LOGINขณะนี้เป็นเวลาตีสี่ครึ่ง คนงานในไร่ภูพลาธรบางคนเริ่มตื่นนอนขึ้นมาทำกิจวัตรเพื่อเตรียมตัวเข้าไร่ แต่ในทางสวนกัน อลีนาเพิ่งกลับมาถึงที่พัก หลังถูกคนใจไม้ไส้ระกำพาเธอย้อนกลับไปส่งไว้ที่ร้านเจ๊จุงจนเธอต้องหาทางกลับเอง
แถมก่อนจะไป เขายังมีหน้าหันมากำชับเธอว่า... ‘ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครเด็ดขาด’
เหอะ ! ไม่ต้องย้ำ เธอก็รู้อยู่แล้วไหม คนดี ๆ ที่ไหนจะเอาเรื่องที่ตัวเองขายตัวไปป่าวประกาศ
อลีนาเดินทอดน่องต่ออีกสักพัก เธอก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักชั้นสองริมขวาสุด สูดลมหายใจเรียกสติก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเรียกคนด้านใน
ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !
ชั่วอึดใจคนที่อลีนาต้องการพบก็เปิดประตู เธอเบี่ยงตัวเข้าไปด้านใน เปิดไฟทุกดวงที่เจ้าของห้องจงใจปิดไว้ ราวกำลังแฝงตัวในความมืดเพื่อหลบหนีอะไรบางอย่างจนทั้งห้องสว่างแจ่มแจ้ง ถึงได้เห็นใบหน้าเขียวช้ำของมารดาที่ทุเลาลงบ้างแล้ว
“แม่ไม่คิดจะออกไปทำงานบ้างเลยหรือไง”
“โอ๊ย อีนี่ ! มาถึงก็วุ่นวายกับชีวิตกูเลย แล้วถ้ากูออกไปทำงาน ขืนเจ้าหนี้มาเจอตัวกูจะทำยังไง”
เจ้าหนี้ได้แหกอก อี ‘อิงอร’ ตายคาไร่กันพอดี แล้วอีกอย่างหน้าหล่อนก็ช้ำเลือดช้ำหนองขนาดนี้ ออกไปทำงานให้อีพวกคนงานปากไม่มีหูรูดหัวเราะเยาะหรือไร ไม่เอาด้วยหรอก
“แล้วหลบอยู่แต่ในนี้ แม่คิดว่าพ้นเหรอ”
สู้ออกไปหาเงินมาคืนเขาไม่ดีกว่าเหรอ และที่สำคัญคงไม่มีเจ้าหนี้หน้าไหนใจกล้าบุกเข้ามาถึงในไร่ภูพลาธรหรอก ในเมื่อเจ้าของไร่ดุเก่งอย่างกับหมา
“เออ ๆ รอให้หน้ากูหายดีก่อน” อิงอรปัดความรำคาญ เดินสะบัดหน้าผ่านลูกสาวไปกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ พลางปรายตามองอย่างสำรวจ “ว่าแต่มึงเถอะ มาทำอะไร แล้วนี่ได้นอนบ้างหรือยัง ทำไมสภาพถึงได้เหมือนเพิ่งโดนรุมโทรมมาอย่างนี้”
“แล้วจะไม่ให้หนูโทรมได้ยังไง แม่ก็รู้ว่าหนูวิ่งทำตั้งสองงาน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ยที่แม่ไปติดหนี้พนันเขาไว้ไง”
อลีนารีบแก้ตัว เธอหลบสายตาใคร่รู้ของแม่แล้วตั้งหน้าตั้งตาควานหาเงินในกระเป๋า จงใจเบี่ยงประเด็นที่แม่อาจจะสงสัยไปไกล ๆ ตัว จากนั้นถึงส่งเงินให้ตามจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายภายในวันนี้
ส่วนที่เหลือเธอจะเก็บไว้ยามฉุกเฉิน เงินกับแม่เธอเป็นของคู่กัน มีเท่าไร แม่เอาไปถลุงในบ่อนหมด
“ร้านอีเจ๊จุงนั่น รายได้มันดีขนาดนี้เชียวเหรอ ? ไปทำงานแค่สามวันได้มาเกือบหมื่น”
พอเงินอยู่ในมือ สีหน้าอิงอรก็ดีขึ้น ทว่าความสงสัยยังไม่จางหาย
“ร้านเขาคนเข้าเยอะ มีแต่ลูกค้ารวย ๆ ทั้งนั้น ทิปก็ต้องหนักเป็นธรรมดา”
ดีนะที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ลบเครื่องสำอางก่อนออกจากร้านเจ๊จุง ไม่งั้นสภาพที่แม่เห็นคงพานให้น่าสงสัยมากกว่านี้
“ไปทำงานชงเหล้าอย่างเดียวก็ดีแล้ว อย่าใช้ชีวิตให้มันเปลืองตัวมาก เผื่ออนาคตมีผู้ชายดี ๆ เข้ามาหา เขาจะได้ไม่ผิดหวัง”
เหมือนอย่างหล่อน... มีกี่ผัวก็บรรลัยทุกผัว
คนแรกพ่อของลูกก็ติดคุกติดตารางข้อหาค้ายา ถูกริบทรัพย์สินจนหมดสิ้น ไม่เหลือถึงมือลูกเมียสักสตางค์แดงเดียว
ส่วนคนที่สองก็มักมากในกาม ตัณหากลับจ้องจะงาบลูกสาวหล่อน จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทเลือดตกยางออก อิงอรเลยต้องพาลูกหนีหัวซุกหัวซุน กระทั่งมาจบที่ไร่แห่งนี้
“หนูรู้แล้วน่า... แม่เถอะ ! เบาได้เบานะ เข้าบ่อนน่ะ”
“ไม่ต้องมาสอนกู จะไปไหนก็ไป” พอได้ยินคำว่าบ่อนก็พานทำให้อิงอรอารมณ์เสีย
หล่อนไม่ได้เข้าบ่อนมาเกือบเดือนก็เพราะหนีหนี้อยู่นี่แหละ และคงจะไม่ได้เข้าไปอีกนาน ในเมื่อยังไม่มีเงินต้นไปคืนเขา
หลังโดนแม่บังเกิดเกล้าผลักไสไล่ส่งออกมาข้างนอก
อลีนาก็เดินคอตกกลับมายังห้องพักชั้นล่างของตัวเอง เธอใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีในการชำระล้างร่างกาย จากนั้นก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต โดยไม่สนใจครีมประทินผิวตรงจุดไหนทั้งสิ้น
วันนี้เธอเจอมาหนักมาก ๆ
ไม่มีเวลาให้เสียใจที่เสียตัวด้วยซ้ำ...
ปวดร้าวระบมไปทั่วทุกจุดของร่างกาย ทั้งยังเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงให้นอนหลับพักผ่อน ก่อนจะออกไปทำงานต่อ
อลีนาแอบเป็นกังวลนิด ๆ ว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะเผลอเดินท่าแปลก ๆ ให้เพื่อนร่วมงานสงสัยหรือเปล่า ใจก็อยากลา แต่หนี้สินที่แม่ก่อไว้มันค้ำคอ
คนใช้ไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้ใช้ มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ทุก ๆ วัน เวลา 11 นาฬิกา ‘ดาหลา’ จะปั่นจักรยานคันโปรด หิ้วกล่องข้าวมาส่งคนเป็นเจ้านายที่ออฟฟิศด้วยใจเบิกบาน ทว่าวันนี้ดาหลากลับอารมณ์ดีไม่ออก
เพราะคนเป็นนายนั่งทำหน้าเหมือนกินรังแตนตั้งแต่เมื่อเช้า ครึ่งวันผ่านไปแล้วก็ยังหน้าตึงไม่หาย ไม่รู้เมื่อคืนไปอารมณ์ค้างที่ไหนมา เธอจึงไม่กล้ากวนมาก
“พี่สัน วันนี้เจ้านายพี่เป็นอะไร”
หลังส่งกล่องข้าวถึงมือเจ้านายเรียบร้อยแล้ว ดาหลาก็รีบถอยกรูดออกมาด้านนอกเพื่อถามชายคนรักที่เป็นถึงมือขวาและคิดว่าน่าจะรู้ดีที่สุด
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาเองก็เข้าหน้านายเหนือหัวไม่ติดตั้งแต่เช้า ถามเรื่องงานหนึ่งคำ คุณภูภามว์ก็ตอบแค่หนึ่งคำ นึกจะประหยัดคำพูดขึ้นมาอี๊ก ! นายไม่รู้หรือไงว่างานจะทับตัวไอ้สันติตายห่าอยู่แล้ว
“ฮ่วย ! พี่นี่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ เป็นคนสนิทแทนที่จะรู้” ดาหลาอารมณ์เสีย พี่สันติมีดีแค่หล่อเท่จริง ๆ แต่ไหวพริบเรื่องชาวบ้านนี่ติดลบเหลือศูนย์
“อ้าว” สันติถึงกับหน้าเหวอ อยู่ ๆ ก็กลายเป็นที่รองรับอารมณ์เฉย...
เกิดเป็นไอ้สันติต้องรอบรู้ทุกอย่างเลยหรือไง เขาไม่ใช่หมอปลาจิตสัมผัสนะโว้ย ! ที่จะมีญาณทิพย์เที่ยวเสือกเรื่องชาวบ้านไปทั่วน่ะ
“เอ้า นี่ปิ่นโตข้าวของพี่” ถึงจะไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่ดาหลาก็เป็นห่วงท้องไส้พี่สันติเสมอ แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงรักได้เหรอ... มีใจเท่าไร สันติก็เทให้น้องดาหลาหมดนั่นแหละ
“แล้วดาหลาไม่มานั่งกินข้าวกับพี่เหรอจ๊ะ หรือจะเข้ามานั่งในใจก็ได้ พี่สันติไม่เกี่ยง”
สันติท้วง เมื่อดาหลาส่งปิ่นโตเถาใหญ่ให้เขา แล้วทำท่าขึ้นคร่อมจักรยานเหมือนจะกลับเลย
“ไม่เอาอะ เดี๋ยวพ่อมาเห็น”
หลังจากนั้น 2 ปี อลีนาก็คว้าใบปริญญามาครอบครองได้สำเร็จ แม้เกรดเฉลี่ยจะไม่ได้สูงส่งจนถึงขั้นได้เกียรตินิยม แต่เท่านี้เธอก็ภูมิใจ“เหนื่อยไหมคนเก่ง”ทันทีที่เห็นคนชุดครุยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในหอประชุมพร้อมใบปริญญา ภูภามว์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ...ภูมิใจมากกว่าอลีนาส่ายหัวแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นสามีที่อุตส่าห์ทิ้งการทิ้งงานมาดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดทุกวันตั้งแต่วันซ้อม“มาเปลี่ยนรองเท้าก่อนดีกว่า ยืนบนส้นสูงนานๆ มันไม่ดี”ภูภามว์คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหยิบรองเท้าแตะที่เตรียมมาด้วยออกจากถุงแล้วสวมให้เมียสาวท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองมาทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น สิ่งเดียวที่ยึดความสนใจของเขาอยู่คือคนเป็นภรรยาและลูกในท้องใช่! อลีนากำลังตั้งท้อง เธอเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนเข้ารับปริญญา ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้ยกเว้นเธอกับเขา“ขอบคุณนะคะคุณสามี”อลีนาตอบแทนความรักที่เขามีให้โดยการกระโดดหอมแกมไปฟอดใหญ่อย่างลืมตัว ผลสุดท้ายก็ถูกดุเข้าจนได้“อุ้ม! เฮียบอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่ากระโดด”เมียเด็กของเขาเป็
“ตื่นเต้นจังเลยแม่...”อลีนาที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีขาวมุกหันมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้าน“เออ... รู้แล้ว! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”ทว่าคนเป็นแม่กลับมือไม้ยังสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าสาวเสียอีก“แล้วแม่จะตื่นเต้นทำไม คนแต่งคือหนูนะ ไม่ใช่แม่สักหน่อย”“แล้วตื่นเต้นไม่ได้หรือไง คนมันไม่เคยนี่หว่า”ลูกสาวคนเดียวของอีอิงอรที่เป็นแค่คนงานในไร่ธรรม ๆ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี แถมงานแต่งยังถูกจัดอย่างใหญ่โต ผู้คนเขาเลื่องลือกันไปทั้งจังหวัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนตื่นเต้นได้อย่างไร“น้องอุ้มคะ ขบวนขันหมากมาถึงแล้วค่ะ”สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดาหลาที่คอยดูต้นทางก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนูสวยหรือยังแม่” ว่าที่เจ้าสาวได้ยินแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางคนเป็นแม่แล้วถามหาความมั่นใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้ตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานก็จะไม่ให้สวยได้อย่างไง ในเมื่อแม่ของว่าที่สามี จ้างทั้งช่างหน้าและช่างผม ระดับตัวท็อปของประเทศม
“ขอบคุณอะไร มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีอยู่แล้ว” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาขยิบตาส่งให้หญิงสาวหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรบนท้องถนนต่อ“เมื่อกี้เรียกหว่านเสน่ห์หรือเปล่าคะ”“แล้วได้ผลไหมครับ”“ไม่ค่ะ !” เป็นการตัดรอนที่รวดเร็วปาดสายฟ้าจนคนฟังใจเจ็บ ภูภามว์เกือบจะเรียกรถกู้ชีพอยู่แล้วเชียว ยังดีที่ประโยคถัดมาของเธอเหมือนเป็นการต่อลมหายใจ “เพราะถ้าจะจีบอุ้ม ต้องจีบด้วยเงิน อุ้มเป็นคนเห็นแก่เงินคุณภามว์จีบไหวไหมคะ”“เริ่มด้วยการเหมาเค้กให้เธอทั้งร้านดีไหม”“ดีค่ะ”จากนั้นรถยนต์คันหรูก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปากช่อง เป้าหมายของภูภามว์คืออวดรวยให้ผู้หญิงดู เผื่อว่าเธอจะยอมใจอ่อนแล้วตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับเขาในเร็ววันหลังจากหลุดปากบอกภูภามว์ไปว่าจีบได้ เขาก็ขยันหยอด ขยันจีบ ขยันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ไม่รู้เขาไปสรรหามุขจีบเสี่ยว ๆ พวกนี้มาจากไหนนักหนา แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามันทำให้เธอหวั่นไหวได้จริง ๆ เช้านี้อลีนาเลยชิ่งตื่นนอนเช้าก่อน ตั้งใจว่าจะออกมารดน้ำดอกไม้แล้วเรียกสติไปพลาง ๆ เผื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสดชื่นจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบมากขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหวไปก
ไม่รู้เป็นแผนของนายแม่สุวนี หรือว่าอลีนาเบื่อที่จะเย็นชาใส่เขา เพราะหลังงานบุญวันนั้น เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หญิงสาวตอบสนองภูภามว์มากขึ้น และไม่ได้มีท่าทีมึนตึงจนเขาใจเจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีหรือเปล่า“อุ้ม วันนี้ไปทำบุญกับเฮียนะ”อลีนาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองคนตัวสูงอย่างไม่ค่อยเชื่อหู เมื่ออยู่ ๆ เธอก็ถูกชวนไปทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะผ่านงานทำบุญใหญ่ภายในไร่มา“เนื่องในโอกาสอะไรคะ วันนี้ไม่ใช่วันพระสักหน่อย”“ไปเป็นเพื่อนเฮียหน่อยนะ เสร็จแล้ว เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงเค้กในตัวเมือง”เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหยิบยกเอาของกินมาหลอกล่อเธอเพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด เมื่อดวงตากลมโตที่แฝงเร้นไปด้วยความซุกซนลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่อลีนาเกลียดนักเชียว พวกศัตรูที่รู้จุดอ่อนเนี่ย !“คุณรู้ได้ยังไงว่าอุ้มอยากกินเค้ก”เธอจำได้ว่า เธอเพิ่งคุยกับพี่ดาหลาไปเร็ว ๆ นี้นี่เอง ว่าอยากกินเค้กร้านดังที่มาเปิดสาขาใหม่ในตัวเมืองปากช่อง เขาคงไม่ได้เลี้ยงพรายกระซิบไว้ตามสอดส่องพฤติกรรมของเธออยู่ใช่ไหม ?“เฮียได้ยินพวกเธอคุยกัน”
ซึ่งกว่าจะหยุดพ้นจากสถานการณ์คับขันพวกนั้นได้ อลีนาถึงกับยืนยิ้มจนเหงือกเกือบแห้ง “เฮ้อออ...” แถมยังเผลอถอนลมหายใจ เพราะโล่งอกอย่างลืมตัว ทั้ง ๆ ที่นายแม่สุวนียืนอยู่ข้างกาย“เหนื่อยมากไหมจ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าแม่ทำอะไรให้หนูอุ้มกังวล”“ปะ เปล่าค่ะ” อลีนาตอบแค่นั้นแล้วชะงักไปเหมือนไม่ค่อยมั่นใจว่าควรพูดดีหรือเปล่า “ความจริงก็มีค่ะ” แต่สุดท้ายความอึดอัดก็ผลักดันให้เธอยอมรับออกไปตรง ๆ “อุ้มว่านายแม่กำลังเข้าใจผิดนะคะ เรื่องงานแต่ง...”“ตายแล๊ว ! ! ! แม่เข้าใจผิดไปเองเหรอจ๊ะ” สุวนียกมือขึ้นทาบอก แสร้งแสดงสีหน้าตื่นตระหนกตกใจปะปนกับรู้สึกผิด “แม่ได้ยินคนงานในไร่พูดกัน แม่ก็นึกว่าหนูตกลงปลงใจกับลูกชายของแม่เรียบร้อยแล้วเสียอีก”“...”“แย่จริง ๆ เลย แม่ขอโทษนะหนูอุ้ม” ประมุขของไร่ภูพลาธรมีแววตาหนักใจ “แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ แม่บอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดไปแล้วด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกไม่นานเรื่องก็คงซา”เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน“แล้วหนูอุ้มไม่คิดจะพิจารณาลูกชายของแม่หน่อยเหรอจ๊ะ ตอนที่หนูหนีไป มันมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าแม่ทุกวันเลยนะ อ้อนวอนขอให้หนูกลับมา” แน่น
เนื่องจากวันนี้ ภายในไร่มีงานทำบุญประจำปี คนงานทุกคนจึงได้รับสิทธิ์ลาหยุด 1 วัน เพื่อมาร่วมทำบุญในช่วงเช้า และกินเลี้ยงโต๊ะจีนในช่วงเย็น ฉะนั้นภูภามว์กับน้องชาย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของงานถึงได้วิ่งวุ่นตัวเป็นเกลียวโชคดีที่งานช่วงเช้าผ่านพ้นเรียบร้อยไปได้ด้วยดี พวกเขาสองคนเลยมีเวลาพักหายใจบ้างแต่เหนื่อยกายก็ยังไม่เท่ากับเหนื่อยใจนี่สิ ร่างสูงถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก “เป็นอะไร ทำหน้าหงอย ๆ เหนื่อยกายหรือเหนื่อยใจยะ” พอเว้นว่างจากการต้อนรับแขกเหรื่อและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เชื้อเชิญมาร่วมงาน สุวนีเห็นสีหน้าของลูกชายดูท่าไม่ค่อยดีก็อดถามไม่ได้ “เหนื่อยใจมากกว่าแม่” เสียงเนือย ๆ ตอบคนเป็นแม่ ก่อนจะปรายตาไปทางหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวยาวละพื้นที่กำลังเล่นอยู่กับลูกชายของดาหลาอลีนาเป็นคนที่มีความสุขง่ายกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว แต่รอบตัวของเธอตอนนั้นต้องไม่มีเขาเฮ้ออออ พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจดวงแกร่งก็พลันห่อเหี่ยว “ฉันก็เตือนแกแล้วว่าให้ง้อแบบคนปกติ แกทำให้มันยุ่งยากเอง” “ก็เมียผมไม่ใช่คนปกติ แม่จะให้ผมง้อแ







