Se connecter“โอเคสิ... ทำไมจะไม่โอเคล่ะ” เธอพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
“ความจริงแล้ว เรากับเขาไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักหรอกนะไม้ เราแต่งงานกันเพราะพินัยกรรมของคุณปู่ ถ้าเราไม่ยอมจดทะเบียนสมรสแล้วอยู่กินกันให้ครบห้าปี ไร่บุษบาของแม่เราที่พิษณุโลกก็จะถูกยึดไปเป็นของสาธารณะ เราไม่อยากเสียความทรงจำสุดท้ายของแม่ไป ก็เลยต้องยอม”
เรื่องราวที่พรั่งพรูออกมาจากปากเพื่อนทำให้พนานิ่งอึ้งไป นี่มันยิ่งกว่าละครหรือในนิยายอีกนะ
พนาเป็นคนพิษณุโลก ย่อมรู้ดีว่าไร่บุษบามีความสำคัญกับบัวบูชามากแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหน่วงในใจเท่ากับ ‘แววตา’ ของคนพูด สีหน้าและดวงตาที่แสนเศร้าสร้อยของบัวบูชา มันตะโกนบอกเขาอย่างชัดเจนว่า แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นแค่พินัยกรรมบ้าบอ แต่ตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้าเขากำลังแตกสลาย พนารู้ได้ทันทีว่าบัวบูชาไม่ได้อยากหย่า เธอรักผู้ชายคนนั้น รักจนหมดหัวใจไปแล้ว
“คุณบัวบูชา เชิญที่ห้องตรวจสามค่ะ”
เสียงประกาศเรียกชื่อจากพยาบาลหน้าห้องตรวจดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่ บัวบูชาสะดุ้งเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นแตะหางตาเพื่อซับความชื้นอย่างลวก ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายลุก
ขึ้นยืน“เราต้องเข้าไปพบหมอแล้วล่ะไม้ ขอบใจนะที่แวะมาทักทาย”
พนาลุกขึ้นยืนตาม เขามองตามร่างอวบที่ดูโดดเดี่ยว เหลือเกินในเวลานี้ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป
“บัวเข้าไปเถอะ... เดี๋ยวเรารออยู่ข้างนอกนี่แหละ ตรวจเสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปส่งบัวที่บ้านเอง”
“แต่ไม้มีประชุมไม่ใช่เหรอ”
“ประชุมเสร็จพอดีนั่นแหละ ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า เข้าไปเถอะ หมอรอแล้ว”
พนาดันหลังเพื่อนเบา ๆ บัวบูชาไม่มีเรี่ยวแรงจะคัดค้าน จึงยอมเดินเข้าไปในห้องตรวจแต่โดยดี
ภายในห้องตรวจ บัวบูชานั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแพทย์หญิงวัยกลางคนที่กำลังเปิดดูผลการตรวจเลือดและผลอัลตราซาวนด์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณหมอ ก่อนจะหันมาแจ้งข่าวดีที่สำหรับบางคนอาจจะเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
“ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ผลตรวจเลือดขึ้นว่าตั้งครรภ์ค่ะ ตอนนี้อายุครรภ์ประมาณแปดสัปดาห์ หรือราว ๆ สองเดือนแล้วนะคะ ถุงตั้งครรภ์อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยดีค่ะ”
“ ... “
บัวบูชานิ่งเงียบไม่มีรอยยิ้มดีใจ หรือน้ำตาซึมเหมือนคนเป็นแบบ
คนอื่น มีเพียงแค่ความว่างเปล่า และท่าทีเหม่อลอยที่แสดงออกผ่านดวงตาคู่สวย หญิงสาวเพียงแค่รีบฟังคำยืนยันนั้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งเหมือนมีก้อนหินใหญ่ถ่วงอยู่กลางใจเมื่อเห็นปฏิกิริยานิ่งเงียบของคนไข้ คุณหมอก็พอจะเดาสถานการณ์ออกได้บ้าง แต่ก็ยังคงรักษามารยาทและหน้าที่ของความเป็นหมอเอาไว้อย่างดีเยี่ยม
“คุณแม่สะดวกจะฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลของเราเลยไหมคะ หมอจะได้จัดเตรียมสมุดฝากครรภ์และจ่ายยาวิตามินบำรุงให้เลย”
“ไม่ค่ะ ... บัวจะกลับไปฝากท้องที่ต่างจังหวัดค่ะ วันนี้แค่มาตรวจให้แน่ใจเท่านั้น รบกวนคุณหมอจัดแค่ยาบำรุงเบื้องต้นกับยาแก้แพ้ท้องให้ก็
พอค่ะ”“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหมอจะจ่ายยาโฟลิกกับวิตามินบำรุงครรภ์แล้วก็ยาแก้แพ้ไปให้ทานก่อนนะคะ ส่วนเอกสารผลการอัลตราซาวนด์วันนี้ คุณแม่สามารถนำไปยื่นที่โรงพยาบาลปลายทางเพื่อฝากครรภ์ต่อได้เลยค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงสามเดือนแรกต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าเดินเยอะ หรือยกของหนักนะคะ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
บัวบูชายกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะรับแฟ้มเอกสารแล้วเดินออกจากห้องตรวจมา คนเจ้าเนื้อเดินอย่างเชื่องช้า ท่าทีเหม่อลอยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ขาทั้งสองข้างดอ่อนแรงจนแทบจะพยุงน้ำหนักตัวไม่ไหว
ช่วงเวลาห้าปีที่แต่งงานกับพี่โปรดปรานมันฉายซ้อนขึ้นมาในหัว ทั้งความเย็นชา และความหมางเมิน ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน นอกจากเวลาที่เขาต้องการเรื่องบนเตียงเท่านั้น เขาถึงจะเห็นเธอเห็นเหยื่ออันหอมหวาน แล้วค่อยมอบความอ่อนโยนให้
“บัว! ระวัง!”
เพราะมัวแต่เหม่อลอย ทำให้เท้าของเธอสะดุดเข้ากับขอบพรมหน้าห้องตรวจ ร่างอวบเซถลาเกือบจะล้มหน้าคะมำ โชคดีที่ท่อนแขนแข็งแรงของพนาที่ยืนรออยู่หน้าห้องพุ่งเข้ามารับและประคองร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที
บัว! เป็นอะไรไหม หน้าซีดมากเลย หน้ามืดเหรอ มานั่งพักตรงนี้ก่อน” พนาประคองร่างที่ของเพื่อนไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมด้วยความตกใจ
“เราไม่เป็นไร เดี๋ยวจะไปเอายาก่อน”
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวบัวนั่งรอตรงนี้นะ เอาใบสั่งยามาเดี๋ยวเราไปจัดการจ่ายเงินและรับยาให้เอง”
ชายหนุ่มไม่รอคำอนุญาต เขาดึงใบสั่งยาในมือของบัวบูชามาถือไว้ แล้วก้าวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังช่องการเงิน และช่องรับยา ปล่อยให้บัวบูชานั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน
ไม่ถึงสิบห้านาที พนาก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลของโรงพยาบาลในมือ สัตวแพทย์หนุ่มทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนจะก้มลงมองชื่อยาในซองพลาสติกใสที่อยู่ด้านใน
‘Folic Acid’
‘Obimin-AZ’
ในฐานะที่เรียนจบสายการแพทย์มา แม้จะเป็นสัตวแพทย์ แต่ตัวยาสามัญพื้นฐานเหล่านี้ก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าความรู้ที่เขามี พนาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทั้งแผนกสูตินรีเวชที่เธอมานั่งรอ รวมถึงอาการหน้าซีดอีก
“สองปีนี้คุณโปรดแบกปุ๋ยแบกจอบขุดทางน้ำในไร่ไม่บ่นสักคำ พวกผมในไร่ยอมรับฝีมือหมดแล้วครับ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับคุณโปรด”“ขอบคุณครับพี่เข้ม”โปรดปรานตอบพลางทรุดตัวลงนั่งข้างบัวบูชา จัดแจงให้น้องบัวแก้วนิ่งเล่นหยิบผลเชอร์รี่แห้งบนโต๊ะ“เออ ... แล้วนี่หมอไม้ยังไม่มาอีกเหรอครับพี่เข้ม เห็นว่าวันนี้จะแวะมาตรวจโคนมฝั่งโน้นแล้วเข้ามากินข้าวพร้อมกัน”เข้มพยักพะเยิดหน้าไปทางซุ้มไม้ไผ่ริมแปลงรั้ว“นู่นไงครับ พูดถึงพระเอก พระเอกก็ควบม้าเดินนำมาทันตาเห็นเลยครับคุณโปรด แต่รอบนี้ไม่ได้มาตัวคนเดียวนะครับ”คำพูดของเข้มทำให้สายตาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แล้วก็เห็นสัตวแพทย์หนุ่ม กำลังเดินจับจูงมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมหวานละมุนอย่างแสนสุภาพอ่อนโยน คอยระแวดระวังไม่ให้เธอสะดุดดินเธอคนนั้นคือ ‘นลิน’ ลูกสาวคนเก่งของเจ้าของไร่ข้าวโพดอุ่นรัก ไร่ขนาดใหญ่ที่ปลูกข้าวโพดทอดยาวเลียบไหล่เขาฝั่งทิศตะวันตกของไร่บุษบา ทั้งคู่เพิ่งจะประกาศคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่เดือนหลังจากที่พนาวนเวียนไปรักษาม้า และช่วยวางระบบปศุสัตว์ที่ไร่ข้างเคียงจนเกิดปิ้งกันขึ้นมา“แหมมม หมอไม้ เดินประคองน้อง
สายหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทิวเขาสลับซับซ้อน ลมหนาวพัดพาเอาความเย็นยะเยือกมาปะทะผิวหน้า แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้ากำลังค่อย ๆ ขับไล่ความมืดมิด และนำพาความมีชีวิตชีวากลับคืนสู่ ‘ไร่บุษบา’ อีกครั้งกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟที่เพิ่งผ่านกระบวนการคั่วลอยโชยมาตามสายลม หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายตัวหลวมสีครีมยืนจับระเบียงไม้นอกชานบ้านพักระบายลมหายใจยาวด้วยความรู้สึกสดชื่นเวลาสองปีผ่านไปไวราวกับโกหก...บัวบูชากลายเป็น เจ้าของไร่กาแฟอินทรีย์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และเป็นแบรนด์เมล็ดกาแฟพรีเมียมอันเป็นหัวใจหลักของบริษัทแฟรนไชส์กาแฟยักษ์ใหญ่ของโปรดปรานจนโด่งดังไปทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอคือคุณแม่ของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ วัยกำลังซน“แม่ะ ผีเสื้อสีเหลือง บินหนี” เสียงแจ้วพูดยังไม่ชัดดังแว่วมาจากลานดินเฉอะแฉะหน้าบ้านพักพักคนงาน เด็กหญิงตัวน้อยแก้มยุ้ยน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ วัยเกือบสองขวบเต็ม กำลังก้าวเท้าป้อม ๆ วิ่งเตาะแตะไล่ตามจับผีเสื้อตัวเล็ก ท่าทางอุ้ยอ้ายและใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมอิ่มถอดแบบมาจากทั้งโปรดปรานและบัวบูชา“น้องบัวแก้วคะ อย่าวิ่งเร็วสิลูก เด
“บัว! ลูก ลูกของเราอยู่ไหนบัว แล้วท้องบัวทำไม? ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าบัว ตอบพี่สิ!” ปรดปรานถามด้วยความร้อนรน น้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาวตัวน้อยไป“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ชายหนุ่มร้องครางออกมาเบา ๆ พลางงอตัวเอามือกุมแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง เพราะออกแรงขยับตัวแรงเกินไปจนแผลตึงจนเจ็บแปลบขึ้นมา“พี่โปรด! อย่าขยับตัวแรงสิคะ แผลยังไม่แห้งเลยนะ!”บัวบูชาร้องเตือน รีบเอื้อมสองมือไปประคองหัวไหล่ของเขาให้นอนราบลงกับเตียงอย่างเบามือ“ใจเย็น ๆ ค่ะพี่โปรด ฟังบัวนะ บัวคลอดลูกแล้ว ยัยหนูปลอดภัยดีค่ะ แกปลอดภัยดีทุกอย่าง”เมื่อได้ยินคำยืนยัน โปรดปรานก็ผ่อนลมหายใจยาว แววตาคมที่เคยตื่นกลัวเริ่มสงบลง ทว่ายังคงจดจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม“แล้ว ... แล้วทำไมบัวคลอดแล้วล่ะครับ? เพิ่งจะแปดเดือนเองไม่ใช่เหรอ”“วันนั้นบัวตกใจ และเครียดมากค่ะ คุณหมอบอก น้ำคร่ำก็เลยเดินแล้วก็ปวดท้องคลอดก่อนกำหนด หลังจากพี่โปรดเข้าห้องผ่าตัดได้ไม่นาน แต่ลูกปลอดภัยดีค่ะ เพียงแต่แกคลอดก่อนกำหนด ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน คุณหมอก็เลยต้องให้น้องนอนในตู้อบ เพื่อคุมอุณหภูมิและช่วยหายใจอยู่ที่แผนกทารกแรกเกิดค่ะ”“พี่
และในวินาทีเดียวกัน สัญญาณมอนิเตอร์ในห้องผ่าตัดของโปรดปรานก็กลับมาส่งเสียงอีกครั้งติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด“ชีพจรกลับมาแล้ว ความดันกำลังไต่ระดับขึ้น ห้ามเลือดได้แล้ว!” เสียงศัลยแพทย์เอ่ยบอกด้วยความโล่งใจราวกับปาฏิหาริย์มีจริงประตูด้านหน้าห้องผ่าตัดเปิดออกช้า ๆ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา หมดผ่าตัดเดินออกมาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมุมปาก พนาและป้าสาที่นั่งกอดเข่ารอคอยด้วยความกระวนกระวายรีบผุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาทันที“อาจารย์หมอครับ! เป็นยังไงบ้างครับ” พนาถามเสียงสั่น“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ การผ่าตัดเย็บเส้นเลือดใหญ่ผ่านไปด้วยดี ชีพจรกลับมาคงที่แล้ว ถือว่าปาฏิหาริย์มากเลยครับที่ชีพจรเขากลับมาได้”คำบอกของหมอทำให้ป้าสากับพนาโผเข้ากอดกันกลม รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ช่วงเวลาที่ผ่านมามันช่างยากลำบาก และบีบคั้นหัวใจคนรอ“คุณโปรดก็ปลอดภัยแล้ว ป้าขอไปดูคุณบัวหน่อยนะคะ”ป้าสาหันไปบอกพนาที่กำลังคุยอยู่กับพยาบาลเรื่องห้องคนไข้เนื่องจากบัวบูชาคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ร่างกายของหนูน้อยยังไม่แข็งแรงพอจะหายใจได้ด้วยตัวเอง ทีมแพทย์จึงต้องนำตัวน้องส่งเข้าตู้อบในแผนกอภิบาล
“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ขณะที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ บัวบูชาก็รู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ที่ท้อง และสัมผัสได้ว่าลูกในท้องไม่ดิ้นมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว“เป็นอะไรเหรอบัว”พนาสังเกตเห็นสีหน้าไม่ดีของเพื่อนก็รีบเดินเข้ามาหา วางมือทาบลงบนหน้าท้อง“บัวปวดท้องอ่า แล้วนี่ยัยหนูก็ไม่ดิ้นมาเป็นชั่วโมงแล้ว”สิ้นประโยคของบัวบูชา ใบหน้ากลมอวบก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว มืออวบเกร็งแน่นกุมหน้าท้อง จนเล็บจิกลงบนชุดคลุม สัญชาตญาณของความเป็นหมอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ รีบเข้าไปประคองร่างของเพื่อน“ป้าสา! มาช่วยผมพยุงบัวหน่อย” พนาตะโกนเรียกป้าสาที่นั่งกระสับกระสายอยู่อีกฝั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรอ“บัว ... ใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ”“ไม้ ... เราปวด ... อึก บัวปวดท้องจังเลย” บัวบูชาหอบหายใจถี่ ความเครียดบวกดับความความกดดันบีบคั้นจนร่างกายเธอเริ่มรับไม่ไหวขณะที่พนากำลังเข้ามาประคอง จู่ ๆ ของเหลวอุ่นก็ไหลทะลักออกมาเปียกตามขา และชุดคลุม ก่อนจะไหลลงพื้น ป้าสาเห็นอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง“คุณบัว! น้ำเดินแล้วค่ะ ตายแล้ว ท้องเพิ่งจะปิดเดือนกว่าเอง”“หมอ! พยาบาลครับ! ช่วยด้วยครับ! คนไ
“หุบปาก! อย่ามาใช้คำว่าผลกรรมสั่งสอนฉัน”รตาแผดเสียงลั่นบ้าน พร้อมกวัดแกว่งมีดปลายแหลมในมือไปมาในอากาศอย่างน่าหวาดเสียว “ถ้าไม่มีแก ป่านนี้ฉันคงได้แต่งงานเป็นเมียเขาไปนานแล้ว โปรดเขาเคยรักฉัน แต่เพราะแกใช้ลูกในท้องนี่มาเรียกคะแนนสงสารดึงเขากลับมาใช่ไหม ในเมื่อชีวิตฉันมันตกต่ำจนไม่เหลืออะไรให้เสีย พวกแกสองคนก็อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขกันอีกเลย ฉันจะฝังกลบแกกับลูกไว้ที่ไร่เฮงซวยนี่แหละ!”รตาชูมีดปลายแหลมขึ้น แล้วพุ่งตรงเข้าหาบัวบูชาอย่างรวดเร็ว หมายจะแทงไปยังหน้าท้องเธออย่างตั้งใจ“หยุดนะรตา!!!”เสียงตะโกนของโปรดปรานดังมาแต่ไกล พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาในห้องโถง เสี้ยววินาทีเขากระโจนเข้าไปขวางทางมีด ชายหนุ่มเอาแผ่นหลังบังคนเจ้าเนื้อไว้จนมิดฉึก!!!มีดเล่มนั้นแทงเข้าสีข้างจนสุดด้าม ร่างสูงสะดุ้งเฮือก“อึก ... บัว...”โปรดปรานเค้นเสียงพูดออกมาได้เพียงเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสจนแทบสิ้นสติ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้า แม้จะเจ็บเจียดตายแต่เขาก็ยังคงกอดบัวบูชาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“กรี๊ดดด คุณโปรดด” รตาเบิกตากว้างกรีดร้องลั่นด้วยความช็อกเมื่อเห็นว่าคน







