Masukตอนที่7
ปรี๊ดด เสียงแตรรถดังจากด้านหลัง ฉันรีบหันไปมองรถคันที่บีบแตร รถขับเคลื่อนเข้ามาใกล้ฉัน และลดกระจกลงพอฉันเห็นหน้าเจ้าของรถฉันก็เชิดหน้าและก้าวเดินหนี " นี่! แก ! ยัยเด็กบ้า เกะกะขวางทางรถวิ่ง " เสียงลอยดังเข้ามาในหูฉันก็ไม่สนใจ เสียงแหลมน่ารำคาญมาก ปรี๊ดด เธอยังคงบีบแตรรถไล่ตามหลังฉันทั้งๆ ที่ฉันเดินอยู่บนฟุตบาททางเดินเท้า " นี่ป้า!! โรคจิตรึไง ไม่มีตาดูเหรอว่าที่ฉันเดินน่ะ มันทางเท้า ... รถป้าจะขับขึ้นมาวิ่งบนนี้รึไง " ฉันหันไปด่า ป้าโรคจิตคนนี้ ทำไมชีวิตฉันช่วงนี้เจอแต่คนไม่ปกตินะ " ยัยเด็กปากดี ระวังตัวไว้เถอะ " รุ่นพี่คนนี้ด่าฉันเสร็จก็ปิดกระจกและขับรถหนีไปเลย " ประสาท แค่เดินชนกัน ตามหาเรื่องไม่จบสักทีนะ " ฉันบ่นพึมพำและเดินต่อไปเพื่อไปหน้ามหาลัย ฉันยื่นรอรถประจำทางสายไปทางบ้าน ระหว่างนั้นก็มีกลุ่มเด็กอาชีวะ ไล่ตีกันมา พวกกลุ่มเด็กนักเรียนอาชีวะ วิ่งกรูกันมาเป็นกลุ่มใหญ่คนที่ยืนรอรถถึงกลับวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง รวมถึงฉันด้วย " กรี๊ดดด ไอ้พวกบ้าาาา " ฉันวิ่งไม่คิดชีวิต ยังไงก็ต้องหนีจากตรงนี้ให้ได้ก่อน ตุ้บ!!! จู่ๆ ก็มีเด็กนักเรียนอาชีวะวิ่งมาชนฉันและก็ล้มไปกองกับพื้นทั้งคู่ " ลุก! " เขาพูดและจับข้อมือฉันกระชากให้ลุกขึ้นวิ่งตามเขา " โอ๊ะ โอ้ย ปล่อย นายจะมาจับฉันทำไมเนี่ย " ฉันจะวิ่งตามเขาทำไมเนี่ย ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด " พี่อยากถูกพวกมันกระทืบรึไง " เขาหันมาพูดกับฉันและยังคงพาฉันวิ่งหนีพวกกลุ่มอาชีวะอีกกลุ่มที่ยังวิ่งตามอยู่ไกลๆ " พวกนั้นจะกระทืบนายมากกว่านะสิ ปล่อย " ฉันพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากมือเขา และเขาก็ไม่ยอมปล่อย แถมพาฉันวิ่งลัดเลาะเข้าซอย จนเด็กอาชีวะอีกกลุ่มตามไม่ทัน " แฮ่ก แฮ่ก หยุด ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว " ฉันพูดอย่างเหนื่อยหอบ คือขาของฉันตอนนี้วิ่งก้าวไม่ออกแล้ว ถ้าเขายังจะจับฉันไปด้วยอีก ก็คงได้ลากฉันไปแทน เพราะฉันจะไม่วิ่งไม่ก้าวขาเลย " วิ่งแค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ หัดออกกำลังกายบ้างนะพี่ " ฉันหันมองหน้าไอ้เด็กคนนี้ จู่ๆ แกจะบอกให้ฉันไปออกกำลังกาย ทั้งที่ฉันไม่ผิดเนี่ยนะ ฉันหลับตาและพยายามหายใจเข้าออก จากนั้นก็มองหน้าคนที่พาฉันวิ่งหนีมา เขาหล่อนะ หล่อมาก พอมองใกล้ๆ แบบนี้หน้าเขาเหมือนใครสักคนเลย " พี่จะมองผมอีกนานไหม ผมรู้ว่าผมหล่อ แต่มองนานขนาดผมก็เริ่มกลัวพี่แล้วนะ " ไอ้เด็กบ้านี้ หลงตัวเองจริง " นายหล่อ แต่นายกวนประสาทมากนะ " ฉันพูดพร้อมแยกเขี้ยวใส่เขา " พวกมันไม่ตามมาแล้ว พี่ไปเถอะครับ " " คำนี้ฉันต้องพูดกับนายไหม คนพวกนั้นมันตามนาย ไม่ได้ตามฉัน " " เฮ้ย เสียงมันมาทางนี้ " เสียงคนตะโกนมาในซอย " มันมาแล้วพี่ ไป! " เขาจับมือฉันและวิ่งอีกแล้ว ทำไมไม่วิ่งไปคนเดียวล่ะ มาลากฉันไปวิ่งด้วยทำไม ฉันได้แต่ส่งเสียงร้องแค่ในใจ ขาก็ยังวิ่งตามเขาอยู่ เรา2 คนวิ่งออกจากซอย มีรถเก๋งหรูจอดอยู่ " รถพี่วายุ " เขาพูดพึมพำ และพาฉันวิ่งไปที่รถคันนั้นทันที " พี่วิ่งเร็วกว่านี้ได้ไหม " " แฮ่ก ฉันก็วิ่งเร็วสุดแล้วนะ โอ้ยยยย เหนื่อย " ฉันได้แต่ร้องให้เขาหยุดพาฉันวิ่งสักทีเถอะ ตุ้บ ตั้บ!! เขาวิ่งมาฉันมาเคาะกระจกรถใครไม่รู้ จากนั้นเขาก็เปิดรถและผลักฉันเข้าไปนั่งในรถคันนั้นทันที " นี่ นายไม่ถีบฉันเข้ามาเลยล่ะ อ้า ซี๊ด เจ็บเท้า " " เงียบเลยพี่อ่ะ พี่วายุ ออกรถเลย " " มีอะไร !!! " ฉันหันหน้ามองเข้าของรถ รู้สึกเสียงคุ้นหูมากๆ " ออกรถก่อนพี่ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง " " นาย!!! " ฉันชี้หน้าคนที่ขับรถ ทำไมโลกมันกลมแบบนี้ ฉันเจอไอ้บ้านี้อีกแล้ว เขามองนิ้วฉัน จากนั้นก็หันไปสนใจขับรถต่อ ฉันจึงรีบลดมือลง " พี่รู้จัก พี่วายุด้วยเหรอ " คนข้างๆ ถามฉัน " ไม่รู้ " ฉันตอบพร้อมกับเอามือลูบที่เท้า เพราะวิ่งนาน เหงื่อออกเท้า รองเท้าจึงได้กัด มันแสบ และคิดว่าน่าจะได้แผล รองเท้าที่ฉันวันนี้ของเป็นรองเท้าคัทชูมีส้นสีดำ " เจ็บเท้าเหรอ " คนข้างๆ มองลงมาที่เท้าฉัน และก้มลงมาดูเท้าฉัน " อื้ม นายพาฉันวิ่ง ไม่ได้ดูเลยว่าฉันใส่รองเท้าอะไรมา " ฉันพูดพร้อมทำหน้าบึ้งใส่เขา " 555 ใครจะมั่วมาดูรองเท้าอยู่ล่ะครับ " " นายจะให้ฉันไปส่งไหน " เสียงวายุดังมาลอยมาขัดจังหวะ เรา2 คน " บ้านครับพี่ " คนข้างๆฉันตอบและหันไปมองหน้าวายุ " เกิดอะไรขึ้นถึงพากันวิ่งมา " วายุถามคนข้างฉัน และคนข้างฉันก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้วายุฟัง ว่าตัวเองและกลุ่มเพื่อนกำลังจะไปเตะบอลกัน และเจอกลุ่มอริพวกกลุ่มนั้นเลยไล่ตีกลุ่มเขามา และ เขาวิ่งมาชนฉันเลยพาวิ่งมาด้วยเลย " พี่วายุอย่าบอกคุณลุงนะครับ ไม่งั้นแม่ผมโดนลุงด่าแน่ๆ " คนข้างฉันพูดกับวายุเสียง2 เหมือนอ้อนวายุกลายๆ ฉันถึงกับหันมองทั้ง2คน อย่างแปลกๆ " อื้ม "ตอนที่55 วันนี้ทุกคนใส่ชุดปาร์ตี้ ธีมสีพีช ไม่มีอะไรมากแล้วแต่จะแต่งกันมาเพราะว่าที่กินอยู่คนกันเองทั้งนั้น ปาร์ตี้ของงานแต่งของฉันกับพี่วายุ ทำให้ เพื่อนๆ สนุกสุดเหวี่ยงกันจนเกือบเช้าจากนั้นก็แยกกันขึ้นพักที่โรงแรม เช้า “ อื้ม คอแห้งจัง เจ็บคอ แค่ก แค่ก “ ฉันพยายามลืมตาขึ้นแต่รู้สึกมันหนักอึ้งไปหมดทั้งตาและร่างกาย “ เป็นไงบ้าง ไหวไหม “ เสียงพี่วายุ ฉันลืมตา และปรับสายตาสู้กับแสงสว่างในห้อง “ ไหวค่ะ แต่หิวน้ำ คอแห้ง และเจ็บคอด้วย “ ฉันพูดพร้อทำหน้างอๆ ใส่พี่วายุเป็นการอ้อน เขาไม่ได้พูดอะไร เดินหายไป และกลับมาพร้อมกับน้ำ เขาป้อนน้ำให้ฉันกิน “ ฮ่าาา ขอบคุณมากนะคะ “ ฉันพูดยิ้มกับพี่วายุ พอได้กินน้ำแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเยอะเลย “ สนุกไหม “ เขาถามและยิ้มบางๆ “ สนุกมากค่ะ แต่เมื่อคืนเรา... “ “ เราทำไม “ “ เราไม่ได้เข้าหอ แถมพี่วายุยังต้องมาดูแลคนเมาอย่างเม็ดทรายด้วย “ ฉันพูดพร้อมลุกขึ้นไปกอดพี่วายุอย่างอ้อนๆ “ ไม่เป็นไร เมื่อคืนไม่ได้เข้า เดี๋ยวเช้า ก็เข้าเลย “ พี่วายุพูดยิ้มแววตาสื่อความหมายส่งมาให้ฉัน “ งั้นเหรอ อื้มมมม รู้สึกอยากได้คนถูหลังให้จังเลยค่ะ พี่วายุอาบ
ตอนที่54 6 เดือนต่อมา และแล้ววันนี้ก็มาถึง หลังจากที่ฉันกับพี่วายุหมั้นกันไว้ตั้งแต่ฉันปี 1 และอีกไม่กี่ชั่วโมงทุกอย่างกำลังเป็นจริงเพราะฉันกำลังจะแต่งงานกัน ถามว่าตื่นเต้นไหม ตื่นเต้นมากกก งานแต่งเลยนะ และเป็นงานใหญ่มากด้วย พี่วายุเป็นคนที่สังคมกำลังจับตามอง นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เท่ากับว่า งานแต่งต้องใหญ่ สมศักดิ์ศรีและฐานะของเขา ตอนนี้ฉันกับเขาต้องแยกกันอยู่ งานแต่ง ของฉันถูกจัดขึ้นในอีก 6 เดือนต่อมาหลังจากที่พี่วายุขอแต่งงาน ฉันกับวายุเตรียมงานนี้ด้วยกันเอง เลือกทุกอย่างเองกับมือ การเลือกผ้าชุดแต่งงาน ออกแบบชุด เลือกออแกไนซ์ เลือกช่างแต่งหน้าทำผม ออกแบบงาน ฉันกับพี่วายุจัดการทุกอย่างเอง งานช่วงเช้า ไม่มีอะไรมาก จะเป็นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ผูกข้อมือ ไหว้พระสวดมนต์ ช่วงเช้าก็มีอาหารเลี้ยงให้ งานช่วงเช้าจัดที่บ้านของฉัน พ่ออยากให้บ้านได้มีงานบ้าง ก็เลยต้องเตรียมสถานที่กันอีก ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร พ่ออยากทำอะไรให้เขาทำ “ สวยมาก วันนี้เป็นวันที่เพื่อนฉันสวยที่สุดเลย “ ยาหวานพูดยิ้มทั้งน้ำตา ยัยนี้ร้องไห้อีกแหละ ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งคุยกัน ยาหวานและ เตยหอมมาดูความเรียบร้อยใ
ตอนที่53 เจ้าของที่นี้กำลังมีปัญหาในหลายๆ ด้านและต้องการขายพื้นที่นี้ วายุคิดว่าราคานี้ไม่ได้แพง และเขามองว่า อนาคตข้างหน้าตึกนี้ และย่านแห่งนี้ พื้นที่ดินจะแพงอีก 5 เท่าตัว โอ้วว แค่เขาพูดมาความฉลาดก็ทะลุหน้าตามาเลย “ แล้วมาใส่ชื่อเม็ดทรายทำไมล่ะคะ “ “ ฉันซื้อให้ “ พี่วายุพูดนิ่งๆ ตามสไตล์พี่เขา ฉันลุกจากเก้าอี้ตัวเอง และเปลี่ยนไปนั่งตักเขา “ อยากให้เฉยๆ หรือมีข้อแลกเปลี่ยนคะ “ ฉันกอดคล้องคอพี่วายุและยิ้มถามเขา “ หึ มีข้อแลกเปลี่ยน รอดูนะ “ เขายกยิ้มพูดกับฉันและหอมแก้มของฉันเบาๆ จู่ๆก็มีเสียงดนตรีเปิดเบาๆ พนักงานเดินเรียงกันออกมา 2 คน พร้อมกับเอาอาหารมาเสิร์ฟ พนักเงินเติมเครื่องดื่มให้เราและเดินกลับเข้าไป ในห้องกระจกจึงเหลือแค่ฉันกับพี่วายุ “ หิวแล้ว ลูกค้าพี่จะมาตอนไหนคะ อาหารมาเสิร์ฟแล้วด้วย “ “ ไม่ต้องรอหรอก กินเลย “ เขาพูดพร้อมกับยกไวน์ดื่ม ฉันพยักหน้ายิ้มและเปิดฝาอาหารของตัวเอง แต่... ต้องหยุดชะงักค้าง และหันไปมองพี่วายุที่นั่งทำหน้านิ่งๆ แต่แววตาดูอบอุ่นมากๆ “ แต่งงานกันนะ “ พี่วายุพูด น้ำตาของฉันไหลหยดลงอาบแก้ม พี่วายุลุกขึ้นมาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเป
ตอนที่52 5 ปีต่อมา วันนี้เป็นที่วายุพาฉันออกมากินข้าวข้างนอก จริงๆ เขามาคุยงานด้วยแหละ และเขาก็เลยพาฉันมาด้วย เขาบอกเขานัดลูกค้าไว้ที่ร้านอาหาร “ ใช่ที่นี้แน่เหรอคะ ทำไมมันเงียบจัง ร้านปิดรึเปล่า “ ฉันถามเขา เพราะเข้ามาในร้านแล้วยังเงียบอยู่ เหมือนไม่มีใครมาเลย วายุเดินนำไปนั่งที่โต๊ะ ร้านอาหารสไตล์ยุโรป บรรยากาศดี มองเห็นวิวด้านนอกร้าน “ นั่งเถอะ กินอะไรดี “ พี่วายุถามฉันพร้อมรับเมนูจากพนักงานแล้วมายื่นให้ฉัน “ ไม่รอลูกค้าก่อนเหรอคะ “ ฉันถามพี่เขา ไหนว่านัดลูกค้ามาคุยงาน “ ไม่รอ เมื่อกี้เห็นบ่นว่าหิวไม่ใช่เหรอ เรากินรอเขาก็ได้ “ พี่วายุพูด ฉันยิ้มและพยักหน้า ก้มมองดูเมนู พี่วายุใส่ใจฉันทุกอย่าง เขาไม่เคยปล่อยปะละเลยฉันสักเรื่อง ไม่ว่างานเขาจะยุ่งแค่ไหน เขาก็มีเวลาให้ฉันเสมอ และที่สำคัญ ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไร แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ช่วยงานเขา ฉันก็พอใจแล้ว เขาจะไปไหน หรือ ฉันจะไป เราทั้งคู่จะไปด้วยกันเสมอ เหมือนขาดกันไม่ได้ ไม่เข้าใจตรงนี้เหมือนกัน ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้ว และเข้ามาช่วยงานพี่วายุ ที่บริษัทแม่เขา พี่วายุต้องดูแล 2 บริษัทควบกันหลังจากที่เขาเรียนจบ และตอนนี้ฉันเรีย
ตอนที่51 วันนี้ผมเข้าครัวเอง ผมทำอาหารเป็นนะ เพราะว่าผมอยู่คนเดียวตั้งแต่ 16 ของแบบนี้ไม่ยากเลย วันนี้จึงทำอาหาร 3-4 อย่าง ที่กินกับไวน์ได้ พอทำทุกอย่างเสร็จก็ถึงเวลาที่เม็ดทรายกลับ เพราะไปเดินเที่ยวเล่นกับเพื่อนอยู่ อ่ะ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ของขวัญ ดอกไม้ ที่เธออยากได้ ผมมีให้หมดแหละ เธออยากได้ขอแค่บอก ผมจัดการให้เธอได้หมด ปึง ! เสียงปิดประตู ผมปิดไฟหมดนะ รอเธอเปิดไฟ พรึ่บบบ ผมมองคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งค้างสายตามองสถานที่ที่ผมจัดเองกับมือ “ อะไรคะเนี่ย “ เม็ดทรายเดินยิ้มมาหาผม “ Happy valentine’s day นะ ยัยแมวเตี้ย “ ผมพูด “ ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยนี่ค่ะ แต่ก็ขอบคุณมากนะคะ “ เม็ดทรายเดินมากอดเอวผม เงยหน้ามามองผมเหมือนแมวน้อยที่กำลังอ้อน “ ขอบคุณอย่างเดียวไม่ได้ ทำเพราะหวังผลนะ “ ผมพูดยิ้ม และกอดเม็ดทรายกลับ ฉันกลับคอนโดมาเจอเซอร์ไพรส์วายุ ถึงกลับตาตื่นเลย ไม่คิดว่าคนเย็นชาแบบเขาจะทำให้ฉันขนาดนี้ แต่ ไม่ใช่แค่เขาจะเซอร์ไพรส์ฉันคนเดียวนะ ฉันก็เตรียมเซอร์ไพรส์ไว้เหมือนกัน พึ่งไปเลือกซื้อมาพร้อมกับเตยหอมเลย วายุ ให้ทั้งดอกไม้ ให้ของขวัญเป็นสร้อยข้อมือ ส่วนฉันซื้อนาฬิกาให้เขา แ
ตอนที่50 “ ทำไมถึงมาขอล่ะคะ “ ฉันได้สติก็ถามพี่เขา ฉันเลื่อนมือไปจับมือพี่เขาอย่างแผ่วเบา “ ตอบมาก่อน “ วายุพูดย้ำเพื่อเอาคำตอบ “ ตกลงค่ะ น้องเม็ดทรายพร้อมจะเป็นแฟนพี่วายุเสมอค่ะ “ ฉันพูดยิ้มและกระโจนกอดพี่วายุ วายุกอดตอบกลับฉัน “ ถึงมันจะข้ามขั้นไปมาก แต่ฉันคิดว่า ฉันต้องพูดกับเธอหน่อย “ “ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ “ ฉันเงยพูดกับพี่เขา วายุก้มลงมาประกบปากจูบฉัน เราทั้งคู่จูบกันอยู่เนิ่นนาน ปุง !! ปัง!!! พลุเล็ก มีไฟไม่ใหญ่มาก ลอยขึ้นไปเหนือหัวพวกเรา “ เย้ !!!! “ เสียงกลุ่มคนเฮลั่น ฉันกับพี่วายุกันไปมองเป็นคนในชมรม ทุกคนต่างยินดีกับการขอเป็นแฟนของพี่วายุในครั้งนี้ แต่สำหรับฉัน การกระทำของพี่เขาชัดเจนทุกอย่าง เขาไม่ได้ดูแลฉันอย่างดีคนเดียว เขาดูแลคนใกล้ตัวฉันทั้งหมด ไม่ว่าพ่อ หรือเพื่อนๆ ฉัน เนี่ยแหละ ว่าที่ พ่อของลูกในอนาคต ..... เช้านี้ที่มหาลัยของฉัน ค่อนข้างเป็นอะไรที่ขัดหูขัดตามากๆ เด็กมหาลัยถือดอกไม้ กล่องของขวัญกันเต็มมหาลัย แล้วฉันล่ะ ชิ ไอ้บ้ากามเนี่ย อย่าไปหวังอะไรเลยเม็ดทราย วายุมาส่งฉันที่หน้าคณะ “ วันนี้กลับเองนะ ฉันมีธุระ “ เขาพูดพร้อมมองหน้าฉัน แล้วฉัน







