Home / รักโบราณ / เฟิ่งหวง [鳳凰] / ตอนที่ 3 ไท่จื่อผู้วิปริต 2

Share

ตอนที่ 3 ไท่จื่อผู้วิปริต 2

last update Last Updated: 2025-11-11 17:02:42

ฝูซินข่มอาการสั่นเทาไว้จนเกร็ง สัมผัสเปียกชื้นชวนซ่านเสียวตรงติ่งหูทำให้นางย่นคอลงในทันใด หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ยกเท้าสกัดขาของจื่อเว่ยจนเขาผลุบลงไปในน้ำที่มีเพียงครึ่งบ่อ ส่วนตัวนางตะเกียกตะกายพาตัวเองออกจากบ่อน้ำร้อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าการเคลื่อนไหวในน้ำช่างน่าขันนัก น้ำในบ่อสาดกระจาย นางไม่เพียงก้าวไม่ถึงขอบบ่อ ยังถูกเขากระชากจนเกาะอกขาดวิ่น ยอดอกของนางเปลือยเปล่า ได้แต่ข่มความอับอายแล้ววิ่ง…แต่วิ่งไปไม่ทันไรจื่อเว่ยก็รวบเอวนางได้ทัน ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบฉือ[1] ตัวของนางจึงลอยหวือ แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดอกแกร่ง เนินเนื้ออวบอิ่มถูกเขารัดแน่นจนหายใจไม่ออก ความรู้สึกที่นางมีในตอนนี้ มีแต่ต้องการเอาชีวิตรอด การแตะต้องเนื้อตัวระหว่างชายหญิงกลายเป็นเรื่องเล็กไปเสียสิ้น

คนทั้งสองต่างก็หายใจหอบเหนื่อย ใช้ความเงียบเข้าสู้อย่างไม่มีใครยอมใคร นางยิ่งดิ้นเขายิ่งรัดแน่น ท้ายที่สุดฝูซินก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับแรงของเขา ไม่อาจทนให้คนผู้นี้หยามหน้านางอีกต่อไป

“ปล่อยข้า!”

จื่อเว่ยไม่ตอบ เขาลากนางลงน้ำ สัมผัสที่รัดรึงผิวเนื้อจากทางด้านหลังกอปรกับความร้อนในบ่อทำให้นางตัวแดงเป็นกุ้งสุก ครั้นพยายามดิ้นพล่านเพื่อให้หลุดจากสัมผัสหยาบกระด้างนี้ ปากพลันถูกเขาเอื้อมมือปิดไว้แน่น

“หุบปากและอยู่นิ่งๆ หากยังไม่อยากตาย”

เมื่อสัมผัสถึงแรงขัดขืนที่อ่อนลง จื่อเว่ยจึงคลายอ้อมแขน เลื่อนฝ่ามือต่ำลงไปยังหน้าท้องเรียบเนียนของนาง จากนั้นจึงปลดปิ่นบนศีรษะเล็กจนเส้นผมเปียกชื้นสยายลงมาปกปิดเรือนร่างของนางอย่างหมิ่นเหม่

“อา…น้องสาม ข้าคิดว่าเจ้า”

จื่อเว่ยรั้งร่างเล็กเข้าแนบชิดอกแกร่ง เกยคางบนไหล่ของฝูซินแล้วเลื่อนไล้ฝ่ามือบนผิวเนื้อเรียบลื่นราวกับคนที่จ่มอยู่ในห้วงปรารถนา ดวงตาลึกล้ำเปี่ยมเสน่ห์ปรายมองผู้มาเยือนชั่วแวบหนึ่ง เขาค่อยๆ กดร่างของนางให้เรือนกายอยู่ใต้น้ำ ก่อนจะเคลื่อนกายบดบังนางไว้

อากัปกิริยาเชื่องช้าเย้ายวนของบุรุษ ส่งผลให้ผู้มาเยือนมองตาปรอย ไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังกำยำที่ซ่อนรูปของเขาได้

“เสด็จพี่รอง…ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรจึงบุกเข้ามาในห้องข้าเช่นนี้”

ยามเอ่ยกับองค์หญิงผิงซวน องค์หญิงรองแห่งอาณาจักรต้าฉิน น้ำเสียงของจื่อเว่ยกลับแข็งขึง ไม่อ่อนโยนดังเช่นคุยกับสตรีอื่น นางเป็นถึงองค์หญิงรองแห่งต้าฉิน บุตรีของอดีตราชครู ทั้งยังมีเสนาบดีใหญ่หนุนหลังไหนเลยจะพอพระทัย ใบหน้าผุดผาดเชิดขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างแง่งอน

“หลังจากเกิดเรื่องเมื่อครู่ก็ไม่มีข่าวคราวจากตำหนักจื่อเยว่ เสด็จพ่อ

ทรงกังวลพระทัยอย่างมาก ข้าจึงอาสามาดูอาการเจ้าด้วยตัวเอง”

“ข้าปลอดภัยดี เสด็จพี่รองกลับตำหนักไปเถิด”

องค์หญิงผิงซวนมองเงาร่างที่ถูกจื่อเว่ยบดบัง ดวงตาคู่งามพยายามซ่อนเร้นความริษยา นางแค่นเสียงขึ้นจมูก กล่าวตัดพ้อต่อว่าอีกประโยค “ไท่จื่อเชยชมหญิงสาวต่ำศักดิ์เหล่านี้ทุกวัน สร้างความกังวลพระทัยให้เสด็จแม่อย่างหนัก เห็นทีว่าอีกไม่นานคงมีพระประสงค์ให้ท่านเสกสมรสไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักแล้วกระมัง”

ประกายตาที่หลบซ่อนของจื่อเว่ยเย็นเยียบ กล่าวโดยไม่หันไปมองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “เสด็จพี่หญิงไม่ต้องกังวลพระทัย ไท่จื่อเฟยที่ข้าเลือกย่อมไม่ทำให้ต้าฉินอับอายอย่างแน่นอน เชิญ” เขาเน้นประโยคหลังอย่างหนักแน่นในความตั้งใจ สตรีที่จะยืนเคียงข้างเขาต้องเป็นสตรีที่เขาเลือกเองเท่านั้น แม้แต่องค์จักรพรรดิก็มิอาจทำอะไรได้

สิ้นเสียงขับไล่อย่างไร้เยื่อใย องค์หญิงรองก็พลันสะบัดแขนเสื้อจากไป เพียงครู่หนึ่งก็พลันแว่วเสียงโวยวายอาละวาดอย่างร้ายกาจดังไกลออกไป

ฝูซินหัวเราะในลำคอ องค์หญิงองค์ชายแห่งต้าฉินเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ ไม่ผิดกันเลยแม้แต่น้อย สมองของนางคาดเดาความสัมพันธ์ของคนทั้งสองในทันที

หรือจักรพรรดิชั่วผู้นั้นคาดหวังให้โอรสธิดาสมรสกันเองกระมัง

“คิดไม่ถึงว่าต้าฉินอันเกรียงไกร พี่น้องจะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันเช่นนี้”

จื่อเว่ยบีบไหล่ของฝูซินจนหญิงสาวนิ่วหน้า มือที่รัดหน้าท้องรัดแน่นขึ้น เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังข้างหูจนนางสะท้านเยือก

“อย่าเพิ่งย่ามใจไปองค์หญิงฝูซิน เจ้าคิดหรือว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ”

ฝูซินยิ้มเย็น “มั่นใจเหลือเกินนะ”

ปลายโลหะแหลมคมวาบผ่าน ฝูซินบิดกายออกจากการเกาะกุม อาศัยจังหวะที่ร่างกำลังจะหงายหลัง แทงปิ่นโลหะใส่อกจื่อเว่ยอย่างรวดเร็ว

ฉึก!

จื่อเว่ยมิได้เบี่ยงหลบ ปล่อยให้นางกดปลายแหลมของปิ่นอย่างเลือดเย็น

บุปผาโลหิตบานสะพรั่ง ไหลลงสู่ผิวน้ำ

ฝูซินชะงักค้าง เบิกตามองภาพเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ เมื่อครู่นางทิ่มแทงสุดแรงเกิด ไฉนจึงสร้างเพียงรอยแผลเล็กน้อยเท่านี้เล่า

ดวงตาของจื่อเว่ยเปรียบเสมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน ทว่าบัดนี้กลับมืดหม่นลงราวกับว่าเค้าลางแห่งพายุกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

ฝูซินผละร่างออก รีบปีนขึ้นจากบ่อน้ำร้อน คว้าสิ่งใดปกปิดร่างกายได้ก็รีบคว้ามาสวมใส่ ไม่ทันฉุกคิดด้วยซ้ำว่าตนเองอยู่ในตำหนักที่มีองครักษ์นับร้อยเฝ้าอยู่ แม้แต่หนูสักตัวก็ยังไม่อาจหนีรอดได้ นางกระชากม่านโปร่งบางมาพันรอบตัว ฉีกกระชากชุดนางระบำทิ้ง ก่อนจะเกล้ามวยผมแล้วเสียบปิ่นกลับที่เดิม ดวงตาหงส์กวาดมองสิ่งของที่พอจะเป็นอาวุธได้

“หาไปก็ไร้ประโยชน์ หนีไปก็ไร้ประโยชน์ ก้าวเข้าถ้ำเสือแล้ว คิดจะหนีออกไปไม่ง่ายดายนัก”

จื่อเว่ยกล่าวเสียงเรียบ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดบาดแผลบนอกอย่างไม่อนาทร ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ราวกับว่าเมื่อครู่เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

ปีศาจ…เขามันคือปีศาจ เคราะห์ดีที่คนผู้นี้ไม่สนใจสตรีเพศ มิเช่นนั้นแล้วนางคง...

หญิงสาวกลืนน้ำลาย ความคิดวกวนหาทางออกไม่ได้ หากต้องการจะหลบหนี อย่างน้อยก็ต้องสังหารคนไม่ต่ำกว่าสิบคน องครักษ์ของต้าฉินฝีมือมิใช่ชั่ว ไม่รู้ว่านางจะตายก่อน หรือจะรอดออกไปก่อนกันแน่

“ไม่ต้องคิดหนีให้เสียเวลา” จื่อเว่ยโยนอาภรณ์บุรุษให้นาง “เรื่องเมื่อครู่ข้าจะไม่ถือสา แต่ถ้าหากเจ้าคิดจะสังหารข้าอีก…ครั้งต่อไปข้าจะยัดเยียดความเป็นสามีให้เจ้าก่อนส่งคืนฝูเจี้ยน ดีหรือไม่?”

นางสะอึก…มิใช่เพราะเขาจะยัดเยียดความเป็นสามีให้นาง แต่เป็นเพราะ... “เจ้ารู้จักเสด็จพี่?”

จื่อเว่ยนั่งบนเตียง คว้ากระปุกยาขึ้นมา “หากไม่เปลี่ยนอาภรณ์ ก็มาใส่ยาให้ข้า”

ฝูซินถูกคำพูดของจื่อเว่ยทำเอาสับสนงุนงง รู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้องเสียแล้ว

เสด็จพี่ของนางกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ มิใช่ยกทัพเพื่อมาแก้แค้นให้เสด็จพ่อหรอกหรือ นางลอบกังวลใจ เหตุใดตอนนี้แม้แต่คนที่ลอบติดตามนางมาก็ยังไร้วี่แวว

บิดาของนางถูกจักรพรรดิชั่วแห่งต้าฉินใส่ไคล้ว่าจงใจก่อกบฏ แม้ว่าเว่ยจะสวามิภักดิ์ต่อต้าฉินมายี่สิบปีแล้ว แต่มังกรเฒ่าผู้นั้นก็มิเคยไว้วางใจแคว้นต่างๆ อย่างแท้จริง เพียงเพราะเว่ยหวางจัดงานล่าสัตว์ทุกปีในป่าทางทิศตะวันตกของแคว้นเว่ย กลับมีคนกล่าวหาว่าซ่องสุมกำลังพลเพื่อก่อกบฏ สุดท้ายก็ได้รับราชโองการให้ดื่มยาพิษต่อหน้าประชาชนแค้นเว่ย

ผ่านไปเกือบสองปี กว่านางจะมาถึงที่นี่ได้ ทว่าเสด็จพี่ของนางกับไท่จื่อของต้าฉินมีเรื่องอันใดกัน

“คิดอะไรให้มากความ รอให้ออกไปจากที่นี่ได้ก่อนเจ้าก็จะเข้าใจเอง”

ดวงตาหงส์เป็นประกายมองไท่จื่อแห่งต้าฉิน กล่าวเสียงลอดไรฟันด้วยความรังเกียจ “บิดาเป็นเช่นไร บุตรก็เป็นเช่นนั้น”

ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็พลันเผือดสี ชี้หน้าเขาด้วยมืออันสั่นเทา “เจ้ากับเสด็จพี่…”

มิใช่ว่าเขากับเสด็จพี่ของนางคิดจะหนีตามกันไปหรอกนะ

สวรรค์ นี่เสด็จพี่ของนางจะยกทัพมาชิงตัวบุรุษหยกหรอกหรือ นี่คือการแก้แค้นให้เสด็จพ่อที่เขาบอกนางว่าคือสิ่งที่สาแก่ใจที่สุด นางพลันรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมากะทันหัน เพียงแค่คิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า ขนกายก็ลุกชูชันไปทั้งตัวแล้ว

นางคิดแล้วเชียว มิน่าเล่ายกกำลังพลมามากมายถึงเพียงนี้ต้าฉินกลับไม่ระมัดระวังตัว ที่แท้เจ้าจื่อเว่ยผู้ชั่วช้าก็คิดหลอกล่อให้พี่ชายนางมาชิงตัวเขากลับแคว้น!

[1]        10 ชุ่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 31 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 4

    แท้จริงแล้วเถ้าแก่โรงเตี๊ยมริมทะเลสาบก็คือผู้คุมกฎของสำนักคุ้มภัยที่จื่อเว่ยเปิดไว้อย่างลับๆ เนื่องด้วยต้าฉินแม้จะสถาปนาเป็นอาณาจักรใหญ่ รวมทั้งสามารถทำให้สองแคว้นใหญ่อย่างแคว้นเว่ยและแคว้นฉู่สวามิภักดิ์ได้ แต่กระนั้นแคว้นลำดับรองลงมาทั้งหลายก็ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ฉินเยว่หวงตี้จึงไม่สามารถบีบคั้นเพื่อสืบสาวราวเรื่องได้จื่อเว่ยอาศัยที่มีอาจารย์เป็นเพียงผู้อาวุโสที่ไม่ได้รับราชการในสำนัก มิใช่มหาราชครูดังเช่นอาจารย์ของพี่น้องคนอื่น หลังจากรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายใต้ฉากหน้าที่สงบสุขของแผ่นดิน อาจารย์ของเขาจึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยข่าวกรองขึ้นมาเสียเอง ภายนอกผู้คนต่างก็คิดว่าสำนักคุ้มภัยเฟิงอวิ๋นคือสำนักคุ้มภัยที่เฟิงเสียนจีรับช่วงต่อมาจากบิดา แต่มีคนน้อยนักที่รู้ว่าสกุลเฟิงของเฟิงเสียนจี เป็นคนละสาขากับสกุลเฟิงของสำนักคุ้มภัยเฟิงอวิ๋น ซึ่งจื่อเว่ยใช้หยาดเหงื่อต่างน้ำ ทำงานให้กับองค์จักรพรรดิเพื่อแลกกับทองจำนวนหนึ่งมาซื้อกิจการสำนักคุ้มภัยไว้ โดยที่ได้เฉินเจิ้งหานอดีตแม่ทัพในฉินหวางพระองค์ก่อนและลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งมาช่วยดูแลภายใน ห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 30 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 3

    “มีอะไรจะรายงานข้า”น้ำเสียงนั้นดังทุ้มกังวาน แฝงกลิ่นอายอันตรายสามสี่ส่วน เปลวไฟจากคบเพลิงในห้องสี่เหลี่ยมไหววูบ ก่อเกิดเป็นเส้นสายแปลกตาบนใบหน้าทะมึนของชายหนุ่มที่นั่งตรงหัวโต๊ะ“มีคนกว้านซื้อแร่เหล็กจากพ่อค้าในเมืองเล็กๆ มากักตุนไว้จนหมดตลาด รวมไปถึงดินประสิวและมูลค้างคาวจำนวนมาก ป่าไม้ทางแถบทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นสู่ถูกตัดโค่นไปกินอาณาบริเวณรัศมีหลายสิบลี้ แต่ยังมิได้ขนย้าย คาดว่าเมื่อถึงคราวหน้าน้ำ ลำน้ำสวินเหอจะเป็นกุญแจสำคัญพ่ะย่ะค่ะ”“ทางแคว้นสู่ว่าอย่างไร ตัดไม้มากมายขนาดนี้ มิได้แจ้งทางการหรอกรึ”“คนของเราแจ้งว่า เป็นคหบดีคนหนึ่งจะสร้างบ้านพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็มีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในพื้นที่อื่นบ้างประปราย”“สั่งคนของเราจับตาดูไปก่อน ไม้เป็นของชิ้นใหญ่ หากจะเคลื่อนย้ายย่อมเป็นที่จับตามอง ทว่าพ่อค้าที่สามารถกว้านซื้อแร่เหล็กได้ หากไม่ได้รับหนังสืออนุญาตจากทางการ ก็เป็นไปได้ว่าซื้อในนามของพ่อค้าจำนวนมาก” เขานิ่งคิด “ทางจูเหอจื่อเป็นอย่างไร”“คุณชายรองบอกว่าหลังจากที่ข่าวลือแพร่ออกไป คนต่างถิ่นก็มากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”“มีอะไรอีกหรือไม่”“ทางสำนักคุ้มภัยเตรียมที่พักให้พร้อมแล้ว ทว่าช่วง

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 30 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 3

    ปลายยามซวี[1]จื่อเว่ยสั่งให้ซีจื่อหลางหยุดขบวนรถม้าใกล้หมู่บ้านริมทะเลสาบซีเจ๋อ ขบวนรถม้าจอดเทียบหน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้สัญจรมากมาย องครักษ์หนุ่มสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมมา ครั้นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมสบตากับซีจื่อหลางก็จดจำได้ในทันทีเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ไม่คล้ายกับวาณิชทั่วไปนัก เขาสั่งการให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตระเตรียมห้องพักและอาหารครั้นสั่งการเสร็จ เถ้าแก่จึงเดินเข้ามาใกล้กับประตูรถม้า พูดขึ้นว่า “นายท่าน เชิญขอรับ”“อืม…” จื่อเว่ยตอบรับคำหนึ่งแล้วกันมาพูดกับฝูซิน “ลงไปกันเถอะ”ฝูซินพยักหน้า รอให้จื่อเว่ยลงจากรถม้า จากนั้นจึงตามไปภาพที่ชายหนุ่มประคองหญิงสาวลงจากรถม้า ได้ติดตรึงตราในใจเหล่าบริวารของจื่อเว่ยนับแต่นั้นมา“พวกเขาตกใจอะไรกันหรือ” ฝูซินเห็นแต่ละคนอ้าปากค้างก็เกิดความสงสัย ทว่าเพียงพริบตาเดียวคนเหล่านั้นก็มองนกมองไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ล่ะ…ไท่จื่อเล่นปรายตามองขนาดนั้น ผู้ใดจะขวัญกล้าเทียมฟ้าได้เล่า“คารวะนายท่าน…”“ฟูเหริน” จื่อเว่ยบอก“คารวะฟูเหริน” ดวงตาของเถ้าแก่เป็นประกาย ก้มศีรษะประสานมือคารวะ ด้านหลังเขาคือชายฉกร

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 29 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 2.2

    หลังจากข้ามสะพานไม้ไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำก็พบว่ามีรถม้าจอดรออยู่ก่อนแล้ว ถูฟางและถูฟงแตกตื่นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีองครักษ์ที่รออยู่ไม่ต่ำกว่าสิบนาย“ซ่านจื่อ…เจ้าเป็นแค่ใต้เท้าธรรมดาจริงหรือ” ถูฟงถามขึ้น สีหน้าหวาดระแวงอย่างถึงที่สุด“กลัวรึ” จื่อเว่ยถามกลับ แววตาเย็นชาวาบผ่าน ภายใต้แสงคบเพลิงแลดูน่ากลัวอย่างยิ่งถูฟงสะดุ้ง “ใครบอก!”“รถม้าสำหรับนายท่านและฟูเหริน เจ้าสองคนควรจะขี่ม้าเป็นกระมัง” ซีจื่อหลางกล่าวขึ้น จูงม้าสองตัวมาใกล้คนทั้งสองถูฟงเห็นม้าก็ตาวาว รีบเข้ามาลูบคลำแล้วพูดน้ำเสียงอ่อนลง “ม้าดี…ม้าดี ขอบใจเจ้ามาก”“อาฟาง มาสิ”ถูฟางมองรถม้าตาละห้อย แม้นางจะเติบโตในชนเผ่าที่ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยเปื่อย แม้จะคุ้นเคยกับการขี่ม้า ทว่านางเองก็อยากนั่งรถม้านี่นา“อาฟาง เจ้าขี่ม้าไม่เป็นรึ”ครั้นจื่อเว่ยถามขึ้น ถูฟางก็มีเสีหน้าเลิ่กลั่ก บิดแขนไปมาแล้วกล่าวอย่างขัดเขินว่า “เป็นสิ ข้าย่อมขี่ม้าเป็นอยู่แล้ว พี่ซ่านจื่อไม่ต้องเป็นห่วง ข้าถูฟางร่างกายแข็งแรง ขี่ม้าเรื่องเล็ก เรื่องอุ้มท้องยิ่ง…แค่ก!”ถูฟงเอามืออุดปากน้องสาว “หุบปาก เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอะไร”จื่อเว่ยเลิกสนใจคนทั้งสอง เขาพยุงฝ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 29 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 2

    “ฟูจวิน…เหตุใดท่านจึงเดินเปลือยอกไปมาในบ้านเช่นนี้” ฝูซินเอ่ยขึ้น นางยกสำรับเข้ามาในบ้าน อาหารสองสามอย่างที่นางทำส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนตัวโง่งมในท้องของจื่อเว่ยร้องครวญครางไม่หยุด จื่อเว่ยไหวไหล่น้อยๆ คว้าเพียงเสื้อตัวนอกสวมคลุมเรือนกายอย่างลวกๆ แล้วนั่งลงรอให้นางปรนนิบัติอย่างเคยชิน ใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่กลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เผื่อว่าเจ้าจะติดใจแผงอกกำยำของข้าจนไม่อยากทำงานบ้านบ้าง”มือที่ตักข้าวของนางชะงัก ฝูซินปรายตามองเขาแวบหนึ่ง รู้สึกสะดุดใจกับรอยแผลบนผิวกายของเขาจึงอดถามไม่ได้ “ท่านเคยยกทัพจับศึกมาก่อนหรือ เหตุใดนอกจากรอยแผลจากธนูแล้วยังมีรอยแผลแปลกๆ อีกสองสามรอย”จื่อเว่ยใช้มือแหวกอกเสื้อ ชี้รอยแผลให้นางดู “สองรอยนี้หรือ”“อืม” นางพยักหน้า เก็บถาดอาหารไว้บนชั้นวางแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขา ท่าทางการจับตะเกียบเรียบง่ายเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง “เห็นทีว่ารอยแผลนี้คงสำคัญมาก เพราะที่จริงด้วยสภาพร่างกายของท่าน เพียงรักษาอย่างถูกวิธี บาดแผลก็คงจางลงไม่ต่างกับรอยธนู”จื่อเว่ยคีบเนื้อให้นาง ท่าทางยามกินอยู่ร่วมกันของทั้งสองมิได้ประดักประเดิดแต่อย่างใด ชายหนุ่มหญิงสาวผลัดกั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 28 โปรดผลักภาระบนบ่าทิ้งไปสักครั้งเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน 1

    อากาศช่วงปลายวสันต์ยังไม่คลายความหนาวเย็นเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีฝนโปรยปรายเป็นระยะเสียจนผู้คนตระเตรียมการเพาะปลูกไม่ทัน ทิวทัศน์รอบหมู่บ้านของชนเผ่าหมาป่าแดงเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง พลอยทำให้ความเงียบเหงาจากช่วงฤดูหนาวบรรเทาเบาบางลงบ้าง“หูเตี๋ย ซ่านจื่อ มีใครอยู่หรือไม่” ถูฟงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงของฝนที่เทกระหน่ำลงมา ชายหนุ่มชะเง้อคอมองหาคนทั้งสอง เตาไฟยังมีควันอยู่ แต่ประตูบ้านเรือนกลับปิดสนิทไม่คล้ายมีคนอยู่ถูฟงวางห่อผ้าในมือไว้บนแคร่ไม้ไผ่ ครั้นจะเปิดประตูเพื่อเข้าไป พลันเห็นว่าจื่อเว่ยกำลังแง้มประตูมองเขาอยู่ด้วยแววตาเย็นชา จื่อเว่ยสวมแต่เพียงกางเกงตัวเดียว เผยมัดกล้ามแน่นตึงและร่องรอยแดงจ้ำที่เกิดจากศึกอันดุเดือดในยามค่ำคืน ซึ่งทำให้ถูฟงเองก็อดกลืนน้ำลายด้วยความริษยาในใจไม่ได้ “มีอะไร”เพียงเห็นสภาพของจื่อเว่ย ผู้มาเยือนก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าข้างในมีอะไรเกิดขึ้น ด้วยความกระอักกระอ่วนจึงรีบคว้าห่อผ้าโยนให้เจ้าของบ้าน กล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นแฝงความขุ่นข้องอยู่ในทีถูฟงจอมริษยามีหรือจะรู้เท่าทันจอมเจ้าเล่ห์อย่างจื่อเว่ย เขาจงใจแสดงออกขนาดนี้ ที่ไม่ยอมสวมใส่เสื้อก็เพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status