีก็คือเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจองค์จักรพรรดิจนคำพูด ตามที่สัญญาไว้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอีกทั้งพระองค์ทรงหมดเรี่ยวหมดแรงกับโอรสอย่างจื่อหยางเสียแล้วสิ่งที่ทำร้ายจิตใจจักรพรรดิที่สุดคือการที่โอรสมีความคิดที่เป็นพิษร้าย จื่อหยางเข้าใจว่ามารดาถูกหยินซีหวงโฮ่ววางยาพิษจนเสียชีวิต หากแต่ความจริงที่จักรพรรดิและหวงโฮ่วปิดบังไว้ นั่นคือคนที่วางยาพิษซ่างกวนเหม่ยเหรินก็คือ...ซ่างกวนเจี๋ยอวี๋เดิมทีจักรพรรดิทรงเห็นใจที่สกุลซ่างกวนตกต่ำ จึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ หากแต่ไม่คิดว่านางกลับปลูกฝังความคิดร้ายแรงให้กับโอรส จนเกือบทำให้พี่น้องฆ่ากันตายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุม คนที่สมควรต้องถูกลงโทษก็ต้องโดนในสายพระเนตรของฉินเยว่หวงตี้และหยินซีหวงโฮ่ว บุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นคือคนที่หลายปีมานี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกังวลตลอดมาตั้งแต่ที่จื่อเว่ยลืมตาดูโลก เว่ยหวางฝูหย่งก็ได้เปิดคำทำนายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นหลายปี แล้วมอบมันให้กับเขา“โอรสที่มีความสามารถจะช่วยกำจัดภั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มกลับคืนสู่ปกติองค์ชายสี่ปะทะแตกหักกับเฮ่อเอ่อร์หลาน เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนในเผ่าหมาป่า ท้ายที่สุดจึงอาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิเอาชนะได้ในที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นจอมทัพที่โดดเด่น เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพกำราบพายัพเมื่อเหล่าขุนนางถูกไท่จื่อปล้นชิงสินค้าที่กักตุนในคลังสมบัติ โดยมีมหาโจรอย่างจักรพรรดิทรงให้ท้าย พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการแข็งข้อต่อจักรพรรดิ แต่ละคนใบหน้าน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าหัวผักกาดเหี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องขององค์ชายห้าและซ่างกวนเจี๋ยอวี๋นั้นกำลังเป็นที่ร้อนแรงและถกเถียงกันไท่จื่อกลับคืนวังหลวงด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีว่าหวงไท่จื่อเฟยเองก็ปลอดภัยดีวันนี้มิ่งจูมาเยี่ยมไท่จื่อในตำหนัก นางหอบร่างที่หน้าท้องนูนเล็กน้อยเดินเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้างดงามตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อมองฝูซิน ท่าทางเวทนาที่แสดงออกนั้นมาพร้อมกับวาจาอันไพเราะ “พี่หญิงหายตัวไปนาน มิ่งจูเป็นห่วงเหลือเกิน ทราบมาว่าท่านหายไปกับองครักษ์ของไท่จื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”จ้าวลั่วเอินที่กำลังตรวจอาการให้จื่อเว่ยซึ่งนอนหลับสนิทมุมปากก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status