Home / รักโบราณ / เฟิ่งหวง [鳳凰] / ตอนที่ 3 ไท่จื่อผู้วิปริต 2

Share

ตอนที่ 3 ไท่จื่อผู้วิปริต 2

last update Last Updated: 2025-11-11 17:02:42

ฝูซินข่มอาการสั่นเทาไว้จนเกร็ง สัมผัสเปียกชื้นชวนซ่านเสียวตรงติ่งหูทำให้นางย่นคอลงในทันใด หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ยกเท้าสกัดขาของจื่อเว่ยจนเขาผลุบลงไปในน้ำที่มีเพียงครึ่งบ่อ ส่วนตัวนางตะเกียกตะกายพาตัวเองออกจากบ่อน้ำร้อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าการเคลื่อนไหวในน้ำช่างน่าขันนัก น้ำในบ่อสาดกระจาย นางไม่เพียงก้าวไม่ถึงขอบบ่อ ยังถูกเขากระชากจนเกาะอกขาดวิ่น ยอดอกของนางเปลือยเปล่า ได้แต่ข่มความอับอายแล้ววิ่ง…แต่วิ่งไปไม่ทันไรจื่อเว่ยก็รวบเอวนางได้ทัน ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบฉือ[1] ตัวของนางจึงลอยหวือ แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดอกแกร่ง เนินเนื้ออวบอิ่มถูกเขารัดแน่นจนหายใจไม่ออก ความรู้สึกที่นางมีในตอนนี้ มีแต่ต้องการเอาชีวิตรอด การแตะต้องเนื้อตัวระหว่างชายหญิงกลายเป็นเรื่องเล็กไปเสียสิ้น

คนทั้งสองต่างก็หายใจหอบเหนื่อย ใช้ความเงียบเข้าสู้อย่างไม่มีใครยอมใคร นางยิ่งดิ้นเขายิ่งรัดแน่น ท้ายที่สุดฝูซินก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับแรงของเขา ไม่อาจทนให้คนผู้นี้หยามหน้านางอีกต่อไป

“ปล่อยข้า!”

จื่อเว่ยไม่ตอบ เขาลากนางลงน้ำ สัมผัสที่รัดรึงผิวเนื้อจากทางด้านหลังกอปรกับความร้อนในบ่อทำให้นางตัวแดงเป็นกุ้งสุก ครั้นพยายามดิ้นพล่านเพื่อให้หลุดจากสัมผัสหยาบกระด้างนี้ ปากพลันถูกเขาเอื้อมมือปิดไว้แน่น

“หุบปากและอยู่นิ่งๆ หากยังไม่อยากตาย”

เมื่อสัมผัสถึงแรงขัดขืนที่อ่อนลง จื่อเว่ยจึงคลายอ้อมแขน เลื่อนฝ่ามือต่ำลงไปยังหน้าท้องเรียบเนียนของนาง จากนั้นจึงปลดปิ่นบนศีรษะเล็กจนเส้นผมเปียกชื้นสยายลงมาปกปิดเรือนร่างของนางอย่างหมิ่นเหม่

“อา…น้องสาม ข้าคิดว่าเจ้า”

จื่อเว่ยรั้งร่างเล็กเข้าแนบชิดอกแกร่ง เกยคางบนไหล่ของฝูซินแล้วเลื่อนไล้ฝ่ามือบนผิวเนื้อเรียบลื่นราวกับคนที่จ่มอยู่ในห้วงปรารถนา ดวงตาลึกล้ำเปี่ยมเสน่ห์ปรายมองผู้มาเยือนชั่วแวบหนึ่ง เขาค่อยๆ กดร่างของนางให้เรือนกายอยู่ใต้น้ำ ก่อนจะเคลื่อนกายบดบังนางไว้

อากัปกิริยาเชื่องช้าเย้ายวนของบุรุษ ส่งผลให้ผู้มาเยือนมองตาปรอย ไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังกำยำที่ซ่อนรูปของเขาได้

“เสด็จพี่รอง…ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรจึงบุกเข้ามาในห้องข้าเช่นนี้”

ยามเอ่ยกับองค์หญิงผิงซวน องค์หญิงรองแห่งอาณาจักรต้าฉิน น้ำเสียงของจื่อเว่ยกลับแข็งขึง ไม่อ่อนโยนดังเช่นคุยกับสตรีอื่น นางเป็นถึงองค์หญิงรองแห่งต้าฉิน บุตรีของอดีตราชครู ทั้งยังมีเสนาบดีใหญ่หนุนหลังไหนเลยจะพอพระทัย ใบหน้าผุดผาดเชิดขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างแง่งอน

“หลังจากเกิดเรื่องเมื่อครู่ก็ไม่มีข่าวคราวจากตำหนักจื่อเยว่ เสด็จพ่อ

ทรงกังวลพระทัยอย่างมาก ข้าจึงอาสามาดูอาการเจ้าด้วยตัวเอง”

“ข้าปลอดภัยดี เสด็จพี่รองกลับตำหนักไปเถิด”

องค์หญิงผิงซวนมองเงาร่างที่ถูกจื่อเว่ยบดบัง ดวงตาคู่งามพยายามซ่อนเร้นความริษยา นางแค่นเสียงขึ้นจมูก กล่าวตัดพ้อต่อว่าอีกประโยค “ไท่จื่อเชยชมหญิงสาวต่ำศักดิ์เหล่านี้ทุกวัน สร้างความกังวลพระทัยให้เสด็จแม่อย่างหนัก เห็นทีว่าอีกไม่นานคงมีพระประสงค์ให้ท่านเสกสมรสไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักแล้วกระมัง”

ประกายตาที่หลบซ่อนของจื่อเว่ยเย็นเยียบ กล่าวโดยไม่หันไปมองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “เสด็จพี่หญิงไม่ต้องกังวลพระทัย ไท่จื่อเฟยที่ข้าเลือกย่อมไม่ทำให้ต้าฉินอับอายอย่างแน่นอน เชิญ” เขาเน้นประโยคหลังอย่างหนักแน่นในความตั้งใจ สตรีที่จะยืนเคียงข้างเขาต้องเป็นสตรีที่เขาเลือกเองเท่านั้น แม้แต่องค์จักรพรรดิก็มิอาจทำอะไรได้

สิ้นเสียงขับไล่อย่างไร้เยื่อใย องค์หญิงรองก็พลันสะบัดแขนเสื้อจากไป เพียงครู่หนึ่งก็พลันแว่วเสียงโวยวายอาละวาดอย่างร้ายกาจดังไกลออกไป

ฝูซินหัวเราะในลำคอ องค์หญิงองค์ชายแห่งต้าฉินเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ ไม่ผิดกันเลยแม้แต่น้อย สมองของนางคาดเดาความสัมพันธ์ของคนทั้งสองในทันที

หรือจักรพรรดิชั่วผู้นั้นคาดหวังให้โอรสธิดาสมรสกันเองกระมัง

“คิดไม่ถึงว่าต้าฉินอันเกรียงไกร พี่น้องจะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันเช่นนี้”

จื่อเว่ยบีบไหล่ของฝูซินจนหญิงสาวนิ่วหน้า มือที่รัดหน้าท้องรัดแน่นขึ้น เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังข้างหูจนนางสะท้านเยือก

“อย่าเพิ่งย่ามใจไปองค์หญิงฝูซิน เจ้าคิดหรือว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ”

ฝูซินยิ้มเย็น “มั่นใจเหลือเกินนะ”

ปลายโลหะแหลมคมวาบผ่าน ฝูซินบิดกายออกจากการเกาะกุม อาศัยจังหวะที่ร่างกำลังจะหงายหลัง แทงปิ่นโลหะใส่อกจื่อเว่ยอย่างรวดเร็ว

ฉึก!

จื่อเว่ยมิได้เบี่ยงหลบ ปล่อยให้นางกดปลายแหลมของปิ่นอย่างเลือดเย็น

บุปผาโลหิตบานสะพรั่ง ไหลลงสู่ผิวน้ำ

ฝูซินชะงักค้าง เบิกตามองภาพเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ เมื่อครู่นางทิ่มแทงสุดแรงเกิด ไฉนจึงสร้างเพียงรอยแผลเล็กน้อยเท่านี้เล่า

ดวงตาของจื่อเว่ยเปรียบเสมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน ทว่าบัดนี้กลับมืดหม่นลงราวกับว่าเค้าลางแห่งพายุกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

ฝูซินผละร่างออก รีบปีนขึ้นจากบ่อน้ำร้อน คว้าสิ่งใดปกปิดร่างกายได้ก็รีบคว้ามาสวมใส่ ไม่ทันฉุกคิดด้วยซ้ำว่าตนเองอยู่ในตำหนักที่มีองครักษ์นับร้อยเฝ้าอยู่ แม้แต่หนูสักตัวก็ยังไม่อาจหนีรอดได้ นางกระชากม่านโปร่งบางมาพันรอบตัว ฉีกกระชากชุดนางระบำทิ้ง ก่อนจะเกล้ามวยผมแล้วเสียบปิ่นกลับที่เดิม ดวงตาหงส์กวาดมองสิ่งของที่พอจะเป็นอาวุธได้

“หาไปก็ไร้ประโยชน์ หนีไปก็ไร้ประโยชน์ ก้าวเข้าถ้ำเสือแล้ว คิดจะหนีออกไปไม่ง่ายดายนัก”

จื่อเว่ยกล่าวเสียงเรียบ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดบาดแผลบนอกอย่างไม่อนาทร ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ราวกับว่าเมื่อครู่เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

ปีศาจ…เขามันคือปีศาจ เคราะห์ดีที่คนผู้นี้ไม่สนใจสตรีเพศ มิเช่นนั้นแล้วนางคง...

หญิงสาวกลืนน้ำลาย ความคิดวกวนหาทางออกไม่ได้ หากต้องการจะหลบหนี อย่างน้อยก็ต้องสังหารคนไม่ต่ำกว่าสิบคน องครักษ์ของต้าฉินฝีมือมิใช่ชั่ว ไม่รู้ว่านางจะตายก่อน หรือจะรอดออกไปก่อนกันแน่

“ไม่ต้องคิดหนีให้เสียเวลา” จื่อเว่ยโยนอาภรณ์บุรุษให้นาง “เรื่องเมื่อครู่ข้าจะไม่ถือสา แต่ถ้าหากเจ้าคิดจะสังหารข้าอีก…ครั้งต่อไปข้าจะยัดเยียดความเป็นสามีให้เจ้าก่อนส่งคืนฝูเจี้ยน ดีหรือไม่?”

นางสะอึก…มิใช่เพราะเขาจะยัดเยียดความเป็นสามีให้นาง แต่เป็นเพราะ... “เจ้ารู้จักเสด็จพี่?”

จื่อเว่ยนั่งบนเตียง คว้ากระปุกยาขึ้นมา “หากไม่เปลี่ยนอาภรณ์ ก็มาใส่ยาให้ข้า”

ฝูซินถูกคำพูดของจื่อเว่ยทำเอาสับสนงุนงง รู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้องเสียแล้ว

เสด็จพี่ของนางกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ มิใช่ยกทัพเพื่อมาแก้แค้นให้เสด็จพ่อหรอกหรือ นางลอบกังวลใจ เหตุใดตอนนี้แม้แต่คนที่ลอบติดตามนางมาก็ยังไร้วี่แวว

บิดาของนางถูกจักรพรรดิชั่วแห่งต้าฉินใส่ไคล้ว่าจงใจก่อกบฏ แม้ว่าเว่ยจะสวามิภักดิ์ต่อต้าฉินมายี่สิบปีแล้ว แต่มังกรเฒ่าผู้นั้นก็มิเคยไว้วางใจแคว้นต่างๆ อย่างแท้จริง เพียงเพราะเว่ยหวางจัดงานล่าสัตว์ทุกปีในป่าทางทิศตะวันตกของแคว้นเว่ย กลับมีคนกล่าวหาว่าซ่องสุมกำลังพลเพื่อก่อกบฏ สุดท้ายก็ได้รับราชโองการให้ดื่มยาพิษต่อหน้าประชาชนแค้นเว่ย

ผ่านไปเกือบสองปี กว่านางจะมาถึงที่นี่ได้ ทว่าเสด็จพี่ของนางกับไท่จื่อของต้าฉินมีเรื่องอันใดกัน

“คิดอะไรให้มากความ รอให้ออกไปจากที่นี่ได้ก่อนเจ้าก็จะเข้าใจเอง”

ดวงตาหงส์เป็นประกายมองไท่จื่อแห่งต้าฉิน กล่าวเสียงลอดไรฟันด้วยความรังเกียจ “บิดาเป็นเช่นไร บุตรก็เป็นเช่นนั้น”

ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็พลันเผือดสี ชี้หน้าเขาด้วยมืออันสั่นเทา “เจ้ากับเสด็จพี่…”

มิใช่ว่าเขากับเสด็จพี่ของนางคิดจะหนีตามกันไปหรอกนะ

สวรรค์ นี่เสด็จพี่ของนางจะยกทัพมาชิงตัวบุรุษหยกหรอกหรือ นี่คือการแก้แค้นให้เสด็จพ่อที่เขาบอกนางว่าคือสิ่งที่สาแก่ใจที่สุด นางพลันรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมากะทันหัน เพียงแค่คิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า ขนกายก็ลุกชูชันไปทั้งตัวแล้ว

นางคิดแล้วเชียว มิน่าเล่ายกกำลังพลมามากมายถึงเพียงนี้ต้าฉินกลับไม่ระมัดระวังตัว ที่แท้เจ้าจื่อเว่ยผู้ชั่วช้าก็คิดหลอกล่อให้พี่ชายนางมาชิงตัวเขากลับแคว้น!

[1]        10 ชุ่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปเมืองเสียนหยางชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอิงแอบกันใต้ต้นหลิว อาภรณ์และเส้นผมพลิ้วสะบัดตามกระแสลมที่พัดความเย็นจากริมน้ำ ใบหน้าของทั้งคู่ประดับรอยยิ้มบางเบา ดวงตาทอแววสงบ ราวกับผู้บำเพ็ญที่ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลกหลายปีมานี้เขาและนางค่อยๆ เติบโตขึ้น ค่อยๆ ทำการเรียนรู้ ระหว่างการเดินทางมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต พลันรู้สึกว่าถ้อยคำโต้เถียงกันในช่วงแรกของชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องที่น่าขบขันนัก เพราะเมื่ออยู่ร่วมกันนานขึ้น เรื่องเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ วันใดที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโต้เถียงกัน นั่นอาจถือได้ว่าทั้งคู่ต่างเลิกที่จะสนใจกันและกันเสียแล้วชายหนุ่มและหญิงสาวได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาห้าวหาญขึ้น นางเข้มแข็งขึ้นราวกับทั้งคู่กำลังประคับประคองกันและกันผ่านวันคืนมากมาย ยามนี้ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจน ร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผา ขณะที่โฉมงามข้างกายยิ่งงดงามขึ้น เส้นสายบนร่างกายยิ่งนานยิ่งชัดเจน ความนุ่มนวลค่อยๆ เผยสู่สายตาของชายหนุ่ม และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนของนางจื่อเว่ยกุมมือข้างหนึ่งของฝูซิน เขาสอดประสานปลายนิ้วนางก่อนกระชับแน่น มืออ

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 2

    ฝูซินนำราชโองการกลับสู่ราชสำนักแคว้นเว่ย ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังลานบวงสรวงของราชวงศ์รอบลานบวงสรวงคือเหล่าธิดาเทพ พี่น้องในราชวงศ์ ขุนนางสหายที่เคยร่วมทางกันมาและจื่อเว่ยซึ่งกำลังอุ้มทารกเพศชายหน้าตาน่ารักซึ่งคอยแต่โบกมือให้นางพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่เด็กคนนี้คลอด เขาแทบไม่เคยยอมให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรแทนตนเองเลยสักครั้งเว่ยซิน...นางอมยิ้มด้วยความตื้นตัน ก่อนจะส่งราชโองการให้เว่ยหวางฝูเจี้ยนร่างสูงใหญ่ประดุจภูผาสูงของเจ้าครองแคว้นเว่ยเดินขึ้นหน้า เขาเปิดราชโองการสีทอง แม้จะคาดการไว้แล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรนัยน์ตาก็พลันไหววูบ เป็นราชโองการเมื่อปีที่เว่ยหวางฝูหย่งสิ้นพระชนม์เขามองหน้าน้องสาว ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน“วันนี้ข้า เว่ยหวางฝูเจี้ยน ขอประกาศราชโองการในฉินเยว่หวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรต้าฉิน”วันที่สิบ เดือนห้า ปีจี๋เหม่า[1]เว่ยหวางฝูหย่งเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม เนื่องด้วยความสามารถอันศักดิ์สิทธิ์ จึงล่วงรู้ถึงจุดจบของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงใช้อายุขัยที่เหลืออยู่เพื่ออุทิศให้กับความสงบสุขของแผ่นดิน

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1.1

    ตายแล้ว”“ยังเพคะ พระชายาเบ่งอีกนิดเพคะ ทารกกลับหัวแล้ว”“อึก! ไม่ไหวแล้ว ซินเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนนะ ข้าเจ็บจนหมดแรงแล้ว!”เขานอนอยู่นอกม่าน ตั้งแต่ที่นางบอกว่าจะคลอด เขาก็รู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ความเจ็บปวดนี้ยิ่งกว่าการถูกก้อนหินบดทับร่างกายเสียอีก ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาถูกหามเข้ามาในห้องเพราะอยากเข้ามาให้กำลังใจชายารัก ทว่านางกลับเป็นฝ่ายปลอบโยนเขามาตลอดทางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมิใช่ตื่นตระหนกเพราะนางกำลังจะคลอดแต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทั้งหมดกลายเป็นเขารับแทนต่างหากเล่าขณะที่นางปีนขึ้นเตียง ผ้าม่านกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ได้ยินเสียงกัดฟันของจื่อเว่ยก็รู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก ขณะที่มีคนช่วยนางทำคลอด จื่อเว่ยกลับถูกองครักษ์ตรึงแขนขาไว้แน่นเพื่อมิให้เขาทำร้ายตัวเองนางกำนัลที่ช่วยทำคลอดคอยสั่งให้ฝูซินค่อยๆ เบ่งทารก รู้สึกประหลาดใจมากที่เสียงของจื่อเว่ยนั้นสอดคล้องกับจังหวะการทำคลอดของพวกนางเป็นอย่างยิ่ง“ซินเอ๋อร์!” จื่อเว่ยตะโกน แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห่วงนางว่าจะไม่สามารถคลอดทารกได้โดยง่าย“เบ่งเพคะ!”เสียงร้องของฝูซินดังขึ้นเพราะออกแรงเล็กน้อย ขณะเดียวกันจื่อเว่ยก็แหกปากเสียงดังราวกับฟ้าผ่า เม

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากนั้นจื่อเว่ยก็กลับมาอยู่จวนเซี่ยโหวฝูซินได้พบกับเซวียนหลินอีกครั้ง น้องสาวตัวน้อยของนางบัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวโฉมงาม เนื่องด้วยเป็นน้องเล็ก จึงแทบมิได้ฝึกปรือเพลงยุทธ์อย่างที่บรรดาพี่น้องคนอื่นต้องเรียนรู้ แต่เดิมนางก็ถูกเลี้ยงดูประดุจไข่ในหินอยู่แล้ว ครั้นมาอยู่จวนเซี่ยโหว นางจึงได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากหยวนเหล่าไท่และสวีฟูเหริน เปิดเผยความสามารถทางด้านนี้ได้อย่างโดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้กระทั่งฝูซินที่เห็นผลงานที่น้องสาวฝึกปรือมาก็ต้องข่มความขมขื่นในใจพร้อมกับเอ่ยชมไม่หยุดปากช่วงแรกเซวียนหลินถูกเซี่ยหย่งชิงกลั่นแกล้งอยู่บ้าง แต่หลังจากที่นางเศร้าซึมไปเพราะทราบข่าวที่ฝูซินหายตัวไป ชายหนุ่มก็ทำตัวดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าเขาปลอบสตรีไม่เป็น ดังนั้นจึงได้แต่กล่าววาจาร้ายกาจให้เซวียนหลินคิดเอง นานเข้านางก็คร้านจะพูดคุยกับเขา เรียกได้ว่าทั้งจวนเซี่ยโหว นอกจากเซี่ยหย่งชิงแล้ว นางพูดคุยกับทุกคน ทำเหมือนเขากลายเป็นอากาศธาตุหลังจากที่จื่อเว่ยและฝูซินย้ายมาอยู่ในจวนเซี่ยโหวชั่วคราว เซี่ยหย่งชิงก็หนีไปจูเหอจื่อ ทิ้งสายตาคาดโทษเซวียนหลินไว้“น้องเก้า เจ้าอยากกลับไปแคว้นเว่ยห

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   บทส่งท้าย

    วันเวลาค่อยๆ ดำเนินไป จื่อเว่ยตัดสินใจคืนตำแหน่งไท่จื่อแล้วพาฝูซินไปพักที่จวนเซี่ยโหว ข้ออ้างที่ใช้ได้ดีก็คือเขาเหนื่อยล้าทั้งกายและใจองค์จักรพรรดิจนคำพูด ตามที่สัญญาไว้ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอีกทั้งพระองค์ทรงหมดเรี่ยวหมดแรงกับโอรสอย่างจื่อหยางเสียแล้วสิ่งที่ทำร้ายจิตใจจักรพรรดิที่สุดคือการที่โอรสมีความคิดที่เป็นพิษร้าย จื่อหยางเข้าใจว่ามารดาถูกหยินซีหวงโฮ่ววางยาพิษจนเสียชีวิต หากแต่ความจริงที่จักรพรรดิและหวงโฮ่วปิดบังไว้ นั่นคือคนที่วางยาพิษซ่างกวนเหม่ยเหรินก็คือ...ซ่างกวนเจี๋ยอวี๋เดิมทีจักรพรรดิทรงเห็นใจที่สกุลซ่างกวนตกต่ำ จึงไม่เปิดโปงเรื่องนี้ หากแต่ไม่คิดว่านางกลับปลูกฝังความคิดร้ายแรงให้กับโอรส จนเกือบทำให้พี่น้องฆ่ากันตายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุม คนที่สมควรต้องถูกลงโทษก็ต้องโดนในสายพระเนตรของฉินเยว่หวงตี้และหยินซีหวงโฮ่ว บุรุษที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นคือคนที่หลายปีมานี้ ทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกังวลตลอดมาตั้งแต่ที่จื่อเว่ยลืมตาดูโลก เว่ยหวางฝูหย่งก็ได้เปิดคำทำนายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นหลายปี แล้วมอบมันให้กับเขา“โอรสที่มีความสามารถจะช่วยกำจัดภั

  • เฟิ่งหวง [鳳凰]   ตอนที่ 74 เมฆหมอกบางเบา

    ในที่สุดสถานการณ์ก็เริ่มกลับคืนสู่ปกติองค์ชายสี่ปะทะแตกหักกับเฮ่อเอ่อร์หลาน เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนในเผ่าหมาป่า ท้ายที่สุดจึงอาศัยความได้เปรียบทางชัยภูมิเอาชนะได้ในที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นจอมทัพที่โดดเด่น เลื่อนตำแหน่งจากรองแม่ทัพกลายเป็นแม่ทัพกำราบพายัพเมื่อเหล่าขุนนางถูกไท่จื่อปล้นชิงสินค้าที่กักตุนในคลังสมบัติ โดยมีมหาโจรอย่างจักรพรรดิทรงให้ท้าย พวกเขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการแข็งข้อต่อจักรพรรดิ แต่ละคนใบหน้าน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าหัวผักกาดเหี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องขององค์ชายห้าและซ่างกวนเจี๋ยอวี๋นั้นกำลังเป็นที่ร้อนแรงและถกเถียงกันไท่จื่อกลับคืนวังหลวงด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีว่าหวงไท่จื่อเฟยเองก็ปลอดภัยดีวันนี้มิ่งจูมาเยี่ยมไท่จื่อในตำหนัก นางหอบร่างที่หน้าท้องนูนเล็กน้อยเดินเข้ามาในห้องบรรทม ใบหน้างดงามตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อมองฝูซิน ท่าทางเวทนาที่แสดงออกนั้นมาพร้อมกับวาจาอันไพเราะ “พี่หญิงหายตัวไปนาน มิ่งจูเป็นห่วงเหลือเกิน ทราบมาว่าท่านหายไปกับองครักษ์ของไท่จื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”จ้าวลั่วเอินที่กำลังตรวจอาการให้จื่อเว่ยซึ่งนอนหลับสนิทมุมปากก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status