เข้าสู่ระบบร่างบอบบางเดินไปล้มตัวนอนลงบนเตียง ก่อนร่างสูงที่ออกมาจากห้องน้ำจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้มาสวมใส่ จากนั้นจึงเดินมาหย่อนกายนั่งบนที่นอนขนาดคิงไซส์โดยศีรษะพิงกับหัวเตียง
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบแลัวค่อยๆสูดควันเข้าปอดจนแก้มตอบ จากนั้นจึงพ่นควันสีขาวออกมาอย่างช้าๆ เรนนี่ที่ได้กลิ่นบุหรี่ก็ถึงกับไอออกมา เพราะเธอไม่ถูกกับควันบุหรี่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถ้าได้กลิ่นเมื่อไหร่ก็ไอทันที "แคก! แค่ก!" เขาไม่ได้ใส่ใจอีกคนที่กำลังไออยู่ เขายังคงสูบบุหรี่ต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งบุหรี่เกือบหมดมวนเขาจึงดับไฟกับที่เขี่ยบุหรี่แล้วทิ้งลงไปในนั้น เขาล้มตัวนอนโดยหันหน้าออกนอกเตียง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังแผ่นหลังกว้างพลางคิดในใจว่าพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรอีกหรือเปล่า เธอมองแผ่นหลังแกร่งอยู่อย่างนั้น ก่อนที่ไม่นานเปลือกตาสวยจะค่อยๆปิดลงและเข้าสู่ภวังค์นิทราไปอย่างง่ายดาย วันต่อมา หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ สองมือยกขึ้นขยี้ตาแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆจึงเห็นว่าร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำมาพอดี ชายหนุ่มที่เห็นว่าเธอตื่นแล้วจึงเอ่ยขึ้นทันที "การที่เธอได้มาแต่งงานกับฉัน แต่เธออย่าคิดนะว่าจะได้อยู่เฉยๆโดยไม่ต้องทำงานอะไรเลย" เขาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเข้ม ก่อนร่างเล็กจะหยัดตัวลุกจากที่นอนแล้วเอ่ยถามออกไป "แล้วเรนจะต้องทำอะไรบ้างคะ" "งานทุกอย่างในบ้านหลังนี้ฉันจะให้เธอทำคนเดียว" "ได้ค่ะ" "งั้นก็ลุกขึ้นสิจะได้ลงไปทำอาหารให้ฉันกิน" "ค่ะ" เธอรับคำอย่างว่าง่ายแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จจากนั้นจึงลงชั้นล่างไปจึงเห็นว่าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับร่างบางด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยที่เขาไม่ได้หันไปมองเธอที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ไปทำกาแฟดำ" "ใส่น้ำตาลไหมคะ" "ไม่ต้อง" "ค่ะ" รับคำเสร็จหญิงสาวก็เดินเข้าครัวไปทำกาแฟแล้วยกออกมาวางลงตรงหน้าเขา เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบนิดหนึ่งแล้ววางแก้วในจานรองเสียงดัง เคร้ง พร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มห้วน "ขมไป ไปทำมาใหม่" "ค่ะ" จากนั้นเธอจึงเดินไปทำกาแฟแก้วใหม่ โดยครั้งนี้เธอลดผงกาแฟนิดหนึ่ง เสร็จแล้วจึงนำมาวางลงตรงหน้าของเขา ก่อนที่เขาจะหยิบกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้งแล้วกระแทกลงในจานรองด้วยน้ำหนักมือที่มากกว่าเก่า เคร้ง! "ไปทำมาใหม่" "มันขมไปเหรอคะ" เธอถามด้วยท่าที่อ่อนน้อม "จืดไป" "งั้นเรนจะไปทำมาให้ใหม่ค่ะ" พูดจบหญิงสาวก็เข้าครัวไปทำกาแฟอีกครั้ง รอบนี้เธอเพิ่มผงกาแฟขึ้นมานิดหนึ่ง จากนั้นจึงนำมาวางลงตรงหน้าร่างสูงที่นั่งสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ มือหนาเลื่อนไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบนิดหนึ่งแล้วกระแทกลงไปอีกเช่นเคย เคร้ง! "ขมไป" "..." เธอถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเข้าครัวไปหยิบกระปุกกาแฟพร้อมกับกดน้ำร้อนใส่แก้ว จากนั้นจึงนำมาวางลงตรงหน้าของเขา "เรนว่าคุณทำเองดีกว่านะคะ เพราะเรนก็ไม่รู้ว่าคุณอยากได้รสชาติแบบไหน" เธอรู้ว่าเขาแกล้งเธอ คาลอสที่รู้สึกหงุดหงิดจึงรั้งเอวบางด้วยความไม่เบามือให้มานั่งบนตักแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ทำกาแฟให้ฉัน" "ถ้ารอบนี้คุณไม่กินอีกเรนก็จะไม่ทำให้แล้วนะคะ" ว่าแล้วเธอก็ตักกาแฟในปริมาณที่เท่ากับรอบก่อน จากนั้นจึงหยิบช้อนคนกาแฟให้เข้ากัน ก่อนจะพูดออกไป "กินสิคะ อย่าบอกนะว่าจะต้องให้ป้อน" เธอพูดประชดแล้วลุกออกจากตักหนา แต่มือแกร่งรั้งร่างเล็กไว้พร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มแฝงไว้ด้วยการบังคับ "ป้อนให้ด้วย" ว่าแล้วเธอจึงหยิบแก้วกาแฟมาจรดที่ริมฝีปากหยักสวยอย่างไม่เรื่องมาก ก่อนที่เขาจะดื่มกาแฟที่เธอป้อนให้โดยไม่ได้พูดอะไร เธอวางแก้วลงในจานรองแล้วพูดออกมา "รอบนี้ไม่ขมไปและไม่จืดไปใช่ไหมคะ" "ป้อนอีก" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่ง แล้วเธอก็หยิบแก้วกาแฟมาป้อนให้เขาอย่างว่าง่าย เธอคิดในใจว่าถ้าจะอยู่กับเขาโดยไม่ให้มีปัญหาก็ต้องอยู่ให้เป็น เธอจะต้องทำตามที่เขาบอก ไม่ว่าเขาจะสั่งให้เธอทำอะไรเธอก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำเธออาจจะเจ็บตัวก็ได้ "คุณกินกาแฟเองได้ไหมคะ เรนจะไปทำงานอย่างอื่นค่ะ" "ให้ฉันกินกาแฟหมดก่อนแล้วค่อยไปทำ" "ก็ได้ค่ะ" จากนั้นมือเรียวจึงหยิบกาแฟมาป้อนให้เขาเรื่อยๆ โดยสองแขนหนาเผลอโอบเอวบางโดยไม่ได้รู้ตัว จนกระทั่งเขากินกาแฟหมดแก้ว เสียงหวานจึงเอ่ยออกไป "เรนขอตัวไปทำอาหารก่อนนะคะ" บอกจบเธอก็ลุกออกจากตักหนาพร้อมกับหยิบแก้วกาแฟแล้วเดินเข้าครัวไปหนึ่งปีต่อมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่คาลอสจะเข้าออกในคอนโดของเรนนี่ เขาเข้ามาอยู่กับเธอในคอนโดทุกวัน พอสามสี่ทุ่มเขาจึงกลับขึ้นเพ้นท์เฮาส์ของเขาไปหนึ่งปีที่ทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งสองจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งใครมองก็คงคิดว่าเป็นแฟนกัน คาลอสคิดอยู่ทุกวันว่าอยากจะขอเธอแต่งงาน แต่ก็รู้สึกเกรงใจคนตัวเล็ก เขายังมีความเกรงกลัวเธออยู่ไม่น้อย เนื่องจากตัวเองเคยทำไม่ดีกับเธอมาก่อนในระยะเวลาหนึ่งปีที่เธอกลับมาเจอเขา เธอมีความรู้สึกดีๆต่อเขามากกว่าเมื่อสี่ปีก่อน เพราะเขาปฏิบัติดีต่อเธอจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเขา เธอจึงอยากให้โอกาสและกลับไปใช้ชีวิตกับเขาอีกครั้งเธอคิดว่าคนเราต่างก็เคยทำผิดมาแล้วทั้งนั้น จะผิดมากหรือผิดน้อยแล้วแต่คน แต่เธอเชื่อแน่ว่าทุกคนเคยทำผิดพลาด แต่ถ้าใครที่รู้ว่าตัวเองทำผิดแล้วพร้อมจะกลับตัวและแก้ไข นั่นสิคือสิ่งสำคัญ แต่ถ้ารู้แล้วว่าตัวเองผิดแต่ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง คนแบบนั้นสิไม่ควรให้อภัยห้องนั่งเล่นคาลอสที่นั่งอยู่ข้างคนตัวเล็กรวบรวมความกล้าแล้วหันหน้าไปหายังร่างบางที่เหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็เอ่ยออกไปด้วยท่าทีที่ยังเกรงใจเธออยู่"เรน...""คะ" เธอที่ก
ห้างสรรพสินค้าเมื่อชายหนุ่มลงจากรถ ขายาวก็เดินอ้อมรถมาทางฝั่งที่ร่างบางยืนอยู่ มือใหญ่เอื้อมไปจับมือเล็กพลางสอดปลายนิ้วของตัวเองเข้าไประหว่างนิ้วของเธอและประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น เรนนี่เงยหน้ามองคนตัวสูงพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังคาลอสพาหญิงสาวที่ตัวเองรักเข้าไปในร้านอาหาร เขาจัดแจงให้เจ้าของร่างบอบบางนั่ง จากนั้นเขาจึงหย่อนกายนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดูแล้วหันถามยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเอาใจใส่"เรนเลือกเลยว่าอยากกินอะไร" คาลอสเอ่ยพร้อมกับยื่นเมนูอาหารให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือสวยรับเมนูไปดูแล้วเปิดทีละหน้าไปเรื่อยๆพลางกวาดสายตามองรายการอาหารอย่างช้าๆ ในขณะที่นัยน์ตาคมของร่างสูงจดจ้องไปยังใบหน้าสวยหวานอย่างไม่อยากจะละสายตา จนกระทั่งเรนนี่ได้เจอของกินที่ตัวเองถูกใจจึงผละสายตาออกจากเมนูหญิงสาวหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวเองก็พบว่าเขาจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยแววตานิ่งที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเสน่หาอยู่ในนั้น คนถูกมองที่เห็นอ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาคาลอสกลับมาอยู่เพ้นท์เฮาส์ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว ส่วนเรนนี่ก็อยู่ในห้องคอนโดของเธอที่กฤตินเป็นคนจัดแจงให้ แต่เธอไม่ได้รู้เลยว่า ชายหนุ่มก็อาศัยอยู่ในเพ้นท์เฮาส์ซึ่งอยู่ในคอนโดนี้เหมือนกันหลังจากที่เขากลับมาจากโรงพยาบาล นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้เจอคนตัวเล็ก จนกระทั่งวันนี้เขาที่อยากเห็นหน้าเธอจึงลงมาหาเธอที่อยู่ชั้นเก้า ส่วนเพ้นเฮ้าส์ของเขาอยู่ชั้นยี่สิบก๊อก ก๊อกเรนนี่ที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินออกมาดู เธอส่องตาแมวจึงเห็นว่าเป็นร่างสูงที่ยืนอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดประตูแล้วเอ่ยถามออกไป"คุณมีธุระอะไรกับเรนเหรอคะ""พี่จะต้องมีธุระด้วยเหรอถึงจะมาหาเธอได้" ยิ้มอ่อนโยน"ก็ใช่ไงคะ""ขอพี่เข้าไปในห้องของเธอหน่อยได้ไหม""..." เธอมีท่าทีลังเล พลางคิดในใจว่าถ้าเขาเข้ามาทำอะไรเธอเหมือนตอนที่อยู่อพาร์ทเม้นท์ครั้งนั้นอีกล่ะคาลอสที่เห็นท่าทีลังเลของคนตัวเล็กจึงเอ่ยออกไปให้เธอสบายใจ"พี่จะไม่ทำอะไรเธอเหมือนกับตอนนั้นที่อพาร์ทเม้นท์อีกแล้ว""ถ้าคุณทำแบบนั้นอีก เรนก็จะไม่คุยกับคุณไปตลอดชาติเลยค่ะ" เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง"พี่จะไม่ทำแ
วันต่อมาเรนนี่มาถึงสนามบินในเวลาตอนเที่ยงวัน จากนั้นเธอก็เดินทางไปยังคอนโดหรูที่กฤตินได้จัดแจงไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่รู้ว่าเธอจะกลับมาวันนี้เมื่อหญิงสาวเอาข้าวของเข้าไปไว้ในคอนโดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่เขานอนพักรักษาตัวอยู่ห้องพักฟื้นร่างเล็กเปิดประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นจึงได้เห็นร่างสูงคุ้นเคยที่ไม่ได้เห็นมาสามปีแล้วนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยมีสายน้ำเกลือติดอยู่บนหลังมือหนา เธอที่เห็นอย่างนั้นถึงกับลมหายใจสะดุด กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกสงสารเมื่อเห็นร่างกำยำต้องมานอนนิ่งๆไม่ตอบสนองอะไรอยู่บนเตียงเป็นเวลาสองเดือนแล้ว"อ้าวเรนนี่ มาแล้วเหรอ" มยุริญที่นั่งอยู่ข้างกฤตินหันมาเห็นร่างบอบบางของเรนนี่ที่อยู่ในชุดเดรสเรียบหรูดูแพงจึงเอ่ยออกไปทันที ก่อนหญิงสาวจะดึงสติแล้วหันไปยกมือไหว้ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะลุงติน ป้ายุ"กฤตินกับมยุริญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่กฤตินจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงใจดีอบอุ่นอย่างที่เคย"นั่งเครื่องบินมาเหนื่อยๆ อันที่จริงหนูค่อยเข้ามาพรุ่งนี้ก็ได้นะ""เรนไม่เห
สองปีต่อมาพู่ว!"สุขสันต์วันเกิดนะเรนนี่ วันนี้เธออายุครบยี่สิบสี่ปีแล้วสินะ ฉันขอให้เธอมีความสุขและได้พบเจอกับสิ่งที่ดีๆนะเรนนี่ ฉันขอให้เธอสมหวังกับสิ่งที่เธอปรารถนา" เสียงของคาลอสกล่าวอวยพรไปถึงหญิงสาวที่ตัวเองรัก หลังจากเป่าเทียนที่มีตัวเลขยี่สิบสี่ปักอยู่บนขนมเค้กขนาดสองปอนด์เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาต้องอยู่กับความทุกข์ระทมและความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเดียวดาย ชีวิตความเป็นอยู่ตลอดสองปีมานี้ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะมีความสุข วันเวลาที่หมุนเวียนไปเขามีแต่ความทุกข์และความเศร้า เมื่อคิดว่าไม่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักสองปีที่เธอจากไป เขาเสียน้ำตาให้กับเรนนี่ไม่น้อยเลย เขาคิดตลอดเวลาว่าจะไม่หาใครมาแทนที่เธอแน่นอน เขาจะอยู่แบบนี้ไปจนแก่ตาย เนื่องจากเขาไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วนอกจากเรนนี่คนเดียวสามปีต่อมาเป็นเวลาสามปีแล้วที่คาลอสอวยพรวันเกิดให้หญิงสาวที่ตัวเองรักสุดหัวใจพู่ว!เสียงของริมฝีปากหนาเป่าเทียนวันเกิดที่มีตัวเลขยี่สิบห้าพร้อมกับกล่าวอวยพรออกไป"สุขสันต์วันเกิดในวัยเบสจเพสนะเรนนี่ ไม่ว่าตอนนี้เธอจะไปอยู่ที่ไหน ฉันขอให้เธอมีแต่ความสุขสมหวัง ขอให้เธอมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขอ
"พ่อมึงโทรไปบอกพวกกูว่ามึงเมาหัวราน้ำมาหลายเดือนแล้ว แล้วทำไมมึงถึงได้เมาแบบนี้วะ" โดมยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มแล้วหันถามยังคาลอสที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนเสียงทุ้มของคาลอสจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ใบหน้าหม่นหมอง"กูถูกเมียทิ้งเพราะทำตัวเลว กูเป็นผัวที่เหี้ยมาก เมียก็เลยทิ้งไปแบบนี้ไง""เมียคนไหนของมึงอีกวะ ที่กูรู้ก็มีแต่เบลล่าที่เป็นแฟนคนแรกของมึงที่มึงบอกว่ารักนักรักหนาไม่ใช่เหรอ" โดมเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้ามีความสงสัย ก่อนที่คาลอสจะเอ่ยออกไป"คนนี้เมีย ไม่ใช่แฟน""ทำไมพวกกูถึงไม่เคยรู้เลยวะว่ามึงมีเมียแล้ว" จากนั้นคาลอสก็เล่าเรื่องระหว่างเขากับเรนนี่ให้เพื่อนทั้งสองฟัง"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" โดมกับนายเอ่ยพลางพยักหน้ารับรู้พร้อมกันเมื่อเพื่อนตัวสูงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง และเล่าเรื่องที่มันทำเลวกับเมียมันด้วยก่อนนายจะเอ่ยขึ้น"แต่รอบนี้กูว่ามึงเมาหนักกว่าตอนที่เบลล่าบอกเลิกมึงอีกนะ ตอนนั้นมึงเมาอยู่แค่เดือนเดียวเอง คนนี้มึงรักเขามากเหรอ""เออรักมาก แต่กูเพิ่งมารู้ใจตัวเองเมื่อตอนสายไปแล้วว่ะ" คาลอสตอบพลางแววตาคมสะท้อนความหมองเศร้าและเสียใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน







