เป็นความรักที่ดีจนเธอคิดว่าชีวิตนี้คงแต่งงานกับผู้ชายคนนี้แหละ แต่เวลาเกือบสองปีของเธอต้องจบลงเมื่ออาทิตย์ก่อน แผลรักยังสดใหม่ เธอเองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่กลับมาโดนเก้งหักอก ทำไมชีวิตมันถึงได้บัดซบแบบนี้ เขาหลอกเธอได้อย่างไรตั้งเกือบสองปี สองปีเลยนะโว้ย สองปีมีตั้งยี่สิบสี่เดือน เจ็ดร้อยสามสิบวันเลยนะ หมื่นกว่าชั่วโมงเลยนะที่เธอเสียไป
ถ้าวันนั้นไม่ได้เห็นกับตา ก็คงคิดว่าที่เขาไม่แตะต้องเธอเลยเพราะเป็นสุภาพบุรุษ
หึ ๆ ...ที่ไหนได้ เขาไม่ได้ชอบเธอ
ไม่ได้ชอบแล้วมาคบทำไม!
ไม่ได้ชอบแล้วจะมาทนคบกันได้อย่างไรตั้งนานขนาดนี้
แล้วเขาก็มากระชากเธอออกจากทุ่งดอกลาเวนเดอร์ด้วยเหตุการณ์นั้น
แฟนเธอกับพี่ชายข้างบ้านจูบกัน!!
สิ่งที่รินลณีคิดมาตลอดว่านาวินไม่ทำอะไรเธอเพราะเขาอยากให้คืนแรกของเราเกิดขึ้นในวันเข้าหอ...หึ! ห้องหอบ้าบออะไรไม่มีหรอก คิดแล้วก็ยิ่งแค้น ไม่รู้สองคนนั้นแอบคบกันลับหลังเธอมานานแค่ไหนแล้ว
รินลณีได้แต่กักเก็บความคับแค้นใจนี้มาตลอดทั้งสัปดาห์
คอยดูนะ รินลณีคนนี้แหละจะทำให้พวกเขาเลิกกัน คิดว่าจะอยู่กันอย่างมีความสุขรึ...ฝันไปเถอะ
‘โอเค ณิกา เดี๋ยวเราไปหา’ รินลณีไม่อยากอยู่คนเดียว อย่างน้อยการไปหาภัคณิกาก็ช่วยให้เธอระบายความอัดอั้นตันใจลงได้บ้าง แต่เธอก็พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะคู่ขาของอดีตแฟนตัวดีคือระพีพัฒน์ พี่ชายของภัคณิกานั่นเอง เธอไม่อยากบอกเรื่องนี้กับภัคณิกาเพราะอีกฝ่ายเข้าใจว่าพี่ตัวเองดี เท่ หล่อ เหมาะกับการเป็นหลัวของสาวทั้งประเทศ ขนาดเธอเองยังแอบเสียดายเลย
พี่หมอพัฒน์...นั่นเดือนมหาวิทยาลัยเลยนะ!
...
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งเป็นวันเกิดของนาวิน รินลณีตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟนหนุ่มถึงโรงพยาบาล ซึ่งวันนั้นเขาไปช่วยงานอาจารย์หมอ โดยไม่คิดว่าจะโดนเขาเซอร์ไพรส์กลับด้วยฉากยืนจูบระหว่างนาวินกับระพีพัฒน์ตรงบันไดหนีไฟ และเธอคงไม่มีทางได้เห็นภาพนี้ถ้าไม่แอบขึ้นมาทางบันไดหนีไฟเพราะจะเซอร์ไพรส์เขา
‘พี่วิน!...นี่มันอะไรกัน!!’
รินลณีโพล่งออกมาอย่างตกใจ หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนมันจะหลุดออกมาจากอก มึนชาไปทั้งร่าง แทบไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืน ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมาเห็นภาพแบบนี้
นาวินเองก็ตกใจพอกัน แต่ภาพที่เธอเห็น เขาคงปฏิเสธไม่ได้เพราะมันชัดเจนมากขนาดนี้...ชายหนุ่มได้แต่พูดกับเธอว่า ‘ขอโทษ...รินณี เราเลิกกันเถอะ’ แล้วหันไปพูดกับอีกคนโดยไม่สนใจเธอเลย ‘พี่พัฒน์ ผมชอบพี่’
‘ไอ้เลว!’ รินลณีด่าออกไปทั้งน้ำตา ขณะระพีพัฒน์ยืนเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ด้วยท่าทีเฉยเมย นี่มันอะไรกัน ชะนีแบบเธอช่างอยู่ยากจริง ๆ เธอวิ่งลงบันไดออกไปจากสถานการณ์ตรงนั้นทันที ขึ้นรถไฟฟ้ากลับคอนโดมิเนียมโดยไม่สนใจเสียงเรียกของนาวิน ได้แต่นอนร้องไห้กับภาพอดีตของเธอกับนาวินที่ไหลผ่านเข้ามาไม่หยุด
เพราะเขาเป็นเกย์ใช่ไหม เธอกับเขาเลยเข้ากันได้ดี ไม่ว่าจะไปทำผม ช็อปปิง เขาไม่เคยบ่น ไม่เคยว่ามันน่าเบื่อ
เพราะเขาเป็นเกย์ใช่ไหม เขาจึงไม่เคยจูบเธอ มากสุดคือหอมแก้ม เธอคิดมาตลอดว่าเขารักเลยไม่อยากให้เธอเสียหาย
เพราะเขาเป็นเกย์ใช่ไหม เขาถึงไม่ทำอะไรเธอทั้ง ๆ ที่มีโอกาสตั้งมากมาย
เพราะเขาเป็นเกย์ใช่ไหม ถึงใช้เธอเป็นตัวหลอกพ่อแม่ของเขา
เพราะอย่างนี้สินะ นาวินถึงชอบพูดถึงระพีพัฒน์ พี่รหัสของเขาบ่อย ๆ และคอยถามเรื่องราวของระพีพัฒน์ในอดีตตลอด เธอก็คิดว่าเขาคงอยากรู้เพราะอีกฝ่ายเป็นพี่รหัสและเป็นพี่ชายข้างบ้านของเธอ
ยิ่งคิดหาเหตุผลก็ยิ่งแค้นนาวินเข้าไปอีก ตอนที่เรียนปีหนึ่งมีคนมาจีบเธอมากมาย แต่เธอเลือกคบกับนาวินเพราะว่าเขาดูอบอุ่น อ่อนหวาน เข้าใจผู้หญิง ใช่สินะ ก็เขามีจิตใจเป็นผู้หญิงนี่นา เธอไม่ได้โกรธไม่ได้รังเกียจที่เขาเป็นเกย์ สมัยนี้แล้ว มันเป็นเรื่องรสนิยมของคนอื่น เธอเข้าใจ แต่โกรธที่นาวินหลอกลวงเธอ
เธอแค้นเขาทั้งสองคน พวกเขาจะต้องเจ็บปวดเหมือนที่เธอได้รับอยู่ตอนนี้ คิดจะมาหักอกชะนีอย่างรินณี คอยดูเถอะ เธอจะหาโอกาสเล่นงานทั้งคู่ให้สาสมกับสิ่งที่พวกเขาทำ
…
‘รินณี...ริน เป็นอะไรรึเปล่า เงียบไปเลย ปล่อยเราพูดคนเดียวอยู่ได้’ เสียงของภัคณิกาเรียกรินลณีให้ตื่นจากภวังค์
‘ณิกา เท่านี้ก่อนนะ เดี๋ยวเรารีบไปหา’
“ขอบคุณนะครับ ที่ยอมเป็นเมียเฮีย ถึงจะได้มาแบบบังเอิญ ๆ แต่ก็รักจนหมดใจนะครับ” คำพูดที่ฉันฟังทุกครั้งและรู้สึกขอบคุณเขาเสมอ เขาคือผู้ชายแสนดี ชีวิตนี้จะหาใครดีเท่าเขาได้ “เฮีย น้องก็ขอบคุณที่เฮียรักน้อง น้องเป็นคนโชคดีมาก โชคดีที่เฮียรักน้อง” ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง เพราะตั้งแต่จดทะเบียนสมรสกับเขา ทุกอย่างก็ดีมาก “แล้วน้องรักเฮียไหมคะ” คำถามที่เขาชอบถาม แล้วฉันก็อายทุกครั้งที่จะตอบ ทำไมการบอกรักนี่เราต้องเขินทุกครั้งด้วย ก็ไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน “รักค่ะ น้องรักเฮียที่สุด” ว่าแล้วฉันก็ขึ้นไปนั่งบนตักของเขา กินข้าวกันไปเยอะแล้ว ต้องออกกำลังกายตอนเข้าหอหน่อยดีไหม นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ฉันอยากบอกทุกคน ว่าสามีฉันงานดีมาก กล้ามท้องแน่นมาก ไม่รู้เอาเวลาไหนไปออกกำลังกาย อ๋อ คงเวลาที่ฉันนอนอยู่สินะ นอกจากกล้ามท้องแน่นแล้ว อย่างอื่นเฮียพัฒน์ก็แน่นนะเออ “คิดอะไรลามกอยู่ละสิ”ฉันโดนคนรู้ทันทักเข้า ที่คิดลามกนี่ก็ใครล่ะ มาจากเขาทั้งนั้น “แล้วคิดได้ไหมล่ะคะ” ฉันใช้น้ำเสียงที่คิดว่ายั่วยวนที่สุด แหม คืนเข้าหอก็อยากจัดอะไรเด็ด ๆ ให้เ
ตอนพิเศษ 4 ฉันคือรินลณี หรือรินณีทั้งสองบ้านกำลังดีใจกันยกใหญ่ เพราะพี่พัฒน์ หรือระพีพัฒน์สอบติดแพทยศาสตรบัณฑิตตามที่เขาตั้งใจ ฉันก็ดีใจกับพี่พัฒน์เหมือนกัน คนอะไรทั้งหล่อทั้งเก่ง แต่คงเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ถ้าถามความรู้สึกฉัน เขาก็เหมือนพี่ชายนะ ไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดเจือปน วันนี้ฉันต้องมาเดินซื้อของขวัญให้เขา ของขวัญที่เขาสอบติด แอบดีใจนะที่เขาจะได้เป็นคุณหมอในอนาคต แค่คิดว่าพี่ชายข้างบ้านต้องใส่เสื้อกาวน์ ใจฉันก็เต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ซื้ออะไรให้เขาดีนะ ฉันอยากรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง เรียนหนักไหม เรียนอะไรบ้าง ซื้อสมุดไดอารี่ให้เขาก็แล้วกัน น่าจะพอได้ ไว้ให้เขาเขียน อีกหน่อยจะได้แอบไปอ่าน แล้วพอเขาเรียนมหาวิทยาลัย เราก็เจอกันแค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น แต่ส่วนมากก็ไม่ได้พูดคุยกันมากมาย เขาเหมือนพวกคุณชายผู้สูงส่ง แต่ฉันยังเป็นเด็กกะโปโลเท่านั้น เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วฉันก็เข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งตามที่ตัวเองอยากเรียน เข้ามาเรียนก็สนุกดี ถึงคณะนี้จะมีผู้หญิงน้อย แต่ก็มีคู่แฝดคนสวยเรียนสาขาเดียวกับฉัน “สวัสดี เราชื่อเอกพ
แล้ววันที่เธอเป็นสาวเต็มตัวก็มาถึง วันที่เธอเรียนปีหนึ่งระดับอุดมศึกษา ผมอยากหาโอกาสบอกเธอ แต่เนื่องด้วยผมขึ้นปีห้าและเรียนหนักมาก ต้องเข้าไปทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลกับอาจารย์ตลอด ทำให้ช่วงเทอมแรกแทบไม่มีเวลากลับบ้าน “กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานที่ผมไม่คิดว่าจะเจออยู่ที่คอนโดของผม...ไม่สิ มันเป็นของน้องสาวผมด้วย “พี่พัฒน์ วันนี้หนูกับรินณีทำข้าวผัดกิมจิ พี่มาชิมเร็ว” เพราะอย่างนี้นี่เองที่ทำให้ทั้งสองมาอยู่ที่นี่ “แล้วก็มีหมูสามชั้นย่างด้วยนะ น้ำจิ้มน้องก็ทำเองนะคะ” รินณีรีบเสนอตัวบอกผมทันที ผมยิ้มด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าความเหนื่อยมันจะหายไปทันทีที่มองหน้าเธอ “พี่ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลงมากินนะ” ผมบอกทั้งสองสาว จากนั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงมาจากห้องชั้นสอง “ทำอะไร...” ผมเดินเข้าไปข้างหลังคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปอาหารที่ตัวเองทำ “ว้าย!” ไม่คิดว่าเธอจะตกใจขนาดนี้ ทั้งสะดุดขาตัวเองและกำลังจะล้ม...ตอนนั้นเองที่ผมรีบคว้าตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ตาของเราประสานกันอยู่นาน ใจของผมแทบจะเต้นออกมาจากร่าง ความนุ่มนิ่มของเธอทำให้ผมคิดดีไม่ได้เ
เมื่อผมได้ยินบทสนทนาของทั้งณิกาและรินณีเกี่ยวกับเพื่อนใหม่ที่อยู่ชั้นมอสี่ด้วยกัน “แก ว่าไหม ยูโคตรหล่ออะ” น้องสาวตัวดีของผมพูดขึ้น ส่วนผมก็เหมือนโรคจิตที่แอบฟังเสียงทั้งสองคุยกันอยู่ตรงมุมหนึ่งของบ้าน “เออ...หล่อจริง คนนี้แหละจะเป็นแฟนคนแรกของฉัน” รินณีที่ตอนนี้เป็นสาวเกือบเต็มตัวแล้ว ผมไม่เคยรู้เลยว่าเธอไปโตตอนไหน เพราะผมเจอเธอทุกวัน พอเห็นสายตาเป็นประกายนั้น ผมรู้สึกหวงตำแหน่งแฟนคนแรกนั่นทันที “ซัน...แกรู้จักคนชื่อยูเพื่อนน้องกูไหม” ผมยกมือถือโทร.หารุ่นน้องที่ตอนนี้น่าจะเรียนอยู่มอหก ซึ่งไอ้ซันนี่แหละที่คอยส่งข่าวให้ผมตลอดมาเรื่องของรินณีและณิกา “รู้ ๆ พี่พัฒน์ ไอ้นี่มันโคตรหล่อ เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่น สาวติดมันตรึม” ผมฟังแค่นั้น ลมก็ออกหูแล้ว “มันมีแฟนรึยัง” ผมถามออกไป เพราะถ้ามันมีแฟนแล้วก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่คำตอบที่ได้กลับมายิ่งทำให้ผมเครียดหนักกว่าเดิม “ยังไม่มีพี่...แต่เด็กผมบอกว่ามันน่าจะชอบรินณี เด็กข้างบ้านพี่น่ะ เพราะมันชอบหาเรื่องคุยกับน้องเขาบ่อย ๆ” “พี่พัฒน์...พี่พัฒน์ยังอยู่ไหม” “เออ ยังอยู่ เท่
“พี่พัฒน์ จะไปเรียนต่ออะไรคะ” หนึ่งในเพื่อนของน้องสาวผมถามขึ้น ซึ่งผมก็อดทน เพราะสิ่งที่เธอถามไม่ได้เกี่ยวกับการติวเลย ผมละเบื่อจริง ๆ พวกผู้หญิงพูดมาก เรื่องเยอะ แต่ก็ต้องยิ้มออกไปเพราะไม่อยากให้สาวน้อยพวกนี้ย้ายไปติวบ้านไอ้ชิน “พี่ตั้งใจจะเรียนหมอ” “ว้าว...เรียนหมอ อย่างนี้อีกหน่อยต้องเรียกพี่หมอพัฒน์ใช่ไหมคะ”ผมยิ้มออกไป ตาก็มองยัยเด็กข้างบ้านที่ตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่ได้สนใจในสิ่งที่พวกเขาพูดกันเลย...เฮ้อ หลังจากติวหนังสือเสร็จ ผมก็ต้องสั่งอาหารมาเลี้ยงยัยเด็กพวกนี้อีก...มีแต่เสียกับเสีย แต่เมื่อมองไปยังยัยเด็กข้างบ้านแล้วก็พอเบาใจ เพราะเห็นกินและคุยกับเพื่อนอย่างมีความสุข เพียงไม่นานเพื่อน ๆ ของณิกาก็ขอตัวกลับบ้าน เหลือเพียงน้องสาวผมกับยัยเด็กข้างบ้าน “ทำอะไรกัน” ผมเอ่ยถามทั้งสองคนที่นั่งสุมหัวกันอยู่ “เปล่าค่ะ น้องไม่ได้ทำอะไรนะคะ” รินณีรีบตอบอย่างมีพิรุธ หน้าแบบนี้บอกไม่มีอะไร ไม่สงสัยก็บ้าแล้ว อย่าบอกนะว่าแอบดูคลิปโป๊ “เอามาให้พี่ดู” ผมขอดูมือถือของยัยเด็กดื้อทันที “ไม่เอา ไม่ให้” “รินณี!” “พี่พัฒน์
ผมยืนมองเด็กหญิงข้างบ้านที่เข้ามาเล่นกับน้องสาวตัวเอง ตอนนี้เธออยู่ในวัยสิบขวบ ห่างจากผมถึงสี่ปี ผมยาวถักเปียสองข้าง หน้าขาว ๆ ตัวสูงเท่าอกของผม ตาโต ขนตาและคิ้วดกดำ“รินณี นี่พี่เราเอง พี่พัฒน์ นี่เพื่อนหนู”“สวัสดีค่ะ พี่พัฒน์” เธอยิ้มให้ผม ดูจากแววตาแล้วคงแสบน่าดู เรื่องราวในชีวิตของผมก็ดำเนินไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้การเรียนระดับมัธยมของผมก็ยังถือว่าหนักอยู่เหมือนกัน เพราะความตั้งใจที่อยากจะเป็นหมอเหมือนพ่อทำให้ต้องพยายามมากกว่าปกติ ครอบครัวของเราทั้งสองคนสนิทกันเร็วมาก ด้วยเหตุที่ทั้งแม่ผมและแม่ของน้องสาวข้างบ้านชอบอะไรเหมือน ๆ กัน เลยกลายเป็นเหมือนพี่น้องกัน อย่างเช่นวันนี้เป็นวันเกิดของรณภพ น้องชายของริณลณี และเป็นครั้งแรกที่เราได้ถ่ายรูปคู่ด้วยกันสี่คน เราทั้งสี่คนยิ้มให้กล้อง นั่นก็เป็นภาพถ่ายที่ผมเก็บไว้ที่หัวเตียงในห้องนอนตลอดมา...ส่วนยัยเด็กขี้เซาบ้านโน้นก็มาหลับที่บ้านผมบ่อย ๆ ส่วนมากก็มาเล่นกันกับน้องสาวของผมและหลับทั้งพี่ทั้งน้อง ทั้งรินลณีและรณภพหลับเป็นตายทุกครั้ง สุดท้ายภาระก็ตกมาที่ผม เพราะผมต้องแบกทั้งสองคนพี่น้องไปส่งที่บ้าน รณภพน่ะพออุ้มไหวไม่หนักเลย แต่ยัย