مشاركة

เฟิ่งหวง [鳳凰]
เฟิ่งหวง [鳳凰]
مؤلف: ไป๋ชิงหง

ปฐมบท

last update تاريخ النشر: 2025-10-22 00:35:58

เมื่อครั้งที่เหมันต์คืบคลานเข้ามายังดินแดนที่ราบลุ่มแม่น้ำโลหิต[1] แคว้นที่อยู่ทางใต้ตั้งแต่หนานเยว่[2]ทางทิศตะวันออกรวมไปถึงดินแดน

ซื่อซวน[3]ทางทิศตะวันตกประสบปัญหาฤดูหนาวอันโหดร้าย จากดินแดนที่เคยอุดมสมบูรณ์ พืชพรรณธัญญาหารกลับขาดแคลนอย่างแสนสาหัส ประชาชนที่ยากไร้ต่างก็ลุกฮือต่อต้าน ก่อการจลาจลวุ่นวาย แคว้นฉินแต่เดิมเป็นแคว้นที่อยู่ในภาคกลาง อากาศย่อมหนาวเหน็บกว่าดินแดนลุ่มแม่น้ำ แต่กลับมีผลผลิตทางการเกษตรเพียงพอตลอดทั้งปี อาศัยช่วงเวลาที่บ้านเมืองของแคว้นลุ่มน้ำระส่ำระสายร่วมมือกับแคว้นเว่ยเข้าบุกยึดครอง ใช้กุศโลบายอย่าง

ชาญฉลาดเพื่อยับยั้งความยากไร้ในยามนั้น อาศัยข่าวลือที่ว่าดินแดนภาคกลางแม้ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าทางใต้ แต่กลับมีอาหารการกินเหลือเฟือไปอีกนับร้อยปี  อีกทั้งเป็นเพราะความอ่อนแอจากภายในของแคว้นฉู่ สุดท้ายฉินและเว่ยจึงกำชัยเหนือพวกเขาได้อย่างดงาม

แคว้นฉู่ แต่เดิมเป็นแคว้นใหญ่ที่คอยช่วยเหลือให้ความดูแลแก่แคว้นเล็กๆ โดยรอบ ทว่ากลับเกิดความระส่ำระสายจากการแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างวงศ์ญาติ ค่ำคืนของวันขึ้นปีใหม่ซึ่งหิมะตกหนักที่สุดในรอบปี เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่วางแผนการใหญ่ซึ่งกำลังมั่นใจในความสามารถของตนเกิดความชะล่าใจ กระทั่งหลังจากเสร็จสิ้นงานเฉลิมฉลองในวัง ยังสามารถวางใจและเฉลิมฉลองอย่างหรูหราในครัวเรือนของตนได้ ทว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ในกองทัพหนานฉู่ ที่คนเหล่านั้นคิดว่าสามารถใช้ต้านศัตรูที่เข้ามาประชิดเมืองกลับไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ทันการ เรื่องนี้กลายเป็นหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงใจบรรดาขุนนางในราชสำนักฉู่ไม่เสื่อมคลายในกาลต่อมา เพราะสุดท้ายจากความอ่อนแอของแคว้นก็ทำให้ถูกกองทัพของแคว้นเว่ยบุกยึดวังหลวงหนานฉู่ได้อย่างรวบรัดหมดจดเพียงแค่ชั่วข้ามคืน

กุญแจสำคัญของศึกนี้คือการที่แคว้นเว่ยได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าหมาป่าซึ่งมอบแบบร่างอาวุธบุกประชิดเมืองชนิดใหม่ให้ เป็นรถลากที่ใช้แรงของม้าศึกในการน้าวยิงคันศรขนาดราวหนึ่งจั้ง[4] อานุภาพการทะลุทะลวงรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง จึงสามารถบุกประชิดเมืองหลวงหนานฉู่ได้อย่างรวดเร็ว

พลุไฟสว่างไสวในค่ำคืนเฉลิมฉลอง อันเป็นแรกก้าวเข้าสู่ฤดูวสันต์ที่แสนเหน็บหนาว เบื้องหลังบุปผาพราวพรั่งบนท้องฟ้าสีน้ำหมึก กลับซ่อนเร้นห่าธนูที่ผลิตจากเหล็กกล้าชั้นดี ความสว่างไสวอำพรางกลอุบายนี้อย่างแยบคาย นอกประตูเมืองห่างออกไปสามสิบลี้ ยังสามารถส่งอาวุธร้ายเข้าสู่เขตพระราชฐานของแคว้นฉู่โดยที่ชาวเมืองด้านนอกยังไม่ทันรู้ตัว

ห่าธนูนับสิบหมื่นพุ่งทะลวงสู่วังหลวง สังหารข้าทาสบริวารและ

เชื้อพระวงศ์ไปจำนวนหนึ่ง ฉู่หวางที่ยังคงสำเริงสำราญพระทัยกับเหล่าฟูเหริน[5] โดยมิได้สนถึงความเร้นแค้นของประชาชนชาวหนานฉู่ ในที่สุดก็ถูกธนูกลุ่มหนึ่งทำลายกระเบื้องตำหนักร่วงกราว ราวกับว่าอดีตผู้ครองแคว้นพระองค์นี้เป็นที่รังเกียจของสวรรค์ กระทั่งแค่เศษกระเบื้องที่ร่วงกระแทกพระเศียร ยังทำให้สิ้นพระทัยคาอกของเหล่าฟูเหรินได้

เป็นฉากการสังหารที่น่าสังเวชใจยิ่งนัก

หลายปีต่อมาในแคว้นฉู่และแคว้นใกล้เคียงจึงมีละครล้อเลียนการสิ้นพระชนม์ของฉู่หวางพระองค์นี้อยู่ร่ำไป

หลังจากนั้นไม่นาน ฉู่หวางพระองค์ใหม่จึงขึ้นครองราชย์

แคว้นฉินร่วมมือกับแคว้นเว่ยแผ่ขยายแสนยานุภาพไปยังดินแดนภาคใต้ ท้ายที่สุดหนานฉู่ก็ยอมสวามิภักดิ์ แคว้นปาและแคว้นสู่ซึ่งอยู่ในดินแดน

ซื่อชวน รวมไปถึงดินแดนหนานเยว่ที่อยู่ติดกับทะเลตงไห่ก็ส่งบรรณาการมาแสดงความสวามิภักดิ์แต่โดยดี

หนึ่งปีหลังจากนั้นฉินหวางได้เถลิงรัชศกใหม่ สถาปนาอาณาจักร เมื่อถึงกาลที่ฤดูเปลี่ยนผัน ปีเก่าย่างเข้าปีใหม่ ในที่สุดอาณาจักรฉินก็ถูกเรียกว่า

ต้าฉิน ฉินหวางจึงกลายเป็นฉินหวงตี้ ทรงพระนามฉินเยว่หวงตี้[6]ซึ่งเป็นปฐมจักรพรรดิ ต้าฉินกลายเป็นจักรวรรดิที่ทั่วทั้งแปดทิศให้ความสวามิภักดิ์โดยพร้อมเพรียง

บรรดาผู้นำแคว้นต่างๆ เข้าร่วมดื่มน้ำปฏิญาณตน กำหนดให้

รัชศกเทียนจินที่หนึ่งเริ่มศักราชใหม่ ภายในยี่สิบปีห้ามแต่ละแคว้นผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์เกินกว่าที่กำหนดไว้ แร่โลหะที่มีค่าครึ่งหนึ่งต้องส่งมาบรรณาการ

ต้าฉิน เริ่มการเปลี่ยนแปลงเงินตราที่แลกเปลี่ยนเป็นเหรียญทองแดงกลมที่เจาะรูสี่เหลี่ยมตรงกลางเรียกว่า ป้านเหลี่ยงเฉียน[7] มีกฎหมายให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารโดยไม่สมัครใจ ยกเลิกการค้าทาสที่มาจากการทำสงครามโดยสมบูรณ์ ยกเว้นว่าจะเกิดจากความยินยอมจากผู้ขายแรงงาน

แคว้นเว่ยเป็นแคว้นใหญ่ที่เป็นพันธมิตรกับต้าฉินมาตั้งแต่แรกเริ่ม การบุกหนานฉู่เมื่อปีก่อนนั้นก็เป็นผลมาจากการทำนายอันแม่นยำของ

เว่ยหวางฝูหย่ง ฉินเยว่หวงตี้จึงแสร้งหลับพระเนตรข้างหนึ่ง มิได้เคร่งครัดเรื่องกำลังทหารของแคว้นเว่ยเท่ากับแคว้นอื่น อีกทั้งแร่ทองแดงที่ได้จากแคว้นเว่ยก็เป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดการซ่องสุมกำลังพลในภายหลัง ทว่าสิบเก้าปีต่อมา

กลับเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เมื่อฉินเยว่หวงตี้มีราชโองการให้ประทานยาพิษแก่

เว่ยหวางฝูหย่งในข้อหาก่อกบฏ ไม่มีใครกล้ายื่นฎีกาคัดค้าน แคว้นเล็กๆ มากมายต่างก็คิดว่าตนเป็นนกขมิ้น[8]ที่มองอยู่ภายนอกเพื่อรอฉกฉวยผลประโยชน์ โอรสที่ประสูติจากหวางเฟยจึงสืบราชสมบัตินับแต่นั้นมา

ขนานพระนามว่าเว่ยหวางฝูเจี้ยน

หนึ่งปีให้หลังมักมีเรื่องตลกที่แอบพูดคุยกันอย่างลับๆ ว่าฉินเยว่หวงตี้นั้นแท้จริงแล้วเมื่อเสร็จศึกก็ฆ่าขุนพล น่าสงสารแต่อดีตเว่ยหวางที่วางพระทัยผิดคน ทั้งชีวิตใช้เพียงดวงตาคู่หนึ่งเพื่อเปิดเผยความลับสวรรค์จนต้าฉินแผ่ขยายอำนาจเกรียงไกร

ทว่ากลับมิอาจล่วงรู้อนาคตของตนว่าจะถูกกำจัดทิ้งในกาลต่อมา

[1]        ดินแดน แม่น้ำ และแคว้นในเรื่องนี้มีบางส่วนที่หยิบยกมาจากชื่อจริงในสมัยเจ็ดแคว้น แต่มิได้เอาประวัติศาสตร์ทั้งหมดมาอ้างอิงด้วย หลายส่วนเป็นจินตนาการของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

[2]        ผู้เขียนยกมาบางส่วน เนื้อหาไม่ได้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์จริง ความจริงแล้วหนานเยฺว่(南越) หรือ นามเหวียต เป็นอาณาจักรโบราณที่มีอาณาเขตปกคลุมบริเวณมณฑลทางตอนใต้ของจีน อันได้แก่ กวางตุ้ง, กว่างซี และยูนนาน ไปจนถึงตอนเหนือของเวียดนามในปัจจุบัน

[3]        ซื่อชวน หรือ เสฉวน เนื้อหาในนิยายบางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จริง

[4]        หน่วยฉือในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงยุคราชวงศ์ฉินถึงยุคสามก๊ก มีค่าประมาณ 23.1 – 24.3 เซนติเมตร 10 ฉือเท่ากับ 1 จั้ง หรือประมาณ 2.31 – 2.43 เมตร

[5]        ในยุคสมัยนี้ ตำแหน่งภรรยาเล็กๆ ของบรรดาเจ้าผู้ครองเมืองหรือเชื้อพระวงศ์จะถูกเรียกว่าฟูเหริน รวมถึงตำแหน่งภรรยาขุนนางก็ด้วย

[6]        เดิมจะใช้นามว่า ฉินซื่อหวง(秦始皇) ซึ่งอ้างอิงจากปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ฉินตามประวัติศาสตร์

[7]        ป้านเหลี่ยงเฉียน (半两钱) หรือเงินครึ่งเหลียง อ้างอิงจากสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ เหลียง(ตำลึง) มีอีกหลายชื่อเรียกคือ  หวนจิน (圜金) หวนเฉียน (环钱) หนึ่งเหลี่ยงมีค่าเท่ากับ เหรียญทองแดงหนึ่งก้วน หรือหนึ่งพวง เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญเรียกว่าเหวิน

[8]        มาจากสำนวนที่ว่าตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นรออยู่ข้างหลัง หมายถึงรอจังหวะเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปเมืองเสียนหยางชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอิงแอบกันใต้ต้นหลิว อาภรณ์และเส้นผมพลิ้วสะบัดตามกระแสลมที่พัดความเย็นจากริมน้ำ ใบหน้าของทั้งคู่ประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาทอแววสงบ ราวกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลกหลายปีมานี้เขาและนางค่อยๆ เติบโตขึ้น ค่อยๆ ทำการเรียนรู้ ระหว่างการเดินทางมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต พลันรู้สึกว่าถ้อยคำโต้เถียงกันในช่วงแรกของชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันนัก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันนานขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ วันใดที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโต้เถียงกัน นั่นอาจถือได้ว่าทั้งคู่ต่างเลิกที่จะสนใจกันและกันเสียแล้วชายหนุ่มและหญิงสาวได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาห้าวหาญขึ้น นางเข้มแข็งขึ้นราวกับทั้งคู่กำลังประคับประคองกันและกันผ่านวันคืนมากมาย ยามนี้ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจน ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา ขณะที่โฉมงามข้างกายยิ่งงดงามขึ้น เส้นสายบนร่างกายยิ่งนานยิ่งชัดเจน ความนุ่มนวลค่อยๆ เผยสู่สายตาของชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนของนางจื่อเว่ยกุมมือข้างหนึ่งของฝูซิน เขาสอดประสานปลายนิ้วนางก่อนกระชับแน่น มืออ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 2

    ฝูซินนำราชโองการกลับสู่ราชสำนักแคว้นเว่ย ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังลานบวงสรวงของราชวงศ์รอบลานบวงสรวงคือเหล่าธิดาเทพ พี่น้องในราชวงศ์ ขุนนางสหายที่เคยร่วมทางกันมาและจื่อเว่ยซึ่งกำลังอุ้มทารกเพศชายหน้าตาน่ารักซึ่งคอยแต่โบกมือให้นางพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เด็กคนนี้คลอด เขาแทบไม่เคยยอมให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรแทนตนเองเลยสักครั้งเว่ยซิน...นางอมยิ้มด้วยความตื้นตัน ก่อนจะส่งราชโองการให้เว่ยหวางฝูเจี้ยนร่างสูงใหญ่ประดุจภูผาสูงของเจ้าครองแคว้นเว่ยเดินขึ้นหน้า เขาเปิดราชโองการสีทอง แม้จะคาดการไว้แล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรนัยน์ตาก็พลันไหววูบ เป็นราชโองการเมื่อปีที่เว่ยหวางฝูหย่งสิ้นพระชนม์เขามองหน้าน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน“วันนี้ข้า เว่ยหวางฝูเจี้ยน ขอประกาศราชโองการในฉินเยว่หวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าฉิน”วันที่สิบ เดือนห้า ปีจี๋เหม่า[1]เว่ยหวางฝูหย่งเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม เนื่องด้วยความสามารถอันศักดิ์สิทธิ์ จึงล่วงรู้ถึงจุดจบของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงใช้อายุขัยที่เหลืออยู่เพื่ออุทิศให้กับความสงบสุขของแผ่นดิน

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1.1

    ตายแล้ว”“ยังเพคะ พระชายาเบ่งอีกนิดเพคะ ทารกกลับหัวแล้ว”“อึก! ไม่ไหวแล้ว ซินเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนนะ ข้าเจ็บจนหมดแรงแล้ว!”เขานอนอยู่นอกม่าน ตั้งแต่ที่นางบอกว่าจะคลอด เขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ความเจ็บปวดนี้ยิ่งกว่าการถูกก้อนหินบดทับร่างกายเสียอีก ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาถูกหามเข้ามาในห้องเพราะอยากเข้ามาให้กำลังใจชายารัก ทว่านางกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขามาตลอดทางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมิใช่ตื่นตระหนกเพราะนางกำลังจะคลอดแต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทั้งหมดกลายเป็นเขารับแทนต่างหากเล่าขณะที่นางปีนขึ้นเตียง ผ้าม่านกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ได้ยินเสียงกัดฟันของจื่อเว่ยก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก ขณะที่มีคนช่วยนางทำคลอด จื่อเว่ยกลับถูกองครักษ์ตรึงแขนขาไว้แน่นเพื่อมิให้เขาทำร้ายตัวเองนางกำนัลที่ช่วยทำคลอดคอยสั่งให้ฝูซินค่อยๆ เบ่งทารก รู้สึกประหลาดใจมากที่เสียงของจื่อเว่ยนั้นสอดคล้องกับจังหวะการทำคลอดของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง“ซินเอ๋อร์!” จื่อเว่ยตะโกน แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห่วงนางว่าจะไม่สามารถคลอดทารกได้โดยง่าย“เบ่งเพคะ!”เสียงร้องของฝูซินดังขึ้นเพราะออกแรงเล็กน้อย ขณะเดียวกันจื่อเว่ยก็แหกปากเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เม

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากนั้นจื่อเว่ยก็กลับมาอยู่จวนเซี่ยโหวฝูซินได้พบกับเซวียนหลินอีกครั้ง น้องสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวโฉมงาม เนื่องด้วยเป็นน้องเล็ก จึงแทบมิได้ฝึกปรือเพลงยุทธ์อย่างที่บรรดาพี่น้องคนอื่นต้องเรียนรู้ แต่เดิมนางก็ถูกเลี้ยงดูประดุจไข่ในหินอยู่แล้ว ครั้นมาอยู่จวนเซี่ยโหว นางจึงได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากหยวนเหล่าไท่และสวีฟูเหริน เปิดเผยความสามารถทางด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้กระทั่งฝูซินที่เห็นผลงานที่น้องสาวฝึกปรือมาก็ต้องข่มความขมขื่นในใจพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปากช่วงแรกเซวียนหลินถูกเซี่ยหย่งชิงกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่หลังจากที่นางเศร้าซึมไปเพราะทราบข่าวที่ฝูซินหายตัวไป ชายหนุ่มก็ทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเขาปลอบสตรีไม่เป็น ดังนั้นจึงได้แต่กล่าววาจาร้ายกาจให้เซวียนหลินคิดเอง นานเข้านางก็คร้านจะพูดคุยกับเขา เรียกได้ว่าทั้งจวนเซี่ยโหว นอกจากเซี่ยหย่งชิงแล้ว นางพูดคุยกับทุกคน ทำเหมือนเขากลายเป็นอากาศธาตุหลังจากที่จื่อเว่ยและฝูซินย้ายมาอยู่ในจวนเซี่ยโหวชั่วคราว เซี่ยหย่งชิงก็หนีไปจูเหอจื่อ ทิ้งสายตาคาดโทษเซวียนหลินไว้“น้องเก้า เจ้าอยากกลับไปแคว้นเว่ยห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   บทส่งท้าย

    วันเวลาค่อยๆ ดำเนินไป จื่อเว่ยตัดสินใจคืนตำแหน่งไท่จื่อแล้วพาฝูซินไปพักที่จวนเซี่ยโหว ข้ออ้างที่ใช้ได้ดีก็คือเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจองค์จักรพรรดิจนคำพูด ตามที่สัญญาไว้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอีกทั้งพระองค์ทรงหมดเรี่ยวหมดแรงกับโอรสอย่างจื่อหยางเสียแล้วสิ่งที่ทำร้ายจิตใจจักรพรรดิที่สุดคือการที่โอรสมีความคิดที่เป็นพิษร้าย จื่อหยางเข้าใจว่ามารดาถูกหยินซีหวงโฮ่ววางยาพิษจนเสียชีวิต หากแต่ความจริงที่จักรพรรดิและหวงโฮ่วปิดบังไว้ นั่นคือคนที่วางยาพิษซ่างกวนเหม่ยเหรินก็คือ...ซ่างกวนเจี๋ยอวี๋เดิมทีจักรพรรดิทรงเห็นใจที่สกุลซ่างกวนตกต่ำ จึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ หากแต่ไม่คิดว่านางกลับปลูกฝังความคิดร้ายแรงให้กับโอรส จนเกือบทำให้พี่น้องฆ่ากันตายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุม คนที่สมควรต้องถูกลงโทษก็ต้องโดนในสายพระเนตรของฉินเยว่หวงตี้และหยินซีหวงโฮ่ว บุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นคือคนที่หลายปีมานี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกังวลตลอดมาตั้งแต่ที่จื่อเว่ยลืมตาดูโลก เว่ยหวางฝูหย่งก็ได้เปิดคำทำนายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นหลายปี แล้วมอบมันให้กับเขา“โอรสที่มีความสามารถจะช่วยกำจัดภั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มกลับคืนสู่ปกติองค์ชายสี่ปะทะแตกหักกับเฮ่อเอ่อร์หลาน เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนในเผ่าหมาป่า ท้ายที่สุดจึงอาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิเอาชนะได้ในที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นจอมทัพที่โดดเด่น เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพกำราบพายัพเมื่อเหล่าขุนนางถูกไท่จื่อปล้นชิงสินค้าที่กักตุนในคลังสมบัติ โดยมีมหาโจรอย่างจักรพรรดิทรงให้ท้าย พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการแข็งข้อต่อจักรพรรดิ แต่ละคนใบหน้าน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าหัวผักกาดเหี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องขององค์ชายห้าและซ่างกวนเจี๋ยอวี๋นั้นกำลังเป็นที่ร้อนแรงและถกเถียงกันไท่จื่อกลับคืนวังหลวงด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีว่าหวงไท่จื่อเฟยเองก็ปลอดภัยดีวันนี้มิ่งจูมาเยี่ยมไท่จื่อในตำหนัก นางหอบร่างที่หน้าท้องนูนเล็กน้อยเดินเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้างดงามตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อมองฝูซิน ท่าทางเวทนาที่แสดงออกนั้นมาพร้อมกับวาจาอันไพเราะ “พี่หญิงหายตัวไปนาน มิ่งจูเป็นห่วงเหลือเกิน ทราบมาว่าท่านหายไปกับองครักษ์ของไท่จื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”จ้าวลั่วเอินที่กำลังตรวจอาการให้จื่อเว่ยซึ่งนอนหลับสนิทมุมปากก

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ชายแดนแคว้นเว่ย รอยต่อระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นฉู่ เสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้น กองทัพทั้งสองฝั่งกลายเป็นผืนเงาดำทะมึนเต็มพื้นที่ ทุกการเคลื่อนไหวสั่นสะเทือนแผ่นดินจนทำให้เหล่าปักษาตื่นตระหนกกองทัพฉู่นำโดยชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพสวรรค์ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเค้าความเย็นชา แววตากระหายซึ่งชั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 73 ปลดภาระ

    สามวันต่อมาผิงอันก็สั่งเคลื่อนขบวนผู้ลี้ภัยข้ามแม่น้ำลั่วการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น น้ำลดระดับลงมาก ทั้งยังไร้เค้าฝน ทว่าเมื่อเดินทางข้ามแม่น้ำลั่วได้สองชั่วยาม ขบวนผู้ลี้ภัยก็เข้าใกล้เขตแดนของป่าไผ่สิบลี้ผิงอันสั่งตั้งค่ายพักแรมริมป่าไผ่ เพราะอีกครึ่งชั่วยามก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 72 ชาวประมงจับปลา 2

    ทางด้านจื่อหยาง ถ่วงเวลาได้มากสุดแค่สิบวันก็เริ่มถูกจักรพรรดิเรียกมาไต่ถามในท้องพระโรง“ให้เวลาสิบกว่าวันแล้ว เตรียมการยังไม่เสร็จอีกรึ”จื่อหยางรีบคุกเข่าอย่างรวดเร็ว โขกศีรษะด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “เสด็จพ่ออย่าเพิ่งทรงกริ้ว ลูกไร้สามารถ ใต้เท้าหานแนะนำอะไรมาลูกก็จดไว้หมด ทว่ากลับไม่ค่อยเข้าใจนัก ทำ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 72 ชาวประมงจับปลา 2

    กระโจมหนึ่งหลังถูกจัดเตรียมไว้สำหรับสตรีทั้งสี่ สถานที่แห่งนี้เป็นเพียงค่ายพักแรมชั่วคราว อีกสองสามวันก็ต้องเตรียมตัวข้ามแม่น้ำลั่ว พวกนางเองก็มิได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติม ในกระโจมมีแต่ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้นฝูซินมองประเมินในกระโจม ไม่มีสิ่งใดที่ไม่พอใจจึงกล่าวเป็นครั้งแรก “ขอบพระทัยองค์

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status