Chapter: บทส่งท้าย 2“อ๊า! เจ็บเหลือเกิน”“อึ๊บ! ฟูเหริน อึ๊บไว้เจ้าค่ะ”“หลิวหลิว มองหน้าแม่นะ เบ่งออกมา แค่อึ๊บเดียวเท่านั้น กลั้นหายใจแล้วเบ่งออกมาทีเดียวเลย!”“อึ๊บ…อ๊า!”“อุแว้…อุแว้!”“ว้าย! คลอดแล้วเจ้าค่ะ! อุ๊ย เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ ตรงหน้าอกมีปานสีแดงคล้ายดวงไฟเลยเจ้าค่ะ!”“ต๊าย! หลานข้า น่ารักน่าชังนัก หลิวหลิว ดูสิ คิ้วเหมือนหมิงเอ๋อร์ไม่มีผิด คิกๆ แต่ดวงตากับปากดันเหมือนเจ้ามากเหลือเกิน น่าเสียดายที่ข้าอุ้มเขาไม่ได้”ปังๆๆ “เปิดประตู! ให้ข้าเข้าไปได้หรือยัง” หลี่หมิงที่ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องราวกับหนูติดจั่นเริ่มอยู่ไม่สุข ความตื่นเต้นทรมานตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทำให้เขาทั้งหวาดกลัวและสงสารเซียวม่านหลิวจนทำอะไรไม่ถูก ครั้นได้ยินเสียงเด็กร้องก็ค่อยโล่งใจ อยากจะเห็นหน้าลูกเต็มแก่แล้วทันใดนั้นประตูก็เปิดออก หลี่หมิงพลันพุ่งตัวไปยังเตียงที่เซียวม่านหลิวนอนอยู่ ได้เห็นทารกตัวแดงๆ ที่ส่งเสียงอ้อแอ้ในผ้าอ้อมข้างหญิงสาวที่ใบหน้าซีดเผือดก็ยิ้มอย่างโล่งใจใบหน้ากลมป้อมและนิ้วเล็กๆ โยกไหวไปมาพร้อมกับเสียงประหลาดพิกลหูทำให้หลี่หมิงหวาดระแวงเล็กน้อย แต่เมื่อได้สบตากับดวงตาอันสุกสกาวของเจ้าตัวน้อย ก็รู้สึกราวกั
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: บทส่งท้าย 1กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารหลากหลายชนิดลอยกระทบนาสิกจนทำให้ดวงตากลมโตลืมขึ้นช้าๆ ร่างในอาภรณ์ตัวบางบิดกายพลางหาวอย่างเกียจคร้าน เสียงจานชามกระทบโต๊ะทำให้ดวงตาของนางเหลือบมองไปยังกลางห้อง พลันเห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยของผู้เป็นสามีเข้าเต็มตา เขากำลังง่วนอยู่กับการตระเตรียมอาหารเช้า ตรงเอวมีผ้าสีเข้มมัดอย่างแน่นหนาดูแปลกพิกล ครั้นได้ยินเสียงหาวเบาๆ ของนางก็หันกลับมา ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในเงาสลัวจากด้านนอกปรากฏรอยยิ้มอบอุ่นสายหนึ่ง พานให้หญิงสาวเผลอมองตาค้างอย่างเผลอไผล“ฟูเหรินตื่นแล้วหรือ อาหลัน เตรียมน้ำมาให้นางล้างหน้า”“เจ้าค่ะ” สาวใช้โผล่มาจากที่ไหนสักแห่งขานรับอย่างรวดเร็วราวกับคอยรับคำสั่งแต่แรกแล้ว“อ๊ะ! ไม่ต้องหรอก”เซียวม่านหลิวตั้งท่าจะลงจากเตียง ทว่าหลี่หมิงกลับถลาเข้ามาประคองนางอย่างระมัดระวัง“ไม่ได้ เจ้าต้องดูแลตัวเองให้มาก” หลี่หมิงพูดอย่างอารมณ์ดีเซียวม่านหลิวย่นจมูกเล็กน้อย กลิ่นควันไฟที่ติดตามตัวหลี่หมิงทำให้นางพะอืดพะอมจนต้องเบนหน้าหนี ทว่าหลี่หมิงกลับคิดว่านางยังตื่นไม่เต็มตาจึงเบียดตัวเข้าประคอง“ฟูเหริน ค่อยๆ ลุกสิ”“ท่านถอยออกไปก่อน”“ทำไมเล่า”เซียวม่านหลิวผลักหลี่หมิงจนช
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: ตอนที่ 20 : เกิดเป็นลูกหลานมิอาจอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ [5]ค่ำคืนมืดมิด ท้องฟ้าเปิดโล่ง หนุ่มสาวสองคนนั่งคลอเคลียข้างหน้าต่าง มองหมู่ดาวที่แข่งกันทอแสงริบหรี่งดงามจับตา“ให้เขามีเวลาเพียงหนึ่งเดือน ไม่น้อยไปหรือ” เซียวม่านหลิวอดถามไม่ได้ หลังจากที่เว่ยฉือหลี่จิ้งถูกรับตัวเข้าวังหลี่หมิงเหล่มองนาง กล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ“เจ้าอยากให้ข้าอายุสั้นหรือ”หากหลี่หมิงให้เวลาเว่ยฉือหลี่จิ้งนานกว่านี้ นอกจากจะทำให้น้องชายผูกพันกับลูกหลานมากขึ้นจนตัดไม่ขาด ร่างกายของหลี่หมิงเองก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยโดยเฉพาะร่างกายที่อายุขัยสิ้นสูญไปนานแล้ว นอกจากจะอาศัยร่างของผู้อื่น สังขารของเว่ยฉือหลี่จิ้งก็ค่อยๆ เสื่อมสภาพลงเช่นกันหากไม่เพราะเขาทราบมาว่าร่างของเว่ยฉือหลี่จิ้งหายไปจากสุสานราชวงศ์ หลี่หมิงคงไม่คิดขุดคุ้ยอดีตให้เจ็บปวดเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องของชวีชิงชิว เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากคาดการณ์มากที่สุดเขายังอยากหลอกตัวเองว่าชวีชิงชิวมิได้ทรยศความไว้ใจของตนหากชวีฮองเฮาไม่ชิงขอร้องและขอติดตามเข้าสู่สุสานด้วย หลี่หมิงคงไม่คิดเหยียบย่ำสถานที่แห่งนั้นเด็ดขาดเซียวม่านหลิวเห็นหลี่หมิงสีหน้าเรียบตึง แววตาเย็นเยียบ ใจของนางพลันรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมาเสียอ
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: ตอนที่ 20 : เกิดเป็นลูกหลานมิอาจอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ [4]จักรพรรดิทรงให้จวินจี๋จวิ้นอ๋องออกหน้า โดยที่พระองค์ทรงแฝงกายมากับขบวนเกี้ยวของวังจวิ้นอ๋องด้วยครั้นถึงหน้าประตูวัง องครักษ์ของจวินจี๋จวิ้นอ๋องจึงไล่ชาวบ้านออกไปจากบริเวณนี้ แล้วพาคนซึ่งสวมหมวกปิดบังใบหน้ากว่าสิบคนเข้าไปในวังเทียนมิ่งโดยที่เจ้าบ้านยังไม่ออกมาต้อนรับเสียด้วยซ้ำครั้นองค์จักรพรรดิและพระญาติทั้งหลายเสด็จถึงห้องโถงที่คนทั้งสามกำลังกินอาหารกันอยู่ เซียวม่านหลิวก็พลันเข่าอ่อน รีบขยับกายหนีในทันใดทว่าหลี่หมิงกลับคว้าแขนของนางไว้“เจ้ากลัวอะไร”“พวกท่านอาวุโสกว่าองค์จักรพรรดิก็จริง แต่ข้าไม่ใช่ ข้ายังอยากให้ตระกูลเซียวมีลูกหลานสืบสกุลอยู่นะ”ถึงสามีนางจะเป็นบรรพบุรุษขององค์จักรพรรดิ ทว่านางไม่ใช่ อย่างไรก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมมาเป็นลำดับแรก“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น หมื่นปี” นางและข้ารับใช้ในวังเทียนมิ่งหมอบกราบในทันทีที่บุรุษในชุดสามัญชนก้าวเข้ามา ถึงแม้จะก้มหน้าอยู่ก็ยังสัมผัสได้ถึงรัศมีอำนาจของโอรสสวรรค์ มีเพียงสองคนที่ยังคงทระนงไม่หวั่นไหว นั่งหน้าไม่เปลี่ยนสีได้ ก็เห็นจะเป็นหลี่หมิงกับเว่ยฉือหลี่จิ้งนั่นล่ะ“ไม่เป็นไร ลุกขึ้นเถอะ” สุรเสียงเคร่งขร
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: ตอนที่ 20 : เกิดเป็นลูกหลานมิอาจอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ [3]“องค์ชายสี่ ท่านตบพระพักตร์องค์จักรพรรดิแบบนั้น ไม่ถูกสั่งโบยหรือตัดหัวหรอกหรือ”เซียวม่านหลิวถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ ดวงตากลมโตสำรวจใบหน้าขององค์ชายสี่ด้วยสายตาใคร่รู้ แม้ว่าเว่ยฉือหลี่จิ้งจะเป็นน้องชายของหลี่หมิง แต่เพราะเขาตายตอนที่อายุมากกว่าหลี่หมิง ใบหน้าของหลี่หมิงจึงอ่อนเยาว์กว่าเล็กน้อย แต่เพราะใบหน้าที่เริ่มไร้สีเลือดของเขาจึงทำให้ดูน่าเวทนาสงสารอย่างยิ่ง นางเองก็ไม่แปลกใจเลยที่เว่ยฉือหลี่จิ้งจะริษยาผู้เป็นพระเชษฐา เพราะหลี่หมิงมีทุกอย่างที่เขาต้องการจริงๆ ตอนที่ออกจากสุสานเพราะนางไม่ได้สติจึงไม่รู้ว่าเว่ยฉือหลี่จิ้งถูกใครแบกหามมา หลี่หมิงบอกแต่เพียงว่าน้องชายของเขาถูกคนลากออกจากสุสาน สภาพดูแทบไม่ได้ ต้องพักฟื้นหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เช่นกัน ครั้นร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่า หลี่หมิงก็ส่งน้องชายบุกเข้าห้องบรรทมของจักรพรรดิด้วยแผนการอันชั่วร้ายคนอย่างเว่ยฉือหลี่จิ้ง นอกจากหลี่หมิงแล้วเขากลับมิได้เกรงใจผู้ใดเลยแม้แต่น้อยเว่ยฉือหลี่จิ้งยิ้มเย็น กล่าวเสียงเรียบ “เขาจะกล้าตัดหัวข้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าคือผู้ร่างจดหมายให้คืนราชบัลลังก์แก่เสด็จพี่ ซินหย่งรู้อยู่แก่ใจว่าการสังหารผู้มี
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: ตอนที่ 20 : เกิดเป็นลูกหลานมิอาจอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ [2]กลับมาสู่ปัจจุบันเมื่อคิดถึงสตรีที่นอนหนุนตักเขาในตอนนี้ หลี่หมิงก็อมยิ้มมุมปาก ค่อยๆ เก็บเกี่ยวกลุ่มผมเงางามขึ้นมา ใช้หวีหยกสางให้อย่างเบามือ หลังจากที่ชวีฮองเฮาสิงร่างนาง เซียวม่านหลิวก็หมดสติไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ กระทั่งตอนนี้ข้ามมาอีกวันแล้วกลับยังไม่รู้ตัว“ไท่จื่อ…”เป้ยหยวนร้องเรียกหน้าประตู ไม่กล้าก้าวล่วงเข้ามาในห้องนอนของเขาที่ปลดม่านมุ้งลงเพราะเกรงว่าจะเห็นภาพอันไม่เหมาะสมหลี่หมิงปรายตามององครักษ์คู่ใจ “เป็นอย่างไร”“จักรพรรดิทรง…” เป้ยหยวนกัดริมฝีปาก ไม่รู้จะรายงานอย่างไรดี“บอกมา”“ทูลไท่จื่อ องค์ชายสี่ทรง…” เป้ยหยวนยังคงละล้าละลัง“เจ้าจะรั้งรออีกนานหรือไม่”“องค์ชายสี่ทรงตบพระพักตร์องค์จักรพรรดิคาห้องบรรทมพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงเลิกคิ้ว ดวงตาเป็นประกาย “ตามหมอมาหรือยัง”“เสิ่นหลิวสิงตรวจพระอาการอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“แล้วองค์จักรพรรดิเล่า”“หลังจากที่โดนฝ่ามือขององค์ชายสี่ องค์จักรพรรดิก็เสด็จไปยังห้องเก็บป้ายบรรพชนทันทีพ่ะย่ะค่ะ”“อืม…เด็กคนนั้นคงรู้ตัวแล้วกระมังว่าข้ากำลังคิดทำอะไรอยู่”เป้ยหยวนไม่ออกความเห็นใดๆ นิ่งเงียบรอคอยคำสั่ง“ออกไปเถอะ ต่อไปเรียกนายท่านก็พอ บทบาทในฐา
Last Updated: 2025-10-14
Chapter: ตอนที่ 31 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 4แท้จริงแล้วเถ้าแก่โรงเตี๊ยมริมทะเลสาบก็คือผู้คุมกฎของสำนักคุ้มภัยที่จื่อเว่ยเปิดไว้อย่างลับๆ เนื่องด้วยต้าฉินแม้จะสถาปนาเป็นอาณาจักรใหญ่ รวมทั้งสามารถทำให้สองแคว้นใหญ่อย่างแคว้นเว่ยและแคว้นฉู่สวามิภักดิ์ได้ แต่กระนั้นแคว้นลำดับรองลงมาทั้งหลายก็ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ฉินเยว่หวงตี้จึงไม่สามารถบีบคั้นเพื่อสืบสาวราวเรื่องได้จื่อเว่ยอาศัยที่มีอาจารย์เป็นเพียงผู้อาวุโสที่ไม่ได้รับราชการในสำนัก มิใช่มหาราชครูดังเช่นอาจารย์ของพี่น้องคนอื่น หลังจากรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายใต้ฉากหน้าที่สงบสุขของแผ่นดิน อาจารย์ของเขาจึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยข่าวกรองขึ้นมาเสียเอง ภายนอกผู้คนต่างก็คิดว่าสำนักคุ้มภัยเฟิงอวิ๋นคือสำนักคุ้มภัยที่เฟิงเสียนจีรับช่วงต่อมาจากบิดา แต่มีคนน้อยนักที่รู้ว่าสกุลเฟิงของเฟิงเสียนจี เป็นคนละสาขากับสกุลเฟิงของสำนักคุ้มภัยเฟิงอวิ๋น ซึ่งจื่อเว่ยใช้หยาดเหงื่อต่างน้ำ ทำงานให้กับองค์จักรพรรดิเพื่อแลกกับทองจำนวนหนึ่งมาซื้อกิจการสำนักคุ้มภัยไว้ โดยที่ได้เฉินเจิ้งหานอดีตแม่ทัพในฉินหวางพระองค์ก่อนและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งมาช่วยดูแลภายใน ห
Last Updated: 2025-11-12
Chapter: ตอนที่ 30 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 3“มีอะไรจะรายงานข้า”น้ำเสียงนั้นดังทุ้มกังวาน แฝงกลิ่นอายอันตรายสามสี่ส่วน เปลวไฟจากคบเพลิงในห้องสี่เหลี่ยมไหววูบ ก่อเกิดเป็นเส้นสายแปลกตาบนใบหน้าทะมึนของชายหนุ่มที่นั่งตรงหัวโต๊ะ“มีคนกว้านซื้อแร่เหล็กจากพ่อค้าในเมืองเล็กๆ มากักตุนไว้จนหมดตลาด รวมไปถึงดินประสิวและมูลค้างคาวจำนวนมาก ป่าไม้ทางแถบทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นสู่ถูกตัดโค่นไปกินอาณาบริเวณรัศมีหลายสิบลี้ แต่ยังมิได้ขนย้าย คาดว่าเมื่อถึงคราวหน้าน้ำ ลำน้ำสวินเหอจะเป็นกุญแจสำคัญพ่ะย่ะค่ะ”“ทางแคว้นสู่ว่าอย่างไร ตัดไม้มากมายขนาดนี้ มิได้แจ้งทางการหรอกรึ”“คนของเราแจ้งว่า เป็นคหบดีคนหนึ่งจะสร้างบ้านพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็มีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในพื้นที่อื่นบ้างประปราย”“สั่งคนของเราจับตาดูไปก่อน ไม้เป็นของชิ้นใหญ่ หากจะเคลื่อนย้ายย่อมเป็นที่จับตามอง ทว่าพ่อค้าที่สามารถกว้านซื้อแร่เหล็กได้ หากไม่ได้รับหนังสืออนุญาตจากทางการ ก็เป็นไปได้ว่าซื้อในนามของพ่อค้าจำนวนมาก” เขานิ่งคิด “ทางจูเหอจื่อเป็นอย่างไร”“คุณชายรองบอกว่าหลังจากที่ข่าวลือแพร่ออกไป คนต่างถิ่นก็มากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”“มีอะไรอีกหรือไม่”“ทางสำนักคุ้มภัยเตรียมที่พักให้พร้อมแล้ว ทว่าช่วง
Last Updated: 2025-11-12
Chapter: ตอนที่ 30 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 3ปลายยามซวี[1]จื่อเว่ยสั่งให้ซีจื่อหลางหยุดขบวนรถม้าใกล้หมู่บ้านริมทะเลสาบซีเจ๋อ ขบวนรถม้าจอดเทียบหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้สัญจรมากมาย องครักษ์หนุ่มสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมมา ครั้นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมสบตากับซีจื่อหลางก็จดจำได้ในทันทีเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ไม่คล้ายกับวาณิชทั่วไปนัก เขาสั่งการให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตระเตรียมห้องพักและอาหารครั้นสั่งการเสร็จ เถ้าแก่จึงเดินเข้ามาใกล้กับประตูรถม้า พูดขึ้นว่า “นายท่าน เชิญขอรับ”“อืม…” จื่อเว่ยตอบรับคำหนึ่งแล้วกันมาพูดกับฝูซิน “ลงไปกันเถอะ”ฝูซินพยักหน้า รอให้จื่อเว่ยลงจากรถม้า จากนั้นจึงตามไปภาพที่ชายหนุ่มประคองหญิงสาวลงจากรถม้า ได้ติดตรึงตราในใจเหล่าบริวารของจื่อเว่ยนับแต่นั้นมา“พวกเขาตกใจอะไรกันหรือ” ฝูซินเห็นแต่ละคนอ้าปากค้างก็เกิดความสงสัย ทว่าเพียงพริบตาเดียวคนเหล่านั้นก็มองนกมองไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ล่ะ…ไท่จื่อเล่นปรายตามองขนาดนั้น ผู้ใดจะขวัญกล้าเทียมฟ้าได้เล่า“คารวะนายท่าน…”“ฟูเหริน” จื่อเว่ยบอก“คารวะฟูเหริน” ดวงตาของเถ้าแก่เป็นประกาย ก้มศีรษะประสานมือคารวะ ด้านหลังเขาคือชายฉกร
Last Updated: 2025-11-12
Chapter: ตอนที่ 29 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 2.2หลังจากข้ามสะพานไม้ไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำก็พบว่ามีรถม้าจอดรออยู่ก่อนแล้ว ถูฟางและถูฟงแตกตื่นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีองครักษ์ที่รออยู่ไม่ต่ำกว่าสิบนาย“ซ่านจื่อ…เจ้าเป็นแค่ใต้เท้าธรรมดาจริงหรือ” ถูฟงถามขึ้น สีหน้าหวาดระแวงอย่างถึงที่สุด“กลัวรึ” จื่อเว่ยถามกลับ แววตาเย็นชาวาบผ่าน ภายใต้แสงคบเพลิงแลดูน่ากลัวอย่างยิ่งถูฟงสะดุ้ง “ใครบอก!”“รถม้าสำหรับนายท่านและฟูเหริน เจ้าสองคนควรจะขี่ม้าเป็นกระมัง” ซีจื่อหลางกล่าวขึ้น จูงม้าสองตัวมาใกล้คนทั้งสองถูฟงเห็นม้าก็ตาวาว รีบเข้ามาลูบคลำแล้วพูดน้ำเสียงอ่อนลง “ม้าดี…ม้าดี ขอบใจเจ้ามาก”“อาฟาง มาสิ”ถูฟางมองรถม้าตาละห้อย แม้นางจะเติบโตในชนเผ่าที่ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยเปื่อย แม้จะคุ้นเคยกับการขี่ม้า ทว่านางเองก็อยากนั่งรถม้านี่นา“อาฟาง เจ้าขี่ม้าไม่เป็นรึ”ครั้นจื่อเว่ยถามขึ้น ถูฟางก็มีเสีหน้าเลิ่กลั่ก บิดแขนไปมาแล้วกล่าวอย่างขัดเขินว่า “เป็นสิ ข้าย่อมขี่ม้าเป็นอยู่แล้ว พี่ซ่านจื่อไม่ต้องเป็นห่วง ข้าถูฟางร่างกายแข็งแรง ขี่ม้าเรื่องเล็ก เรื่องอุ้มท้องยิ่ง…แค่ก!”ถูฟงเอามืออุดปากน้องสาว “หุบปาก เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอะไร”จื่อเว่ยเลิกสนใจคนทั้งสอง เขาพยุงฝ
Last Updated: 2025-11-12
Chapter: ตอนที่ 29 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 2“ฟูจวิน…เหตุใดท่านจึงเดินเปลือยอกไปมาในบ้านเช่นนี้” ฝูซินเอ่ยขึ้น นางยกสำรับเข้ามาในบ้าน อาหารสองสามอย่างที่นางทำส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนตัวโง่งมในท้องของจื่อเว่ยร้องครวญครางไม่หยุด จื่อเว่ยไหวไหล่น้อยๆ คว้าเพียงเสื้อตัวนอกสวมคลุมเรือนกายอย่างลวกๆ แล้วนั่งลงรอให้นางปรนนิบัติอย่างเคยชิน ใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เผื่อว่าเจ้าจะติดใจแผงอกกำยำของข้าจนไม่อยากทำงานบ้านบ้าง”มือที่ตักข้าวของนางชะงัก ฝูซินปรายตามองเขาแวบหนึ่ง รู้สึกสะดุดใจกับรอยแผลบนผิวกายของเขาจึงอดถามไม่ได้ “ท่านเคยยกทัพจับศึกมาก่อนหรือ เหตุใดนอกจากรอยแผลจากธนูแล้วยังมีรอยแผลแปลกๆ อีกสองสามรอย”จื่อเว่ยใช้มือแหวกอกเสื้อ ชี้รอยแผลให้นางดู “สองรอยนี้หรือ”“อืม” นางพยักหน้า เก็บถาดอาหารไว้บนชั้นวางแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขา ท่าทางการจับตะเกียบเรียบง่ายเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง “เห็นทีว่ารอยแผลนี้คงสำคัญมาก เพราะที่จริงด้วยสภาพร่างกายของท่าน เพียงรักษาอย่างถูกวิธี บาดแผลก็คงจางลงไม่ต่างกับรอยธนู”จื่อเว่ยคีบเนื้อให้นาง ท่าทางยามกินอยู่ร่วมกันของทั้งสองมิได้ประดักประเดิดแต่อย่างใด ชายหนุ่มหญิงสาวผลัดกั
Last Updated: 2025-11-12
Chapter: ตอนที่ 28 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 1อากาศช่วงปลายวสันต์ยังไม่คลายความหนาวเย็นเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีฝนโปรยปรายเป็นระยะเสียจนผู้คนตระเตรียมการเพาะปลูกไม่ทัน ทิวทัศน์รอบหมู่บ้านของชนเผ่าหมาป่าแดงเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง พลอยทำให้ความเงียบเหงาจากช่วงฤดูหนาวบรรเทาเบาบางลงบ้าง“หูเตี๋ย ซ่านจื่อ มีใครอยู่หรือไม่” ถูฟงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงของฝนที่เทกระหน่ำลงมา ชายหนุ่มชะเง้อคอมองหาคนทั้งสอง เตาไฟยังมีควันอยู่ แต่ประตูบ้านเรือนกลับปิดสนิทไม่คล้ายมีคนอยู่ถูฟงวางห่อผ้าในมือไว้บนแคร่ไม้ไผ่ ครั้นจะเปิดประตูเพื่อเข้าไป พลันเห็นว่าจื่อเว่ยกำลังแง้มประตูมองเขาอยู่ด้วยแววตาเย็นชา จื่อเว่ยสวมแต่เพียงกางเกงตัวเดียว เผยมัดกล้ามแน่นตึงและร่องรอยแดงจ้ำที่เกิดจากศึกอันดุเดือดในยามค่ำคืน ซึ่งทำให้ถูฟงเองก็อดกลืนน้ำลายด้วยความริษยาในใจไม่ได้ “มีอะไร”เพียงเห็นสภาพของจื่อเว่ย ผู้มาเยือนก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าข้างในมีอะไรเกิดขึ้น ด้วยความกระอักกระอ่วนจึงรีบคว้าห่อผ้าโยนให้เจ้าของบ้าน กล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นแฝงความขุ่นข้องอยู่ในทีถูฟงจอมริษยามีหรือจะรู้เท่าทันจอมเจ้าเล่ห์อย่างจื่อเว่ย เขาจงใจแสดงออกขนาดนี้ ที่ไม่ยอมสวมใส่เสื้อก็เพ
Last Updated: 2025-11-12