Accueil / รักโบราณ / เฟิ่งหวง [鳳凰] / ตอนที่ 4 ไท่จื่อผู้วิปริต 3

Partager

ตอนที่ 4 ไท่จื่อผู้วิปริต 3

last update Date de publication: 2025-11-11 17:03:19

สงครามขนาดย่อมระหว่างฝูซินและจื่อเว่ยสงบลงชั่วคราว นางหลบหลังเสา ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์บุรุษอย่างช่ำชอง ไม่ถึงครึ่งก้านธูป[1] หญิงสาวก็ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเขา

จื่อเว่ยเอนกายบนเตียง อาภรณ์ที่สวมอยู่อย่างหลวมๆ แบะออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลซึ่งเลือดหยุดไหลแล้ว มือข้างหนึ่งโยนกระปุกยาในมือเล่น มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกอารมณ์

เส้นผมดำขลับราวกับม่านไหมถูกรวบม้วนขึ้นจนหมด ไรผมกลุ่มเล็กๆ คลอเคลียข้างพวงแก้ม ผิวกายที่โผล่พ้นคอเสื้อคล้ำกว่าใต้ร่มผ้าเล็กน้อย กระนั้นแล้วเครื่องหน้าของนางก็เหมาะเจาะและเด่นชัดเกินกว่าจะปฏิเสธว่านางไม่งาม อาจเป็นเพราะขนคิ้วสีอ่อนที่หนากว่าสตรีในต้าฉิน จึงทำให้ใบหน้าของนางแลดูคมเข้มกว่าสตรีทั่วไป

สตรีต้าฉินนิยมโกนขนคิ้วแล้ววาดใหม่ ทว่าฝูซินมิได้ใส่ใจในเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะนางต้องฝึกฝนร่างกายตลอดเวลา มิมีเวลาใส่ใจความงามดังเช่นสตรีทั่วไป กระนั้นแล้วหากมองเผินๆ ดวงตาของนางก็ใสกระจ่างราวกับห้วงธารลึก คล้ายว่าใครๆ ก็สามารถอ่านได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่กลับไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่นางจงใจเปิดเผยนั้น แท้จริงแล้วลึกล้ำถึงขั้นใด

ดวงตาของนางเป็นสีน้ำตาลเข้ม แปลกแตกต่างจากสตรีทางตะวันตก บางครั้งก็กระจ่างใส บางคราวก็ขุ่นมัว ราวกับสภาพอากาศในทะเลที่แปรปรวนยากคาดเดา

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอ่อนตามสภาพอารมณ์ พบเห็นได้เพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของแคว้นเว่ยเท่านั้น เชื้อสายของเว่ยหวางไหลเวียนอย่างเข้มข้นในตัวนาง กอปรกับรอยสักรูปผีเสื้อตรงกกหูด้านขวา บ่งบอกว่านางถือกำเนิดจากหวางเฟย บรรดาศักดิ์ของแคว้นเว่ยถูกจัดลำดับตั้งแต่เกิดจนตายไม่เปลี่ยนแปลง ลวดลายผีเสื้อสยายปีกอันเป็นเอกลักษณ์จะสืบทอดเฉพาะทายาทลำดับห้าของเว่ยหวาง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่สืบทอดความสามารถพิเศษของตระกูลเว่ยเท่านั้น

“มองพอหรือยัง” ฝูซินกล่าวเสียงเรียบ มิได้ขัดเขินกับแววตาที่ประเดี๋ยวร้อนแรงประเดี๋ยวเย็นเยียบของเขา นางยืนตัวตรง เชิดหน้าอย่างทระนง ระเบียบที่ฝึกในกองทัพทำให้นางยืนเช่นนี้จนติดเป็นนิสัย ยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูด้วยแล้ว อย่าหวังว่านางจะยอมอ่อนข้อให้โดยง่าย

จื่อเว่ยแค่นเสียงในลำคอ มองนางราวกับมุสิกที่ไม่รู้จักกลัวแมว พลันโยนขวดยาให้นาง “มาใส่ยาให้ข้า”

ปฏิกิริยาตอบสนองของนางว่องไว มือเอื้อมรับโดยสัญชาตญาณ

ฝูซินนิ่งชะงัก เปิดจุกขวดยาแล้วใช้มือพัดให้กลิ่นโชยเข้าจมูกอย่างระมัดระวัง จื่อเว่ยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง กล่าวสำทับ “ไม่ต้องกลัวไป ยาสมานแผล มาใส่ยาให้ข้า”

“จำเป็นต้องช่วยเจ้าด้วยหรือ มือเจ้าก็มี”

ทันใดนั้นเขาก็หรี่ตาลงอย่างมาดร้าย กล่าวเสียงเย็น “หากข้าประกาศว่าองค์หญิงห้าแห่งแคว้นเว่ยบุกเข้าห้องข้า คิดดูสิว่าผลร้ายจะตกอยู่ที่ใคร แม้เจ้าจะมีหกเศียรแปดกร ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดจากกององครักษ์ของข้าไปได้ อ้อ…อย่าลืมว่าหญิงสาวบุกเข้ามาในห้องบุรุษ รู้ถึงไหนก็เสื่อมเสียถึงนั่น โดยเฉพาะหากคนจับได้ว่าเจ้าคือใคร”

ฝูซินถลึงตาใส่เขา นางข่มกลั้นโทสะไว้ในใจ ย่างสามขุมเข้าหาชายหนุ่มที่แต่งตัวรุ่มร่ามโดยไม่มีอาการเขินอายแม้แต่น้อย

มือที่สากเล็กน้อยของฝูซินแหวกสาบเสื้อของจื่อเว่ย ครั้นเห็นว่าเขาเกร็งแขนก็กระตุกยิ้มมุมปาก “ทำไม หรือกลัวข้าแล้ว”

จื่อเว่ยหลุบตามองริมฝีปากนาง เอ่ยเสียงพร่า “ระยะห่างเพียงเท่านี้ ข้าสามารถใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจฉีกกระชากอาภรณ์ของเจ้า จากนั้น…”

“หุบปากถ้ายังอยากให้ข้าใส่ยาให้เจ้าอยู่”

“หึ องค์หญิงผู้บ้าดีเดือด คิดไม่ถึงว่าเรื่องระหว่างชายหญิงกลับอ่อนด้อยถึงเพียงนี้ อึก!”

ฝูซินจงใจกดแผลของเขาจนเลือดซึม จื่อเว่ยจึงหุบปากลงได้ จากนั้นจึงเทผงยาจนหมดขวดอย่างประชดประชัน

“เสร็จแล้ว”

จื่อเว่ยคว้าแขนของฝูซินไว้ก่อนที่นางจะลุกขึ้น พลันกระชากนางให้ขึ้นมาบนเตียงอย่างรวดเร็ว ครั้นนางกำลังจะต่อต้าน เขาก็พลิกกายคร่อมร่างนางไว้ เกศาดำขลับแผ่สยายปกคลุมใบหน้าของหญิงสาว จมูกพลันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ แผ่กำจายออกมาจากร่างกายเขา ผงยาที่ใส่เมื่อครู่ฟุ้งกระจายจนเกือบจะทำให้ฝูซินจาม จื่อเว่ยเอามือปิดปากนางแล้วเขม่นตาให้เงียบ

เพียงชั่วอึดใจประตูห้องของเขาก็เปิดออก ผู้มาเยือนชะงักเท้าเล็กน้อย โบกมือให้คนยกสำรับอาหารเข้ามา

“อา…มิคาดว่าไท่จื่อกำลังเล่นสนุกอยู่ โอ๊ะโอ…เป็นหนุ่มน้อยจากที่ใดกันเพคะ”

ผู้มาเยือนคือองค์หญิงแปด...ปาเซียน

จื่อเว่ยหลับตาครู่หนึ่งเพื่อข่มกลั้นโทสะในอก คนขององค์หญิงรองยังไม่ทันโดนจัดการ องค์หญิงแปดก็เข้ามารับโทษถึงที่

เรือนร่างหอมกรุ่นของปาเซียนก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ สองมือสอดประสานไว้ใต้แขนเสื้อ ดวงตาหวานซึ้งจ้องมองจื่อเว่ยโดยที่ไม่ปิดกั้นอารมณ์ส่วนลึก อาภรณ์สีชมพูหวานรัดรึงเนินเนื้ออวบอิ่มจนล้นปรี่ เอวบางคอดกิ่วแขวนถุงหอมสีเดียวกัน เครื่องหน้างดงามตรึงตรา อากัปกิริยาอ่อนหวาน

ทว่าจื่อเว่ยเพียงปรายมองนางแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเย็นชา “ขอบคุณน้องแปดที่มีใจเป็นห่วงข้า”

ปาเซียนยกยิ้ม เคลื่อนกายเข้าใกล้ชายหนุ่มราวกับว่าท่าทางล่อแหลมของเขามิได้ทำให้นางกระดากอายเท่าใดนัก ทั้งยังทำท่าทีราวกับว่ามันน่าสนใจเสียเหลือเกิน

“วันนี้หนุ่มน้อยที่ท่านพามาเป็นใคร”

นางถามราวกับว่าตนเองเป็นเจ้าของตัวเขา จื่อเว่ยหลับตาข่มกลั้นโทสะ “ไม่เกี่ยวกับเจ้า…”

“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร…หากเสด็จพี่ไม่รังเกียจ”

จื่อเว่ยรวบเส้นผมของตนขึ้น ผินหน้ามององค์หญิงปาเซียนผู้ไร้ยางอายพลันยิ้มเยาะนาง “หากน้องแปดต้องการ องครักษ์ของข้าที่อยู่ข้างนอกนั้นก็เพียงพอให้เจ้าหายอยากไปหลายวันแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่นางผู้นี้มิใช่บุรุษ”

องค์หญิงปาเซียนขมวดคิ้ว สีหน้าโกรธขึ้งผุดวาบขึ้นมา นางกล่าวเสียงแข็ง “นาง? ท่านมิได้…”

จื่อเว่ยหัวเราะเสียงเย็น “มิใช่ว่าน้องแปดต้องการบุรุษจนทนไม่ไหว ให้คนมารับองครักษ์ข้าไปปรนนิบัติทุกวันหรือ ข้ามิได้สนใจบุรุษอยู่แล้ว ไยน้องแปดทำสีหน้าเช่นนั้นเล่า?”

ฝูซินขมวดคิ้ว เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนพี่ชายกับน้องสาวกำลังทะเลาะแย่งบุรุษกันนะ

“แต่ท่านนอนกับบุรุษ…”

“หืม? องครักษ์ก็ต้องนอนเฝ้าข้าอยู่แล้ว มีอะไรผิดปกติหรือ?”

“ท่านมิเคยให้สตรีขึ้นเตียงกลางวันแสกๆ มาก่อน”

“ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว”

“ไม่ได้! ข้าไม่ยอม” นางพูดอย่างร้อนรน ที่ตรงนั้นต้องเป็นของนาง

“หยุด! ก่อนที่เหล่านางกำนัลจะหมดความนับถือเจ้าปาเซียน!”

จื่อเว่ยกล่าวเสียงแข็ง

“ท่านมิได้ชอบสตรี ท่านรังเกียจสตรีมิใช่หรือ”

“หึ ข้ารังเกียจเจ้าต่างหาก”

น้ำเสียงไร้เยื่อใยของจื่อเว่ยทำให้องค์หญิงปาเซียนทรุดเข่าลงอย่างหมดแรง จนนางกำนัลที่อยู่ด้านนอกต้องวุ่นวายเข้ามาประคองด้วยความตกใจ ดวงตาหวานซึ้งพลันมีน้ำตาเอ่อ พร้อมกับเสียงสะอื้นอย่างน่าเวทนา

“ไม่จริง…เสด็จพี่โกหก”

จื่อเว่ยแค่นเสียงในลำคอ เขาเลื่อนฝ่ามือออกจากปากของฝูซิน ก้มลงดูดกลืนริมฝีปากนางต่อหน้าองค์หญิงแปดและนางกำนัลทั้งหมด

ฝูซินตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่งามเบิกกว้าง ริมฝีปากถูกเขาดูดดึงอย่างหยาบคาย กลีบปากพลันเจ็บแปลบราวกับว่าถูกเขากัดกินอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวกลั้นหายใจ กำหมัดแน่นด้วยความตกตะลึง

จื่อเว่ยถอนริมฝีปากออก หันไปคลี่ยิ้มให้กับองค์หญิงปาเซียน “นางเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟยของข้า…เช่นนี้น้องแปดพอจะรับได้หรือไม่”

“ไม่!” ฝูซินปฏิเสธเสียงแข็ง ยกเท้าทั้งสองข้างถีบจื่อเว่ยเต็มแรงจนตกเตียง

พลั่ก!

“กรี๊ด!!! บังอาจ” องค์หญิงปาเซียนกรีดร้องเสียงดังราวกับคนวิปลาส นางเพิ่งถูกเสด็จพี่ที่นางคลั่งไคล้ไล่ออกจากห้อง ทว่าสตรีน่ารังเกียจนางนี้กลับทำร้ายร่างกายเขา ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

หลังจากเสียงหวีดร้องขององค์หญิงแปด องครักษ์นับสิบพลันกรูกันเข้ามาในทันใด

ครั้นเหล่าองครักษ์เข้ามาถึง ก็พลันเห็นว่าองค์หญิงปาเซียนร่ำไห้ปิ่ม

จะขาดใจ ไท่จื่อของพวกเขากลับนั่งแผ่หลาบนพื้นแล้วหัวเราะเสียงเย็น อาภรณ์รุ่ยร่ายจนเห็นบาดแผลบนอกที่มีเลือดซึมออกมา ส่วนคนบนเตียง บัดนี้นางยืนเท้าสะเอว ถลึงตาดุร้ายราวกับแม่เสือและตั้งท่าจะลงมากระทืบไท่จื่อของพวกเขาซ้ำ

องครักษ์นายหนึ่งตั้งสติได้ ปราดเข้าไปขวางหน้าไท่จื่อของเขาด้วยความภักดี

“เจ้าบังอาจทำร้ายไท่จื่อ!”

จื่อเว่ยยิ้มเย็น เอียงคอมองฝูซินด้วยสายตาของผู้ชนะ พลางส่งเสียงด้วยความตกใจ “โอ๊ะ…ความแตกซะแล้ว”

[1]        1 ก้านธูปเท่ากับ 15 นาที ครึ่งก้านธูปประมาณ 7-8 นาที อ้างอิงก่อนการเปลี่ยนแปลงในยุค หมิง-ชิง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปเมืองเสียนหยางชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอิงแอบกันใต้ต้นหลิว อาภรณ์และเส้นผมพลิ้วสะบัดตามกระแสลมที่พัดความเย็นจากริมน้ำ ใบหน้าของทั้งคู่ประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาทอแววสงบ ราวกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลกหลายปีมานี้เขาและนางค่อยๆ เติบโตขึ้น ค่อยๆ ทำการเรียนรู้ ระหว่างการเดินทางมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต พลันรู้สึกว่าถ้อยคำโต้เถียงกันในช่วงแรกของชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันนัก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันนานขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ วันใดที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโต้เถียงกัน นั่นอาจถือได้ว่าทั้งคู่ต่างเลิกที่จะสนใจกันและกันเสียแล้วชายหนุ่มและหญิงสาวได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาห้าวหาญขึ้น นางเข้มแข็งขึ้นราวกับทั้งคู่กำลังประคับประคองกันและกันผ่านวันคืนมากมาย ยามนี้ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจน ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา ขณะที่โฉมงามข้างกายยิ่งงดงามขึ้น เส้นสายบนร่างกายยิ่งนานยิ่งชัดเจน ความนุ่มนวลค่อยๆ เผยสู่สายตาของชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนของนางจื่อเว่ยกุมมือข้างหนึ่งของฝูซิน เขาสอดประสานปลายนิ้วนางก่อนกระชับแน่น มืออ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 2

    ฝูซินนำราชโองการกลับสู่ราชสำนักแคว้นเว่ย ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังลานบวงสรวงของราชวงศ์รอบลานบวงสรวงคือเหล่าธิดาเทพ พี่น้องในราชวงศ์ ขุนนางสหายที่เคยร่วมทางกันมาและจื่อเว่ยซึ่งกำลังอุ้มทารกเพศชายหน้าตาน่ารักซึ่งคอยแต่โบกมือให้นางพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เด็กคนนี้คลอด เขาแทบไม่เคยยอมให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรแทนตนเองเลยสักครั้งเว่ยซิน...นางอมยิ้มด้วยความตื้นตัน ก่อนจะส่งราชโองการให้เว่ยหวางฝูเจี้ยนร่างสูงใหญ่ประดุจภูผาสูงของเจ้าครองแคว้นเว่ยเดินขึ้นหน้า เขาเปิดราชโองการสีทอง แม้จะคาดการไว้แล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรนัยน์ตาก็พลันไหววูบ เป็นราชโองการเมื่อปีที่เว่ยหวางฝูหย่งสิ้นพระชนม์เขามองหน้าน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน“วันนี้ข้า เว่ยหวางฝูเจี้ยน ขอประกาศราชโองการในฉินเยว่หวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าฉิน”วันที่สิบ เดือนห้า ปีจี๋เหม่า[1]เว่ยหวางฝูหย่งเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม เนื่องด้วยความสามารถอันศักดิ์สิทธิ์ จึงล่วงรู้ถึงจุดจบของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงใช้อายุขัยที่เหลืออยู่เพื่ออุทิศให้กับความสงบสุขของแผ่นดิน

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1.1

    ตายแล้ว”“ยังเพคะ พระชายาเบ่งอีกนิดเพคะ ทารกกลับหัวแล้ว”“อึก! ไม่ไหวแล้ว ซินเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนนะ ข้าเจ็บจนหมดแรงแล้ว!”เขานอนอยู่นอกม่าน ตั้งแต่ที่นางบอกว่าจะคลอด เขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ความเจ็บปวดนี้ยิ่งกว่าการถูกก้อนหินบดทับร่างกายเสียอีก ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาถูกหามเข้ามาในห้องเพราะอยากเข้ามาให้กำลังใจชายารัก ทว่านางกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขามาตลอดทางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมิใช่ตื่นตระหนกเพราะนางกำลังจะคลอดแต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทั้งหมดกลายเป็นเขารับแทนต่างหากเล่าขณะที่นางปีนขึ้นเตียง ผ้าม่านกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ได้ยินเสียงกัดฟันของจื่อเว่ยก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก ขณะที่มีคนช่วยนางทำคลอด จื่อเว่ยกลับถูกองครักษ์ตรึงแขนขาไว้แน่นเพื่อมิให้เขาทำร้ายตัวเองนางกำนัลที่ช่วยทำคลอดคอยสั่งให้ฝูซินค่อยๆ เบ่งทารก รู้สึกประหลาดใจมากที่เสียงของจื่อเว่ยนั้นสอดคล้องกับจังหวะการทำคลอดของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง“ซินเอ๋อร์!” จื่อเว่ยตะโกน แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห่วงนางว่าจะไม่สามารถคลอดทารกได้โดยง่าย“เบ่งเพคะ!”เสียงร้องของฝูซินดังขึ้นเพราะออกแรงเล็กน้อย ขณะเดียวกันจื่อเว่ยก็แหกปากเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เม

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากนั้นจื่อเว่ยก็กลับมาอยู่จวนเซี่ยโหวฝูซินได้พบกับเซวียนหลินอีกครั้ง น้องสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวโฉมงาม เนื่องด้วยเป็นน้องเล็ก จึงแทบมิได้ฝึกปรือเพลงยุทธ์อย่างที่บรรดาพี่น้องคนอื่นต้องเรียนรู้ แต่เดิมนางก็ถูกเลี้ยงดูประดุจไข่ในหินอยู่แล้ว ครั้นมาอยู่จวนเซี่ยโหว นางจึงได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากหยวนเหล่าไท่และสวีฟูเหริน เปิดเผยความสามารถทางด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้กระทั่งฝูซินที่เห็นผลงานที่น้องสาวฝึกปรือมาก็ต้องข่มความขมขื่นในใจพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปากช่วงแรกเซวียนหลินถูกเซี่ยหย่งชิงกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่หลังจากที่นางเศร้าซึมไปเพราะทราบข่าวที่ฝูซินหายตัวไป ชายหนุ่มก็ทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเขาปลอบสตรีไม่เป็น ดังนั้นจึงได้แต่กล่าววาจาร้ายกาจให้เซวียนหลินคิดเอง นานเข้านางก็คร้านจะพูดคุยกับเขา เรียกได้ว่าทั้งจวนเซี่ยโหว นอกจากเซี่ยหย่งชิงแล้ว นางพูดคุยกับทุกคน ทำเหมือนเขากลายเป็นอากาศธาตุหลังจากที่จื่อเว่ยและฝูซินย้ายมาอยู่ในจวนเซี่ยโหวชั่วคราว เซี่ยหย่งชิงก็หนีไปจูเหอจื่อ ทิ้งสายตาคาดโทษเซวียนหลินไว้“น้องเก้า เจ้าอยากกลับไปแคว้นเว่ยห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   บทส่งท้าย

    วันเวลาค่อยๆ ดำเนินไป จื่อเว่ยตัดสินใจคืนตำแหน่งไท่จื่อแล้วพาฝูซินไปพักที่จวนเซี่ยโหว ข้ออ้างที่ใช้ได้ดีก็คือเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจองค์จักรพรรดิจนคำพูด ตามที่สัญญาไว้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอีกทั้งพระองค์ทรงหมดเรี่ยวหมดแรงกับโอรสอย่างจื่อหยางเสียแล้วสิ่งที่ทำร้ายจิตใจจักรพรรดิที่สุดคือการที่โอรสมีความคิดที่เป็นพิษร้าย จื่อหยางเข้าใจว่ามารดาถูกหยินซีหวงโฮ่ววางยาพิษจนเสียชีวิต หากแต่ความจริงที่จักรพรรดิและหวงโฮ่วปิดบังไว้ นั่นคือคนที่วางยาพิษซ่างกวนเหม่ยเหรินก็คือ...ซ่างกวนเจี๋ยอวี๋เดิมทีจักรพรรดิทรงเห็นใจที่สกุลซ่างกวนตกต่ำ จึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ หากแต่ไม่คิดว่านางกลับปลูกฝังความคิดร้ายแรงให้กับโอรส จนเกือบทำให้พี่น้องฆ่ากันตายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุม คนที่สมควรต้องถูกลงโทษก็ต้องโดนในสายพระเนตรของฉินเยว่หวงตี้และหยินซีหวงโฮ่ว บุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นคือคนที่หลายปีมานี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกังวลตลอดมาตั้งแต่ที่จื่อเว่ยลืมตาดูโลก เว่ยหวางฝูหย่งก็ได้เปิดคำทำนายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นหลายปี แล้วมอบมันให้กับเขา“โอรสที่มีความสามารถจะช่วยกำจัดภั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มกลับคืนสู่ปกติองค์ชายสี่ปะทะแตกหักกับเฮ่อเอ่อร์หลาน เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนในเผ่าหมาป่า ท้ายที่สุดจึงอาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิเอาชนะได้ในที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นจอมทัพที่โดดเด่น เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพกำราบพายัพเมื่อเหล่าขุนนางถูกไท่จื่อปล้นชิงสินค้าที่กักตุนในคลังสมบัติ โดยมีมหาโจรอย่างจักรพรรดิทรงให้ท้าย พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการแข็งข้อต่อจักรพรรดิ แต่ละคนใบหน้าน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าหัวผักกาดเหี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องขององค์ชายห้าและซ่างกวนเจี๋ยอวี๋นั้นกำลังเป็นที่ร้อนแรงและถกเถียงกันไท่จื่อกลับคืนวังหลวงด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีว่าหวงไท่จื่อเฟยเองก็ปลอดภัยดีวันนี้มิ่งจูมาเยี่ยมไท่จื่อในตำหนัก นางหอบร่างที่หน้าท้องนูนเล็กน้อยเดินเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้างดงามตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อมองฝูซิน ท่าทางเวทนาที่แสดงออกนั้นมาพร้อมกับวาจาอันไพเราะ “พี่หญิงหายตัวไปนาน มิ่งจูเป็นห่วงเหลือเกิน ทราบมาว่าท่านหายไปกับองครักษ์ของไท่จื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”จ้าวลั่วเอินที่กำลังตรวจอาการให้จื่อเว่ยซึ่งนอนหลับสนิทมุมปากก

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 67 ตำรับยาศักดิ์สิทธิ์ 1

    มันเป็นภาพป่าไผ่สีเขียวที่มีอาณาเขตกว้างไกล นางกำลังวิ่งเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น ทว่าตรงหน้ากลับมีกลุ่มคนมากมายที่นอนจมกองเลือด หนึ่งในนั้นเป็นคนที่นางจดจำได้แม้จะเหลือเพียงแค่กระดูก เขากำลังถูกนักฆ่ารุมล้อม สภาพอ่อนล้าที่ปรากฏทำให้เขาเสียเปรียบ กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งชวนให้จิตใจสั่นไหว ชายหนุ่มที่อยู

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 67 ตำรับยาศักดิ์สิทธิ์ 1

    เมื่ออยู่กันสองคน สีหน้าของจ้าวลั่วเอินก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมา นางประคองฝูซินไปที่เก้าอี้ กล่าวเสียงเข้มว่า “คิดไม่ถึงว่าไท่จื่อของเจ้าจะใจร้อนขนาดนี้ หากฉู่หนานกงไม่แอบเข้าไปในวัง ข้าคงไม่รู้ว่าเจ้าจะมาถึงเร็วขนาดนี้”ได้ยินจ้าวลั่วเอินบ่นฝูซินก็รู้สึกว่าตัวเองมีพวก นางยิ้มเย็นก่อนจะกล่าวสำทับ “ข้ากล

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 66 พระโพธิสัตว์เดินดิน 2

    ฝูซินไม่คิดว่าฉู่หนานกงจะพูดเรื่องนี้กับนาง หลังจากที่ได้ยินเขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มจืดเจื่อนแล้วนางก็พลันรู้สึกว่าตนเองกำลังบีบบังคับคนอื่นเกินไป ตั้งแต่ที่รู้จักกันมา นางไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเขามากไปกว่าที่อีกฝ่ายอยากให้รู้ อีกทั้งฉู่หนานกงมิใช่คนช่างพูดมากนัก ความทรงจำที่นางมีต่อเขามักจะเป็นประ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 65 พระโพธิสัตว์เดินดิน 1

    บรรยากาศในตำหนักที่เต็มไปด้วยบุปผานานาพันธุ์นั้นสงบเงียบกว่าที่เคย ขณะที่ภายนอกรั้วกำแพงวังหลวงเต็มไปด้วยบรรดาผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นหมอเทวดาซึ่งกำลังเข้าแถวรอเข้ารักษาองค์หญิงเซียนอวี่ ทว่าพวกเขารอมามากกว่าสิบวันแล้ว ในสิบวันนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวจากภายในจนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าองค์หญิงเซียนอวี่อาจจะรอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status