LOGINขณะนี้เป็นเวลาตีสี่ครึ่ง คนงานในไร่ภูพลาธรบางคนเริ่มตื่นนอนขึ้นมาทำกิจวัตรเพื่อเตรียมตัวเข้าไร่ แต่ในทางสวนกัน อลีนาเพิ่งกลับมาถึงที่พัก หลังถูกคนใจไม้ไส้ระกำพาเธอย้อนกลับไปส่งไว้ที่ร้านเจ๊จุงจนเธอต้องหาทางกลับเอง
แถมก่อนจะไป เขายังมีหน้าหันมากำชับเธอว่า... ‘ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครเด็ดขาด’
เหอะ ! ไม่ต้องย้ำ เธอก็รู้อยู่แล้วไหม คนดี ๆ ที่ไหนจะเอาเรื่องที่ตัวเองขายตัวไปป่าวประกาศ
อลีนาเดินทอดน่องต่ออีกสักพัก เธอก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักชั้นสองริมขวาสุด สูดลมหายใจเรียกสติก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเรียกคนด้านใน
ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !
ชั่วอึดใจคนที่อลีนาต้องการพบก็เปิดประตู เธอเบี่ยงตัวเข้าไปด้านใน เปิดไฟทุกดวงที่เจ้าของห้องจงใจปิดไว้ ราวกำลังแฝงตัวในความมืดเพื่อหลบหนีอะไรบางอย่างจนทั้งห้องสว่างแจ่มแจ้ง ถึงได้เห็นใบหน้าเขียวช้ำของมารดาที่ทุเลาลงบ้างแล้ว
“แม่ไม่คิดจะออกไปทำงานบ้างเลยหรือไง”
“โอ๊ย อีนี่ ! มาถึงก็วุ่นวายกับชีวิตกูเลย แล้วถ้ากูออกไปทำงาน ขืนเจ้าหนี้มาเจอตัวกูจะทำยังไง”
เจ้าหนี้ได้แหกอก อี ‘อิงอร’ ตายคาไร่กันพอดี แล้วอีกอย่างหน้าหล่อนก็ช้ำเลือดช้ำหนองขนาดนี้ ออกไปทำงานให้อีพวกคนงานปากไม่มีหูรูดหัวเราะเยาะหรือไร ไม่เอาด้วยหรอก
“แล้วหลบอยู่แต่ในนี้ แม่คิดว่าพ้นเหรอ”
สู้ออกไปหาเงินมาคืนเขาไม่ดีกว่าเหรอ และที่สำคัญคงไม่มีเจ้าหนี้หน้าไหนใจกล้าบุกเข้ามาถึงในไร่ภูพลาธรหรอก ในเมื่อเจ้าของไร่ดุเก่งอย่างกับหมา
“เออ ๆ รอให้หน้ากูหายดีก่อน” อิงอรปัดความรำคาญ เดินสะบัดหน้าผ่านลูกสาวไปกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ พลางปรายตามองอย่างสำรวจ “ว่าแต่มึงเถอะ มาทำอะไร แล้วนี่ได้นอนบ้างหรือยัง ทำไมสภาพถึงได้เหมือนเพิ่งโดนรุมโทรมมาอย่างนี้”
“แล้วจะไม่ให้หนูโทรมได้ยังไง แม่ก็รู้ว่าหนูวิ่งทำตั้งสองงาน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ยที่แม่ไปติดหนี้พนันเขาไว้ไง”
อลีนารีบแก้ตัว เธอหลบสายตาใคร่รู้ของแม่แล้วตั้งหน้าตั้งตาควานหาเงินในกระเป๋า จงใจเบี่ยงประเด็นที่แม่อาจจะสงสัยไปไกล ๆ ตัว จากนั้นถึงส่งเงินให้ตามจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายภายในวันนี้
ส่วนที่เหลือเธอจะเก็บไว้ยามฉุกเฉิน เงินกับแม่เธอเป็นของคู่กัน มีเท่าไร แม่เอาไปถลุงในบ่อนหมด
“ร้านอีเจ๊จุงนั่น รายได้มันดีขนาดนี้เชียวเหรอ ? ไปทำงานแค่สามวันได้มาเกือบหมื่น”
พอเงินอยู่ในมือ สีหน้าอิงอรก็ดีขึ้น ทว่าความสงสัยยังไม่จางหาย
“ร้านเขาคนเข้าเยอะ มีแต่ลูกค้ารวย ๆ ทั้งนั้น ทิปก็ต้องหนักเป็นธรรมดา”
ดีนะที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ลบเครื่องสำอางก่อนออกจากร้านเจ๊จุง ไม่งั้นสภาพที่แม่เห็นคงพานให้น่าสงสัยมากกว่านี้
“ไปทำงานชงเหล้าอย่างเดียวก็ดีแล้ว อย่าใช้ชีวิตให้มันเปลืองตัวมาก เผื่ออนาคตมีผู้ชายดี ๆ เข้ามาหา เขาจะได้ไม่ผิดหวัง”
เหมือนอย่างหล่อน... มีกี่ผัวก็บรรลัยทุกผัว
คนแรกพ่อของลูกก็ติดคุกติดตารางข้อหาค้ายา ถูกริบทรัพย์สินจนหมดสิ้น ไม่เหลือถึงมือลูกเมียสักสตางค์แดงเดียว
ส่วนคนที่สองก็มักมากในกาม ตัณหากลับจ้องจะงาบลูกสาวหล่อน จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทเลือดตกยางออก อิงอรเลยต้องพาลูกหนีหัวซุกหัวซุน กระทั่งมาจบที่ไร่แห่งนี้
“หนูรู้แล้วน่า... แม่เถอะ ! เบาได้เบานะ เข้าบ่อนน่ะ”
“ไม่ต้องมาสอนกู จะไปไหนก็ไป” พอได้ยินคำว่าบ่อนก็พานทำให้อิงอรอารมณ์เสีย
หล่อนไม่ได้เข้าบ่อนมาเกือบเดือนก็เพราะหนีหนี้อยู่นี่แหละ และคงจะไม่ได้เข้าไปอีกนาน ในเมื่อยังไม่มีเงินต้นไปคืนเขา
หลังโดนแม่บังเกิดเกล้าผลักไสไล่ส่งออกมาข้างนอก
อลีนาก็เดินคอตกกลับมายังห้องพักชั้นล่างของตัวเอง เธอใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีในการชำระล้างร่างกาย จากนั้นก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต โดยไม่สนใจครีมประทินผิวตรงจุดไหนทั้งสิ้น
วันนี้เธอเจอมาหนักมาก ๆ
ไม่มีเวลาให้เสียใจที่เสียตัวด้วยซ้ำ...
ปวดร้าวระบมไปทั่วทุกจุดของร่างกาย ทั้งยังเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงให้นอนหลับพักผ่อน ก่อนจะออกไปทำงานต่อ
อลีนาแอบเป็นกังวลนิด ๆ ว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะเผลอเดินท่าแปลก ๆ ให้เพื่อนร่วมงานสงสัยหรือเปล่า ใจก็อยากลา แต่หนี้สินที่แม่ก่อไว้มันค้ำคอ
คนใช้ไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้ใช้ มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ทุก ๆ วัน เวลา 11 นาฬิกา ‘ดาหลา’ จะปั่นจักรยานคันโปรด หิ้วกล่องข้าวมาส่งคนเป็นเจ้านายที่ออฟฟิศด้วยใจเบิกบาน ทว่าวันนี้ดาหลากลับอารมณ์ดีไม่ออก
เพราะคนเป็นนายนั่งทำหน้าเหมือนกินรังแตนตั้งแต่เมื่อเช้า ครึ่งวันผ่านไปแล้วก็ยังหน้าตึงไม่หาย ไม่รู้เมื่อคืนไปอารมณ์ค้างที่ไหนมา เธอจึงไม่กล้ากวนมาก
“พี่สัน วันนี้เจ้านายพี่เป็นอะไร”
หลังส่งกล่องข้าวถึงมือเจ้านายเรียบร้อยแล้ว ดาหลาก็รีบถอยกรูดออกมาด้านนอกเพื่อถามชายคนรักที่เป็นถึงมือขวาและคิดว่าน่าจะรู้ดีที่สุด
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาเองก็เข้าหน้านายเหนือหัวไม่ติดตั้งแต่เช้า ถามเรื่องงานหนึ่งคำ คุณภูภามว์ก็ตอบแค่หนึ่งคำ นึกจะประหยัดคำพูดขึ้นมาอี๊ก ! นายไม่รู้หรือไงว่างานจะทับตัวไอ้สันติตายห่าอยู่แล้ว
“ฮ่วย ! พี่นี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เป็นคนสนิทแทนที่จะรู้” ดาหลาอารมณ์เสีย พี่สันติมีดีแค่หล่อเท่จริง ๆ แต่ไหวพริบเรื่องชาวบ้านนี่ติดลบเหลือศูนย์
“อ้าว” สันติถึงกับหน้าเหวอ อยู่ ๆ ก็กลายเป็นที่รองรับอารมณ์เฉย...
เกิดเป็นไอ้สันติต้องรอบรู้ทุกอย่างเลยหรือไง เขาไม่ใช่หมอปลาจิตสัมผัสนะโว้ย ! ที่จะมีญาณทิพย์เที่ยวเสือกเรื่องชาวบ้านไปทั่วน่ะ
“เอ้า นี่ปิ่นโตข้าวของพี่” ถึงจะไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่ดาหลาก็เป็นห่วงท้องไส้พี่สันติเสมอ แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงรักได้เหรอ... มีใจเท่าไร สันติก็เทให้น้องดาหลาหมดนั่นแหละ
“แล้วดาหลาไม่มานั่งกินข้าวกับพี่เหรอจ๊ะ หรือจะเข้ามานั่งในใจก็ได้ พี่สันติไม่เกี่ยง”
สันติท้วง เมื่อดาหลาส่งปิ่นโตเถาใหญ่ให้เขา แล้วทำท่าขึ้นคร่อมจักรยานเหมือนจะกลับเลย
“ไม่เอาอะ เดี๋ยวพ่อมาเห็น”
ไม้เอกสูดลมหายใจเรียกความกล้าให้ตัวเองหนึ่งที ในมือกำช่อดอกบัวที่ตนพึ่งไปซื้อมาจากตลาดสดเมื่อตอนเช้ามืด พร้อมกับดอกไม้สำหรับใส่บาตรพระเหมือนเคยดวงตาคมเข้มเหลือบมองหญิงสาวซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ในครัวก่อนหันมองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ไปสักทีไอ้เวร ตื่นเต้นเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าไปได้ มึงจะรอให้ลูกโตจนเข้าโรงเรียนเลยไหม”จนคนรอหนุ่นหลังชักเริ่มรำคาญจึงช่วยเรียกสติไปหนึ่งที โดยการถีบส่งเพื่อนให้พ้นหัวกระไดบ้าน “มึงไม่ใช่กูนี่ คนเยอะแยะมึงเห็นไหม”ถึงไม้เอกจะอายุสามสิบกว่าก็ใช่ว่าจะเขินไม่เป็นนะ โดยเฉพาะต่อหน้าคนในบ้านแบบนี้“งั้นแล้วแต่มึง กูว่าบางทีขอไปน้องเขาอาจจะไม่ตกลงก็ได้” หมอหนุ่มเหลือบมองช่อดอกบัวในมือเพื่อนแล้วส่ายหัว ไอ้ไม้เอกมันคิดได้อย่างไรเอาดอกบัวมาขอผู้หญิงแต่งงาน ขอเสร็จตั้งใจจะยกขึ้นไปไว้บนหิ้งเลยมั้ง“คนใจแคบอย่างมึงจะไปรู้อะไร ความหมายมันลึกซึ้งนะเว้ย!” ความจริงคือไม่รู้จะหาดอกไม้ที่สวยและดีกว่านี้มาจากไหน ต่างจังหวัดในตลาดสดแบบนี้มีดอกไม้ให้ซื้อไปไหว้พระก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่เอาดอกบัวมาที่เหลือก็มีแต่ดอกดาวเรือง“เออ! ไอ้คนใจกว้าง ถ้างั้นก็ช่วยทำใจกล้าๆ ด้
“ตามมาง้อเมียหรอ สมน้ำหน้าไอ้ควาย”นั่นคือคำแรกที่ชายหนุ่มใช้เอ่ยทักทายเพื่อนทันทีที่เห็นมันลงจากรถ พาลให้คนที่พึ่งถูกเมียหอบลูกหนีหงุดหงิดไปกันใหญ่ ขับรถมาตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะถึงที่นี่ฟ้าก็เกือบสว่างยังต้องทนฟังไอ้คนที่ไม่อยากเจอขี้หน้าซ้ำเติมอีกคนถูกเมียทิ้งจึงทำได้แค่มองฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ทว่าในมือไอ้ไม้เอกดันถือถุงชุดดอกไม้ธูปเทียนหลายกำในนั้นกลับทำให้หมอทิมแปลกใจ“อย่าบอกนะว่ามึงจะลงทุนขอลาบวช เพราะง้อเมียไม่สำเร็จอะไอ้ไม้เอก”“บวชห่าอะไรละไอ้เพื่อนเวร หน้าที่กูต้องไปซื้อดอกไม้ให้เมียกับย่าใส่บาตรพระทุกเช้า คนบาปอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร”“ครับไอ้คนดี ง้อเมียมาเป็นปีแต่ทุกวันนี้ยังได้นอนแค่ข้างเตียง”บัดซบ! ไอ้ทิมแม่งรู้เรื่องน่าอายแบบนี้ได้ไงวะ อย่าบอกนะว่าแก้วเจ้าจอมเล่าให้ยายน้องสาวตัวแสบของเขาฟัง แล้วมะปรางก็เอาไปบอกต่อให้ไอ้ผัวเฮงซวยรู้อีกที สุดท้ายแล้วไม้เอกก็สบัดหน้าเดินนำขึ้นไปบนเรือน เพราะจนแต้มไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามันคืน ต้องยอมรับว่าตนเป็นพวกไม่เอาไหนจริงๆ คิดแล้วก็ท้อใจ แก้วเจ้าจอมตัวเล็กแค่นิดเดียว แต่ทำไมถึงใจแข็งเหลือเกิน… “สวั
“เจ้าจอม? นอนไม่หลับเหรอ” คนตัวโตซึ่งนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นข้างเตียง เอ่ยถามหญิงสาวด้วความเป็นห่วง เมื่อได้ยินเสียงพลิกไปพลิกมาหลายนาทีแล้ว“อื้อ ปวดหลัง”ยิ่งอายุครรภ์เพิ่มขึ้นแก้วเจ้าจอมยิ่งใช้ชีวิตลำบาก “งั้นอยู่นิ่งๆ นะ” พอรู้สาเหตุไม้เอกจึงรีบลุกขึ้นมาบนเตียงแล้วบอกให้หญิงสาวขยับตัวก่อนเขาจะขึ้นมานั่งซ้อนหลังเธอเอาไว้ แล้วจับร่างอุ้ยอ้ายของว่าที่คุณแม่เอนลงซบกับแผงอกกว้าง “แบบนี้ดีขึ้นไหม” แก้วเจ้าจอมพยักหน้าแทนคำตอบฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามหน้าท้องนูน พร้อมกับนวดเบาๆ ตามแขนและลาดไหล่เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แม่ของลูก“จอมนอนทับคุณแบบนี้ คุณจะไม่อึดอัดหรอ”เธอเผลอแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อนโดยไม่รู้ตัว มีแต่คนฟังเท่านั้นที่ได้ยินและยังแอบยิ้มอย่างดีใจ“ไม่สักนิด ต่อให้มีแก้วเจ้าจอมอีกสิบคนพี่ก็รับไหว”“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากแม่ของลูก พอความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่จึงได้ยินแต่เสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นโหมกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมาจากเบ้า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับ พี่มันโง่เองทั้งๆ ที่รู้ว่ารักแต่ก็ยังใจร้าย”“ที่คุณบอกว่ารักนี่คือรักจอมจริงๆ หรือเป็นเพรา
ช่วงสายของวันเสียงรถยนต์คนหรูที่แก้วเจ้าจอมคุ้นหูดีก็แล่นเข้ามาจอด ทว่าไม่อาจทำให้หญิงสาวเหลียวกลับไปมองได้เพราะยังเคืองเขาเรื่องเมื่อเช้าอยู่ เธอก็แค่อยากรู้ว่าไม้เอกไปทำอะไรที่พิษณุโลก คำถามนั้นมันตอบยากมากหรือไง “คุณไม้เอกกลับมาแล้วค่ะน้องจอม” เป็นพี่ใบพูลเสียอีกที่ดูตื่นเต้นนักหนากับการกับมาของเขา“ช่างเขาสิคะ”แก้วเจ้าจอมตอบราวกับไม่ใส่ใจทั้งที่หูผึ่งคอยฟังเสียงรถอยู่ตลอดเวลา ก็เมื่อคืนไม้เอกนอนน้อยอีกทั้งยังขับรถออกไปทำธุระไกลถึงพิษณุโลก เธอแค่เป็นห่วงในถานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น “ไม่คิดว่าลูกสาวฉันจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย”มือบางซึ่งกำลังพับกลีบดอกบัวเพื่อนำไปถวายพระพุทธรูปหยุดชะงักงัน แก้วเจ้าจอมรีบหันไปตามต้นเสียงเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิดและใช่! เจ้าของเสียงนั้นเป็นแม่ของเธอจริงๆ แล้วยังมีพ่อยืนอยู่ข้างๆ ด้วย“พ่อ! แม่!” น้ำเสียงของแก้วเจ้าจอมสั้นเครือพอๆ กับหยดน้ำตาที่ไหลหล่นลงมาอย่างตื้นตันใจ ร่างอุ้ยอ้ายของหญิงสาวอายุครรภ์เกือบหกเดือนวิ่งเข้าหาบุพการีทั้งสองแล้วโอบกอดไว้ราวกับลืมว่าตนเองกำลังตั้งท้อง“เบาๆ สิแก้วเจ้าจอมแกท้องอยู่นะเดี๋ยวหลานฉันได้ออกมาวิ่งเล่นก่
วันนี้เป็นวันเกิดแก้วเจ้าจอม ข้าวปลาอาหารที่ต้องใส่บาตรพระเลยมากอย่างกว่าปกติ เช้านี้หญิงสาวจึงต้องรีบตื่นเพื่อมาช่วยทุกคนเตรียมของ ทว่าตื่นมาข้างกายเธอกลับไร้วี่แววพ่อของลูกไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าไม้เอกลุกออกไปตอนไหนแต่ถ้าให้เดาเขาคงคลาดกับเธอไปแค่เสี้ยววิ เพราะแก้วเจ้าจอมรู้สึกได้ว่าพื้นที่นอนข้างกายยังมีกลิ่นไอกับความอบอุ่นของเขาตลบอบอวลอยู่“ของทุกอย่างเตรียมเสร็จแล้วหรอคะย่าเนียร”เจ้าของร่างอุ้ยอ้ายถามขึ้นเมื่อมาถึงแล้วทุกอย่างในครัวดูว่างเปล่า แก้วเจ้าจอมตั้งใจตื่นเร็วกว่าเดิมไปตั้งหนึ่งชั่วโมงแล้วนะแต่ก็ยังไม่ทันคนอื่นๆ อยู่ดี“เด็กๆ ยกลงไปข้างล่างหมดแล้วเหลือแต่ดอกไม้ถวายพระ ไม่รู้มันไปซื้อถึงไหน”‘มัน’ ที่ว่านั่นคือหลายชายตัวดี ที่เดินทำหน้าระรื่นออกมาจากห้องหลานสะใภ้ของนางเมื่อเช้า ไอ้ไม้เอกมันคิดว่าย่ามันหัวหงอกปานนี้จะโง่เง่าจนไม่รู้หรือไง ว่ามันแอบย่องขึ้นเรือนแทบทุกคืน เด็กในบ้านก็รู้กันหมดแค่ไม่กล้าเอาไปพูดมีแค่แก้วเจ้าจอมโฉมงามดอกนี้เท่านั้นแหละ ที่ไม่รู้ตัวว่าผัวแอบย่องขึ้นห้องเข้าไปดอมดมแทบทุกคืน “จอมไม่ได้ออกมาช่วยทุกคนเลย” หญิงสาวหน้ามุ้ยเพราะรู้สึกผิดวันเกิดตัวเ
“ดูๆ ไปกูก็ดูเหมือนชู้เหมือนกันนะ” แต่ไม่ใช่ไง… กูเป็นผัว! ไม้เอกอยากจะตะโกนให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าไอ้คนเลวๆ คนนี้นี่แหละเป็นผัวของแม่ดอกแก้วเจ้าจอมซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ข้างหัวแตียงทำให้เขาเห็นทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน ไม้เอกหันไปสบตากับไอ้แมวอ้วนข้างกายหญิงสาวหนึ่งทีและเหมือนเจ้าส้มฉุนจะเข้าใจเพราะมันมักจะกระโดดลงจากเตียงแล้วกลับไปนอนในที่ของมันทุกครั้ง โดยไร้เสียงร้องรบกวนเมื่อชายหนุ่มแอบย่องเข้ามาในห้อง“น่ารักมากลูกพ่อ” ไม้เอกไม่ลืมกระซิบชมเจ้าส้มฉุนเบาๆ ในเมื่อแก้วเจ้าจอมแทนตัวเองว่าแม่กับเจ้าส้มฉุนไม้เอกก็ต้องเป็นพ่อน่ะถูกแล้วร่างสูงพยายามแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาให้แผ่วเบาที่สุด หากเขาทำแก้วเจ้าจอมตื่นการแอบย่องขึ้นบ้านเพื่อแอบมานอนกอดเมียทุกคืนจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป หนักสุดไม้เอกอาจโดนไล่ออกจากบ้านด้วย“คิดถึงพ่อไหมเด็กดี” ฝ่ามือหนาลูบไล้หน้าท้องนูนเบาๆ เพื่อทักทายลูกน้อยในนั้น และครั้งนี้ลูกชายตัวน้อยที่ไม้เอกพึ่งรู้เพศเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ดิ้นตอบสนองเขาเป็นครั้งแรก “หนูทักทายพ่อหรอครับ” และด้วยความดีใจทำให้ไม้เอกเผลอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง
“มึงหายหัวไปไหนมา ไอ้สัน !” สันติเกือบสะดุดธรณีประตูล้มหน้าคว่ำ เมื่อเปิดเข้ามาแล้วเจอกับน้ำเสียงพิฆาตตามด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งออฟฟิศ หันเหสบสายตาใครก็มีแต่คนบ่ายหน้าหนี แสดงว่าต้นเหตุของความฉิบหายคือตนแล้วแน่แท้ แล้วกูไปทำอะไรพลาดตอนไหนวะเนี่ย !
“แม่ ๆ เมียคุณภามว์ที่เขาลือกันเนี่ย สวยปะ”ดาหลาเปิดประเด็นร้อนขึ้นแต่เช้า ขณะกวาดสายตาหาวัตถุดิบในตู้เย็นเพื่อตระเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้เจ้านาย อุตส่าห์รีบตื่นตั้งแต่ไก่โห่ นึกว่ามาถึงบ้านคุณภูภามว์แล้วจะได้เจอผู้หญิงคนนั้น“ก็ต้องสวยสิ ไม่งั้นคุณภามว์จะไปยุ่งด้วยเหรอ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเชียวละ”
“แม่... หนูไม่ไปอยู่ที่นั่นนะ”อลีนาที่โดนกระชากแขนอย่างถูลู่ถูกังมาตามทาง พยายามฝืนรั้งไม่ไปต่อจนโดนผู้เป็นแม่หยิกเนื้อเขียวไปหลายที แถมแหกปากร้องโอดโอยเท่าไร คนแม่ก็ไม่หันมาสงสาร ตั้งหน้าตั้งตาลากลูกสาวไปส่งบ้าน ‘ลูกเขย’ เต็มกำลัง“มึงจะไม่ไปอยู่ได้ยังไง ก็มึงเป็นเมียคุณภามว์แล้ว”“แม่... แม่ฟังห
คล้อยหลังคนเป็นแม่ไปได้ไม่นาน อลีนาก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ควรใช้ชีวิตหลบอยู่ในมุมมืดอีกต่อไป เพราะเงินเก็บที่เคยมีร่อยหรอลงทุกวัน ถึงแม่ไม่มาขอ เธอก็ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ตามมาอยู่เนือง ๆ ฉะนั้นทางออกเดียวคือ ต้องหางานทำหวังว่าภูภามว์จะไม่ห้ามเธอหรอกนะ !“อุ้ย !” ขณะที่อลีนากำลังวางแผนชีว







