Beranda / รักโบราณ / เฟิ่งหวง [鳳凰] / ตอนที่ 2 ไท่จื่อผู้วิปริต 1

Share

ตอนที่ 2 ไท่จื่อผู้วิปริต 1

last update Tanggal publikasi: 2025-10-22 00:36:41

ตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนล่วงเลยมาสิบแปดหนาว ไม่เคยมีครั้งใดที่นางรู้สึกถึงการถูกเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อน เสียงฝีเท้าด้านนอกเร่งขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือของนางหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ได้แต่ถลึงตากร้าวด้วยแรงโทสะ ประหนึ่งสัตว์ตัวเล็กที่กำลังจนตรอก ราวกับว่าหากเกิดเรื่องอย่างที่เขาว่าขึ้นมาจริงๆ นางก็พร้อมจะตายตกไปตามกันกับเขา

ครั้นเสียงประตูเปิดขึ้น ชายฉกรรจ์สี่คนก้าวเข้ามาพร้อมน้ำร้อนถังใหญ่เท่าตัวคน ตัวของนางสั่นเยือกจนแป้งที่พอกหนาบนใบหน้าคล้ายจะแตกล่อนในทันใด

เสด็จพ่อสอนนางว่าเกิดเป็นสตรียืดได้หดได้ อุดมการณ์ต้องมาก่อน แต่หากสูญสิ้นตัวตนอันน่าภาคภูมิแล้วคนเราจะหลงเหลืออะไร

“ฝูหลิง”

เสียงของนางแหบพร่า พานให้จื่อเว่ยหรี่ตาลงอย่างคาดคั้น มองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แข็งกร้าวของนาง รอกระทั่งชายทั้งสี่เทน้ำร้อนจนครบสี่ถังแล้ว ในที่สุดจื่อเว่ยก็ยืดกายขึ้น เรือนร่างสูงใหญ่คล้ายกลืนกินพื้นที่ในดวงตาของนางจนหมดสิ้น กลิ่นอายอันตรายพลันแผ่กำจายในอากาศ บุรุษตรงหน้าเปรียบเสมือนเทพแห่งความตายที่ซ่อนความชั่วร้ายไว้ภายใต้รูปลักษณ์อัันงดงาม

“พวกเจ้าออกไป ข้าจะเล่น…กับนาง” เสียงนุ่มทุ้มลากยาวตามอารมณ์อันรื่นเริงในอก ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มปลดชุดพิธีการตัวนอกแล้วโยนใส่นาง

ชายฉกรรจ์เดินออกไปอย่างรู้งาน ประตูถูกปิดสนิท

ภายในห้องเหลือแต่เพียงเสียงปลดอาภรณ์ของจื่อเว่ยและเสียงลมหายใจแผ่วเบาของนาง

ฝูซินก้มหน้ามองพื้น สมองคิดหาทางออกอย่างเร็วรี่ ตัวสารเลวตรงหน้าคิดจะข่มเหงนางอย่างนั้นหรือ...คงไม่ง่ายดายนัก

อาภรณ์สีดำลอยปลิวใส่ศีรษะ ราวกับเห็นนางเป็นเพียงนางกำนัลในตำหนัก ฝูซินขยุ้มเศษผ้าในมือ ข่มกลั้นโทสะ มิให้อาละวาดออกมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

อดทน…นางเพียงต้องอดทนและหาวิธีออกไป หรือไม่ก็ต้องหาอาวุธเพื่อสังหารคนบัดซบผู้นี้ เลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิชั่ว

ฝ่ายจื่อเว่ยที่ถอดอาภรณ์จนเหลือแต่กางเกงตัวเดียวหลุบสายตามองร่างอรชรที่เครียดขมึงของนางรำหน้าขาวนางนี้ พิศมองผิวเนื้อที่มีอาภรณ์น้อยชิ้นขาวเนียนประดุจหยกมันแพะเนื้อดี ทว่าตรงข้อมือของนางกลับมีสีเข้มกว่าจุดอื่นเล็กน้อย และหากเขาคาดไม่ผิด ใบหน้าของนางก็คงไม่แคล้ว…

จื่อเว่ยแค่นเสียงในลำคอ ไม่สนใจท่าทีพยศของนางแม้แต่น้อย เขาดึงแขนนางขึ้น ลากร่างโปร่งระหงไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ด้านหลัง

ฝูซินมิได้กรีดร้องเสียงหลงเฉกเช่นสตรีทั่วไป นางกัดฟันแน่น มองข้ามกล้ามเนื้ออันงดงามและผิวกายบุรุษ ยื่นขาเรียวงามสกัดกั้นจังหวะเดินของเขาในทันที จื่อเว่ยรั้งเท้า ยกขาขึ้นสูง ท่าสกัดของนางจึงพลาดพลั้งจนเกือบหงายหลังไปอีกครา ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ ท้ายที่สุดจึงแบกนางขึ้นบ่า อุ้มไปยังห้องอาบน้ำโดยไม่สนใจแรงทุบตีจากนางแม้แต่น้อย

ฉากนางอาละวาดคล้ายละครใบ้ ทว่าผิวกายขาวจัดของเขากลับเริ่มมีรอยแดงช้ำ ฝูซินมิได้สนใจร่องรอยเหล่านี้ คิดแต่จะทุบตีให้เขาตายคามือ

ยิ่งนางดิ้น ชุดนางระบำก็ร่นขึ้นสูงจนเผยขาเรียวงามเด่นชัด จื่อเว่ยปราดมองเพียงแวบหนึ่งอย่างเฉื่อยชา แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องสูดลมหายใจลึกๆ กลับเป็นสัมผัสจากเนินเนื้อที่บดเบียดกับแผ่นหลังของเขาไปมาโดยที่นางมิได้ระวังนั่นต่างหาก

ชายหนุ่มหยุดตรงบ่อน้ำร้อนขนาดหนึ่งผิง[1] น้ำร้อนที่องครักษ์เมื่อครู่แบกมาแม้จะถังใหญ่ แต่ระดับน้ำกลับมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มออกแบบให้ข้างใต้คือถ่านร้อนจำนวนหนึ่ง หากมีคนคอยดูแลก็จะสามารถควบคุมความร้อนของน้ำได้ ยามน้ำร้อนปะทะกับอากาศเย็นจึงเกิดไอหมอกขาวกรุ่นลอยวนในอากาศ

ฝูซินเลิกทุบตีชายหนุ่ม เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลขึ้นมาอีกครั้ง กว่าจะรู้ตัวมือของนางก็คว้าได้เพียงอากาศ “เจ้าจะ…อ๊า!”

จื่อเว่ยโยนร่างนางระบำหน้าขาวลงน้ำ ส่วนตัวเขานั้นยืนกอดอกมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง

ฝูซินดิ้นพล่านเพราะคิดว่าตนเองจะจมน้ำตาย นางกัดฟันแน่น พยายามตะเกียกตะกายหาจุดยืน แป้งขาวละลายกับน้ำร้อนทำให้นางแสบตาจนมองไม่เห็น ครั้นตั้งตัวได้ หญิงสาวจึงทำได้แต่หลับตาแน่นแล้วขัดเครื่องประทินโฉมบนใบหน้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายโทสะในอก

จื่อเว่ยมองเจ้าของร่างระหงที่ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านผ้าผืนบางน้อยชิ้นที่ติดแนบกับผิวกายเนียนละเอียดของนางราวกับไม่รู้สึกรู้สาอันใด หยาดน้ำพร่างพราวเกาะเนินเนื้ออวบอิ่ม ลาดไหล่ขาวเนียนเปล่าเปลือยน่าสัมผัส แป้งขาวละลายไปกับน้ำร้อนจนหมด ริมฝีปากบางมีรอยแดงเปรอะเปื้อนเล็กน้อย ถ่านดำที่วาดคิ้วจนเสียรูปละลายไปหมดจนเหลือแต่โครงคิ้วที่เฉียงขึ้นอย่างดื้อรั้น แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างเท่าบุรุษครั้นนางหลับตาแน่นเช่นนี้ จึงขับเน้นให้เห็นแพขนตาหนาราวกับปีกผีเสื้อซ้อนกันอย่างไรอย่างนั้น

ดวงหน้ารีได้รูป เครื่องหน้าเด่นชัดตรึงตรา กลีบปากอิ่มเม้มแน่นอย่างคนที่ไม่คิดยอมตกอยู่ใต้อาณัติผู้ใด

คุ้นตายิ่งนัก...

มุมปากของจื่อเว่ยยกขึ้นน้อยๆ ดวงตาล้ำลึกมองภาพเบื้องหน้าราวกับกำลังคิดคำนวณสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน ครั้นสายตาเหลือบเห็นรอยสักรูปผีเสื้อตรงหลังกกหูด้านขวาของนาง แววตาขบขันก็พลันเปลี่ยนไป

จื่อเว่ยเดินลงน้ำ จับข้อมือที่สีผิวไม่สม่ำเสมอของฝูซินแล้วกล่าวเสียงเรียบ “องค์หญิงห้าแห่งแคว้นเว่ย…ข้าเดาไม่ผิดกระมัง”

เปลือกตาสีอ่อนลืมขึ้น หยดน้ำที่กำลังจะร่วงหล่นพลันไหลย้อนไปยังหางตา ดวงตาสีน้ำตาลลึกลับพลันฉายแววตื่นตระหนกชั่วครู่ ทันใดนั้นนางก็เสมองไปทางอื่น ไม่ยอมรับคำกล่าวหานั้น “ผู้น้อยคือฝูหลิง มิใช่องค์หญิงห้า”

“อย่างนั้นหรอกหรือ”

จื่อเว่ยมิได้บังคับข่มขู่นาง ทว่ากลับเคลื่อนกายเข้าแนบชิดสนิทสนม เขาหลุบตามองเนินอกของนางอย่างหยาบคาย พลันเห็นว่าพวงแก้มและผิวกายของนางแดงก่ำราวกับผลตำลึงสุก ท่าทางทระนงนั้นขัดใจเขาไม่น้อย ชายหนุ่มยื่นใบหน้าเข้าใกล้นาง ตรึงสายตาของนางให้อยู่กับที่

การใกล้ชิดบุรุษเช่นนี้มิได้ทำให้คนอย่างฝูซินตื่นตระหนกเท่าใดนัก นั่นเพราะตั้งแต่เล็กจนโตนางล้วนต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้กับพี่น้องที่มีทั้งชายและหญิง บุรุษหน้าตาหล่อเหลางดงามปานไหนนางก็เห็นจนชินชา เรือนกายที่ทีแต่มัดกล้ามของบุรุษ หรือแม้แต่ร่างเปลือยเปล่าของเหล่าทหารยามถูกเสด็จพี่ลงโทษ นางก็เห็นผ่านตามาบ้าง

กระนั้นแล้วการใกล้ชิดสนิทสนมถึงขั้นที่ว่า แนบเนื้อ…ใช้ลมหายใจร่วมกันเช่นนี้ กลับไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

ดวงตาของจื่อเว่ยคล้ายกับท้องฟ้าในฤดูสารท กระจ่างใสเต็มไปด้วยความลึกลับของดวงดาวมากมายที่แข่งขันกันเปล่งแสงระยับ ขณะเดียวกันก็คล้ายกับความว่างเปล่าของผืนนภาอันไกลโพ้น ชวนให้ผู้คนหลุดลอยไปโดยมิได้ตั้งใจ เครื่องหน้างดงามของบุรุษ นางเพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก หากว่าเสด็จพี่ไม่ให้นางดูภาพเหมือนเขาก่อน เกรงว่าเป้าหมายที่นางสังหารคงจะผิดตัวเป็นแน่

การจะบรรยายถึงรูปลักษณ์ของคนผู้นี้ เกรงว่าภาพวาดจากยอดฝีมือในการวาดภาพก็ไม่อาจถ่ายทอดความงามได้ถึงหนึ่งในสิบจากความเป็นจริงที่ได้พบเห็น ใครจะคาดคิดว่าบุรุษคนหนึ่งจะเหมาะสมกับคำว่า งามล่มเมือง เช่นนี้

จื่อเว่ย…องค์ชายสามที่ผู้คนต่างก็ร่ำลือว่าเป็นพวกวิปริตผิดเพศ รอบกายมีแต่องครักษ์หนุ่มรูปงามล้อมรอบ ขณะเดียวกันนางกำนัลที่รับใช้กลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เล่าลือกันว่าเป็นเพราะองค์ชายผู้นี้มักจะเริงรักกับองครักษ์ของตนในตำหนักจนเหล่านางกำนัลต่างก็หวาดผวาและค่อยๆ หายไปทีละคน

เพราะใบหน้างดงามเกินกว่าจะเป็นบุรุษ รสนิยมที่วิปริตผิดเพศ ฐานอำนาจจึงมิได้มั่นคงอย่างองค์ชายใหญ่หรือองค์ชายองค์อื่นๆ เพราะอุปนิสัยที่เป็นปัญหา คนรอบตัวจึงคิดถอยห่าง นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ฝูซินอาสารับงานสังหารนี้

มิคาดว่าบุรุษที่ดูเหมือนมิใช่บุรุษผู้นี้ กลับรู้วรยุทธ์ อีกทั้งยัง…กล้ามเป็นมัด

เพราะมัวแต่คิดย้อนเรื่องราวก่อนหน้านี้ ริมฝีปากของเขาพลันเฉียดผ่านพวงแก้มแดงซ่านของนางแผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ สัมผัสนั้นปัดผ่านใบหูเล็กของนางจนขนกายลุกชูชัน รอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเข้มข้น เสียงกระซิบของจื่อเว่ยกลับดังขึ้นทำลายห้วงความคิดของนางเสียสิ้น

ไอร้อนลอยวนรอบกายคล้ายม่านหมอก ทว่าโสตประสาทกลับชัดเจนยิ่ง

“องค์หญิง…ฝูซิน”

[1]        1 ผิง ประมาณ 3 เศษ 1 ส่วน 3 ตารางเมตร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปเมืองเสียนหยางชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอิงแอบกันใต้ต้นหลิว อาภรณ์และเส้นผมพลิ้วสะบัดตามกระแสลมที่พัดความเย็นจากริมน้ำ ใบหน้าของทั้งคู่ประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาทอแววสงบ ราวกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลกหลายปีมานี้เขาและนางค่อยๆ เติบโตขึ้น ค่อยๆ ทำการเรียนรู้ ระหว่างการเดินทางมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต พลันรู้สึกว่าถ้อยคำโต้เถียงกันในช่วงแรกของชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันนัก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันนานขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ วันใดที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโต้เถียงกัน นั่นอาจถือได้ว่าทั้งคู่ต่างเลิกที่จะสนใจกันและกันเสียแล้วชายหนุ่มและหญิงสาวได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาห้าวหาญขึ้น นางเข้มแข็งขึ้นราวกับทั้งคู่กำลังประคับประคองกันและกันผ่านวันคืนมากมาย ยามนี้ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจน ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา ขณะที่โฉมงามข้างกายยิ่งงดงามขึ้น เส้นสายบนร่างกายยิ่งนานยิ่งชัดเจน ความนุ่มนวลค่อยๆ เผยสู่สายตาของชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนของนางจื่อเว่ยกุมมือข้างหนึ่งของฝูซิน เขาสอดประสานปลายนิ้วนางก่อนกระชับแน่น มืออ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 2

    ฝูซินนำราชโองการกลับสู่ราชสำนักแคว้นเว่ย ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังลานบวงสรวงของราชวงศ์รอบลานบวงสรวงคือเหล่าธิดาเทพ พี่น้องในราชวงศ์ ขุนนางสหายที่เคยร่วมทางกันมาและจื่อเว่ยซึ่งกำลังอุ้มทารกเพศชายหน้าตาน่ารักซึ่งคอยแต่โบกมือให้นางพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เด็กคนนี้คลอด เขาแทบไม่เคยยอมให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรแทนตนเองเลยสักครั้งเว่ยซิน...นางอมยิ้มด้วยความตื้นตัน ก่อนจะส่งราชโองการให้เว่ยหวางฝูเจี้ยนร่างสูงใหญ่ประดุจภูผาสูงของเจ้าครองแคว้นเว่ยเดินขึ้นหน้า เขาเปิดราชโองการสีทอง แม้จะคาดการไว้แล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรนัยน์ตาก็พลันไหววูบ เป็นราชโองการเมื่อปีที่เว่ยหวางฝูหย่งสิ้นพระชนม์เขามองหน้าน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน“วันนี้ข้า เว่ยหวางฝูเจี้ยน ขอประกาศราชโองการในฉินเยว่หวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าฉิน”วันที่สิบ เดือนห้า ปีจี๋เหม่า[1]เว่ยหวางฝูหย่งเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม เนื่องด้วยความสามารถอันศักดิ์สิทธิ์ จึงล่วงรู้ถึงจุดจบของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงใช้อายุขัยที่เหลืออยู่เพื่ออุทิศให้กับความสงบสุขของแผ่นดิน

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1.1

    ตายแล้ว”“ยังเพคะ พระชายาเบ่งอีกนิดเพคะ ทารกกลับหัวแล้ว”“อึก! ไม่ไหวแล้ว ซินเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนนะ ข้าเจ็บจนหมดแรงแล้ว!”เขานอนอยู่นอกม่าน ตั้งแต่ที่นางบอกว่าจะคลอด เขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ความเจ็บปวดนี้ยิ่งกว่าการถูกก้อนหินบดทับร่างกายเสียอีก ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาถูกหามเข้ามาในห้องเพราะอยากเข้ามาให้กำลังใจชายารัก ทว่านางกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขามาตลอดทางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมิใช่ตื่นตระหนกเพราะนางกำลังจะคลอดแต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทั้งหมดกลายเป็นเขารับแทนต่างหากเล่าขณะที่นางปีนขึ้นเตียง ผ้าม่านกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ได้ยินเสียงกัดฟันของจื่อเว่ยก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก ขณะที่มีคนช่วยนางทำคลอด จื่อเว่ยกลับถูกองครักษ์ตรึงแขนขาไว้แน่นเพื่อมิให้เขาทำร้ายตัวเองนางกำนัลที่ช่วยทำคลอดคอยสั่งให้ฝูซินค่อยๆ เบ่งทารก รู้สึกประหลาดใจมากที่เสียงของจื่อเว่ยนั้นสอดคล้องกับจังหวะการทำคลอดของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง“ซินเอ๋อร์!” จื่อเว่ยตะโกน แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห่วงนางว่าจะไม่สามารถคลอดทารกได้โดยง่าย“เบ่งเพคะ!”เสียงร้องของฝูซินดังขึ้นเพราะออกแรงเล็กน้อย ขณะเดียวกันจื่อเว่ยก็แหกปากเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เม

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากนั้นจื่อเว่ยก็กลับมาอยู่จวนเซี่ยโหวฝูซินได้พบกับเซวียนหลินอีกครั้ง น้องสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวโฉมงาม เนื่องด้วยเป็นน้องเล็ก จึงแทบมิได้ฝึกปรือเพลงยุทธ์อย่างที่บรรดาพี่น้องคนอื่นต้องเรียนรู้ แต่เดิมนางก็ถูกเลี้ยงดูประดุจไข่ในหินอยู่แล้ว ครั้นมาอยู่จวนเซี่ยโหว นางจึงได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากหยวนเหล่าไท่และสวีฟูเหริน เปิดเผยความสามารถทางด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้กระทั่งฝูซินที่เห็นผลงานที่น้องสาวฝึกปรือมาก็ต้องข่มความขมขื่นในใจพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปากช่วงแรกเซวียนหลินถูกเซี่ยหย่งชิงกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่หลังจากที่นางเศร้าซึมไปเพราะทราบข่าวที่ฝูซินหายตัวไป ชายหนุ่มก็ทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเขาปลอบสตรีไม่เป็น ดังนั้นจึงได้แต่กล่าววาจาร้ายกาจให้เซวียนหลินคิดเอง นานเข้านางก็คร้านจะพูดคุยกับเขา เรียกได้ว่าทั้งจวนเซี่ยโหว นอกจากเซี่ยหย่งชิงแล้ว นางพูดคุยกับทุกคน ทำเหมือนเขากลายเป็นอากาศธาตุหลังจากที่จื่อเว่ยและฝูซินย้ายมาอยู่ในจวนเซี่ยโหวชั่วคราว เซี่ยหย่งชิงก็หนีไปจูเหอจื่อ ทิ้งสายตาคาดโทษเซวียนหลินไว้“น้องเก้า เจ้าอยากกลับไปแคว้นเว่ยห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   บทส่งท้าย

    วันเวลาค่อยๆ ดำเนินไป จื่อเว่ยตัดสินใจคืนตำแหน่งไท่จื่อแล้วพาฝูซินไปพักที่จวนเซี่ยโหว ข้ออ้างที่ใช้ได้ดีก็คือเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจองค์จักรพรรดิจนคำพูด ตามที่สัญญาไว้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอีกทั้งพระองค์ทรงหมดเรี่ยวหมดแรงกับโอรสอย่างจื่อหยางเสียแล้วสิ่งที่ทำร้ายจิตใจจักรพรรดิที่สุดคือการที่โอรสมีความคิดที่เป็นพิษร้าย จื่อหยางเข้าใจว่ามารดาถูกหยินซีหวงโฮ่ววางยาพิษจนเสียชีวิต หากแต่ความจริงที่จักรพรรดิและหวงโฮ่วปิดบังไว้ นั่นคือคนที่วางยาพิษซ่างกวนเหม่ยเหรินก็คือ...ซ่างกวนเจี๋ยอวี๋เดิมทีจักรพรรดิทรงเห็นใจที่สกุลซ่างกวนตกต่ำ จึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ หากแต่ไม่คิดว่านางกลับปลูกฝังความคิดร้ายแรงให้กับโอรส จนเกือบทำให้พี่น้องฆ่ากันตายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุม คนที่สมควรต้องถูกลงโทษก็ต้องโดนในสายพระเนตรของฉินเยว่หวงตี้และหยินซีหวงโฮ่ว บุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นคือคนที่หลายปีมานี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกังวลตลอดมาตั้งแต่ที่จื่อเว่ยลืมตาดูโลก เว่ยหวางฝูหย่งก็ได้เปิดคำทำนายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นหลายปี แล้วมอบมันให้กับเขา“โอรสที่มีความสามารถจะช่วยกำจัดภั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มกลับคืนสู่ปกติองค์ชายสี่ปะทะแตกหักกับเฮ่อเอ่อร์หลาน เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนในเผ่าหมาป่า ท้ายที่สุดจึงอาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิเอาชนะได้ในที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นจอมทัพที่โดดเด่น เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพกำราบพายัพเมื่อเหล่าขุนนางถูกไท่จื่อปล้นชิงสินค้าที่กักตุนในคลังสมบัติ โดยมีมหาโจรอย่างจักรพรรดิทรงให้ท้าย พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการแข็งข้อต่อจักรพรรดิ แต่ละคนใบหน้าน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าหัวผักกาดเหี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องขององค์ชายห้าและซ่างกวนเจี๋ยอวี๋นั้นกำลังเป็นที่ร้อนแรงและถกเถียงกันไท่จื่อกลับคืนวังหลวงด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีว่าหวงไท่จื่อเฟยเองก็ปลอดภัยดีวันนี้มิ่งจูมาเยี่ยมไท่จื่อในตำหนัก นางหอบร่างที่หน้าท้องนูนเล็กน้อยเดินเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้างดงามตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อมองฝูซิน ท่าทางเวทนาที่แสดงออกนั้นมาพร้อมกับวาจาอันไพเราะ “พี่หญิงหายตัวไปนาน มิ่งจูเป็นห่วงเหลือเกิน ทราบมาว่าท่านหายไปกับองครักษ์ของไท่จื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”จ้าวลั่วเอินที่กำลังตรวจอาการให้จื่อเว่ยซึ่งนอนหลับสนิทมุมปากก

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 72 ชาวประมงจับปลา 2

    แสงแดดแรกลอดผ่านร่มไม้กระทบยอดหญ้าเขียวชอุ่ม ล้อเหล็กของรถม้าบดลงผืนดินอ่อนนุ่มจนเกิดเป็นรอยยาวบนเส้นทาง ไม่นานนักรถม้าก็จอดตรงหน้าค่ายลี้ภัย ประตูรถม้าเปิดออก ร่างของหญิงสาวที่ปกปิดใบหน้าก็ค่อยๆ เปิดเผยต่อหน้าผู้คนประดุจกระมีแสลมใบไม้ผลิช่วยพัดกลิ่นหอมของเหล่ามวลบุปผาเข้ามาในค่ายลี้ภัยในบรรยากาศ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 69 แทรกซึม 1

    หลังจากถูฟางและถูฟงรวบรวมรายชื่อของคนที่มีกลิ่นคล้ายคลึงกับสิ่งของที่องค์ชายใหญ่มอบให้ ยังไม่ทันที่ทางแม่ทัพหวงจะได้เริ่มการเคลื่อนไหว ก็เกิดเรื่องร้ายแรงในค่ายผู้ลี้ภัยเสียแล้วองค์ชายใหญ่ผิงอันยืนหันหลังในกระโจม โดยที่ขุนนางและแม่ทัพสี่ห้าคนกำลังถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด เหตุเพราะมีคนบางกลุ่มเกิ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 68 ตำรับยาศักดิ์สิทธิ์ 2

    ตั้งแต่ที่ฝูซินมีอาการแพ้ท้องเพราะขุ่นเคืองจื่อเว่ย ด้วยเหตุที่เข้าใจว่าเขากำลังหลงใหลเหลียงตี้คนใหม่ หลังจากนั้นมาสุขภาพของนางก็มิได้มีอะไรผิดปกติ ยกเว้นเพียงแต่จะฝันถึงลานบวงสรวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเช่นนี้ไม่จางหาย กระทั่งจ้าวลั่วเอินปรุงยาที่ได้จากตำรับยาซึ่งอ้างกันว่าเป็นสมบัติประจำแคว้นสู่ หลัง

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 68 ตำรับยาศักดิ์สิทธิ์ 2

    สามวันผ่านไปในที่สุดจ้าวลั่วเอินก็ได้รับตำรับยาเล่มนั้น ซึ่งนั่นก็คือตำรับยาศักดิ์สิทธิ์ที่หายไปจากแคว้นเว่ยของจริง ตรงตามอัตลักษณ์ที่อาจารย์ของจ้าวลั่วเอินบอกไว้“ข้าจะทำให้เจ้าก่อนสามสิบเม็ด หลังจากไปถึงต้าฉินก็จะทำเพิ่มให้” จ้าวลั่วเอินกล่าวอย่างเคร่งขรึม หลังจากที่นางได้พักผ่อนโดยไม่ต้องถูกผู้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status